การนำเสนอข้อมูลของคุณในแบบแผนภูมิกระจายหรือแผนภูมิเส้น

แผนภูมิกระจายและแผนภูมิเส้นจะมีลักษณะคล้ายคลึงกันมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อแสดงแผนภูมิกระจายโดยมีเส้นเชื่อมแต่ละจุด อย่างไรก็ตามการลงจุดในแกนนอน (หรือที่เรียกว่าแกน x) และแกนตั้ง (หรือที่เรียกว่าแกน y) ในแผนภูมิทั้งสองประเภทนั้นแตกต่างกันมาก

แผนภูมิกระจายที่จัดรูปแบบแล้วนี้จะแสดงค่าตัวเลขในแกนนอนและแกนตั้ง และรวมค่าเหล่านี้ขึ้นเป็นจุดข้อมูลซึ่งจะปรากฏห่างกันแบบไม่สม่ำเสมอ

แผนภูมิเส้นที่จัดรูปแบบแล้วนี้จะแสดงข้อมูลหมวดหมู่ (ในกรณีนี้คือระยะเวลา) แบบสม่ำเสมอในแกนนอน และแสดงค่าตัวเลขแบบสม่ำเสมอในแกนตั้ง

ก่อนที่คุณจะเลือกว่าต้องการใช้แผนภูมิใด คุณควรศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับความแตกต่างระหว่างแผนภูมิทั้งสองประเภทเพื่อที่จะได้ทราบว่าเมื่อใดควรใช้แผนภูมิกระจายและเมื่อใดควรใช้แผนภูมิเส้น

ในบทความนี้

ศึกษาความแตกต่างระหว่างแผนภูมิกระจายและแผนภูมิเส้น

รู้ว่าเมื่อใดควรใช้แผนภูมิกระจายหรือแผนภูมิเส้น

ศึกษาประเภทของแผนภูมิกระจายและแผนภูมิเส้น

สร้างแผนภูมิกระจาย

สร้างแผนภูมิเส้น

บันทึกแผนภูมิเป็นแม่แบบ

ศึกษาความแตกต่างระหว่างแผนภูมิกระจายและแผนภูมิเส้น

ความแตกต่างที่สำคัญระหว่างแผนภูมิกระจายและแผนภูมิเส้นคือวิธีการลงจุดข้อมูลในแกนนอน ตัวอย่างเช่นเมื่อคุณใช้ข้อมูลต่อไปนี้ในแผ่นงานเพื่อสร้างแผนภูมิกระจายและแผนภูมิเส้น คุณจะเห็นได้ว่าการแสดงข้อมูลนั้นแตกต่างกัน

ในแผนภูมิกระจาย ค่าปริมาณน้ำฝนจากคอลัมน์ A จะปรากฏเป็นค่า x บนแกนนอน (x) และค่าของฝุ่นละอองจากคอลัมน์ B จะปรากฏเป็นค่าในแกนตั้ง (y) แผนภูมิกระจายซึ่งมักเรียกว่าแผนภูมิ xy นั้นจะไม่แสดงหมวดหมู่ข้อมูลในแกนนอน

แผนภูมิกระจายจะมีแกนค่าสองแกนโดยจะแสดงข้อมูลตัวเลขชุดหนึ่งตาม (ค่า) แกนนอน และอีกชุดหนึ่งตาม (ค่า) แกนตั้ง แผนภูมิจะแสดงจุดที่จุดตัดระหว่างค่า x และค่า y โดยรวมทั้งสองจุดเข้าด้วยกันเป็นหนึ่งจุดข้อมูล จุดข้อมูลเหล่านี้อาจปรากฏแบบสม่ำเสมอหรือไม่ก็ได้ในแกนนอนทั้งนี้ขึ้นอยู่กับข้อมูลที่ใช้

จุดข้อมูลแรกที่ปรากฏในแผนภูมิกระจายจะแทนทั้งค่า y ที่ 137 (ฝุ่นละออง) และค่า x ที่ 1.9 (ปริมาณน้ำฝนแต่ละวัน) ตัวเลขเหล่านี้คือตัวเลขที่มาจากเซลล์ A9 และ B9 ในแผ่นงาน

