ตั้งค่าเอกสาร

เริ่มต้นใช้งานเอกสารพื้นฐานใน Microsoft Office Word 2007 นั้น สามารถทำได้ง่ายดายเช่นเดียวกับการเปิดเอกสารใหม่หรือเอกสารที่มีอยู่และเริ่มพิมพ์ได้เลย ไม่ว่าคุณจะเริ่มเอกสารตั้งแต่ต้นหรือทำซ้ำเอกสารที่มีอยู่แล้ว คุณสามารถทำตามขั้นตอนพื้นฐานบางส่วนเพื่อให้มั่นใจในผลลัพธ์คุณภาพสูง และคุณสามารถสร้างเอกสารให้ดูเป็นมืออาชีพและมีรูปแบบสวยงามได้ด้วยเวลาไม่นาน

องค์ประกอบสำคัญของเอกสารที่ซับซ้อนประกอบด้วยหัวกระดาษและท้ายกระดาษ หมายเลขหน้า ข้อมูลอ้างอิง สมการ บรรณานุกรม สารบัญ และดัชนี คุณยังสามารถใช้องค์ประกอบเหล่าเพื่อสร้างเอกสาร เทมเพลต ที่คุณสามารถให้ซ้ำได้หลายๆ ครั้ง คุณสามารถค้นหาเพิ่มเติมเกี่ยวกับองค์ประกอบเพิ่มเติมทั้งหมดของเอกสารได้โดยการพิมพ์คำเหล่านี้ลงในกล่อง ค้นหา ในระหว่างที่คุณกำลังใช้งาน Word

เคล็ดลับ: ถ้าคุณต้องการสร้างเอกสารเฉพาะบางชนิด เช่น แผนธุรกิจหรือเรซูเม่ คุณสามารถประหยัดเวลาได้โดยการเริ่มต้นจากเทมเพลต เว็บไซต์ เทมเพลตบน Microsoft Office Online มีเทมเพลตสำหรับเอกสารชนิดต่างๆ ได้แก่ เรซูเม่ จดหมายสมัครงาน แผนธุรกิจ นามบัตร และกระดาษสไตล์ APA

คุณต้องการทำสิ่งใด

เปิดเอกสารใหม่และเริ่มพิมพ์

เปลี่ยนระยะขอบกระดาษ

เปลี่ยนระยะห่างบรรทัด

ย้ายข้อความหรือเลิกทำการเปลี่ยนแปลง

เพิ่มและลบหน้า

เพิ่มการจัดรูปแบบ สไตล์ และธีมพื้นฐาน

สร้างรายการ

การเพิ่มหน้าปก

เปิดเอกสารใหม่และเริ่มพิมพ์

เปิดเอกสารเปล่า

  1. คลิก ปุ่ม Microsoft Office รูปปุ่ม แล้วคลิก สร้าง

  2. คลิกสองครั้งที่ เอกสารเปล่า

เริ่มเอกสารจากแม่แบบ

เมื่อต้องการใช้เทมเพลตเป็นจุดเริ่มต้น ทำขั้นตอนหนึ่งในต่อไปนี้:

  1. คลิก ปุ่ม Microsoft Office รูปปุ่ม แล้วคลิก สร้าง

  2. ภายใต้ เทมเพลต ทำขั้นตอนหนึ่งในต่อไปนี้:

    • คลิก เทมเพลตที่ติดตั้งแล้ว เพื่อเลือกเทมเพลตที่มีอยู่ในคอมพิวเตอร์ของคุณ

    • คลิกหนึ่งลิงก์ภายใต้ Microsoft Office Online เช่น ใบปลิว หรือ จดหมายและหัวจดหมาย

      1. หมายเหตุ: เมื่อต้องการดาวน์โหลดเทมเพลตที่มีอยู่ใน Microsoft Office Online คุณจะต้องเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต

