บทนำสู่ Word Online

Microsoft Word Online ได้ขยายประสบการณ์การใช้งาน Microsoft Word ของคุณไปยังเว็บเบราว์เซอร์ ซึ่งจะช่วยให้คุณสามารถทำงานกับเอกสารบนเว็บไซต์ที่เก็บเอกสารนั้นได้โดยตรง

รวมเข้ากับ Word อย่างราบรื่น

คุณสร้างเอกสารใน Microsoft Word และคุณต้องการโพสต์เอกสารนั้นบนเว็บไซต์เพื่อให้ผู้อื่นสามารถอ่าน หรือพิมพ์เอกสารดังกล่าวออกมาได้ แล้วถ้าคุณพบว่าคุณได้สะกดชื่อของบางคนผิดหลังจากที่ได้โพสต์เอกสารไปแล้วล่ะ จะยอดเยี่ยมเพียงใดถ้าคุณสามารถทำการแก้ไขเอกสารนั้นบนเว็บไซต์ได้ในทันที Word Online ช่วยให้สถานการณ์สมมตินี้เป็นจริงได้

ใน Microsoft Word 2010 คุณสามารถเริ่มใช้งาน Word Online โดยการบันทึกเอกสารของคุณไปยังไลบรารี SharePoint ของคุณ บนแท็บ ไฟล์ ให้คลิก บันทึกและส่ง แล้วคลิก บันทึกไปยัง SharePoint

Word Online

ในขณะนี้เอกสารของคุณพร้อมให้ดูและพิมพ์ได้อย่างรวดเร็ว แก้ไขในเบราว์เซอร์ หรือเปิดใหม่ใน Word ก็ได้

หมายเหตุ   เอกสารนั้นไม่จำเป็นต้องสร้างใน Word 2010 ถึงจะสามารถเปิดใน Word Online ได้ เพื่อความเข้ากันได้มากที่สุด ให้ใช้ Office Word 2003 หรือเวอร์ชันใหม่กว่า หรือใช้ Word for Mac 2008 เวอร์ชัน 12.2.9 หรือ Word for Mac 2011 ถ้าคุณใช้ Word 2003 ให้ติดตั้ง Service Pack ล่าสุด และบันทึกเอกสารลงในคอมพิวเตอร์ของคุณเป็นไฟล์ .docx แล้วอัปโหลดเอกสารนั้นไปยังไซต์ SharePoint ซึ่งมีการกำหนดค่าโปรแกรม Office Online

อ่านเอกสารในเบราว์เซอร์

เมื่อคุณเปิดเอกสารของคุณใน SharePoint แล้ว Word Online จะเปิดเอกสารนั้นในเบราว์เซอร์ คุณจะเห็นเค้าโครงและการจัดรูปแบบ ถ้าคุณเปิดเอกสารในมุมมอง เค้าโครงเหมือนพิมพ์ ใน Word

โหมดมุมมอง

หมายเหตุ   ถ้าคุณไม่ได้ติดตั้ง Microsoft Silverlight 2 หรือเวอร์ชันที่ใหม่กว่า Word Online จะแสดงแถบที่มีลิงก์เพื่อให้ติดตั้ง Silverlight คุณไม่จำเป็นต้องมี Silverlight แต่ถ้าคุณมี Silverlight เวอร์ชันล่าสุดติดตั้งอยู่ เอกสารต่างๆ จะแสดงได้เร็วขึ้นและสามารถแสดงผลได้อย่างถูกต้องมากขึ้นเมื่อมีการขยายในระดับสูง

ใน มุมมองการอ่าน คุณสามารถเลื่อนดูเอกสารทีละหน้า หรือไปยังหน้าใดหน้าหนึ่งก็ได้ พิมพ์หมายเลขหน้าที่คุณต้องการไป หรือใช้ปุ่ม หน้าก่อน และ หน้าถัดไป

ไปที่หน้า

ถ้าคุณต้องการดูเอกสารให้ใกล้ขึ้น หรือถ้าคุณต้องการเห็นส่วนต่างๆ ของหน้าบนหน้าจอมากขึ้น ให้ใช้คำสั่ง ย่อ/ขยาย เพื่อเพิ่มหรือลดขนาดมุมมองของหน้า

คุณยังสามารถใช้คำสั่ง ค้นหา เพื่อหาคำหรือวลีได้ด้วย ผลลัพธ์การค้นหาจะถูกเน้นอยู่ในเอกสาร

ค้นหา

เช่นเดียวกับเว็บเพจ คุณสามารถเลือกข้อความในเอกสารและคัดลอกเพื่อวางในแอปพลิเคชันอื่นได้

พิมพ์จากเบราว์เซอร์

Word Online พิมพ์เอกสารตามที่ปรากฏในมุมมองการอ่าน ถ้าต้องการพิมพ์เอกสาร ให้คลิกแท็บ ไฟล์ แล้วคลิก พิมพ์