ในขณะที่ในแผนภูมิเส้นนั้นค่าปริมาณน้ำฝนในแต่ละวันและค่าฝุ่นละอองจะปรากฏเป็นจุดข้อมูลสองจุดแยกกัน และปรากฏแบบสม่ำเสมอในแกนนอน ทั้งนี้เนื่องมาจากแผนภูมิเส้นจะมีแกนค่าเพียงแกนเดียว (แกนตั้ง) ในขณะที่แกนนอนจะแสดงกลุ่ม (หมวดหมู่) ของข้อมูลซึ่งมีการเว้นระยะอย่างสม่ำเสมอ แต่เนื่องจากในข้อมูลที่ใช้ไม่มีการระบุหมวดหมู่ไว้ จึงมีการสร้างหมวดหมู่ขึ้นโดยอัตโนมัติ เช่น 1 2 3 ต่อไปเรื่อยๆ

ตัวอย่างที่ดีที่แสดงให้เห็นว่าเมื่อใดไม่ควรใช้แผนภูมิเส้น

แผนภูมิเส้นจะแสดงข้อมูลหมวดหมู่แบบสม่ำเสมอในแกนนอน (หมวดหมู่) และแสดงค่าตัวเลขต่างๆ ในแกนตั้ง (ค่า)

ในแผนภูมิเส้น ค่าฝุ่นละออง 137 ในแกน y (เซลล์ B9) และค่าปริมาณน้ำฝน 1.9 ในแกน x (เซลล์ A9) จะปรากฏเป็นจุดข้อมูลสองจุดแยกจากกัน โดยจะไม่มีจุดข้อมูลใดเหล่านี้ปรากฏเป็นจุดข้อมูลแรกในแผนภูมิ   แต่จุดข้อมูลแรกของชุดข้อมูล แต่ละชุดจะอ้างอิงข้อมูลจากข้อมูลแถวแรกในแผ่นงาน (เซลล์ A2 และ B2) แทน

ประเภทแกนและความแตกต่างของมาตราส่วน

ในแผนภูมิกระจายนั้น แกนนอนจะเป็นแกนค่าทุกครั้ง โดยสามารถแสดงข้อมูลตัวเลขหรือวันที่ (เช่น วันหรือชั่วโมง) ที่แทนค่าด้วยตัวเลขได้ หากต้องการให้การแสดงค่าตัวเลขในแกนนอนมีความยืดหยุ่นมากขึ้น คุณสามารถปรับเปลี่ยนตัวเลือกมาตราส่วนของแกนนี้ได้เช่นเดียวกับที่คุณปรับเปลี่ยนตัวเลือกมาตราส่วนของแกนตั้ง

ในแผนภูมิเส้นนั้น แกนนอนจะเป็นแกนหมวดหมู่ เพราะฉะนั้นจึงสามารถใช้เป็นได้เฉพาะแกนตัวอักษรหรือแกนวันที่เท่านั้น แกนตัวอักษรจะแสดงเฉพาะตัวอักษรเท่านั้น (ข้อมูลที่ไม่ใช่ตัวเลขหรือหมวดหมู่ตัวเลขที่ไม่ใช่ค่า) โดยมีการเว้นระยะอย่างสม่ำเสมอ แกนวันที่จะแสดงวันที่ตามลำดับเวลาโดยมีการเว้นระยะเวลาที่แน่นอนตามค่าที่กำหนดไว้หรือตามหน่วยพื้นฐาน เช่น จำนวนวัน เดือน หรือปี แม้ว่าวันที่ในแผ่นงานจะไม่ได้เรียงตามลำดับเวลาหรือใช้หน่วยพื้นฐานหน่วยเดียวกันก็ตาม

ตัวเลือกมาตราส่วนของแกนหมวดหมู่นั้นจะมีไม่มากนักเมื่อเทียบกับตัวเลือกมาตราส่วนของแกนค่า นอกจากนี้ตัวเลือกมาตราส่วนยังขึ้นอยู่กับชนิดของแกนที่คุณใช้ด้วย

ด้านบนของหน้า

รู้ว่าเมื่อใดควรใช้แผนภูมิกระจายหรือแผนภูมิเส้น

โดยทั่วไปแผนภูมิกระจายจะใช้ในการแสดงและเปรียบเทียบค่าตัวเลขต่างๆ เช่น ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ สถิติ หรือวิศวกรรม แผนภูมิเหล่ามีประโยชน์ในการแสดงความสัมพันธ์ระหว่างค่าตัวเลขต่างๆ ระหว่างชุดข้อมูลหลายชุด และแผนภูมิประเภทนี้สามารถลงจุดตัวเลขจากสองกลุ่มเพื่อรวมเป็นพิกัด xy หนึ่งชุดได้