  3. คลิกสองครั้งที่แม่แบบที่คุณต้องการ

การบันทึกและการนำแม่แบบกลับมาใช้ใหม่

ถ้าคุณทำการเปลี่ยนแปลงใดๆ ในแม่แบบที่คุณดาวน์โหลดมา คุณสามารถบันทึกแม่แบบนั้นลงบนคอมพิวเตอร์ของคุณ และนำกลับมาใช้ใหม่ได้ คุณสามารถค้นหาแม่แบบแบบกำหนดเองทั้งหมดของคุณได้อย่างง่ายดายโดยการคลิก แม่แบบของฉัน ในกล่องโต้ตอบ สร้างเอกสาร เมื่อต้องการบันทึกแม่แบบในโฟลเดอร์ แม่แบบของฉัน ให้ทำดังนี้

  1. คลิก ปุ่ม Microsoft Office รูปปุ่ม จากนั้นคลิก บันทึกเป็น

  2. ในกล่องโต้ตอบ บันทึกเป็น ให้คลิก เทมเพลตที่เชื่อถือได้

  3. ในรายการ บันทึกเป็นชนิด ให้เลือก แม่แบบ Word

  4. พิมพ์ชื่อสำหรับแม่แบบลงในกล่อง ชื่อแฟ้ม แล้วคลิก บันทึก

ด้านบนของเพจ

การเปลี่ยนระยะขอบกระดาษ

ถ้าคุณกำลังเปลี่ยนระยะขอบสำหรับเอกสารทั้งหมดที่ถูกแบ่งเป็นส่วน ๆ ให้กด CTRL + A เพื่อเลือกทั้งเอกสารก่อนที่คุณเริ่มต้น

  1. บนแท็บ เค้าโครงหน้ากระดาษ ในกลุ่ม ตั้งค่าหน้ากระดาษ ให้คลิก ระยะขอบ

    รูป Ribbon ของ Word

  2. ให้เลือกทำอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้

    • คลิกชนิดระยะขอบที่คุณต้องการ สำหรับความกว้างของระยะขอบทั่วไป ให้คลิก ปกติ

    • คลิก ระยะขอบแบบกำหนดเอง จากนั้นในกล่อง บน, ล่าง, ซ้าย และ ขวา ให้ป้อนระยะขอบค่าใหม่ลงไป

เปลี่ยนระยะขอบเริ่มต้น

คุณสามารถเปลี่ยนระยะขอบเริ่มต้นที่ Microsoft Office Word ใช้กับเอกสารเปล่าแผ่นใหม่ทั้งหมดได้

  • หลังจากที่คุณเลือกระยะขอบใหม่สำหรับเอกสาร ให้คลิก ระยะขอบ ในกลุ่มการตั้งค่าหน้ากระดาษอีกครั้ง จากนั้นคลิก ระยะขอบแบบกำหนดเอง

  • ในกล่องโต้ตอบ การตั้งค่าหน้ากระดาษ ให้คลิก ค่าเริ่มต้น

การตั้งค่าเริ่มต้นค่าใหม่จะถูกบันทึกลงในเทมเพลตที่เอกสารนั้นใช้งาน เอกสารใหม่แต่ละรายการที่ใช้เทมเพลตนั้นๆ จะใช้การตั้งค่าระยะขอบค่าใหม่โดยอัตโนมัติ

หมายเหตุ: การตั้งค่าระยะขอบเริ่มต้นค่าใหม่จะไม่ปรากฏขึ้นในรายการแกลเลอรีของการตั้งค่าระยะขอบ

ด้านบนของเพจ

เปลี่ยนระยะห่างบรรทัด

ถ้าในบรรทัดมีอักขระข้อความ กราฟิก หรือสูตรขนาดใหญ่ Microsoft Office Word จะเพิ่มระยะห่างให้กับบรรทัดนั้น

  1. เลือกย่อหน้าที่คุณต้องการเปลี่ยนแปลงระยะห่างบรรทัด

  2. บนแท็บ หน้าแรก ในกลุ่ม ย่อหน้า ให้คลิก ระยะห่างบรรทัด

    รูป Ribbon ของ Word

  3. ให้เลือกทำอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้

    • เมื่อต้องการใช้การตั้งค่าใหม่ ให้คลิกจำนวนระยะห่างบรรทัดที่คุณต้องการ

      ตัวอย่างเช่น ถ้าคุณคลิก 1.0 ข้อความที่เลือกไว้จะมีระยะห่างหนึ่งบรรทัด

    • เมื่อต้องการตั้งค่าการวัดระยะห่างให้แม่นยำมากขึ้น ให้คลิก ตัวเลือกระยะห่างบรรทัด จากนั้นเลือกตัวเลือกที่คุณต้องการใน ระยะห่างบรรทัด

