การกำหนดและใช้ชื่อในสูตร

ด้วยการใช้ชื่อ คุณสามารถทำให้สูตรเข้าใจได้ง่ายและเก็บรักษาได้ง่ายขึ้น คุณสามารถกำหนดชื่อให้กับช่วงของเซลล์ ฟังก์ชัน ค่าคงที่ หรือตารางได้ หลังจากนำชื่อมาใช้กับเวิร์กบุ๊กแล้ว คุณสามารถอัปเดต ตรวจสอบ และจัดการกับชื่อเหล่านี้ได้อย่างง่ายดาย

คุณต้องการทำสิ่งใด

กำหนดชื่อให้กับเซลล์หรือช่วงของเซลล์ในแผ่นงาน

กำหนดชื่อโดยใช้เซลล์ส่วนที่เลือกในแผ่นงาน

กำหนดชื่อโดยใช้กล่องโต้ตอบ 'ชื่อใหม่'

จัดการชื่อโดยใช้กล่องโต้ตอบ ตัวจัดการชื่อ

เปลี่ยนชื่อ

ลบชื่อ

เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้ชื่อ

เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับกฎทางไวยากรณ์ของชื่อ

กำหนดชื่อให้กับเซลล์หรือช่วงของเซลล์ในแผ่นงาน

  1. เลือกเซลล์ ช่วงของเซลล์ หรือส่วนที่เลือกที่ไม่ติดกัน ที่คุณต้องการตั้งชื่อ

  2. คลิกกล่อง ชื่อ ที่ด้านซ้ายสุดของ แถบสูตร
    กล่องชื่อบนแถบสูตร

  3. พิมพ์ชื่อที่คุณต้องการใช้แทนส่วนที่เลือก ชื่อสามารถมีความยาวอักขระได้ถึง 255 ตัว ถ้าต้องการเรียนรู้เกี่ยวกับกฎอื่นๆ สำหรับการสร้างชื่อเพิ่มเติม ให้ดูที่ส่วนก่อนหน้านี้ คือ เรียนรู้เกี่ยวกับกฎไวยากรณ์สำหรับชื่อ

  4. กด Enter

หมายเหตุ   คุณไม่สามารถตั้งชื่อเซลล์ได้ขณะอยู่ในโหมดแก้ไข (เปลี่ยนแปลงเนื้อหาของเซลล์)

ด้านบนของหน้า

กำหนดชื่อโดยใช้เซลล์ส่วนที่เลือกในเวิร์กชีต

คุณสามารถแปลงป้ายชื่อแถวและคอลัมน์ที่มีอยู่ให้เป็นชื่อได้

  1. เลือกช่วงที่คุณต้องการตั้งชื่อ รวมทั้งป้ายชื่อแถวหรือคอลัมน์

  2. บนแท็บ สูตร ในกลุ่ม ชื่อที่ถูกกำหนด ให้คลิก สร้างจากส่วนที่เลือก
    คำสั่ง 'สร้างจากส่วนที่เลือก'

  3. ในกล่องโต้ตอบ การสร้างชื่อจากส่วนที่เลือก ให้ระบุตำแหน่งที่ตั้งที่มีป้ายชื่อโดยเลือกกล่องกาเครื่องหมาย แถวด้านบน, คอลัมน์ด้านซ้าย, แถวด้านล่าง หรือ คอลัมน์ด้านขวา

หมายเหตุ   ชื่อที่สร้างด้วยขั้นตอนนี้จะอ้างถึงเฉพาะเซลล์ที่มีค่าอยู่เท่านั้น และไม่รวมถึงป้ายชื่อแถวและคอลัมน์ที่มีอยู่

ด้านบนของหน้า

กำหนดชื่อโดยใช้กล่องโต้ตอบ 'ชื่อใหม่'

  1. บนแท็บ สูตร ในกลุ่ม ชื่อที่ถูกกำหนด ให้คลิก กำหนดชื่อ
    คำสั่ง 'กำหนดชื่อ'