แผนภูมิเส้นสามารถแสดงข้อมูลที่เกิดขึ้นต่อเนื่องกันในช่วงระยะเวลาหนึ่งได้ตามมาตราส่วนทั่วไป เพราะฉะนั้นจึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับใช้แสดงแนวโน้มของข้อมูลในระยะเวลาห่างที่สม่ำเสมอหรือในช่วงระยะเวลาหนึ่ง ในแผนภูมิเส้นนั้น ข้อมูลหมวดหมู่จะปรากฏแบบสม่ำเสมอในแกนนอน และข้อมูลค่าต่างๆ จะปรากฏแบบสม่ำเสมอในแกนตั้ง โดยทั่วไปคุณควรใช้แผนภูมิเส้นหากข้อมูลของคุณมีค่า x ที่ไม่ใช่ตัวเลข  หากค่า x เป็นตัวเลขคุณควรใช้แผนภูมิกระจายแทน

พิจารณาใช้แผนภูมิกระจายแทนแผนภูมิเส้นหากคุณต้องการที่จะ

  • เปลี่ยนมาตราส่วนของแกนนอน    เนื่องจากในแผนภูมิกระจายนั้น แกนนอนจะเป็นแกนค่าทุกครั้ง จึงมีตัวเลือกในการปรับมาตรส่วนมากกว่า

  • ใช้มาตราส่วนแบบลอการิทึมในแกนนอน    คุณสามารถเปลี่ยนแกนนอนเป็นมาตราส่วนแบบลอการิทึม

  • แสดงข้อมูลจากแผ่นงานที่มีค่าเป็นคู่หรือมีชุดของค่าที่จัดกลุ่มไว้    ในแผนภูมิกระจาย คุณสามารถปรับมาตราส่วนของแกนต่างๆ ได้อย่างอิสระเพื่อแสดงข้อมูลต่างๆ เพิ่มเติมเกี่ยวกับค่าที่จัดกลุ่มไว้ได้

  • แสดงรูปแบบในชุดข้อมูลขนาดใหญ่    แผนภูมิกระจายสามารถใช้ประโยชน์ในการแสดงรูปแบบของข้อมูล เช่น เพื่อแสดงแนวโน้มในแบบเชิงเส้นหรือที่ไม่ใช่เชิงเส้น กลุ่มข้อมูล หรือข้อมูลที่ผิดปกติ

  • เปรียบเทียบจุดข้อมูลจำนวนมากโดยไม่คำนึงถึงเวลา    ยิ่งคุณเพิ่มข้อมูลลงในแผนภูมิกระจายมากเท่าใด คุณจะสามารถเปรียบเทียบข้อมูลได้แม่นยำมากขึ้นเท่านั้น

พิจารณาใช้แผนภูมิเส้นแทนแผนภูมิกระจายหากต้องการที่จะ

  • ใช้ป้ายชื่อที่เป็นตัวอักษรในแกนนอน    ป้ายชื่อที่เป็นตัวอักษรเหล่านี้สามารถใช้แทนค่าที่มีระยะห่างที่สม่ำเสมอได้ เช่น เดือน ไตรมาส หรือปีงบประมาณ เป็นต้น

  • ใช้ป้ายชื่อที่เป็นตัวอักษรจำนวนไม่มากนักในแกนนอน    หากคุณใช้ป้ายชื่อตัวเลขที่มีการเว้นระยะห่างอย่างสม่ำเสมอจำนวนไม่มากนักเพื่อใช้แทนระยะเวลาห่าง เช่น ปี คุณสามารถใช้แผนภูมิเส้นได้

  • ใช้มาตราส่วนเวลาในแกนนอน    หากคุณต้องการแสดงวันที่เรียงตามลำดับเวลาโดยมีระยะเวลาห่างหรือหน่วยพื้นฐานที่แน่นอน เช่น จำนวนวัน เดือน หรือปี แม้ว่าวันที่ในแผ่นงานจะไม่มีการเรียงลำดับไว้ หรือใช้หน่วยพื้นฐานเดียวกันก็ตาม ให้ใช้แผนภูมิเส้น

ด้านบนของหน้า

ศึกษาประเภทของแผนภูมิกระจายและแผนภูมิเส้น

แผนภูมิกระจายสามารถแบ่งเป็นแผนภูมิย่อยชนิดต่างๆ ได้ดังต่อไปนี้

  • แผนภูมิกระจายที่มีแต่เครื่องหมายกำกับ    แผนภูมิประเภทนี้จะเปรียบเทียบคู่ของค่าต่างๆ คุณควรใช้แผนภูมิกระจายที่มี ตัวแสดงข้อมูล แต่ไม่มีเส้นเชื่อมเมื่อคุณใช้จุดข้อมูลจำนวนมาก ซึ่งหากมีเส้นเชื่อมจุดข้อมูลต่างๆ ก็จะทำให้ข้อมูลนั้นอ่านยากขึ้น นอกจากนี้คุณยังสามารถใช้แผนภูมิประเภทนี้ได้เมื่อไม่มีความจำเป็นต้องแสดงความเชื่อมโยงระหว่างจุดข้อมูลต่างๆ

