Office ใช้เวลานานในการติดตั้ง

ถ้าคุณได้รับข้อความแสดงข้อผิดพลาด ขออภัย ดูเหมือนว่าคุณกำลังใช้การเชื่อมต่อที่ช้า..." หรือ Office ใช้เวลาในการติดตั้งนานเกินไปหรือดูเหมือนว่าระบบหยุดการตอบสนองขณะติดตั้ง คุณอาจต้องยกเลิกการติดตั้งและลองใช้กระบวนการต่อไปนี้

หมายเหตุ: คุณมีเครื่องพิมพ์ HP 4500 หรือ HP 8500 OfficeJet และกำลังติดตั้ง Office หรือ Office 365 อยู่หรือไม่ ถ้าใช่ ให้หยุดบริการตัวจัดคิวก่อนเริ่มการติดตั้ง Office อีกครั้ง

สำหรับการแก้ไขปัญหาที่เป็นไปได้ ให้เลือกชนิดของคอมพิวเตอร์ที่คุณพยายามติดตั้ง Office จากด้านล่าง

คุณกำลังพยายามติดตั้ง Office บน Mac หรือไม่

ถ้าคุณกำลังพยายามติดตั้ง Office บน Mac ให้ทำตามขั้นตอนในถอนการติดตั้ง Office 2011 ออกจาก Mac หรือถอนการติดตั้ง Office 2016 for Mac แล้วเริ่มการติดตั้ง Office ใหม่

คุณกำลังพยายามติดตั้ง Office บนพีซี (เดสก์ท็อป แล็ปท็อป หรืออุปกรณ์ทูอินวัน) ใช่หรือไม่

ลองแก้ปัญหาเหล่านี้ตามลำดับที่แสดง

ถ้าติดตั้ง Office เสร็จสมบูรณ์แล้ว หลังจากที่คุณเริ่มระบบคอมพิวเตอร์ใหม่ ไปที่ไม่พบแอปพลิเคชัน Office ใน Windows 10, Windows 8 หรือ Windows 7 ใช่หรือไม่ เพื่อดูว่าติดตั้ง Office แล้วหรือยัง

ถ้ายังไม่ติดตั้ง Office ให้ลองติดตั้งใหม่หลังจากสลับไปใช้การเชื่อมต่อแบบมีสาย วิธีนี้ช่วยเร่งความเร็วในการติดตั้งเพราะการเชื่อมต่อแบบมีสายมักจะเร็วกว่าการเชื่อมต่อแบบไร้สาย หลังจากนั้น เริ่มการติดตั้ง Office ใหม่

ตัวติดตั้ง Office แบบออฟไลน์อาจช่วยคุณเลี่ยงผ่านพร็อกซี ไฟร์วอลล์ ป้องกันไวรัส หรือการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตที่อาจเกิดขึ้นได้ขณะติดตั้ง Office 2016

คุณจะใช้ตัวติดตั้งแบบออฟไลน์ได้อย่างไรนั้น ขึ้นอยู่กับผลิตภัณฑ์ที่คุณมี ดู แผน Office สำหรับการใช้งานที่บ้าน และ Office สำหรับธุรกิจ จากนั้นเลือกจากตารางด้านล่าง

ผลิตภัณฑ์ Office

ให้ทำดังนี้

ผลิตภัณฑ์ Office ของคุณ อยู่ในส่วน Office สำหรับการใช้งานที่บ้าน

ใช้ตัวติดตั้ง Office 2016 แบบออฟไลน์

ผลิตภัณฑ์ Office ของคุณ อยู่ในส่วน Office สำหรับธุรกิจ

ติดต่อผู้ดูแลระบบของคุณ ถ้าคุณเป็นผู้ดูแลระบบ คุณสามารถใช้ เครื่องมือการปรับใช้ Office เพื่อดาวน์โหลดซอฟต์แวร์ Office ไปยังเครือข่ายภายในของคุณได้ จากนั้น คุณสามารถปรับใช้ Office โดยใช้วิธีปรับใช้ซอฟต์แวร์ที่คุณใช้ตามปกติ

นอกจากนี้ ในฐานะที่เป็นผู้ดูแลระบบ คุณสามารถ ติดต่อฝ่ายสนับสนุน Office 365 สำหรับธุรกิจ สำหรับความช่วยเหลือเพิ่มเติมได้

ถ้ายังไม่ติดตั้ง Office ให้ลองทำตามตัวเลือกด้านล่าง

ถ้าคุณต้องการข้อมูลเกี่ยวกับวิธีปิดใช้งานซอฟต์แวร์ป้องกันไวรัสของคุณ ให้ดูที่เว็บไซต์ของผู้ผลิตซอฟต์แวร์ การถอนการติดตั้งซอฟต์แวร์ป้องกันไวรัสของคุณอาจช่วยได้ อย่าลืมติดตั้งซอฟต์แวร์ป้องกันไวรัสอีกครั้งหลังจากที่ติดตั้ง Office เสร็จสิ้นแล้ว และถ้าคุณปิดซอฟต์แวร์ไว้ ตรวจดูให้แน่ใจว่าคุณเปิดอีกครั้ง