ตัวเลือกระยะห่างบรรทัด

หนึ่งเท่า    ตัวเลือกนี้ปรับให้เข้ากับฟอนต์ที่ใหญ่ที่สุดในบรรทัดนั้น บวกกับระยะห่างเพิ่มเติมอีกเล็กน้อย ระยะห่างเพิ่มเติมนี้จะเปลี่ยนตามแบบอักษรที่ใช้

1.5 เท่า    ตัวเลือกนี้เป็นระยะห่างหนึ่งเท่าครึ่งของระยะห่างบรรทัดหนึ่งเท่า

สองเท่า    ตัวเลือกนี้เป็นระยะห่างสองเท่าของระยะห่างบรรทัดหนึ่งเท่า

อย่างน้อย    ตัวเลือกนี้จะตั้งค่าระยะห่างบรรทัดต่ำสุดที่จำเป็นเพื่อให้พอดีกับแบบอักษรหรือกราฟฟิกที่ใหญ่ที่สุดในบรรทัด

ค่าแน่นอน    ตัวเลือกนี้ตั้งค่าระยะห่างบรรทัดที่แน่นอนซึ่ง Word จะปรับไม่ได้

หลายบรรทัด    ตัวเลือกนี้จะตั้งค่าการเว้นระยะห่างบรรทัดที่เพิ่มขึ้นหรือลดลงจากระยะห่างหนึ่งเท่าเป็นเปอร์เซ็นต์ที่คุณระบุ ตัวอย่างเช่น การตั้งค่าระยะห่างบรรทัดเป็น 1.2 จะเพิ่มระยะห่างขึ้น 20 เปอร์เซ็นต์

ด้านบนของเพจ

ย้ายข้อความหรือเลิกทำการเปลี่ยนแปลง

ย้ายหรือคัดลอกข้อความและกราฟิก

  1. เลือกรายการที่คุณต้องการย้ายหรือคัดลอก

  2. ให้เลือกทำอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้

    • เมื่อต้องการย้ายรายการดังกล่าว กด CTRL + X

    • เมื่อต้องการคัดลอกรายการดังกล่าว กด CTRL + X

  3. ถ้าคุณต้องการย้ายหรือคัดลอกรายการดังกล่าวลงในเอกสารอื่นๆ ให้สลับไปยังเอกสารนั้นๆ

  4. คลิกตำแหน่งที่คุณต้องการแสดงรายการดังกล่าว

  5. กด CTRL+V

  6. เมื่อต้องการปรับรูปแบบของรายการที่วางไปแล้ว ให้คลิกปุ่ม ตัวเลือกการวาง รูปปุ่ม ซึ่งจะปรากฏขึ้นใต้ตัวเลือกที่คุณวางไปแล้ว จากนั้นให้คลิกตัวเลือกที่คุณต้องการ

เลิกทำข้อผิดพลาด

  1. บนแถบเครื่องมือด่วน ให้ชี้ไปที่ เลิกทำ รูปปุ่ม

    Word จะแสดงการทำงานล่าสุดที่คุณสามารถเลิกทำได้

  2. คลิก เลิกทำ รูปปุ่ม หรือกด CTRL + Z ถ้าคุณต้องการเลิกการทำงานอื่นๆ ให้คลิกลูกศรที่ติดกับ เลิกทำ รูปปุ่ม จากนั้นคลิกการทำงานในรายการการทำงานล่าสุด

    เมื่อคุณเลิกทำการทำงานใดๆ จะเป็นการเลิกทำการทำงานก่อนหน้าที่อยู่ในรายการเช่นกัน

  • ถ้าในภายหลังคุณตัดสินใจว่าไม่ต้องการเลิกทำการทำงานใดๆ ให้คลิก ทำซ้ำ รูปปุ่ม บนแถบเครื่องมือด่วนหรือกด CTRL+Y