  • แผนภูมิกระจายที่มีเส้นโค้งและแผนภูมิกระจายที่มีเส้นโค้งและเครื่องหมาย    แผนภูมิประเภทนี้จะแสดงเส้นโค้งซึ่งลากเชื่อมโยงไปตามจุดข้อมูลต่างๆ คุณสามารถแสดงเส้นโค้งพร้อมเครื่องหมายหรือไม่มีเครื่องหมายก็ได้ คุณควรใช้เส้นโค้งโดยที่ไม่มีเครื่องหมายหากมีจุดข้อมูลจำนวนมาก

  • แผนภูมิกระจายที่มีเส้นตรงและแผนภูมิกระจายที่มีเส้นตรงและเครื่องหมาย    แผนภูมิประเภทนี้จะแสดงเส้นตรงซึ่งลางเชื่อมโยงไปตามจุดข้อมูลต่างๆ คุณสามารถแสดงเส้นตรงโดยที่มีหรือไม่มีเครื่องหมายก็ได้

แผนภูมิเส้นสามารถแบ่งเป็นแผนภูมิย่อยชนิดต่างๆ ได้ดังต่อไปนี้

  • แผนภูมิเส้นและแผนภูมิเส้นแบบมีเครื่องหมาย    แผนภูมิเส้นแบบมีเครื่องหมายสามารถใช้เพื่อบ่งบอกค่าข้อมูลแต่ละค่า ในขณะที่แผนภูมิเส้นแบบไม่มีเครื่องหมายสามารถใช้เพื่อแสดงแนวโน้มในช่วงระยะเวลาหนึ่ง หรือแสดงหมวดหมู่ตามลำดับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีจุดข้อมูลจำนวนมากและลำดับของจุดข้อมูลเป็นสิ่งสำคัญ หากมีหมวดหมู่จำนวนมาก หรือค่าที่ใช้เป็นค่าโดยประมาณ ให้ใช้แผนภูมิเส้นแบบไม่มีเครื่องหมาย

  • แผนภูมิเส้นแบบเรียงซ้อนและแผนภูมิเส้นแบบเรียงซ้อนพร้อมเครื่องหมาย    แผนภูมิเส้นแบบเรียงซ้อนที่มีเครื่องหมายสามารถใช้เพื่อบ่งบอกค่าข้อมูลแต่ละค่า ในขณะที่แผนภูมิเส้นแบบเรียงซ้อนที่ไม่มีเครื่องหมายสามารถใช้เพื่อแสดงแนวโน้มของผลกระทบของแต่ละค่าในช่วงระยะเวลาหนึ่ง หรือแสดงหมวดหมู่ตามลำดับ แต่เนื่องจากว่าการมองหาเส้นที่เรียงซ้อนกันอยู่นั้นเป็นเรื่องยาก คุณควรพิจารณาใช้แผนภูมิเส้นชนิดอื่นหรือแผนภูมิเส้นแบบกองซ้อนแทน

  • แผนภูมิเส้นแบบเรียงซ้อน 100% และ แผนภูมิเส้นแบบเรียงซ้อน 100% พร้อมเครื่องหมาย    แผนภูมิเส้นแบบเรียงซ้อน 100% ที่มีเครื่องหมายสามารถใช้เพื่อบ่งบอกค่าข้อมูลแต่ละค่าได้ ในขณะที่แผนภูมิเส้นแบบเรียงซ้อน 100% ที่ไม่มีเครื่องหมายสามารถใช้เพื่อแสดงแนวโน้มของผลกระทบของแต่ละค่าในช่วงระยะเวลาหนึ่งเป็นเปอร์เซ็นต์ หรือเพื่อแสดงหมวดหมู่ตามลำดับ หากมีหมวดหมู่จำนวนมาก หรือค่าที่ใช้เป็นค่าโดยประมาณ ให้ใช้แผนภูมิเส้นแบบเรียงซ้อน 100% ที่ไม่มีเครื่องหมาย

    เคล็ดลับ   คุณอาจพิจารณาใช้แผนภูมิพื้นที่แบบเรียงซ้อน 100% แทน หากต้องการนำเสนอข้อมูลชนิดนี้ให้ดียิ่งขึ้น

  • แผนภูมิเส้นสามมิติ    แผนภูมิเส้นสามมิติใช้แสดงข้อมูลแต่ละแถวหรือแต่ละคอลัมน์เป็นริบบิ้นสามมิติ แผนภูมินี้มีแกนนอน แกนตั้ง และแกนลึกที่คุณสามารถปรับเปลี่ยนได้