ถ้าไม่แน่ใจว่าคุณใช้ซอฟต์แวร์ป้องกันไวรัสใดอยู่ ให้ใช้วิธีการต่อไปนี้ไปยัง แผงควบคุม เพื่อค้นหาชื่อของซอฟต์แวร์ป้องกันไวรัส

เคล็ดลับ: Windows 10 มี Windows Defender เป็นซอฟต์แวร์ป้องกันไวรัสเริ่มต้น ถ้าคุณพบว่าตนเองใช้ซอฟต์แวร์นี้อยู่ ให้เลือกปุ่ม เริ่ม > การตั้งค่า > การอัปเดตและความปลอดภัย จากนั้นเลือก Windows Defender ทางด้านซ้าย เลื่อนปุ่มเพื่อ ปิด อย่าลืม เปิด อีกครั้ง

Windows 10
  1. ไปที่ แผงควบคุม ด้วยการคลิกขวาที่ปุ่ม เริ่ม ปุ่ม เริ่ม ของ Windows ใน Windows 8 และ Windows 10 (มุมซ้ายด้านล่าง) แล้วเลือก แผงควบคุม

    คุณจะเห็นรายการคำสั่งและตัวเลือกหลังจากกดแป้นโลโก้ windows + x

  2. ให้เลือกทำอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้:

    • ในมุมมอง ประเภท เลือก ระบบและความปลอดภัย > ความปลอดภัยและการบำรุงรักษา แล้วเลือกลูกศรลงถัดจาก ความปลอดภัย

    • ในมุมมอง ไอคอนขนาดใหญ่ หรือ ไอคอนขนาดเล็ก เลือก ความปลอดภัยและการบำรุงรักษา แล้วเลือกลูกศรลงถัดจาก ความปลอดภัย

    ถ้า Windows ตรวจพบซอฟต์แวร์ป้องกันไวรัสของคุณ รายชื่อโปรแกรมจะแสดงภายใต้ การป้องกันไวรัส

สำหรับ Windows 8.1
  1. ไปที่ แผงควบคุม ด้วยการคลิกขวาที่ปุ่ม เริ่ม ปุ่ม เริ่ม ของ Windows ใน Windows 8 และ Windows 10 (มุมซ้ายด้านล่าง) แล้วเลือก แผงควบคุม

    คุณจะเห็นรายการคำสั่งและตัวเลือกหลังจากกดแป้นโลโก้ windows + x

  2. ให้เลือกทำอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้

    • ในมุมมอง ประเภท เลือก ระบบและความปลอดภัย > ศูนย์ปฏิบัติการ แล้วเลือกลูกศรลงถัดจาก ความปลอดภัย

    • ในมุมอง ไอคอนขนาดใหญ่ หรือ ไอคอนขนาดเล็ก เลือก ศูนย์ปฏิบัติการ แล้วเลือกลูกศรลงถัดจาก ความปลอดภัย

    ถ้า Windows ตรวจพบซอฟต์แวร์ป้องกันไวรัสของคุณ รายชื่อโปรแกรมจะแสดงภายใต้ การป้องกันไวรัส

สำหรับ Windows 7
  1. ไปที่ แผงควบคุม ด้วยการเลือกปุ่ม เริ่ม ปุ่ม เริ่ม ของ Windows 7 (มุมซ้ายด้านล่าง) แล้วเลือก แผงควบคุม

  2. ให้เลือกทำอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้

    • ในมุมมอง ประเภท เลือก ระบบและความปลอดภัย > ศูนย์ปฏิบัติการ แล้วเลือกลูกศรลงถัดจาก ความปลอดภัย

    • ในมุมอง ไอคอนขนาดใหญ่ หรือ ไอคอนขนาดเล็ก เลือก ศูนย์ปฏิบัติการ แล้วเลือกลูกศรลงถัดจาก ความปลอดภัย

    ถ้า Windows ตรวจพบซอฟต์แวร์ป้องกันไวรัสของคุณ รายชื่อโปรแกรมจะแสดงภายใต้ การป้องกันไวรัส

  1. เปิด แผงควบคุม และเลือก โปรแกรมและฟีเจอร์

  2. ในหน้าต่าง ถอนการติดตั้งและเปลี่ยนโปรแกรม ให้ค้นหาและเลือกผลิตภัณฑ์ Microsoft Office ที่คุณพยายามติดตั้งจากรายการ

  3. แตะหรือคลิก เปลี่ยน แล้วเลือก การซ่อมแซมแบบออนไลน์

นำ Office ออกโดยสิ้นเชิงด้วยเครื่องมือการแก้ไขปัญหาอย่างง่ายแล้วติดตั้งใหม่

  1. คลิกปุ่มแก้ไขปัญหาอย่างง่ายนี้เพื่อถอนการติดตั้งและล้างการติดตั้ง Office ทั้งหมด

