GETPIVOTDATA (ฟังก์ชัน GETPIVOTDATA)

บทความนี้จะอธิบายเกี่ยวกับไวยากรณ์ของสูตรและการใช้ฟังก์ชัน GETPIVOTDATA ใน Microsoft Excel

คำอธิบาย

ส่งกลับข้อมูลที่เก็บอยู่ใน PivotTable คุณสามารถใช้ฟังก์ชัน GETPIVOTDATA เพื่อรับข้อมูลสรุปจาก PivotTable ได้ โดยข้อมูลสรุปนี้จะต้องแสดงให้เห็นอยู่ในรายงาน

หมายเหตุ: คุณสามารถใส่สูตร GETPIVOTDATA แบบง่ายๆ ได้อย่างรวดเร็วด้วยการพิมพ์ = (เครื่องหมายเท่ากับ) ลงในเซลล์ที่คุณต้องการส่งกลับค่า แล้วคลิกเซลล์ที่อยู่ใน PivotTable ที่มีข้อมูลที่คุณต้องการส่งกลับ

ไวยากรณ์

GETPIVOTDATA(data_field, pivot_table, [field1, item1, field2, item2], ...)

ไวยากรณ์ของฟังก์ชัน GETPIVOTDATA มีอาร์กิวเมนต์ดังนี้

  • Data_field    (ต้องระบุ) ชื่อที่อยู่ภายในเครื่องหมายอัญประกาศ ของเขตข้อมูลที่มีข้อมูลที่คุณต้องการเรียกใช้

  • Pivot_table    (ต้องระบุ) การอ้างอิงไปยังเซลล์ ช่วงของเซลล์ หรือช่วงเซลล์ที่มีชื่อใน PivotTable ข้อมูลนี้จะใช้ในการกำหนดว่า PivotTable ใดที่มีข้อมูลที่คุณต้องการดึง

  • Field1, Item1, Field2, Item2    (ระบุหรือไม่ก็ได้) คู่ของชื่อเขตข้อมูลและชื่อรายการ 1 ถึง 126 คู่ที่อธิบายข้อมูลที่คุณต้องการดึง คู่เหล่านี้จะเรียงลำดับแบบใดก็ได้ ชื่อเขตข้อมูลและชื่อของรายการอื่นๆ ที่ไม่ใช่วันที่และตัวเลขจะอยู่ในเครื่องหมายอัญประกาศ สำหรับ OLAP PivotTable นั้น รายการสามารถมีชื่อแหล่งข้อมูลของมิติและยังมีชื่อแหล่งข้อมูลของรายการได้ คู่เขตข้อมูลและรายการของ OLAP PivotTable อาจมีลักษณะดังนี้:

    "[Product]","[Product].[All Products].[Foods].[Baked Goods]"

ข้อสังเกต

  • เขตข้อมูลหรือรายการจากการคำนวณ และการคำนวณแบบกำหนดเองจะมีอยู่ในการคำนวณ GETPIVOTDATA

  • ถ้า pivot_table เป็นช่วงที่มี PivotTable ตั้งแต่สองชุดขึ้นไป ข้อมูลจะถูกดึงมาจากรายงานฉบับใดก็ตามที่สร้างไว้ล่าสุดในช่วงดังกล่าว

  • ถ้าอาร์กิวเมนต์เขตข้อมูลและรายการเป็นเซลล์เซลล์เดียว ค่าของเซลล์นั้นจะถูกส่งกลับไม่ว่าค่านั้นจะเป็นสตริง ตัวเลข ค่าข้อผิดพลาด และอื่นๆ ใดก็ตาม

  • ถ้ารายการข้อมูลมีวันที่อยู่ จะต้องใส่ค่าเป็นเลขลำดับหรือแปลงค่าโดยใช้ฟังก์ชัน DATE เพื่อคงค่านั้นไว้ในกรณีที่นำเวิร์กชีตไปเปิดในระบบภาษาอื่น ตัวอย่างเช่น รายการที่อ้างถึงวันที่ 5 มีนาคม 1999 สามารถใส่ค่าเป็น 36224 หรือ DATE (1999,3,5) ส่วนเวลาสามารถใส่ค่าได้ในรูปแบบทศนิยมหรือใช้ฟังก์ชัน TIME

  • ถ้า pivot_table ไม่ใช่ช่วงที่พบ PivotTable ฟังก์ชัน GETPIVOTDATA จะส่งกลับค่า #REF!