  2. ในกล่องโต้ตอบ ชื่อใหม่ ในกล่อง ชื่อ ให้พิมพ์ชื่อที่คุณต้องการใช้ในการอ้างอิง

    หมายเหตุ   ชื่อสามารถมีความยาวอักขระได้ถึง 255 ตัว ถ้าต้องการเรียนรู้เกี่ยวกับกฎอื่นๆ สำหรับการสร้างชื่อเพิ่มเติม ให้ดูที่ส่วน เรียนรู้เกี่ยวกับกฎไวยากรณ์สำหรับชื่อ

  3. เมื่อต้องการระบุขอบเขตของชื่อ ในกล่องรายการแบบดรอปดาวน์ ขอบเขต ให้เลือก เวิร์กบุ๊ก หรือชื่อเวิร์กชีตในเวิร์กบุ๊ก

  4. หรือในกล่อง ข้อคิดเห็น ให้ใส่คำข้อคิดเห็นอธิบายโดยมีความยาวอักขระไม่เกิน 255 ตัว

    หมายเหตุ   ถ้าคุณประกาศเวิร์กบุ๊กไปยัง Excel Services และระบุพารามิเตอร์อย่างน้อยหนึ่งพารามิเตอร์ ข้อคิดเห็นจะถูกใช้เป็นคำแนะนำบนหน้าจอในบานหน้าต่างงาน พารามิเตอร์

  5. ในกล่อง อ้างอิงไปยัง ให้ทำอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้

    • เมื่อต้องการใส่การอ้างอิงเซลล์ ให้พิมพ์การอ้างอิงเซลล์ลงไป

      เคล็ดลับ   ส่วนที่เลือกปัจจุบันจะถูกใส่ลงไปตามค่าเริ่มต้น เมื่อต้องการใส่การอ้างอิงเซลล์อื่นเป็นอาร์กิวเมนต์ ให้คลิก รูปปุ่ม (ซึ่งจะย่อกล่องโต้ตอบลงชั่วคราว) เลือกเซลล์ในเวิร์กชีต แล้วคลิก รูปปุ่ม เพื่อเปลี่ยนขนาดกล่องโต้ตอบกลับเป็นปกติ

    • เมื่อต้องการกรอกค่าคงที่ ให้พิมพ์ = (เครื่องหมายเท่ากับ) แล้วพิมพ์ค่าคงที่ลงไป

    • เมื่อต้องการกรอกสูตร ให้พิมพ์ = แล้วพิมพ์สูตรลงไป

  6. ถ้าต้องการจบการดำเนินการและย้อนกลับไปยังแผ่นงาน ให้คลิก ตกลง

เคล็ดลับ   เมื่อต้องการขยายกล่องโต้ตอบ ชื่อใหม่ ให้กว้างขึ้นหรือยาวขึ้น ให้คลิกจุดจับด้านล่างแล้วลาก

ด้านบนของหน้า

จัดการชื่อโดยใช้กล่องโต้ตอบ ตัวจัดการชื่อ

คุณสามารถใช้กล่องโต้ตอบ ตัวจัดการชื่อ เพื่อจัดการกับชื่อที่กำหนดไว้และชื่อตารางทั้งหมดในเวิร์กบุ๊ก ตัวอย่างเช่น คุณอาจต้องการค้นหาชื่อที่มีข้อผิดพลาด (เช่น #DIV/0! หรือ #NAME?) ยืนยันค่าและการอ้างอิงของชื่อ ดูหรือแก้ไขข้อคิดเห็นคำอธิบาย หรือกำหนดชื่อของขอบเขต นอกจากนี้คุณยังสามารถเรียงลำดับและกรองรายการชื่อ รวมทั้งเพิ่ม เปลี่ยน หรือลบชื่อได้ง่ายๆ อีกด้วย

