LCM (ฟังก์ชัน LCM)

หมายเหตุ: เราต้องการมอบเนื้อหาวิธีใช้ปัจจุบันในภาษาของคุณให้กับคุณโดยเร็วที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ หน้านี้ได้รับการแปลด้วยระบบอัตโนมัติ และอาจมีข้อผิดพลาดทางไวยากรณ์หรือความไม่ถูกต้อง จุดประสงค์ของเราคือเพื่อให้เนื้อหานี้มีประโยชน์กับคุณ คุณแจ้งให้เราทราบว่าข้อมูลดังกล่าวมีประโยชน์ต่อคุณที่ด้านล่างของหน้านี้ได้หรือไม่ นี่คือบทความภาษาอังกฤษเพื่อให้ง่ายต่อการอ้างอิง

บทความนี้จะอธิบายเกี่ยวกับไวยากรณ์ของสูตรและการใช้ฟังก์ชัน LCM ใน Microsoft Excel

คำอธิบาย

ส่งกลับตัวคูณร่วมน้อยของจำนวนเต็ม ตัวคูณร่วมน้อยเป็นจำนวนเต็มบวกที่น้อยที่สุด ซึ่งเป็นตัวคูณของอาร์กิวเมนต์จำนวนเต็มทั้งหมด คือ number1, number2 และอื่นๆ ใช้ฟังก์ชัน LCM เพื่อเพิ่มเศษที่มีส่วนต่างกัน

ไวยากรณ์

LCM(number1, [number2], ...)

ไวยากรณ์ของฟังก์ชัน LCM มีอาร์กิวเมนต์ดังนี้

  • Number1, number2,...    โดยจำเป็นต้องมี Number1 ส่วน number อื่นๆ ที่ตามมาจะมีหรือไม่ก็ได้ คือค่า 1 ถึง 255 ที่คุณต้องการหาตัวคูณร่วมน้อย ถ้าค่าไม่เป็นจำนวนเต็ม จะมีการตัดเศษทิ้ง

ข้อสังเกต

  • ถ้ามีอาร์กิวเมนต์ใดไม่ใช่ตัวเลข ฟังก์ชัน LCM จะส่งกลับ #VALUE! เป็นค่าความผิดพลาด

  • ถ้ามีอาร์กิวเมนต์ใดน้อยกว่าศูนย์ ฟังก์ชัน LCM จะส่งกลับ #NUM! เป็นค่าความผิดพลาด

  • ถ้า LCM(a,b) >=2^53 ฟังก์ชัน LCM จะส่งกลับ #NUM! เป็นค่าความผิดพลาด

ตัวอย่าง

คัดลอกข้อมูลตัวอย่างในตารางต่อไปนี้ และวางในเซลล์ A1 ของเวิร์กชีต Excel ใหม่ เพื่อให้สูตรแสดงผลลัพธ์ ให้เลือกสูตร กด F2 แล้วกด Enter ถ้าต้องการ คุณสามารถปรับความกว้างของคอลัมน์เพื่อดูข้อมูลทั้งหมด

สูตร

คำอธิบาย

ผลลัพธ์

=LCM(5, 2)

ตัวคูณร่วมน้อยของ 5 และ 2

10

=LCM(24, 36)

ตัวคูณร่วมน้อยของ 24 และ 36

๗๒

ขยายทักษะ Office ของคุณ
สำรวจการฝึกอบรม
รับฟีเจอร์ใหม่ก่อนใคร
เข้าร่วม Office Insider

ข้อมูลนี้เป็นประโยชน์หรือไม่

ขอบคุณสำหรับคำติชมของคุณ!

ขอขอบคุณสำหรับคำติชมของคุณ! เราคิดว่าอาจเป็นประโยชน์ที่จะให้คุณได้ติดต่อกับหนึ่งในตัวแทนฝ่ายสนับสนุน Office ของเรา

×