ด้านบนของเพจ

เพิ่มและลบหน้า

เพิ่มหน้า

  1. คลิกตำแหน่งที่คุณต้องการแทรกหน้าลงในเอกสารของคุณ

    หน้าที่แทรกจะปรากฏขึ้นด้านหน้าเคอร์เซอร์ของคุณ

  2. บนแท็บ แทรก ในกลุ่ม หน้า ให้คลิก หน้าเปล่า

    รูป Ribbon ของ Word

รวมสองหน้า

คุณสามารถรวมสองหน้าได้โดยการวางเคอร์เซอร์ไว้ระหว่างทั้งสองหน้าและกด BACKSPACE

ลบหน้าเปล่า

ให้เลือกทำอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้

  • เมื่อต้องการลบหน้าเปล่าออกจากเอกสารของคุณ ให้วางเคอร์เซอร์ไว้ที่จุดเริ่มต้นของหน้าที่คุณต้องการลบ จากนั้นกด BACKSPACE

  • เมื่อต้องการลบหน้าเปล่าที่ส่วนท้ายของเอกสาร ให้ไปที่ท้ายเอกสารและลบเครื่องหมายย่อหน้าที่เกินทิ้งไป ถ้าคุณยังคงเห็นตัวแบ่งหน้า ให้เลือกหน้าเปล่าแล้วกด DELETE

    หมายเหตุ: ตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณอยู่ใน มุมมอง แบบร่าง (บนแท็บ มุมมอง ในกลุ่ม มุมมองเอกสาร คลิก แบบร่าง) ถ้ามองไม่เห็นเครื่องหมายย่อหน้า (¶) ให้คลิก แสดง/ซ่อน เครื่องหมายย่อหน้า ในกลุ่ม ย่อหน้า บนแท็บ หน้าแรก

ด้านบนของเพจ

เพิ่มการจัดรูปแบบ สไตล์ และธีมพื้นฐาน

Office Word 2007 มีวิธีการที่สามารถเปลี่ยนการจัดรูปแบบในเอกสาร รวมถึงฟอนต์ และสไตล์ได้อย่างง่ายดาย อย่างไรก็ตาม คุณสามารถใช้ธีมที่มีทั้งฟอนต์และสีซึ่งเหมาะสำหรับคุณ เพื่อให้ได้เอกสารที่ดูเป็นมืออาชีพภายในเวลาไม่นาน

เปลี่ยนขนาดของข้อความ

ใน Office Word 2007 คุณสามารถใช้แถบเครื่องมือขนาดเล็กของตัวเลือกการจัดรูปแบบในการจัดรูปแบบข้อความอย่างรวดเร็ว แถบเครื่องมือขนาดเล็กจะปรากฏโดยอัตโนมัติเมื่อคุณเลือกข้อความ นอกจากนี้ยังปรากฏพร้อมกับเมนูเมื่อคุณเลือกข้อความแล้วคลิกขวา

  1. เลือกข้อความที่คุณต้องการเปลี่ยนแปลง จากนั้นย้ายตัวชี้ของคุณไปยังแถบเครื่องมือขนาดเล็กที่ปรากฏขึ้นพร้อมการเลือกข้อความของคุณ

  2. ให้เลือกทำอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้

    • เมื่อต้องการทำให้ข้อความใหญ่ขึ้น ให้คลิก ขยายขนาดฟอนต์ หรือกด CTRL+SHIFT+>

    • เมื่อต้องการทำให้ข้อความเล็กลง ให้คลิก ลดขนาดฟอนต์ หรือกด CTRL+SHIFT+<

      นอกจากนี้ คุณสามารถเปลี่ยนขนาดแบบอักษรได้ในกลุ่ม ฟอนต์ บนแท็บ หน้าแรก

การนำสไตล์ไปใช้

การปรับใช้สไตล์กับข้อความที่เลือกไว้ใน Office Word 2007 สามารถทำได้อย่างง่ายดายเหมือนกับการคลิกปุ่มบนแถบเครื่องมือขนาดเล็กที่จะปรากฏขึ้นเมื่อคุณเลือกข้อความ

