BITAND (ฟังก์ชัน BITAND)

บทความนี้จะอธิบายเกี่ยวกับไวยากรณ์ของสูตรและการใช้ฟังก์ชัน BITAND ใน Microsoft Excel

คำอธิบาย

ส่งกลับ 'AND' ของสองตัวเลขในระดับบิต

ไวยากรณ์

BITAND( number1, number2)

ไวยากรณ์ของฟังก์ชัน BITAND มีอาร์กิวเมนต์ดังนี้

  • Number1    (ต้องระบุ) ต้องอยู่ในรูปฐานสิบและมีค่ามากกว่าหรือเท่ากับ 0

  • Number2    (ต้องระบุ) ต้องอยู่ในรูปฐานสิบและมีค่ามากกว่าหรือเท่ากับ 0

ข้อสังเกต

  • BITAND จะส่งกลับเลขฐานสิบ

  • ผลลัพธ์ที่ได้คือ 'AND' ของพารามิเตอร์ในระดับบิต

  • ค่าของบิตแต่ละตำแหน่งจะถูกนับรวมก็ต่อเมื่อบิตของพารามิเตอร์ทั้งสองในตำแหน่งนั้นคือ 1

  • ค่าที่ถูกส่งกลับจากตำแหน่งบิตจะเริ่มจากขวาไปซ้ายเป็นกำลัง 2 บิตที่อยู่ขวาสุดจะส่งกลับค่า 1 (2^0) บิตทางซ้ายจะส่งกลับค่า 2 (2^1) เช่นนี้ไปเรื่อยๆ

  • ถ้าอาร์กิวเมนต์ตัวใดตัวหนึ่งน้อยกว่า 0 ฟังก์ชัน BITAND จะส่งกลับ #NUM! เป็นค่าความผิดพลาด

  • ถ้าอาร์กิวเมนต์ตัวใดตัวหนึ่งไม่ใช่จำนวนเต็มหรือมากกว่า (2^48)-1ฟังก์ชัน BITAND จะส่งกลับ #NUM! เป็นค่าความผิดพลาด

  • ถ้าอาร์กิวเมนต์ตัวใดตัวหนึ่งเป็นค่าที่ไม่ใช่ตัวเลข ฟังก์ชัน BITAND จะส่งกลับ #VALUE! เป็นค่าความผิดพลาด

ตัวอย่าง

คัดลอกข้อมูลตัวอย่างในตารางต่อไปนี้ และวางในเซลล์ A1 ของเวิร์กชีต Excel ใหม่ เพื่อให้สูตรแสดงผลลัพธ์ ให้เลือกสูตร กด F2 แล้วกด Enter ถ้าต้องการ คุณสามารถปรับความกว้างของคอลัมน์เพื่อดูข้อมูลทั้งหมด

สูตร

คำอธิบาย

ผลลัพธ์

วิธีการทำงาน

=BITAND(1,5)

เปรียบเทียบการแทนเลขฐานสองของ 1 และ 5

1.

การแทนเลขฐานสองของ 1 คือ 1 และการแทนเลขฐานสองของ 5 คือ 101 มีบิตที่ตรงกันเฉพาะบิตขวาสุดเท่านั้น ซึ่งจะส่งกลับ 2^0 หรือ 1

=BITAND(13,25)

เปรียบเทียบการแทนเลขฐานสองของ 13 และ 25

9

การแทนเลขฐานสองของ 13 คือ 1101 และการแทนเลขฐานสองของ 25 คือ 11001 มีบิตที่ตรงกันที่ตำแหน่งขวาสุดและที่ตำแหน่งที่สี่จากด้านขวา ซึ่งส่งกลับเป็น (2^0)+ (2^3) หรือ 9

จำนวนเลขฐานสิบ

การแทนเลขฐานสอง

1.3

1101

2.5

11001

ด้านบนของหน้า

ขยายทักษะของคุณ
สำรวจการฝึกอบรม
รับฟีเจอร์ใหม่ก่อนใคร
เข้าร่วม Office Insider

ข้อมูลนี้เป็นประโยชน์หรือไม่

ขอบคุณสำหรับคำติชมของคุณ!

ขอขอบคุณสำหรับคำติชมของคุณ! เราคิดว่าอาจเป็นประโยชน์ที่จะให้คุณได้ติดต่อกับหนึ่งในตัวแทนฝ่ายสนับสนุน Office ของเรา

×