เพิ่มหรือการลบวันที่

สมมติว่าคุณต้องการปรับวันที่ตามกำหนดการของโครงการด้วยการเพิ่มเวลาอีกสองสัปดาห์เพื่อดูว่าวันที่ครบกำหนดจะเป็นวันใด หรือคุณต้องการหาว่าจะใช้เวลานานเท่าใดในการทำกิจกรรมหนึ่งในรายการงานของโครงการให้เสร็จสมบูรณ์ คุณสามารถเพิ่มจำนวนวันหรือลบจำนวนวันจากวันที่ได้โดยใช้สูตรอย่างง่ายๆ หรือคุณอาจใช้ฟังก์ชันเวิร์กชีตที่ออกแบบมาเพื่อทำงานกับวันที่ใน Excel โดยเฉพาะ

ในบทความนี้

เพิ่มวันหรือลบวันจากวันที่

เพิ่มเดือนหรือลบเดือนจากวันที่

เพิ่มปีหรือลบปีจากวันที่

เพิ่มวัน เดือน และปีในวันที่

การเพิ่มจำนวนวันไปยังวันที่หรือการลบจำนวนวันจากวันที่

สมมติว่าดุลบัญชีของคุณครบกำหนดวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2553 คุณต้องการโอนเงินไปยังบัญชีกระแสรายวันของคุณเพื่อที่เงินนั้นจะเข้าบัญชี 15 วันปฏิทินก่อนถึงวันดังกล่าว นอกจากนี้ คุณยังทราบว่าบัญชีของคุณมีรอบการเรียกเก็บเงิน 30 วัน และคุณต้องการหาว่าเมื่อใดที่คุณควรโอนเงินสำหรับใบเรียกเก็บเงินเดือนมีนาคม 2553 เพื่อให้มีเงินอยู่ 15 วันก่อนวันดังกล่าว

  1. ในเซลล์ A1 ให้พิมพ์ 2/8/10

  2. ในเซลล์ B1 พิมพ์ =A1-15

  3. ในเซลล์ C1 พิมพ์ =A1+30

  4. ในเซลล์ D1 พิมพ์ =C1-15

เซลล์ A1 และ C1 จะแสดงวันที่ครบกำหนด (8/2/53 และ 10/3/53) สำหรับดุลบัญชีเดือนกุมภาพันธ์และมีนาคม และเซลล์ B1 และ D1 จะแสดงวันที่สุดท้าย (24/1/53 และ 23/2/53) ซึ่งคุณควรโอนเงินของคุณสำหรับวันที่ครบกำหนดดังกล่าว

การเพิ่มจำนวนเดือนไปยังวันที่หรือการลบจำนวนเดือนจากวันที่

คุณสามารถใช้ฟังก์ชัน EDATE เพื่อเพิ่มเดือนที่กำหนดไปยังวันที่หรือลบจากวันที่อย่างรวดเร็ว

ฟังก์ชัน EDATE ต้องมีค่าสองค่า (ซึ่งเรียกอีกอย่างว่า อาร์กิวเมนต์) คือ วันที่เริ่มต้น และจำนวนเดือนที่คุณต้องการเพิ่มหรือลบ เมื่อต้องการลบจำนวนเดือน ให้ใส่จำนวนลบเป็นอาร์กิวเมนต์ที่สอง (ตัวอย่างเช่น =EDATE("15/2/53",-5) สูตรนี้จะให้ผลลัพธ์เป็นวันที่ 15/9/52

คุณสามารถระบุค่าของวันที่เริ่มต้นโดยอ้างอิงเซลล์ที่มีค่าวันที่ หรือโดยการใส่วันที่ในเครื่องหมายอัญประกาศ เช่น "15/2/53"

ตัวอย่างเช่น คุณต้องการเพิ่มเดือนจำนวน 16 เดือนไปยังวันที่ 16 ตุลาคม 2552

  1. ในเซลล์ A5 ให้พิมพ์ 10/16/09

  2. ในเซลล์ B5 พิมพ์ =EDATE(A5,16)