  • ถ้าอาร์กิวเมนต์ต่างๆ ไม่ได้อธิบายเขตข้อมูลที่มองเห็นได้ หรือถ้าอาร์กิวเมนต์มีตัวกรองรายงานซึ่งจะไม่แสดงข้อมูลที่กรองแล้ว ฟังก์ชัน GETPIVOTDATA จะส่งกลับค่า #REF! เป็นค่าความผิดพลาด

ตัวอย่าง

เพื่อวัตถุประสงค์ในทางปฏิบัติ ข้อมูลตัวอย่างที่แสดงต่อไปนี้จะไม่มีข้อมูล PivotTable ที่แท้จริง แต่เป็น snapshot ของข้อมูล สูตรและผลลัพธ์จะแสดงในตัวอย่าง

เวิร์กชีต

คัดลอกข้อมูลตัวอย่างในตารางต่อไปนี้ และวางในเซลล์ A1 ของเวิร์กชีต Excel ใหม่ เพื่อให้สูตรแสดงผลลัพธ์ ให้เลือกสูตร กด F2 แล้วกด Enter ถ้าต้องการ คุณสามารถปรับความกว้างของคอลัมน์เพื่อดูข้อมูลทั้งหมด

สูตร

ผลลัพธ์

GETPIVOTDATA("ยอดขาย",$A$4)

ส่งกลับค่าผลรวมทั้งหมดของเขตข้อมูลยอดขาย ซึ่งเท่ากับ $49,325

GETPIVOTDATA("ผลรวมยอดขาย",$A$4)

นอกจากนี้ยังส่งกลับค่าผลรวมทั้งหมดของเขตข้อมูลยอดขาย ซึ่งเท่ากับ $49,325 โดยสามารถใส่ชื่อเขตข้อมูลแบบเดียวกับที่ปรากฏอยู่บนแผ่นงาน หรือใส่เฉพาะชื่อเขตข้อมูลนั้น (โดยไม่ต้องมีข้อความ "ผลรวมของ" "จำนวนของ" และอื่นๆ) ก็ได้

GETPIVOTDATA("ยอดขาย",$A$4,"เดือน","มีนาคม")

ส่งกลับค่าผลรวมทั้งหมดของเดือนมีนาคม ซึ่งเท่ากับ $30,337

GETPIVOTDATA("ยอดขาย",$A$4,"เดือน","มีนาคม","ผลิตภัณฑ์","การผลิต","พนักงานขาย","เลิศชัย")

ส่งกลับค่า $10,201

GETPIVOTDATA("ยอดขาย",$A$4,"ภูมิภาค","ใต้")

ส่งกลับค่าความผิดพลาด #REF! เนื่องจากข้อมูลของภูมิภาคทางใต้ไม่ได้แสดงให้เห็น

GETPIVOTDATA("ยอดขาย",$A$4,"ผลิตภัณฑ์","เครื่องดื่ม","พนักงานขาย","สุริยา")

ส่งกลับค่าความผิดพลาด #REF! เนื่องจากไม่มีค่าผลรวมของยอดขายเครื่องดื่มสำหรับสุริยา

ด้านบนของหน้า

ขยายทักษะ Office ของคุณ
สำรวจการฝึกอบรม
รับฟีเจอร์ใหม่ก่อนใคร
เข้าร่วม Office Insider

ข้อมูลนี้เป็นประโยชน์หรือไม่

ขอบคุณสำหรับคำติชมของคุณ!

ขอขอบคุณสำหรับคำติชมของคุณ! เราคิดว่าอาจเป็นประโยชน์ที่จะให้คุณได้ติดต่อกับหนึ่งในตัวแทนฝ่ายสนับสนุน Office ของเรา

×