ด้านบนของหน้า

สร้างแผนภูมิกระจาย

แล้วเราจะสร้างแผนภูมิแท่งนี้ได้อย่างไร ขั้นตอนต่อไปนี้จะอธิบายให้คุณทราบวิธีการสร้างแผนภูมิแท่งที่มีผลลัพธ์คล้ายคลึงกัน สำหรับแผนภูมินี้ เราจะใช้ข้อมูลจากแผ่นงานตัวอย่าง โดยคุณสามารถคัดลอกข้อมูลนี้ไปใช้ในแผ่นงานของคุณ หรือใช้ข้อมูลของคุณเองก็ได้

  1. คัดลอกข้อมูลจากแผ่นงานตัวอย่างไปไว้ในแผ่นงานเปล่า หรือเปิดแผ่นงานที่มีข้อมูลที่คุณต้องการจะลงจุดในแผนภูมิกระจาย

    วิธีคัดลอกข้อมูลของแผ่นงานตัวอย่าง

    1. สร้างสมุดงานเปล่าหรือแผ่นงานเปล่า

    2. เลือกตัวอย่างในหัวข้อวิธีใช้

      หมายเหตุ   อย่าเลือกหัวแถวหรือหัวคอลัมน์

      การเลือกตัวอย่างจากวิธีใช้

    3. กด CTRL+C

    4. ในแผ่นงาน ให้เลือกเซลล์ A1 แล้วกด CTRL+V

1

2

3

4

5

6

7

8

9

10

A

B

ปริมาณน้ำฝนแต่ละวัน

ฝุ่นละออง

4.1

122

4.3

117

5.7

112

5.4

114

5.9

110

5.0

114

3.6

128

1.9

137

7.3

104

  1. เลือกข้อมูลที่คุณต้องการลงจุดในแผนภูมิกระจาย

  2. บนแท็บ แทรก ในกลุ่ม แผนภูมิ ให้คลิก แผนภูมิกระจาย

  3. คลิก แผนภูมิกระจายที่มีแต่เครื่องหมาย

    เคล็ดลับ   คุณสามารถวางเมาส์บนแผนภูมิใดก็ได้เพื่อดูชื่อของแผนภูมินั้น

  4. คลิก พื้นที่แผนภูมิ ของแผนภูมิ

    วิธีนี้จะแสดง เครื่องมือแผนภูมิ ซึ่งจะเพิ่มแท็บ ออกแบบเค้าโครง และ รูปแบบ

  5. บนแท็บ ออกแบบ ในกลุ่ม ลักษณะแผนภูมิ ให้คลิกลักษณะของแผนภูมิที่คุณต้องการใช้

    เคล็ดลับ   สำหรับแผนภูมิกระจายของเรา เราใช้ ลักษณะ 26

  6. คลิกที่ชื่อแผนภูมิแล้วพิมพ์ชื่อที่คุณต้องการ

    เคล็ดลับ   สำหรับแผนภูมิของเรา เราใช้ชื่อว่า ระดับฝุ่นละอองในน้ำฝน

  7. หากต้องการลดขนาดของชื่อแผนภูมิ ให้คลิกขวาที่ชื่อนั้น แล้วป้อนขนาดที่ต้องการลงในกล่อง ขนาดตัวอักษร ในเมนูทางลัด

    เคล็ดลับ   สำหรับแผนภูมิกระจายของเรา เราใช้ขนาด 14

  8. คลิก พื้นที่แผนภูมิ ของแผนภูมิ

  9. บนแท็บ เค้าโครง ในกลุ่ม ป้ายชื่อ ให้คลิก ชื่อแกน จากนั้นให้เลือกทำอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้

    1. หากต้องการเพิ่มชื่อแกนนอน คลิกชื่อแกนนอนปฐมภูมิ จากนั้นคลิก ชื่อใต้แกน

    2. หากต้องการเพิ่มชื่อแกนตั้ง คลิก ชื่อแกนตั้งปฐมภูมิ จากนั้นคลิกลักษณะของชื่อแกนนอนที่คุณต้องการ

      เคล็ดลับ   สำหรับแผนภูมิแท่งของเรา เราใช้ ชื่อแบบหมุน

    3. คลิกที่ชื่อแต่ละชื่อ แล้วพิมพ์ชื่อที่คุณต้องการ จากนั้นกด ENTER

      เคล็ดลับ   สำหรับแผนภูมิกระจายของเรา เราใช้ ปริมาณน้ำฝนแต่ละวัน เป็นชื่อแกนนอน และใช้ ระดับฝุ่นละออง เป็นชื่อแกนตั้ง