    ฟังก์ชันจะใช้ค่าในเซลล์ A5 เป็นวันที่

  3. ในเซลล์ C5 ให้พิมพ์ =EDATE("10/16/09",16)

    ในกรณีนี้ ฟังก์ชันจะใช้ค่าวันที่ที่คุณใส่โดยตรง "16/10/52"

    ในเซลล์ B5 และ C5 ควรแสดงวันที่ 16/2/54

    หมายเหตุ: Excel อาจแสดงผลลัพธ์เป็นเลขลำดับ ซึ่งในกรณีนี้ 2/16/54 อาจแสดงเป็น 40590 ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับรูปแบบของเซลล์ที่มีสูตรซึ่งคุณใส่ไว้

    Excel จะเก็บวันที่เป็นเลขลำดับต่อเนื่องเพื่อให้สามารถนำมาใช้ในการคำนวณได้ ตามค่าเริ่มต้นแล้ว 1 มกราคม 2443 มีเลขลำดับเป็น 1 และวันที่ 1 มกราคม 2553 มีเลขลำดับเป็น 40179 เนื่องจากอยู่ห่างจากวันที่ 1 มกราคม 2443 ไป 40,178 วัน

  4. ถ้าผลลัพธ์ของคุณปรากฏเป็นเลขลำดับ ให้เลือกเซลล์ B5 และ C5 และดำเนินขั้นตอนต่อไปนี้ต่อ

  5. บนแท็บ หน้าแรก ในกลุ่ม เซลล์ คลิกรูปแบบ แล้วคลิก จัดรูปแบบเซลล์

  6. ในกล่องโต้ตอบ จัดรูปแบบเซลล์ ให้คลิกแท็บ ตัวเลข

  7. ภายใต้ ประเภท ให้คลิก วันที่ แล้วคลิก ตกลง ค่าในแต่ละเซลล์ควรปรากฏเป็นวันที่แทนเลขลำดับ

การเพิ่มจำนวนปีไปยังวันที่หรือการลบจำนวนปีจากวันที่

ถ้าคัดลอกตัวอย่างไปใส่ไว้ในเวิร์กชีตเปล่า จะทำให้เข้าใจตัวอย่างได้ง่ายยิ่งขึ้น

ฉันจะคัดลอกตัวอย่างได้อย่างไร

  • เลือกตัวอย่างในบทความนี้ ถ้าคุณคัดลอกตัวอย่างในแอป Excel Web ให้คัดลอกแล้ววางทีละเซลล์ สำคัญ อย่าเลือกแถวหรือคอลัมน์ส่วนหัว

    การเลือกตัวอย่างจากวิธีใช้ใน Excel 2013 สำหรับ Windows

    การเลือกตัวอย่างจากวิธีใช้

  • กด CTRL+C

  • สร้างเวิร์กบุ๊กหรือเวิร์กชีตเปล่า

  • ในเวิร์กชีต ให้เลือกเซลล์ A1 แล้วกด CTRL+V ถ้าคุณกำลังทำงานในแอป Excel Web ให้คัดลอกแล้ววางซ้ำในแต่ละเซลล์ในตัวอย่าง

  • สิ่งสำคัญเพื่อเป็นตัวอย่างให้การทำงานเป็นไปอย่างถูกต้อง คุณต้องวางลงในเซลล์ A1 ของเวิร์กชีต

  • ในการสลับการแสดงผลระหว่างผลลัพธ์กับสูตรการคำนวณ ให้กด Ctrl+` (ตัวกำกับเสียงเกรฟ) หรือไปบนแท็บ สูตร ในกลุ่ม ตรวจสอบสูตร ให้คลิกปุ่ม แสดงสูตร

  • หลังจากที่คุณคัดลอกตัวอย่างไปยังเวิร์กชีตเปล่าแล้ว คุณสามารถปรับให้เหมาะสมกับความต้องการของคุณได้

1

2

3

4

5


6


7


8

A

B

วันที่

จำนวนปีที่จะเพิ่ม (หรือลบ)

6/9/2009

3

9/2/2009

-5

12/10/2010

25

สูตร

คำอธิบาย (ผลลัพธ์)

=DATE(YEAR(A2)+B2,MONTH(A2),DAY(A2))