เมื่อต้องการเปิดกล่องโต้ตอบ ตัวจัดการชื่อ บนแท็บ สูตร ในกลุ่ม ชื่อที่ถูกกำหนด ให้คลิก ตัวจัดการชื่อ

คำสั่ง 'ตัวจัดการชื่อ'

แสดงชื่อที่กำหนดและชื่อตาราง

กล่องโต้ตอบ ตัวจัดการชื่อ จะแสดงข้อมูลเกี่ยวกับชื่อแต่ละชื่อในกล่องรายการ

ในคอลัมน์นี้

สิ่งที่แสดง

ไอคอนและชื่อ

แสดงอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้

  • ชื่อที่กำหนด ซึ่งบ่งชี้ด้วยไอคอนชื่อที่ถูกกำหนด ไอคอน ชื่อที่ถูกกำหนด

  • ชื่อตาราง ซึ่งบ่งชี้ด้วยไอคอนชื่อตาราง ไอคอนชื่อตาราง

ค่า

ค่าปัจจุบันของชื่อ เช่น ผลลัพธ์ของสูตร ค่าคงที่ของสตริง ช่วงของเซลล์ ข้อผิดพลาด อาร์เรย์ของค่า หรือพื้นที่ที่สำรองไว้ เมื่อไม่สามารถประเมินสูตรได้ นี่คือตัวอย่างที่เกี่ยวข้อง

  • "นี่คือค่าคงที่ของสตริงของฉัน"

  • 3.1459

  • {2003;12,2002;23,;2001,18}

  • #REF!

  • {...}

อ้างอิงไปยัง

การอ้างอิงปัจจุบันของชื่อ นี่คือตัวอย่างที่เกี่ยวข้อง

  • =Sheet1!$A$3

  • =8.3

  • =HR!$A$1:$Z$345

  • =SUM(Sheet1!A1,Sheet2!B2)

ขอบเขต

แสดงอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้

  • ชื่อเวิร์กชีต ถ้าขอบเขตอยู่ในระดับเวิร์กชีตภายใน

  • "เวิร์กบุ๊ก" ถ้าขอบเขตอยู่ในระดับเวิร์กชีตส่วนกลาง

ข้อคิดเห็น

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับชื่อซึ่งมีความยาวไม่เกิน 255 อักขระ นี่คือตัวอย่างที่เกี่ยวข้อง

  • ค่านี้จะหมดอายุในวันที่ 2 พฤษภาคม 2553

  • อย่าลบ! ชื่อสำคัญ!

  • ยึดตามหมายเลขใบรับรองมาตรฐาน ISO

หมายเหตุ    ถ้าคุณประกาศเวิร์กบุ๊กไปยัง Excel Services และระบุพารามิเตอร์อย่างน้อยหนึ่งพารามิเตอร์ ข้อคิดเห็นจะถูกใช้เป็นคำแนะนำบนหน้าจอในบานหน้าต่างงาน พารามิเตอร์

หมายเหตุ  

  • คุณจะใช้กล่องโต้ตอบ ตัวจัดการชื่อ ไม่ได้ในขณะที่คุณกำลังเปลี่ยนเนื้อหาของเซลล์

  • กล่องโต้ตอบ ตัวจัดการชื่อ จะไม่แสดงชื่อที่ถูกกำหนดใน Microsoft Visual Basic for Applications (VBA) หรือชื่อที่ซ่อนไว้ (คุณสมบัติ มองเห็นได้ ของชื่อถูกตั้งค่าเป็น "เท็จ")

การปรับขนาดคอลัมน์

  • เมื่อต้องการปรับขนาดคอลัมน์ให้พอดีกับค่าที่มากที่สุดในคอลัมน์นั้นโดยอัตโนมัติ ให้คลิกสองครั้งที่ด้านขวาของส่วนหัวของคอลัมน์