  10. คลิกที่ พื้นที่การลงจุด ของแผนภูมิ หรือเลือก พื้นที่การลงจุด จากรายการองค์ประกอบแผนภูมิ (แท็บ เค้าโครง, กลุ่ม สิ่งที่เลือกปัจจุบัน, กล่อง องค์ประกอบแผนภูมิ)

  11. บนเท็บ รูปแบบ ในกลุ่ม ลักษณะรูปร่าง ให้คลิกปุ่ม เพิ่มเติม รูปปุ่ม จากนั้นคลิกลักษณะพิเศษที่คุณต้องการใช้

    เคล็ดลับ   สำหรับแผนภูมิกระจายของเรา เราใช้ ลักษณะพิเศษแบบละเอียด - ส่วนที่ถูกเน้น 3

  12. คลิก พื้นที่แผนภูมิ ของแผนภูมิ

  13. บนเท็บ รูปแบบ ในกลุ่ม ลักษณะรูปร่าง ให้คลิกปุ่ม เพิ่มเติม รูปปุ่ม จากนั้นคลิกลักษณะพิเศษที่คุณต้องการใช้

    เคล็ดลับ   สำหรับแผนภูมิกระจายของเรา เราใช้ ลักษณะพิเศษแบบละเอียด - ส่วนที่ถูกเน้น 1

  14. หากคุณต้องการใช้ชุดรูปแบบสีที่ต่างจากชุดรูปแบบที่เป็นค่าเริ่มต้นที่ใช้กับสมุดงานของคุณ ให้ปฏิบัติดังนี้

    1. บนแท็บ เค้าโครงหน้ากระดาษ ในกลุ่ม ชุดรูปแบบ ให้คลิก ชุดรูปแบบ

    2. ภายใต้ มีอยู่แล้วภายใน ให้คลิกชุดรูปแบบที่คุณต้องการใช้

      เคล็ดลับ   สำหรับแผนภูมิเส้นของเรา เราใช้ชุดรูปแบบ สำนักงาน

ด้านบนของหน้า

สร้างแผนภูมิเส้น

แล้วเราจะสร้างแผนภูมิเส้นนี้ได้อย่างไร ขั้นตอนต่อไปนี้จะอธิบายให้คุณทราบวิธีการสร้างแผนภูมิเส้นที่มีผลลัพธ์คล้ายคลึงกัน สำหรับแผนภูมินี้ เราจะใช้ข้อมูลจากแผ่นงานตัวอย่าง โดยคุณสามารถคัดลอกข้อมูลนี้ไปใช้ในแผ่นงานของคุณ หรือใช้ข้อมูลของคุณเองก็ได้

  1. คัดลอกข้อมูลจากแผ่นงานตัวอย่างไปไว้ในแผ่นงานเปล่า หรือเปิดแผ่นงานที่มีข้อมูลที่คุณต้องการจะลงจุดในแผนภูมิเส้น

