ฟังก์ชัน MATCH

บทความนี้จะอธิบายเกี่ยวกับไวยากรณ์ของสูตรและการใช้ฟังก์ชัน MATCH ใน Microsoft Excel

คำอธิบาย

ฟังก์ชัน MATCH จะค้นหารายการที่ระบุในช่วงของเซลล์ต่างๆ จากนั้นจะส่งกลับตำแหน่งสัมพันธ์ของรายการดังกล่าวในช่วงนั้น ตัวอย่างเช่น ถ้าช่วง A1:A3 มีค่า 5, 25 และ 38 ดังนั้นสูตร

=MATCH(25,A1:A3,0)

จะส่งกลับตัวเลข 2 เนื่องจาก 25 เป็นรายการที่สองในช่วงนี้

ใช้ MATCH แทนฟังก์ชันใดฟังก์ชันหนึ่งของ LOOKUP เมื่อคุณต้องการตำแหน่งของรายการในช่วงแทนที่ตัวรายการเอง ตัวอย่างเช่น คุณอาจใช้ฟังก์ชัน MATCH เพื่อหาค่าสำหรับอาร์กิวเมนต์ row _ num ของฟังก์ชัน INDEX

ไวยากรณ์

MATCH(lookup_value, lookup_array, [match_type])

ไวยากรณ์ของฟังก์ชัน MATCH มีอาร์กิวเมนต์ดังนี้

  • lookup_value    (ต้องระบุ) คือค่าที่คุณต้องการให้จับคู่ใน lookup_array ตัวอย่างเช่น เมื่อคุณค้นหาหมายเลขของบางคนในสมุดโทรศัพท์ คุณจะใช้ชื่อของบุคคลนั้นเป็นค่าการค้นหา แต่หมายเลขโทรศัพท์คือค่าที่คุณต้องการ

    อาร์กิวเมนต์ lookup_value สามารถเป็นค่า (ตัวเลข ข้อความ หรือค่าตรรกะ) หรือการอ้างอิงเซลล์ไปยังตัวเลข ข้อความ หรือค่าตรรกะได้

  • lookup_array    (ต้องระบุ) ช่วงของเซลล์ที่กำลังค้นหา

  • match_type    (ระบุหรือไม่ก็ได้) คือตัวเลข - 1, 0 หรือ 1 อาร์กิวเมนต์ match_type จะระบุวิธีที่ Excel จับคู่ lookup_value กับค่าใน lookup_array ค่าเริ่มต้นของอาร์กิวเมนต์นี้คือ 1

    ตารางต่อไปนี้จะอธิบายถึงวิธีการที่ฟังก์ชันค้นหาค่าตามการตั้งค่าของอาร์กิวเมนต์ match _ type

Match_type

ลักษณะการทำงาน

1 หรือละไว้

ฟังก์ชัน MATCH จะค้นหาค่าที่มากที่สุดซึ่งน้อยกว่าหรือเท่ากับ lookup_value ค่าในอาร์กิวเมนต์ lookup_array จะต้องเรียงลำดับจากน้อยไปหามาก เช่น ...-2, -1, 0, 1, 2, ..., A-Z, FALSE, TRUE

0

ฟังก์ชัน MATCH จะค้นหาค่าแรกที่เท่ากับ lookup_value ค่าในอาร์กิวเมนต์ lookup_array จะเรียงลำดับแบบใดก็ได้

-1

ฟังก์ชัน MATCH จะค้นหาค่าที่น้อยที่สุดซึ่งมากกว่าหรือเท่ากับ lookup_value ค่าในอาร์กิวเมนต์ lookup_array จะต้องเรียงลำดับจากมากไปหาน้อย เช่น TRUE, FALSE, Z-A, ...2, 1, 0, -1, -2, ... เช่นนี้ไปเรื่อยๆ

  • ฟังก์ชัน MATCH จะส่งกลับตำแหน่งของค่าที่ตรงกันกับค่าของ lookup_array ไม่ใช่ค่าของตัวเอง ตัวอย่างเช่น MATCH("b",{"a","b","c"},0) จะส่งกลับเป็น 2 ซึ่งเป็นตำแหน่งสัมพันธ์ของ "b" ภายในอาร์เรย์ {"a","b","c"}

  • ฟังก์ชัน MATCH ไม่แยกความแตกต่างระหว่างตัวพิมพ์ใหญ่และตัวพิมพ์เล็กเมื่อมีการเปรียบเทียบค่าข้อความ

  • ถ้า MATCH ไม่ประสบความสำเร็จในการค้นหาค่าที่ตรงกัน จะส่งกลับ #N/A เป็นค่าความผิดพลาด

  • ถ้า match_type เท่ากับ 0 และ lookup_value เป็นสตริงข้อความ คุณสามารถใช้อักขระตัวแทน คือ เครื่องหมายคำถาม (?) หรือเครื่องหมายดอกจัน (*) ในอาร์กิวเมนต์ lookup_value ได้ เครื่องหมายคำถามใช้แทนอักขระหนึ่งตัว ส่วนดอกจันใช้แทนอักขระหลายตัวติดกัน ถ้าคุณต้องการค้นหาเครื่องหมายคำถามหรือดอกจันจริงๆ ให้พิมพ์ เครื่องหมายตัวหนอน (~) ไว้หน้าอักขระ

ตัวอย่าง

คัดลอกข้อมูลตัวอย่างในตารางต่อไปนี้ และวางในเซลล์ A1 ของเวิร์กชีต Excel ใหม่ เพื่อให้สูตรแสดงผลลัพธ์ ให้เลือกสูตร กด F2 แล้วกด Enter ถ้าต้องการ คุณสามารถปรับความกว้างของคอลัมน์เพื่อดูข้อมูลทั้งหมด

ผลิตภัณฑ์

นับจำนวน

กล้วย

25

ส้ม

38

แอปเปิล

40

แพร์

41

สูตร

คำอธิบาย

ผลลัพธ์

=MATCH(39,B2:B5,1)

เนื่องจากไม่มีค่าที่ตรงกันพอดี จึงส่งกลับค่าตำแหน่งของค่าน้อยสุดถัดไป (38) ในช่วงเซลล์ B2:B5

2

=MATCH(41,B2:B5,0)

ตำแหน่งของค่า 41 จากในช่วง B2:B5

4

=MATCH(40,B2:B5,-1)

ส่งกลับค่าข้อผิดพลาด เนื่องจากค่าในช่วงเซลล์ B2:B5 ไม่ได้เรียงตามลำดับจากมากไปหาน้อย

#N/A

นำไปใช้กับ: Excel Starter, Excel 2016 for Mac, Excel 2010, Excel 2013, Excel 2016 Preview, Excel for Mac 2011, Excel Online, Excel 2007



ข้อมูลนี้เป็นประโยชน์หรือไม่

ใช่ ไม่ใช่

เราควรปรับปรุงแก้ไขอย่างไร

255 อักขระที่เหลืออยู่

เพื่อปกป้องความเป็นส่วนตัวของคุณ โปรดอย่ารวมข้อมูลที่ติดต่อในคำติชมของคุณ ช่วยเรารีวิว นโยบายความเป็นส่วนตัว.

ขอบคุณสำหรับคำติชมของคุณ!

ทรัพยากรการสนับสนุน

เปลี่ยนภาษา