การเรียงลำดับชื่อ

  • เมื่อต้องการเรียงลำดับรายการชื่อจากน้อยไปหามากหรือจากมากไปหาน้อย ให้คลิกส่วนหัวของคอลัมน์ซึ่งเป็นอีกวิธีหนึ่งที่สามารถกระทำได้

การกรองชื่อ

ใช้คำสั่งในรายการดรอปดาวน์ ตัวกรอง เพื่อแสดงชุดย่อยของชื่ออย่างรวดเร็ว การเลือกแต่ละคำสั่งจะเป็นการเปิดหรือปิดการดำเนินการตัวกรอง ทำให้สามารถรวมหรือเอาการดำเนินการตัวกรองต่างๆ ออก เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่คุณต้องการ

เมื่อต้องการกรองรายการชื่อ ให้เลือกทำอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้

เลือก

เมื่อต้องการ

ชื่อในเวิร์กชีต

แสดงเฉพาะชื่อที่อยู่ภายในเวิร์กชีต

ชื่อในเวิร์กบุ๊ก

แสดงเฉพาะชื่อที่เป็นชื่อส่วนกลางของเวิร์กบุ๊ก

ชื่อที่มีข้อผิดพลาด

แสดงเฉพาะชื่อที่มีค่าที่มีข้อผิดพลาด (เช่น #REF, #VALUE, หรือ #NAME)

ชื่อที่ไม่มีข้อผิดพลาด

แสดงเฉพาะชื่อที่มีค่าที่ไม่มีข้อผิดพลาด

ชื่อที่ถูกกำหนด

แสดงเฉพาะชื่อที่คุณหรือ Excel กำหนด เช่น พื้นที่การพิมพ์

ชื่อตาราง

แสดงเฉพาะชื่อตาราง

ด้านบนของหน้า

เปลี่ยนชื่อ

ถ้าคุณเปลี่ยนชื่อที่กำหนดหรือชื่อตาราง อินสแตนซ์ทั้งหมดของชื่อนั้นในเวิร์กบุ๊กจะเปลี่ยนไปด้วย

  1. บนแท็บ สูตร ในกลุ่ม ชื่อที่ถูกกำหนด ให้คลิก ตัวจัดการชื่อ
    คำสั่ง 'ตัวจัดการชื่อ'

  2. ในกล่องโต้ตอบ ตัวจัดการชื่อ คลิกชื่อที่คุณต้องการเปลี่ยน จากนั้นคลิก แก้ไข

    เคล็ดลับ    คุณสามารถคลิกสองครั้งที่ชื่อได้

  3. ในกล่องโต้ตอบ แก้ไข ชื่อ ในกล่อง ชื่อ ให้พิมพ์ชื่อการอ้างอิงชื่อใหม่

  4. ในกล่อง อ้างอิงไปยัง ให้เปลี่ยนการอ้างอิง แล้วคลิก ตกลง

  5. ในกล่องโต้ตอบ ตัวจัดการชื่อ ในกล่อง อ้างอิงไปยัง ให้เปลี่ยนเซลล์ สูตร หรือค่าคงที่ที่แทนด้วยชื่อ

    • เมื่อต้องการยกเลิกการเปลี่ยนแปลงที่ไม่ต้องการหรือไม่ได้ตั้งใจให้เกิดขึ้น ให้คลิก ยกเลิก ปุ่ม 'ยกเลิก' หรือกด ESC

    • เมื่อต้องการบันทึกการเปลี่ยนแปลง ให้คลิก ยอมรับ ปุ่ม Enter หรือกด Enter

หมายเหตุ   ปุ่ม ปิด จะปิดเฉพาะกล่องโต้ตอบ ตัวจัดการชื่อ เท่านั้น ไม่จำเป็นต้องคลิก ปิด เพื่อยอมรับการเปลี่ยนแปลงที่ได้ทำไปแล้ว

ด้านบนของหน้า

ลบชื่อ

  1. บนแท็บ สูตร ในกลุ่ม ชื่อที่ถูกกำหนด ให้คลิก ตัวจัดการชื่อ
    คำสั่ง 'ตัวจัดการชื่อ'

