WORKDAY.INTL (ฟังก์ชัน WORKDAY.INTL)

บทความนี้จะอธิบายเกี่ยวกับไวยากรณ์ของสูตรและการใช้ฟังก์ชัน WORKDAY.INTL ใน Microsoft Excel

ส่งกลับเลขลำดับของวันที่ก่อนหรือหลังจำนวนวันทำงานที่ระบุโดยใช้พารามิเตอร์วันหยุดสุดสัปดาห์แบบกำหนดเอง พารามิเตอร์วันหยุดสุดสัปดาห์จะระบุวันและจำนวนวันที่เป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ วันหยุดสุดสัปดาห์และวันใดๆ ที่กำหนดว่าเป็นวันหยุดจะไม่ถือว่าเป็นวันทำงาน

ไวยากรณ์

WORKDAY.INTL(start_date, days, [weekend], [holidays])

ไวยากรณ์ของฟังก์ชัน WORKDAY.INTL มีอาร์กิวเมนต์ดังนี้

  • Start_date    (ต้องระบุ) คือวันที่เริ่มต้น ตัดทศนิยมทิ้งให้เป็นจำนวนเต็ม

  • Days    (ต้องระบุ) คือจำนวนวันทำงานก่อนหรือหลัง start_date ค่าที่เป็นบวกจะให้ผลเป็นวันที่ในอนาคต ค่าที่เป็นลบจะให้ผลเป็นวันที่ในอดีต ค่าที่เป็นศูนย์จะให้ผลเป็น start_date ส่วน Day-offset ถูกตัดเศษทิ้งเป็นจำนวนเต็ม

  • Weekend    (ระบุหรือไม่ก็ได้) ระบุวันในสัปดาห์ที่เป็นวันหยุดสุดสัปดาห์และไม่ถือว่าเป็นวันทำงาน weekend คือตัวเลขหรือสตริงวันหยุดสุดสัปดาห์ที่ระบุว่าวันหยุดสุดสัปดาห์เกิดขึ้นเมื่อใด

    ค่าของตัวเลขของ Weekend จะระบุวันของวันหยุดสุดสัปดาห์ดังนี้

วันหยุดสุดสัปดาห์-ตัวเลข

วันของวันหยุดสุดสัปดาห์

1 หรือละไว้

วันเสาร์, วันอาทิตย์

2

วันอาทิตย์, วันจันทร์

3

วันจันทร์, วันอังคาร

4

วันอังคาร, วันพุธ

5

วันพุธ, วันพฤหัสบดี

6

วันพฤหัสบดี, วันศุกร์

7

วันศุกร์, วันเสาร์

11

เฉพาะวันอาทิตย์เท่านั้น

12

เฉพาะวันจันทร์เท่านั้น

13

เฉพาะวันอังคารเท่านั้น

14

เฉพาะวันพุธเท่านั้น

15

เฉพาะวันพฤหัสบดีเท่านั้น

16

เฉพาะวันศุกร์เท่านั้น

17

เฉพาะวันเสาร์เท่านั้น

ค่าสตริงของ Weekend จะมีความยาวเจ็ดอักขระ และอักขระแต่ละตัวในสตริงจะแทนวันในสัปดาห์โดยเริ่มจากวันจันทร์ 1 จะแทนวันที่ไม่ใช่วันทำงานและ 0 จะแทนวันทำงาน โดยอนุญาตให้ใช้เฉพาะอักขระ 1 และ 0 เท่านั้นในสตริงนี้ 1111111 เป็นสตริงที่ไม่ถูกต้อง

ตัวอย่างเช่น 0000011 จะให้ผลลัพธ์ว่าวันหยุดสุดสัปดาห์คือวันเสาร์และวันอาทิตย์

  • Holidays    (ระบุหรือไม่ก็ได้) ชุดของวันที่อย่างน้อยหนึ่งวันที่จะไม่รวมในปฏิทินวันทำงาน โดยเป็นค่าจะระบุหรือไม่ก็ได้ วันหยุดอาจเป็นช่วงของเซลล์ที่มีวันที่ หรือค่าคงที่อาร์เรย์ของค่าอนุกรมที่ใช้แสดงวันที่เหล่านี้ ลำดับของวันที่หรือค่าอนุกรมของวันหยุดสามารถกำหนดเองได้

ข้อสังเกต

  • ถ้า start_date เป็นค่าที่อยู่นอกช่วงสำหรับค่าฐานของวันที่ในปัจจุบัน ฟังก์ชัน WORKDAY.INTL จะส่งกลับ #NUM! เป็นค่าความผิดพลาด

  • ถ้าวันใดๆ ในวันหยุดอยู่นอกช่วงสำหรับค่าฐานวันที่ปัจจุบัน WORKDAY.INTL จะส่งกลับ #NUM! เป็นค่าความผิดพลาด

  • ถ้า start_date รวมกับ day-offset ได้ผลลัพธ์เป็นวันที่ที่ไม่ถูกต้อง ฟังก์ชัน WORKDAY.INTL จะส่งกลับ #NUM! เป็นค่าความผิดพลาด

  • ถ้าสตริง Weekend มีความยาวไม่ถูกต้อง หรือมีอักขระที่ไม่ถูกต้อง ฟังก์ชัน WORKDAY.INTL จะส่งกลับค่า #VALUE! เป็นค่าความผิดพลาด

ตัวอย่าง

คัดลอกข้อมูลตัวอย่างในตารางต่อไปนี้ และวางในเซลล์ A1 ของเวิร์กชีต Excel ใหม่ เพื่อให้สูตรแสดงผลลัพธ์ ให้เลือกสูตร กด F2 แล้วกด Enter ถ้าต้องการ คุณสามารถปรับความกว้างของคอลัมน์เพื่อดูข้อมูลทั้งหมด

สูตร

คำอธิบาย

ผลลัพธ์แบบทันที

=WORKDAY.INTL(DATE(2012,1,1),30,0)

การใช้ 0 สำหรับอาร์กิวเมนต์ Weekend จะทำให้ได้ผลลัพธ์ #NUM! เป็นข้อผิดพลาด

#NUM!

=WORKDAY.INTL(DATE(2012,1,1),90,11)

ค้นหาวันทำงานวันที่ 90 จาก 1/1/2012 โดยนับวันอาทิตย์เป็นวันหยุดสุดสัปดาห์เท่านั้น (อาร์กิวเมนต์ Weekend คือ 11)

41013

=TEXT(WORKDAY.INTL(DATE(2012,1,1),30,17),"m/dd/yyyy")

ใช้ฟังก์ชัน TEXT เพื่อจัดรูปแบบเลขลำดับที่เป็นผลลัพธ์ (40944) ให้อยู่ในรูปแบบ "m/dd/yyyy" ค้นหาวันทำงานวันที่ 30 จาก 1/1/2012 โดยนับวันเสาร์เป็นวันหยุดสุดสัปดาห์เท่านั้น (อาร์กิวเมนต์ Weekend คือ 17)

05/2/2012

ขยายทักษะของคุณ
สำรวจการฝึกอบรม
รับฟีเจอร์ใหม่ก่อนใคร
เข้าร่วม Office Insider

ข้อมูลนี้เป็นประโยชน์หรือไม่

ขอบคุณสำหรับคำติชมของคุณ!

ขอขอบคุณสำหรับคำติชมของคุณ! เราคิดว่าอาจเป็นประโยชน์ที่จะให้คุณได้ติดต่อกับหนึ่งในตัวแทนฝ่ายสนับสนุน Office ของเรา

×