NETWORKDAYS.INTL (ฟังก์ชัน NETWORKDAYS.INTL)

ส่งกลับค่าตัวเลขของจำนวนวันทำงานทั้งหมดระหว่างวันที่สองวันโดยใช้พารามิเตอร์เพื่อระบุวันและจำนวนวันที่เป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ วันหยุดสุดสัปดาห์และวันใดๆ ที่กำหนดว่าเป็นวันหยุดจะไม่ถือว่าเป็นวันทำงาน

ไวยากรณ์

NETWORKDAYS.INTL(start_date, end_date, [weekend], [holidays])

ไวยากรณ์ของฟังก์ชัน NETWORKDAYS.INTL มีอาร์กิวเมนต์ดังนี้

  • Start_date และ end_date    (ต้องระบุ) คือวันที่ซึ่งจะทำการคำนวณจำนวนวันระหว่างสองวันที่นี้ โดย start_date อาจจะอยู่ก่อน เป็นวันเดียวกัน หรืออยู่หลัง end_date ก็ได้

  • Weekend    (ระบุหรือไม่ก็ได้) ระบุวันของสัปดาห์ที่เป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ และไม่รวมอยู่ในจำนวนของวันทำงานทั้งหมดระหว่าง start_date และ end_date weekend คือตัวเลขหรือสตริงวันหยุดสุดสัปดาห์ที่ระบุว่าวันหยุดสุดสัปดาห์เกิดขึ้นเมื่อใด

    ค่าของตัวเลขของ Weekend จะระบุวันของวันหยุดสุดสัปดาห์ดังนี้

ตัวเลขวันหยุดสุดสัปดาห์

วันของวันหยุดสุดสัปดาห์

1 หรือละไว้

วันเสาร์, วันอาทิตย์

2

วันอาทิตย์, วันจันทร์

3

วันจันทร์, วันอังคาร

4

วันอังคาร, วันพุธ

5

วันพุธ, วันพฤหัสบดี

6

วันพฤหัสบดี, วันศุกร์

7

วันศุกร์, วันเสาร์

11

เฉพาะวันอาทิตย์เท่านั้น

12

เฉพาะวันจันทร์เท่านั้น

13

เฉพาะวันอังคารเท่านั้น

14

เฉพาะวันพุธเท่านั้น

15

เฉพาะวันพฤหัสบดีเท่านั้น

16

เฉพาะวันศุกร์เท่านั้น

17

เฉพาะวันเสาร์เท่านั้น

ค่าสตริงของ Weekend จะมีความยาวเจ็ดอักขระ และอักขระแต่ละตัวในสตริงจะแทนวันในสัปดาห์โดยเริ่มจากวันจันทร์ 1 จะแทนวันที่ไม่ใช่วันทำงานและ 0 จะแทนวันทำงาน โดยอนุญาตให้ใช้เฉพาะอักขระ 1 และ 0 เท่านั้นในสตริงนี้ การใช้ 1111111 จะส่งกลับค่า 0 เสมอ

ตัวอย่างเช่น 0000011 จะให้ผลลัพธ์ว่าวันหยุดสุดสัปดาห์คือวันเสาร์และวันอาทิตย์

  • Holidays    (ระบุหรือไม่ก็ได้) คือชุดของวันที่อย่างน้อยหนึ่งวันที่จะไม่รวมในปฏิทินวันทำงาน โดยเป็นค่าจะระบุหรือไม่ก็ได้ วันหยุดอาจเป็นช่วงของเซลล์ที่มีวันที่ หรือค่าคงที่อาร์เรย์ของค่าอนุกรมที่ใช้แสดงวันที่เหล่านี้ ลำดับของวันที่หรือค่าอนุกรมของวันหยุดสามารถกำหนดเองได้

ข้อสังเกต

  • ถ้า start_date อยู่หลัง end_date ค่าที่ส่งกลับจะเป็นค่าลบ และขนาดของค่าจะเป็นจำนวนวันทำงานทั้งหมด