  2. ในกล่องโต้ตอบ ตัวจัดการชื่อ ให้คลิกชื่อที่คุณต้องการจะเปลี่ยน

  3. เลือกชื่ออย่างน้อยหนึ่งชื่อโดยทำอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้

    • เมื่อต้องการเลือกชื่อ ให้คลิกที่ชื่อนั้น

    • เมื่อต้องการเลือกชื่อมากกว่าหนึ่งชื่อในกลุ่มอยู่ที่ติดกัน ให้คลิกชื่อแล้วลาก หรือกด Shift และคลิกปุ่มเมาส์สำหรับชื่อแต่ละชื่อในกลุ่ม

    • เมื่อต้องการเลือกชื่อมากกว่าหนึ่งชื่อในกลุ่มที่ไม่ได้อยู่ติดกัน ให้กด Ctrl และคลิกปุ่มเมาส์สำหรับชื่อแต่ละชื่อในกลุ่ม

  4. คลิก ลบ หรือจะกดแป้น ลบ ก็ได้

  5. คลิก ตกลง เพื่อยืนยันการลบ

หมายเหตุ   ปุ่ม ปิด จะปิดเฉพาะกล่องโต้ตอบ ตัวจัดการชื่อ เท่านั้น ไม่จำเป็นต้องคลิก ปิด เพื่อยอมรับการเปลี่ยนแปลงที่ได้ทำไปแล้ว

ด้านบนของหน้า

เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้ชื่อ

ชื่อคือการอ้างอิงแบบย่อที่ช่วยให้เข้าใจจุดประสงค์ของการอ้างอิงเซลล์ค่าคงที่สูตร หรือตาราง ได้ง่ายขึ้น ซึ่งแต่ละรายการอาจดูจะเข้าใจได้ยากในตอนแรก ข้อมูลต่อไปนี้จะแสดงตัวอย่างทั่วไปของชื่อและวิธีการที่ชื่อจะช่วยเพิ่มความชัดเจนและความเข้าใจได้มากขึ้น

ชนิดตัวอย่าง

ตัวอย่างที่ไม่มีชื่อ

ตัวอย่างที่ใช้ชื่อ

การอ้างอิง

=SUM(C20:C30)

=SUM(FirstQuarterSales)

ค่าคงที่

=PRODUCT(A5,8.3)

=PRODUCT(Price,WASalesTax)

สูตร

=SUM(VLOOKUP(A1,B1:F20,5,FALSE), -G5)

=SUM(Inventory_Level,-Order_Amt)

ตาราง

C4:G36

=TopSales06

ชนิดของชื่อ

มีชนิดของชื่ออยู่หลายชนิดที่คุณสามารถสร้างและใช้ได้

ชื่อที่กำหนด    ชื่อที่ใช้แทนเซลล์ ช่วงของเซลล์ สูตร หรือค่าคงที่ คุณสามารถสร้างชื่อที่กำหนดเองได้ และในบางครั้ง Microsoft Excel จะสร้างชื่อที่กำหนดให้คุณ เช่น เมื่อคุณตั้งค่าพื้นที่พิมพ์

ชื่อตาราง    ชื่อสำหรับตาราง Excel ซึ่งเป็นคอลเลกชันของข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องใดเรื่องหนึ่งที่เก็บอยู่ในระเบียน (แถว) และเขตข้อมูล (คอลัมน์) Excel จะสร้างชื่อตาราง Excel เริ่มต้นเป็น ตาราง1, ตาราง2 ไปเรื่อยๆ ทุกครั้งที่คุณแทรกตาราง Excel แต่คุณสามารถเปลี่ยนชื่อตารางเพื่อให้มีความหมายมากขึ้นได้