    วิธีคัดลอกข้อมูลของแผ่นงานตัวอย่าง

    1. สร้างสมุดงานเปล่าหรือแผ่นงานเปล่า

    2. เลือกตัวอย่างในหัวข้อวิธีใช้

      หมายเหตุ   อย่าเลือกหัวแถวหรือหัวคอลัมน์

      การเลือกตัวอย่างจากวิธีใช้

    3. กด CTRL+C

    4. ในแผ่นงาน ให้เลือกเซลล์ A1 แล้วกด CTRL+V

1

2

3

4

5

6

7

8

9

10

A

B

C

วันที่

ปริมาณน้ำฝนแต่ละวัน

ระดับฝุ่นละออง

1/1/07

4.1

122

1/2/07

4.3

117

1/3/07

5.7

112

1/4/07

5.4

114

1/5/07

5.9

110

1/6/07

5.0

114

1/7/07

3.6

128

1/8/07

1.9

137

1/9/07

7.3

104

  1. เลือกข้อมูลที่คุณต้องการลงจุดในแผนภูมิเส้น

  2. บนแท็บ แทรก ในกลุ่ม แผนภูมิ ให้คลิก แผนภูมิเส้น

  3. คลิกแผนภูมิเส้นพร้อมเครื่องหมาย

  4. คลิก พื้นที่แผนภูมิ ของแผนภูมิ

    วิธีนี้จะแสดง เครื่องมือแผนภูมิ ซึ่งจะเพิ่มแท็บ ออกแบบเค้าโครง และ รูปแบบ

  5. บนแท็บ ออกแบบ ในกลุ่ม ลักษณะแผนภูมิ ให้คลิกลักษณะแผนภูมิที่คุณต้องการใช้

    เคล็ดลับ   สำหรับแผนภูมิเส้นของเรา เราใช้ ลักษณะ 2

  6. บนแท็บ เค้าโครง ในกลุ่ม ป้ายชื่อ ให้คลิก ชื่อแผนภูมิ แล้วคลิก เหนือแผนภูมิ

  7. คลิกที่ชื่อของแผนภูมิ แล้วพิมพ์ชื่อที่คุณต้องการ

    เคล็ดลับ   สำหรับแผนภูมิเส้นของเรา เราใช้ชื่อว่า ระดับฝุ่นละอองในน้ำฝน

  8. หากต้องการลดขนาดของชื่อแผนภูมิ ให้คลิกขวาที่ชื่อนั้น แล้วป้อนขนาดที่คุณต้องการลงในกล่อง ขนาด ในเมนูทางลัด

    เคล็ดลับ   สำหรับแผนภูมิเส้นของเรา เราใช้ขนาด 14

  9. บนแผนภูมิ ให้คลิกที่คำอธิบายแผนภูมิ หรือเลือกจากรายการองค์ประกอบแผนภูมิ (แท็บ รูปแบบ, กลุ่ม ส่วนที่เลือกปัจจุบัน, กล่อง องค์ประกอบแผนภูมิ)

  10. บนแท็บ เค้าโครง ในกลุ่ม ป้ายชื่อ ให้คลิก คำอธิบายแผนภูมิ แล้วคลิกตำแหน่งที่คุณต้องการ

    เคล็ดลับ   สำหรับแผนภูมิเส้นของเรา เราใช้ แสดงคำอธิบายแผนภูมิที่ด้านบนสุด

  11. หากต้องการลงจุดของชุดข้อมูลหนึ่งๆ ในแกนตั้งทุติยภูมิ ให้คลิกที่ชุดข้อมูลสำหรับปริมาณน้ำฝน หรือเลือกจากรายการองค์ประกอบแผนภูมิ (แท็บเค้าโครง กลุ่ม ส่วนที่เลือกปัจจุบัน กล่อง องค์ประกอบแผนภูมิ)

  12. บนแท็บ เค้าโครง ในกลุ่ม ส่วนที่เลือกปัจจุบัน ให้คลิก การเลือกรูปแบบ

  13. ใต้ ตัวเลือกชุดข้อมูล เลือก แกนทุติยภูมิ จากนั้นคลิก ปิด

  14. บนแท็บ เค้าโครง ในกลุ่ม ป้ายชื่อ ให้คลิก ชื่อแกน แล้วเลือกทำอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้

    1. หากต้องการเพิ่มชื่อของแกนตั้งปฐมภูมิ ให้คลิกชื่อแกนตั้งปฐมภูมิ จากนั้นคลิกลักษณะของชื่อแกนตั้งที่คุณต้องการ

      เคล็ดลับ   สำหรับแผนภูมิเส้นของเรา เราใช้ ชื่อแบบหมุน

    2. หากต้องการเพิ่มชื่อของแกนตั้งทุติยภูมิ ให้คลิก ชื่อแกนตั้งทุติยภูมิ จากนั้นคลิกลักษณะของชื่อแกนตั้งที่คุณต้องการ

      เคล็ดลับ   สำหรับแผนภูมิเส้นของเรา เราใช้ ชื่อแบบหมุน

    3. คลิกที่ชื่อแต่ละชื่อ แล้วพิมพ์ชื่อที่คุณต้องการ จากนั้นกด ENTER

      เคล็ดลับ   สำหรับแผนภูมิเส้นของเรา เราใช้ ระดับฝุ่นละออง เป็นชื่อแกนตั้งปฐมภูมิ และใช้ ปริมาณน้ำฝนแต่ละวัน เป็นชื่อแกนตั้งทุติยภูมิ

  15. คลิกที่ พื้นที่การลงจุด ของแผนภูมิ หรือเลือกจากรายการองค์ประกอบแผนภูมิ (แท็บ เค้าโครง, กลุ่ม สิ่งที่เลือกปัจจุบัน, กล่อง องค์ประกอบแผนภูมิ)

  16. บนเท็บ รูปแบบ ในกลุ่ม ลักษณะรูปร่าง ให้คลิกปุ่ม เพิ่มเติม รูปปุ่ม จากนั้นคลิกลักษณะพิเศษที่คุณต้องการใช้

    เคล็ดลับ   สำหรับแผนภูมิเส้นของเรา เราใช้ ลักษณะพิเศษแบบละเอียด - ส่วนที่ถูกเน้น 1