  1. เลือกข้อความที่คุณต้องการนำสไตล์ไปใช้

    ตัวอย่างเช่น คุณสามารถเลือกข้อความที่คุณต้องการทำให้เป็นหัวเรื่อง ถ้าคุณต้องการเปลี่ยนสไตล์ของทั้งย่อหน้า ให้คลิกที่ตำแหน่งใดก็ได้ในย่อหน้า

  2. เลื่อนตัวชี้ของคุณไปที่แถบเครื่องมือขนาดเล็กที่ปรากฏขึ้นเมื่อคุณเลือกข้อความ คลิกเพื่อเปิดแกลเลอรีสไตล์ด่วน จากนั้นคลิกสไตล์ที่คุณต้องการ

    แกลเลอรีสไตล์ด่วน

    ตัวอย่างเช่น ถ้าคุณเลือกข้อความที่คุณต้องการให้มีสไตล์เป็นชื่อเรื่อง ให้คลิกสไตล์ที่ชื่อว่า ชื่อเรื่อง ในแกลเลอรีสไตล์ด่วน

    คุณสามารถดูได้ว่าข้อความที่เลือกจะมีลักษณะเป็นอย่างไรเมื่อใช้สไตล์เฉพาะอย่างด้วยการวางตัวชี้ของคุณบนสไตล์ที่คุณต้องการจะแสดงตัวอย่าง

หมายเหตุ: 

  • ถ้าสไตล์ที่คุณต้องการไม่ปรากฏอยู่ในแกลเลอรีสไตล์ด่วน ให้คลิก ใช้สไตล์ ที่ด้านล่างของแกลเลอรีสไตล์ด่วนหรือกด CTRL+SHIFT+S เพื่อเปิดบานหน้าต่างงาน ใช้สไตล์ ภายใต้ ชื่อสไตล์ ให้พิมพ์ชื่อสไตล์ที่คุณต้องการใช้ รายการสไตล์จะแสดงเฉพาะสไตล์ที่คุณได้เคยใช้ในเอกสารแล้วเท่านั้น แต่คุณสามารถพิมพ์ชื่อสไตล์ใดๆ ก็ได้ซึ่งได้กำหนดไว้สำหรับเอกสาร

  • คุณสามารถใช้สไตล์จากแกลเลอรีสไตล์ด่วนในกลุ่ม สไตล์ บนแท็บ หน้าแรก เช่นกัน

เปลี่ยนชุดสไตล์ด่วน

คุณสามารถเปลี่ยนลักษณะเอกสารของคุณได้อย่างรวดเร็วโดยการเปลี่ยนชุดสไตล์ ด่วนที่คุณใช้ ถ้าคุณไม่ชอบลักษณะของสไตล์ที่คุณเลือก คุณสามารถเลือกชุดอื่นๆ ได้จากแกลเลอรีของสไตล์ หรือเปลี่ยนชุดสไตล์ให้เหมาะกับความต้องการของคุณ

เปลี่ยนชุดสไตล์ด่วน

  1. บนแท็บ หน้าแรก ในกลุ่ม สไตล์ ให้คลิก เปลี่ยนสไตล์

    รูป Ribbon ของ Word

  2. ชี้ไป ชุดสไตล์ จากนั้นคลิกชุดสไตล์ที่คุณต้องการ เช่น เป็นทางการ

    คุณสามารถแสดงตัวอย่างชุดสไตล์ได้โดยการชี้ไปที่ชุดสไตล์ดังกล่าวแล้วแสดงตัวอย่างการเปลี่ยนแปลงสไตล์ในเอกสารของคุณ