ขอบเขตของชื่อ

ชื่อทุกชื่อจะมีขอบเขต ไม่ว่าจะเป็นเวิร์กชีตที่เฉพาะเจาะจง (เรียกอีกอย่างว่าระดับเวิร์กชีตภายใน) หรือทั้งเวิร์กบุ๊ก (เรียกอีกอย่างว่าระดับเวิร์กบุ๊กส่วนกลาง) ขอบเขตของชื่อคือตำแหน่งที่ตั้งซึ่งจะรับรู้ชื่อที่กำหนดไว้ ตัวอย่างเช่น

  • ถ้าคุณได้กำหนดชื่อไว้แล้ว เช่น Budget _ FY 08 และขอบเขตของชื่อคือ เวิร์กชีต1 ชื่อนั้นจะถูกรับรู้เฉพาะใน เวิร์กชีต1 เท่านั้น แต่เวิร์กชีตอื่นๆ จะไม่รับรู้ถ้าไม่มีข้อมูลอื่นเพิ่มเติม เช่น ชื่อของเวิร์กชีต

    เมื่อต้องการใช้ชื่อเวิร์กชีตภายในในเวิร์กชีตอื่น คุณสามารถขยายขอบเขตได้โดยใช้ชื่อเวิร์กชีตนำหน้าชื่อ ตามตัวอย่างต่อไปนี้

    Sheet1!Budget_FY08

  • ถ้าคุณได้กำหนดชื่อไว้แล้ว เช่น Sales_Dept_Goals และขอบเขตของชื่อจำกัดอยู่ภายในเวิร์กบุ๊ก (หรือก็คือไฟล์ Excel) ชื่อนั้นจะถูกรับรู้ในเวิร์กชีตทั้งหมดของเวิร์กบุ๊กนั้น แต่ไม่ใช่ในเวิร์กบุ๊กอื่น

ในขอบเขตหนึ่ง จะต้องไม่มีชื่อที่ซ้ำกัน Excel จะป้องกันไม่ให้คุณกำหนดชื่อซ้ำกันในขอบเขตเดียวกัน อย่างไรก็ตาม คุณสามารถใช้ชื่อเดียวกันในขอบเขตที่ต่างกันได้ ตัวอย่างเช่น คุณสามารถกำหนดชื่ออย่างเช่น GrossProfit ซึ่งมีขอบเขตอยู่ใน เวิร์กชีต1 เวิร์กชีต2 และ เวิร์กชีต3 ในเวิร์กบุ๊กเดียวกันได้ แม้ว่าแต่ละชื่อจะเหมือนกัน แต่ก็ไม่ซ้ำกันภายในขอบเขตนั้น สิ่งนี้จะช่วยให้แน่ใจว่าสูตรที่ใช้ชื่อ GrossProfit จะอ้างอิงเซลล์เดิมที่ระดับเวิร์กบุ๊กภายในเสมอ

คุณยังสามารถกำหนดชื่อ GrossProfit นี้สำหรับระดับเวิร์กบุ๊กส่วนกลางได้ด้วย แต่ขอบเขตจะต้องไม่ซ้ำกัน อย่างไรก็ตาม ในกรณีนี้ชื่ออาจจะขัดแย้งกันได้ เพื่อแก้ไขข้อขัดแย้งนี้ ตามค่าเริ่มต้น Excel จะใช้ชื่อที่กำหนดไว้สำหรับเวิร์กชีตเนื่องจากระดับเวิร์กชีตภายในจะมีความสำคัญสูงกว่าระดับเวิร์กบุ๊กส่วนกลาง ถ้าคุณต้องการแทนที่ความสำคัญที่สูงกว่าและใช้ชื่อเวิร์กบุ๊ก คุณสามารถแยกความแตกต่างของชื่อได้ด้วยการเติมคำนำหน้าชื่อเวิร์กบุ๊ก ตามตัวอย่างต่อไปนี้