คำสั่ง พิมพ์

หมายเหตุ   จำเป็นต้องใช้ตัวแสดง PDF สำหรับการพิมพ์ใน Word Online ถ้าคุณยังไม่มีตัวแสดง PDF คุณสามารถดาวน์โหลดได้ฟรีจากเว็บ

แก้ไขในเบราว์เซอร์

ถ้าคุณต้องการทำการเปลี่ยนแปลงใดๆ กับเอกสาร ให้คลิก แก้ไขในเบราว์เซอร์ ในมุมมอง การแก้ไข คุณสามารถเพิ่มและลบเนื้อหา รวมทั้งจัดรูปแบบข้อความได้ มุมมอง การแก้ไข เหมาะสำหรับการแก้ไขเนื้อหา แต่ไม่เหมาะกับการแสดงเอกสาร เค้าโครงในมุมมองการแก้ไขจะเป็นแบบง่าย และรายการต่างๆ ที่ไม่สามารถแสดงในมุมมองนี้ได้จะปรากฏเป็นพื้นที่ที่สำรองไว้ พื้นที่ที่สำรองไว้จะช่วยป้องกันไม่ให้คุณลบเนื้อหาที่สามารถแสดงได้แต่แก้ไขไม่ได้ออกโดยไม่ได้ตั้งใจใน Word Online

โหมดแก้ไข

ในมุมมอง การแก้ไข คุณสามารถพิมพ์ข้อความได้ตามปกติ และสามารถใช้คำสั่ง คัดลอก/วาง และ เลิกทำ/ทำซ้ำ ได้ คุณสามารถจัดรูปแบบข้อความได้โดยใช้สไตล์ต่างๆ และตัวเลือกการจัดรูปแบบข้อความทั้งหมดที่คุณเห็นบนแท็บ หน้าแรก

คุณยังสามารถเพิ่มรูปภาพ คลิปอาร์ต ตารางและไฮเปอร์ลิงก์ได้ด้วย คลิปอาร์ตมาจากคอลเลกชันของรูปที่มีอยู่ใน Office.com ไปที่แท็บ แทรก เพื่อเพิ่มรายการดังกล่าว

ถ้าคุณต้องการดูว่าการเปลี่ยนแปลงของคุณจะมีลักษณะอย่างไรบนเอกสาร ให้คลิก บันทึก บนแท็บ ไฟล์ แล้วสลับกลับไปเป็นมุมมอง การอ่าน โดยบนแท็บ มุมมอง ให้คลิก มุมมองการอ่าน

แก้ไขใน Word อย่างราบรื่น

การแก้ไขใน Word Online เหมาะสมที่สุดสำหรับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เช่น การแก้ไขให้ถูกต้อง การแทรกรูปภาพ หรือการเพิ่มข้อความ ถ้าคุณต้องการชุดความสามารถที่ครบถ้วนของ Word ให้คลิกแท็บ ไฟล์ แล้วคลิก เปิดใน Word

Word Online เปิดเอกสารในแอปพลิเคชัน Word บนเดสก์ท็อปของคุณโดยตรง ซึ่งทำให้คุณสามารถทำงานต่างๆ ได้มากขึ้น  เช่น ถ้าคุณต้องการปรับเปลี่ยนสไตล์ในเอกสาร เปลี่ยนแปลง SmartArt หรือเพิ่มหัวกระดาษและท้ายกระดาษ ใน Word เมื่อคุณคลิก บันทึก แล้ว Word จะบันทึกเอกสารกลับไปยังเว็บเซิร์ฟเวอร์

หมายเหตุ   การเปิดเอกสารโดยตรงจากเบราว์เซอร์ไปยังแอปพลิเคชัน Word บนเดสก์ท็อปได้รับการสนับสนุนในเบราว์เซอร์ Firefox, Internet Explorer (Windows) และ Safari (Mac) ใน Windows คุณยังต้องใช้ Word 2003 หรือเวอร์ชันใหม่กว่าจึงจะใช้ฟีเจอร์นี้ได้ (ถ้าคุณใช้ Firefox อยู่ คุณจะต้องใช้ Word 2010 ด้วย) การใช้ฟีเจอร์นี้บน Mac จำเป็นต้องมี Microsoft Word for Mac 2008 เวอร์ชัน 12.2.9 หรือ Word for Mac 2011

นำไปใช้กับ: Word Web App



ข้อมูลนี้เป็นประโยชน์หรือไม่

ใช่ ไม่ใช่

เราควรปรับปรุงแก้ไขอย่างไร

255 อักขระที่เหลืออยู่

เพื่อปกป้องความเป็นส่วนตัวของคุณ โปรดอย่ารวมข้อมูลที่ติดต่อในคำติชมของคุณ ช่วยเรารีวิว นโยบายความเป็นส่วนตัว.

ขอบคุณสำหรับคำติชมของคุณ!

ทรัพยากรการสนับสนุน

เปลี่ยนภาษา