    ปุ่มดาวน์โหลดการแก้ไขอย่างง่ายที่บ่งชี้ว่ามีการแก้ไขอัตโนมัติพร้อมใช้งาน
  2. เลือกเบราว์เซอร์ของคุณจากรายการดรอปดาวน์เพื่อดูขั้นตอนที่เหลือ

    ที่ด้านล่างของหน้าต่างเบราว์เซอร์ เลือก เปิด เพื่อเปิดไฟล์ O15CTRRemove.diagcab

    เลือก เปิด เพื่อเปิดเครื่องมือแก้ไขอย่างง่าย O15CTRRemove.diagcab

    ถ้าไฟล์ไม่เปิดขึ้นโดยอัตโนมัติ ให้เลือก บันทึก > เปิดโฟลเดอร์ จากนั้นดับเบิลคลิกไฟล์ (ชื่อไฟล์ควรขั้นต้นด้วย “O15CTRRemove”) เพื่อเรียกใช้เครื่องมือการแก้ไขปัญหาได้ง่าย

    1. ตัวช่วยสร้างการถอนการติดตั้ง Microsoft Office จะเปิดใช้งาน เลือก ถัดไป แล้วทำตามพร้อมท์

    2. เมื่อคุณเห็นหน้าจอ การถอนการติดตั้งเสร็จสมบูรณ์ ให้ทำตามพร้อมท์เพื่อรีสตาร์ตคอมพิวเตอร์เพื่อให้การเปลี่ยนแปลงมีผลใช้งาน เลือก ถัดไป

    3. หลังจากเริ่มระบบคอมพิวเตอร์ใหม่ คุณสามารถติดตั้ง Office อีกครั้ง

      เมื่อต้องการติดตั้ง Office ให้ดู ติดตั้ง Office ในพีซีหรือ Mac ของคุณ แล้วทำตามขั้นตอนสำหรับแผน Office ของคุณ

    ในมุมซ้ายล่างสุด เลือกไฟล์ o15CTRRemove และจากดรอปดาวน์ เลือก แสดงในโฟลเดอร์

    จากดรอปดาวน์ เลือกการแสดงในโฟลเดอร์

    ดับเบิลคลิกดาวน์โหลด o15CTRRemove เพื่อเรียกใช้เครื่องมือแก้ไขปัญหาอย่างง่าย

    1. ตัวช่วยสร้างการถอนการติดตั้ง Microsoft Office จะเปิดใช้งาน เลือก ถัดไป แล้วทำตามพร้อมท์

    2. เมื่อคุณเห็นหน้าจอ การถอนการติดตั้งเสร็จสมบูรณ์ ให้ทำตามพร้อมท์เพื่อรีสตาร์ตคอมพิวเตอร์เพื่อให้การเปลี่ยนแปลงมีผลใช้งาน เลือก ถัดไป

    3. หลังจากเริ่มระบบคอมพิวเตอร์ใหม่ คุณสามารถติดตั้ง Office อีกครั้ง

      เมื่อต้องการติดตั้ง Office ให้ดู ติดตั้ง Office ในพีซีหรือ Mac ของคุณ แล้วทำตามขั้นตอนสำหรับแผน Office ของคุณ

    เลือก บันทึกไฟล์ และ ตกลง

    บันทึกไฟล์ O15CTRRemove.diagcab ไว้ใน Firefox

    ในหน้าต่างเบราว์เซอร์ด้านบนขวา ให้เลือก แสดงการดาวน์โหลดทั้งหมด ในไลบรารี เลือก ดาวน์โหลด > O15CTRRemove.digicab แล้วเลือกไอคอนโฟลเดอร์ ดับเบิลคลิก O15CTRRemove.digicab

    1. ตัวช่วยสร้างการถอนการติดตั้ง Microsoft Office จะเปิดใช้งาน เลือก ถัดไป แล้วทำตามพร้อมท์

    2. เมื่อคุณเห็นหน้าจอ การถอนการติดตั้งเสร็จสมบูรณ์ ให้ทำตามพร้อมท์เพื่อรีสตาร์ตคอมพิวเตอร์เพื่อให้การเปลี่ยนแปลงมีผลใช้งาน เลือก ถัดไป

    3. หลังจากเริ่มระบบคอมพิวเตอร์ใหม่ คุณสามารถติดตั้ง Office อีกครั้ง

      เมื่อต้องการติดตั้ง Office ให้ดู ติดตั้ง Office ในพีซีหรือ Mac ของคุณ แล้วทำตามขั้นตอนสำหรับแผน Office ของคุณ

ดูเพิ่มเติม

การติดตั้ง Office 2016 หรือ Office 2013 ไม่ทำงานที่ 90%

ข้อมูลนี้เป็นประโยชน์หรือไม่

ยอดเยี่ยม! มีคำติชมอื่นๆ อีกหรือไม่

เราควรปรับปรุงแก้ไขอย่างไร

ขอบคุณสำหรับคำติชมของคุณ!

×