WorkbookFile!GrossProfit

คุณสามารถแทนที่ระดับเวิร์กบุ๊กภายในให้กับเวิร์กชีตทั้งหมดในเวิร์กบุ๊กได้ ยกเว้นเวิร์กชีตแรก ซึ่งจะเป็นชื่อภายในเสมอถ้าชื่อเกิดขัดแย้งกันและไม่สามารถแทนที่ชื่อได้

การกำหนดและการใช้ชื่อ

คุณสามารถกำหนดชื่อได้โดยใช้

  • กล่องชื่อบนแถบสูตร    นี่เป็นวิธีที่ดีที่สุดในการสร้างชื่อระดับเวิร์กบุ๊กสำหรับช่วงที่เลือก พิมพ์ชื่อที่คุณต้องการใช้ลงในกล่องโดยตรง (ตามค่าเริ่มต้น เนื้อหาในกล่องชื่อคือตำแหน่งของเซลล์นั้นๆ ตัวอย่างเช่น A1) รูปนี้แสดงชื่อที่กำหนดคือ ชื่อ ในกล่อง ตัวจัดการชื่อ หลังจากที่ชื่อถูกกำหนดแล้ว

    กล่องชื่อ

  • ป้ายชื่อแถวและคอลัมน์ที่มีอยู่ของเซลล์ส่วนที่เลือก    คุณสามารถใช้คำสั่ง สร้างจากส่วนที่เลือก เพื่อสร้างชื่อจากป้ายชื่อของแถวและคอลัมน์ที่มีอยู่แล้วได้โดยใช้เซลล์ส่วนที่เลือกในเวิร์กชีต

  • กล่องโต้ตอบ 'ชื่อใหม่'    วิธีนี้ใช้ได้ดีที่สุดเมื่อคุณต้องการความยืดหยุ่นมากขึ้นในการสร้างชื่อ อย่างเช่นการระบุขอบเขตของระดับเวิร์กชีตภายในหรือการสร้างข้อคิดเห็นของชื่อ

หมายเหตุ   โดยค่าเริ่มต้นแล้ว ชื่อจะใช้การอ้างอิงเซลล์แบบสัมบูรณ์

คุณสามารถใช้ชื่อที่กำหนดในสูตรได้โดยใส่ชื่อด้วยวิธีต่อไปนี้

  • การพิมพ์    การพิมพ์ชื่อ ตัวอย่างเช่น อาร์กิวเมนต์ในสูตร จากรูปนี้ ID คือชื่อที่กำหนดที่อ้างอิงไปยังช่วง B2:B5
    ชื่อที่กำหนดใช้ในสูตร

  • การใช้การทำให้สูตรสมบูรณ์อัตโนมัติ    ใช้รายการดรอปดาวน์ Formula AutoComplete ซึ่งจะแสดงรายการชื่อที่ถูกต้องให้คุณโดยอัตโนมัติ จะเห็นได้จากรูปนี้ ชื่อที่กำหนด คือ ID จะอยู่ในรายการแบบดรอปดาวน์สำหรับใช้ในสูตร
    ชื่อที่กำหนดจะปรากฏในรายการ AutoComplete

  • การเลือกจากคำสั่ง 'ใช้ในสูตร'    เลือกชื่อที่กำหนดจากรายการที่มีอยู่จากคำสั่ง ใช้ในสูตร ในกลุ่ม ชื่อที่ถูกกำหนด บนแท็บ สูตร

การติดตามชื่อ

สำหรับการติดตามชื่อที่กำหนดทั้งหมดในเวิร์กบุ๊กเพื่อให้คุณหาชื่อเหล่านั้นเจอได้ทันที ให้คุณสร้างรายการที่แสดงชื่อที่กำหนดไว้ทั้งหมดรวมถึงตำแหน่งที่ตั้งของชื่อนั้น

  1. ระบุพื้นที่ที่มีคอลัมน์ว่างสองคอลัมน์ในเวิร์กชีต (รายการจะมีสองคอลัมน์ โดยคอลัมน์หนึ่งเป็นคอลัมน์ชื่อและอีกคอลัมน์หนึ่งเป็นคอลัมน์คำอธิบายชื่อ)