  17. คลิก พื้นที่แผนภูมิ ของแผนภูมิ

  18. บนเท็บ รูปแบบ ในกลุ่ม ลักษณะรูปร่าง ให้คลิกปุ่ม เพิ่มเติม รูปปุ่ม จากนั้นคลิกลักษณะพิเศษที่คุณต้องการใช้

    เคล็ดลับ   สำหรับแผนภูมิเส้นของเรา เราใช้ ลักษณะพิเศษแบบละเอียด - ส่วนที่ถูกเน้น 3

  19. หากคุณต้องการใช้ชุดรูปแบบสีที่ต่างจากชุดรูปแบบที่เป็นค่าเริ่มต้นที่ใช้กับสมุดงานของคุณ ให้ปฏิบัติดังนี้

    1. บนแท็บ เค้าโครงหน้ากระดาษ ในกลุ่ม ชุดรูปแบบ ให้คลิก ชุดรูปแบบ

    2. ภายใต้ มีอยู่แล้วภายใน ให้คลิกชุดรูปแบบที่คุณต้องการใช้

      เคล็ดลับ   สำหรับแผนภูมิเส้นของเรา เราใช้ชุดรูปแบบ สำนักงาน

ด้านบนของหน้า

บันทึกแผนภูมิเป็นแม่แบบ

หากคุณต้องการสร้างอีกแผนภูมิหนึ่งให้เหมือนกับที่คุณเพิ่งจะสร้างขึ้น คุณสามารถบันทึกแผนภูมิเป็นแม่แบบที่คุณสามารถใช้เป็นพื้นฐานสำหรับแผนภูมิอื่นๆ ที่เหมือนกันได้

  1. คลิกแผนภูมิที่คุณต้องการบันทึกเป็นแม่แบบ

  2. บนแท็บ ออกแบบ ในกลุ่ม ชนิด ให้คลิก บันทึกเป็นแม่แบบ

  3. ในกล่อง ชื่อแฟ้ม ให้พิมพ์ชื่อของแม่แบบ

    เคล็ดลับ   ถ้าคุณไม่ได้ระบุโฟลเดอร์อื่น แฟ้มแม่แบบ (.crtx) จะถูกบันทึกไว้ในโฟลเดอร์ Charts และแม่แบบจะพร้อมใช้งานภายใต้ แม่แบบ ในทั้งกล่องโต้ตอบ แทรกแผนภูมิ (แท็บ แทรก กลุ่ม แผนภูมิ ตัวเปิดใช้กล่องโต้ตอบ ) และกล่องโต้ตอบ เปลี่ยนชนิดแผนภูมิ (แท็บ ออกแบบ กลุ่ม ชนิดเปลี่ยนชนิดแผนภูมิ)

    สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีนำแม่แบบแผนภูมิไปใช้ ให้ดู การใช้แผนภูมิที่ใช้บ่อยซ้ำโดยใช้แม่แบบแผนภูมิ

หมายเหตุ   เมื่อคุณบันทึกแผนภูมิเป็นแม่แบบ แม่แบบดังกล่าวจะบันทึกการจัดรูปแบบแผนภูมิและสีของแผนภูมิที่กำลังใช้อยู่ไว้ และเมื่อคุณใช้แม่แบบแผนภูมิเพื่อสร้างแผนภูมิในสมุดงานอื่น แผนภูมิใหม่ก็จะใช้สีของแม่แบบแผนภูมิ — ไม่ใช่สีของชุดรูปแบบเอกสารที่ใช้กับสมุดงานในปัจจุบัน เมื่อต้องการใช้สีของชุดรูปแบบเอกสารแทนสีของแม่แบบแผนภูมิ ให้คลิกขวาที่ พื้นที่แผนภูมิ จากนั้นคลิก ตั้งค่าใหม่ให้ตรงกับลักษณะ บนเมนูทางลัด

ด้านบนของหน้า

นำไปใช้กับ: Excel 2007, Outlook 2007



ข้อมูลนี้เป็นประโยชน์หรือไม่

ใช่ ไม่ใช่

เราควรปรับปรุงแก้ไขอย่างไร

255 อักขระที่เหลืออยู่

เพื่อปกป้องความเป็นส่วนตัวของคุณ โปรดอย่ารวมข้อมูลที่ติดต่อในคำติชมของคุณ ช่วยเรารีวิว นโยบายความเป็นส่วนตัว.

ขอบคุณสำหรับคำติชมของคุณ!

ทรัพยากรการสนับสนุน

เปลี่ยนภาษา