สร้างสไตล์ด่วนใหม่

สไตล์ด่วนเป็นชุดของสไตล์ที่สร้างเพื่อทำงานร่วมกัน แม้ว่าชุดสไตล์ด่วนมีสไตล์ทั้งหมดที่คุณต้องการเพื่อสร้างเอกสาร แต่คุณอาจต้องการเพิ่มสไตล์ใหม่ คุณสามารถสร้างสไตล์เพิ่มเติมได้ด้วย เช่น สไตล์ของตารางหรือสไตล์ของรายการใหม่

  1. เลือกข้อความที่คุณต้องการสร้างเป็นสไตล์ใหม่

    ตัวอย่างเช่น บางครั้งคุณต้องการให้คำว่า ธุรกิจ ปรากฏเป็นตัวหนาและสีแดงในเอกสารของคุณเสมอ

  2. บนแถบเครื่องมือขนาดเล็กที่ปรากฏเหนือส่วนที่เลือก ให้คลิก ตัวหนา และ แดง เพื่อจัดรูปแบบข้อความ

  3. คลิกขวาที่การเลือก แล้วคลิก สไตล์ จากนั้นคลิก บันทึกการเลือกเป็นสไตล์ด่วนใหม่

  4. กำหนดชื่อให้กับสไตล์ ตัวอย่างเช่น ธุรกิจ จากนั้นให้คลิก ตกลง

    สไตล์ ธุรกิจ ที่คุณสร้างขึ้นจะปรากฏอยู่ในแกลเลอรีสไตล์ด่วนพร้อมกับชื่อที่คุณกำหนดให้ ซึ่งพร้อมให้คุณนำไปใช้เมื่อใดก็ตามที่คุณต้องการทำให้ข้อความเป็นตัวหนาและสีแดง

การนำธีมไปใช้

การเปลี่ยนแปลงธีมเป็นวิธีที่จะปรับปรุงรูปแบบของชุดสไตล์ด่วนที่คุณเลือกไว้สำหรับเอกสารของคุณให้ดูดีสวยงามในแบบของคุณ คุณสามารถค้นหารูปแบบที่เหมาะสมกับเอกสารของคุณได้โดยการทดลองใช้สไตล์ ฟอนต์ และสี

นำธีมฟอนต์ที่กำหนดไว้ล่วงหน้าไปใช้

คุณสามารถเปลี่ยนแปลงฟอนต์ในเอกสารของคุณได้ด้วยการเลือกชุดธีมฟอนต์ใหม่ เมื่อคุณเลือกธีมฟอนต์ใหม่ คุณจะเปลี่ยนฟอนต์ของหัวเรื่องและเนื้อความสำหรับเอกสารที่คุณกำลังทำงานอยู่ได้

  1. บนแท็บ หน้าแรก ในกลุ่ม สไตล์ ให้คลิก เปลี่ยนสไตล์

    รูป Ribbon ของ Word

  2. ชี้ไปที่ ฟอนต์ และคลิกธีมฟอนต์ในตัวที่คุณต้องการใช้

สร้างธีมฟอนต์แบบกำหนดเอง

  1. บนแท็บ เค้าโครงหน้ากระดาษ ในกลุ่ม ธีม ให้คลิก ฟอนต์ของธีม

    รูป Ribbon ของ Word

  2. คลิก สร้างฟอนต์ของธีมใหม่

  3. เลือกฟอนต์และขนาดที่คุณต้องการใช้ในรายการ ฟอนต์หัวเรื่อง และ ฟอนต์ของเนื้อความ

    ตัวอย่างจะถูกปรับปรุงด้วยแบบอักษรที่คุณเลือก

  4. ในช่อง ชื่อ ให้พิมพ์ชื่อสำหรับธีมฟอนต์ใหม่

  5. คลิก บันทึก

นำธีมสีที่กำหนดไว้ล่วงหน้าไปใช้

คุณสามารถเปลี่ยนสีในเอกสารของคุณได้โดยการเลือกธีมสีใหม่ เมื่อคุณเลือกธีมสีใหม่ Word จะจัดรูปแบบส่วนต่างๆ ของเอกสารของคุณให้มีสีที่เข้ากันโดยอัตโนมัติ