  2. เลือกเซลล์ที่จะเป็นมุมบนซ้ายของรายการ

  3. บนแท็บ สูตร ในกลุ่ม ชื่อที่ถูกกำหนด ให้คลิก ใช้ในสูตร แล้วคลิก วางชื่อ

  4. ในกล่องโต้ตอบ วางชื่อ ให้คลิก วางรายการ
    วางชื่อที่กำหนดทั้งหมดลงในแผ่นงาน

    ด้วยการคลิก วางรายการ ชื่อและช่วงของชื่อที่กำหนดไว้ทั้งสองชื่อ (ชื่อ และ ID) จะถูกวางลงในเวิร์กชีต

ด้านบนของหน้า

เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับกฎทางไวยากรณ์ของชื่อ

ต่อไปนี้คือรายการกฎไวยากรณ์ที่คุณควรรู้เมื่อสร้างและแก้ไขชื่อ

  • อักขระที่ถูกต้อง    อักขระแรกของชื่อต้องเป็นตัวอักษร อักขระขีดล่าง (_) หรือเครื่องหมายแบคสแลช (\) อักขระที่เหลือในชื่อสามารถเป็นได้ทั้งตัวอักษร ตัวเลข จุด และอักขระขีดล่าง

    หมายเหตุ   คุณไม่สามารถใช้อักขระตัวพิมพ์ใหญ่และตัวพิมพ์เล็ก "C" "c" "R" หรือ "r" ในการกำหนดชื่อได้ เนื่องจากอักขระทั้งหมดนี้จะใช้เป็นการอ้างอิงแบบย่อในการเลือกแถวหรือคอลัมน์สำหรับเซลล์ที่เลือกในปัจจุบันเมื่อคุณใส่อักขระลงในกล่องข้อความ ชื่อ หรือ ไปที่

  • ไม่อนุญาตให้ใช้การอ้างอิงเซลล์    ชื่อต้องไม่เหมือนกับการอ้างอิงเซลล์ เช่น Z$100 หรือ R1C1

  • ไม่สามารถใช้การเว้นวรรคได้    ไม่อนุญาตให้ใช้การเว้นวรรคเป็นส่วนหนึ่งของชื่อ ใช้อักขระขีดล่าง (_) และเครื่องหมายมหัพภาค (.) เป็นตัวคั่นคำ เช่น Sales_Tax หรือ First.Quarter

  • ความยาวของชื่อ    ชื่อจะต้องมีความยาวไม่เกิน 255 อักขระ

การตรงตามตัวพิมพ์ใหญ่-เล็ก    ชื่อสามารถมีอักษรตัวพิมพ์ใหญ่และตัวพิมพ์เล็กได้ Excel จะไม่แยกความแตกต่างระหว่างอักขระตัวพิมพ์ใหญ่และตัวพิมพ์เล็กในชื่อ ตัวอย่างเช่น ถ้าคุณได้สร้างชื่อ Sales ไว้ แล้วต่อมาสร้างอีกชื่อว่า SALES ในเวิร์กบุ๊กเดียวกัน Excel จะพร้อมท์ให้คุณเลือกชื่อที่ไม่ซ้ำ

ด้านบนของหน้า

นำไปใช้กับ: Excel 2013



ข้อมูลนี้เป็นประโยชน์หรือไม่

ใช่ ไม่ใช่

เราควรปรับปรุงแก้ไขอย่างไร

255 อักขระที่เหลืออยู่

เพื่อปกป้องความเป็นส่วนตัวของคุณ โปรดอย่ารวมข้อมูลที่ติดต่อในคำติชมของคุณ ช่วยเรารีวิว นโยบายความเป็นส่วนตัว.

ขอบคุณสำหรับคำติชมของคุณ!

ทรัพยากรการสนับสนุน

เปลี่ยนภาษา