  • ถ้า start_date เป็นค่าที่อยู่นอกช่วงสำหรับค่าฐานวันที่ปัจจุบัน ฟังก์ชัน NETWORKDAYS.INTL จะส่งกลับค่า #NUM! เป็นค่าความผิดพลาด

  • ถ้า end_date เป็นค่าที่อยู่นอกช่วงสำหรับค่าฐานวันที่ปัจจุบัน ฟังก์ชัน NETWORKDAYS.INTL จะส่งกลับค่า #NUM! เป็นค่าความผิดพลาด

  • ถ้าสตริง Weekend มีความยาวไม่ถูกต้อง หรือมีอักขระที่ไม่ถูกต้อง ฟังก์ชัน NETWORKDAYS.INTL จะส่งกลับค่า #VALUE! เป็นค่าความผิดพลาด

ตัวอย่าง

คัดลอกข้อมูลตัวอย่างในตารางต่อไปนี้ และวางในเซลล์ A1 ของเวิร์กชีต Excel ใหม่ เพื่อให้สูตรแสดงผลลัพธ์ ให้เลือกสูตร กด F2 แล้วกด Enter ถ้าต้องการ คุณสามารถปรับความกว้างของคอลัมน์เพื่อดูข้อมูลทั้งหมด

สูตร

คำอธิบาย

ผลลัพธ์

=NETWORKDAYS.INTL(DATE(2006,1,1),DATE(2006,1,31))

ผลลัพธ์เป็นวันทำงานในอนาคต 22 วัน ลบวันหยุดสุดสัปดาห์ที่ไม่ทำงาน 9 วัน (วันเสาร์ 5 วันและวันอาทิตย์ 4 วัน) จากจำนวนวันทั้งหมด 31 วันระหว่างวันที่สองวันที่ ตามค่าเริ่มต้นแล้ว วันเสาร์และวันอาทิตย์ถือว่าเป็นวันที่ไม่ทำงาน

22

=NETWORKDAYS.INTL(DATE(2006,2,28),DATE(2006,1,31))

ผลลัพธ์เป็น -21 ซึ่งเป็นวันทำงาน 21 วันในอดีต

-21

=NETWORKDAYS.INTL(DATE(2006,1,1),DATE(2006,2,1),7,{"2006/1/2","2006/1/16"})

ผลลัพธ์เป็นวันทำงานในอนาคต 22 วันโดยการลบวันที่ไม่ใช่วันทำงาน 10 วัน (วันศุกร์ 4 วัน วันเสาร์ 4 วัน วันหยุด 2 วัน) จาก 32 วันระหว่างวันที่ 1 มกราคม 2549 และ 1 กุมภาพันธ์ 2549 ใช้อาร์กิวเมนท์ 7 สำหรับวันหยุดสุดสัปดาห์ ซึ่งคือวันศุกร์และวันเสาร์ ยังมีวันหยุดสองวันในช่วงเวลานี้

22

=NETWORKDAYS.INTL(DATE(2006,1,1),DATE(2006,2,1),"0010001",{"2006/1/2","2006/1/16"})

ผลลัพธ์เป็นวันทำงานในอนาคต 22 วัน ช่วงเวลาเดียวกับตัวอย่างข้างบน แต่มีวันอาทิตย์และวันพุธที่เป็นวันหยุดสุดสัปดาห์

20

ขยายทักษะของคุณ
สำรวจการฝึกอบรม
รับฟีเจอร์ใหม่ก่อนใคร
เข้าร่วม Office Insider

ข้อมูลนี้เป็นประโยชน์หรือไม่

ขอบคุณสำหรับคำติชมของคุณ!

ขอขอบคุณสำหรับคำติชมของคุณ! เราคิดว่าอาจเป็นประโยชน์ที่จะให้คุณได้ติดต่อกับหนึ่งในตัวแทนฝ่ายสนับสนุน Office ของเรา

×