  1. บนแท็บ หน้าแรก ในกลุ่ม สไตล์ ให้คลิก เปลี่ยนสไตล์

    รูป Ribbon ของ Word

  2. ชี้ไปที่ สี จากนั้นคลิกธีมสีที่คุณต้องการใช้

    หมายเหตุ: ถ้าคุณเพิ่มสไตล์แบบกำหนดเองที่กำหนดสีไว้แล้ว การเปลี่ยนธีมสีอาจจะเปลี่ยนสีของสไตล์แบบกำหนดเองของคุณ

ด้านบนของเพจ

สร้างธีมสีแบบกำหนดเอง

เมื่อคุณใช้ธีมแล้วเปลี่ยนสีในเอกสารของคุณตั้งแต่หนึ่งสีขึ้นไป การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวจะมีผลกับเอกสารที่ใช้งานอยู่ในทันที หากคุณต้องการใช้การเปลี่ยนแปลงกับเอกสารใหม่ คุณสามารถบันทึกไว้เป็นธีมสีแบบกำหนดเองได้

  1. บนแท็บ เค้าโครงหน้ากระดาษ ในกลุ่ม ธีม ให้คลิก สีของธีม

    รูป Ribbon ของ Word

  2. คลิก สร้างสีของธีมใหม่

  3. ภายใต้หัวข้อ สีของธีม ให้เลือกสีที่คุณต้องการใช้

    เมื่อต้องการดูว่าสีที่คุณเลือกไว้นั้นเป็นอย่างไรในเอกสารของคุณ ให้คลิก ตัวอย่าง ตัวอย่างในบานหน้าต่างตัวอย่างจะเปลี่ยนไปเพื่อแสดงตัวอย่างของสีที่คุณเลือก

  4. ในช่อง ชื่อ ให้พิมพ์ชื่อสำหรับธีมสีใหม่

  5. คลิก บันทึก

ด้านบนของเพจ

สร้างรายการ

Word สามารถสร้างรายการสัญลักษณ์แสดงหัวข้อย่อยหรือรายการลำดับเลขได้โดยอัตโนมัติในขณะที่คุณพิมพ์ หรือคุณสามารถเพิ่มสัญลักษณ์แสดงหัวข้อย่อยหรือลำดับเลขให้บรรทัดข้อความที่มีอยู่ได้อย่างรวดเร็ว

พิมพ์รายการมีสัญลักษณ์แสดงหัวข้อย่อยหรือลำดับเลข

  1. พิมพ์ * (เครื่องหมายดอกจัน) เพื่อเริ่มรายการสัญลักษณ์แสดงหัวข้อย่อยหรือพิมพ์ 1. เพื่อเริ่มรายการลำดับเลข จากนั้นกดเว้นวรรค (SPACEBAR) หรือคีย์ TAB

  2. พิมพ์ข้อความใดๆ ที่คุณต้องการ

  3. กด ENTER เพื่อเพิ่มข้อมูลในรายการถัดไป

    Word จะแทรกสัญลักษณ์แสดงหัวข้อย่อยหรือลำดับเลขถัดไปโดยอัตโนมัติ

  4. ถ้าต้องการจบรายการ ให้กด ENTER สองครั้ง หรือกด BACKSPACE เพื่อลบสัญลักษณ์แสดงหัวข้อย่อยหรือลำดับเลขล่าสุดในรายการ

ถ้าสัญลักษณ์แสดงหัวข้อย่อยและลำดับเลขไม่เริ่มโดยอัตโนมัติ

  1. คลิก ปุ่ม Microsoft Office รูปปุ่ม จากนั้นคลิก ตัวเลือกของ Word

  2. คลิก การพิสูจน์อักษร

  3. คลิก ตัวเลือกการแก้ไขอัตโนมัติ จากนั้นให้คลิกแท็บ จัดรูปแบบอัตโนมัติขณะพิมพ์

  4. ภายใต้ นำไปใช้ขณะพิมพ์ ให้เลือกกล่องกาเครื่องหมาย ใส่สัญลักษณ์แสดงหัวข้อย่อยโดยอัตโนมัติ และกล่องกาเครื่องหมาย ใส่ลำดับเลขอัตโนมัติ

การเพิ่มสัญลักษณ์แสดงหัวข้อย่อยหรือลำดับเลขลงในรายการ

  1. เลือกรายการที่คุณต้องการเพื่อเพิ่มสัญลักษณ์แสดงหัวข้อย่อยหรือลำดับเลขลงไป

  2. บนแท็บ หน้าแรก ในกลุ่ม ย่อหน้า ให้คลิก สัญลักษณ์แสดงหัวข้อย่อย หรือ ลำดับเลข

    รูป Ribbon ของ Word

    สำหรับสไตล์สัญลักษณ์แสดงหัวข้อและรูปแบบลำดับเลขเพิ่มเติม ให้คลิกลูกศรที่ติดกับ สัญลักษณ์แสดงหัวข้อ หรือ ลำดับเลข

หมายเหตุ: คุณสามารถเคลื่อนย้ายรายการทั้งรายการไปทางซ้ายหรือขวา คลิกสัญลักษณ์แสดงห้วข้อย่อยหรือลำดับเลขตัวแรกในรายการและลากไปยังตำแหน่งที่ตั้งใหม่ ขณะที่คุณลากรายการทั้งหมดจะเลื่อนไป

เพิ่มระยะห่างระหว่างรายการในรายการ

คุณสามารถเพิ่มระยะห่างระหว่างบรรทัดในรายการของคุณทั้งหมดได้ด้วยการล้างกล่องกาเครื่องหมาย

  1. บนแท็บ หน้าแรก ในกลุ่ม สไตล์ ให้คลิกลูกศรที่ติดกับสไตล์ แล้วคลิกขวาที่สไตล์ ย่อหน้ารายการ

  2. คลิก ปรับเปลี่ยน

  3. ในกล่องโต้ตอบ ปรับเปลี่ยนสไตล์ ให้คลิก รูปแบบ แล้วคลิก ย่อหน้า

  4. ล้างกล่องกาเครื่องหมาย ไม่เพิ่มช่องว่างระหว่างย่อหน้าที่มีสไตล์เดียวกัน

ด้านบนของเพจ

การเพิ่มหน้าปก

Office Word 2007มีแกลเลอรีของหน้าปกที่ออกแบบไว้ล่วงหน้าซึ่งสามารถนำไปใช้ได้อย่างสะดวก ให้เลือกหน้าปกและแทนที่ข้อความตัวอย่างด้วยข้อความของคุณเอง

หน้าปกจะถูกแทรกลงในตำแหน่งเริ่มต้นของเอกสารอยู่เสมอ ไม่ว่าเคอร์เซอร์จะปรากฏอยู่ที่ใดในเอกสารก็ตาม

  1. บนแท็บ แทรก ในกลุ่ม หน้า ให้คลิก หน้าปก

    รูป Ribbon ของ Word

  2. คลิกเค้าโครงหน้าปกจากแกลเลอรีของตัวเลือก

    หลังจากที่คุณเลือกหน้าปกแล้ว คุณสามารถแทนที่ข้อความตัวอย่างด้วยข้อความของคุณเอง

หมายเหตุ: 

  • ถ้าคุณแทรกหน้าปกอีกหน้าลงในเอกสาร หน้าปกใหม่นี้จะเข้าไปแทนที่หน้าปกแรกที่คุณได้แทรกลงไปก่อนหน้านี้

  • ถ้าคุณสร้างหน้าปกใน Word เวอร์ชันก่อนหน้านี้ คุณไม่สามารถแทนที่หน้าปกด้วยการออกแบบจากแกลเลอรี Office Word 2007

  • เมื่อต้องการลบหน้าปก ให้คลิกแท็บ แทรก คลิก หน้าปก ในกลุ่ม หน้า แล้วคลิก เอาหน้าปกปัจจุบันออก

ด้านบนของเพจ

ข้อมูลนี้เป็นประโยชน์หรือไม่

ยอดเยี่ยม! มีคำติชมอื่นๆ อีกหรือไม่

เราควรปรับปรุงแก้ไขอย่างไร

ขอบคุณสำหรับคำติชมของคุณ!

×