บวก 3 ปีไปยัง 9/6/2552 (9/6/2555)

=DATE(YEAR(A3)+B3,MONTH(A3),DAY(A3))

ลบ 5 ปีจาก 2/9/2552 (2/9/2547)

=DATE(YEAR(A4)+B4,MONTH(A4),DAY(A4))

บวก 25 ปีไปยัง 10/12/2553 (10/12/2578)

สูตรทำงานอย่างไร

ในแต่ละสูตรของทั้งสามสูตรนี้ จำนวนปีที่ระบุจากคอลัมน์ B จะถูกเพิ่มลงในค่าปี ซึ่งมาจากวันที่ในคอลัมน์ A

ตัวอย่างเช่น ในเซลล์ A6 ฟังก์ชัน YEAR จะใช้ในวันที่ในเซลล์ A2 (9/6/2552) และจะส่งกลับค่าปี 2552 จากนั้นสูตรจะบวก 3 (ค่าในเซลล์ B2) ลงในค่าปี ซึ่งทำให้ได้ค่า 2555 ในสูตรเดียวกัน ฟังก์ชัน MONTH จะส่งกลับค่า 6 และฟังก์ชัน DAY จะส่งกลับค่า 9 จากนั้นฟังก์ชัน DATE จะรวมค่าทั้งสามนี้เป็นวันที่ซึ่งเป็นเวลาอีกสามปีต่อมา นั่นคือวันที่ 9/6/2555

คุณสามารถใช้สูตรที่คล้ายคลึงกันในการเพิ่มจำนวนเดือนไปยังวันที่ เมื่อใช้ข้อมูลตัวอย่างก่อนหน้านี้ คุณจะสามารถบวกอีก 9 เดือนไปยังวันที่ 9/6/2552 โดยใช้สูตรต่อไปนี้ =DATE(YEAR(A2),MONTH(A2)+9,DAY(A2)) สูตรนี้จะส่งกลับวันที่ 9/3/2553

การเพิ่มการรวมจำนวนวัน จำนวนเดือน และจำนวนปีไปยังวันที่

ถ้าคัดลอกตัวอย่างไปใส่ไว้ในเวิร์กชีตเปล่า จะทำให้เข้าใจตัวอย่างได้ง่ายยิ่งขึ้น

ฉันจะคัดลอกตัวอย่างได้อย่างไร

  • เลือกตัวอย่างในบทความนี้ ถ้าคุณคัดลอกตัวอย่างในแอป Excel Web ให้คัดลอกแล้ววางทีละเซลล์ สำคัญ อย่าเลือกแถวหรือคอลัมน์ส่วนหัว

    การเลือกตัวอย่างจากวิธีใช้ใน Excel 2013 สำหรับ Windows

    การเลือกตัวอย่างจากวิธีใช้

  • กด CTRL+C

  • สร้างเวิร์กบุ๊กหรือเวิร์กชีตเปล่า

  • ในเวิร์กชีต ให้เลือกเซลล์ A1 แล้วกด CTRL+V ถ้าคุณกำลังทำงานในแอป Excel Web ให้คัดลอกแล้ววางซ้ำในแต่ละเซลล์ในตัวอย่าง

  • สิ่งสำคัญเพื่อเป็นตัวอย่างให้การทำงานเป็นไปอย่างถูกต้อง คุณต้องวางลงในเซลล์ A1 ของเวิร์กชีต

  • ในการสลับการแสดงผลระหว่างผลลัพธ์กับสูตรการคำนวณ ให้กด Ctrl+` (ตัวกำกับเสียงเกรฟ) หรือไปบนแท็บ สูตร ในกลุ่ม ตรวจสอบสูตร ให้คลิกปุ่ม แสดงสูตร

  • หลังจากที่คุณคัดลอกตัวอย่างไปยังเวิร์กชีตเปล่าแล้ว คุณสามารถปรับให้เหมาะสมกับความต้องการของคุณได้

1

2

3


4


5

A

B

วันที่

6/9/2009

สูตร

คำอธิบาย (ผลลัพธ์)

=DATE(YEAR(A2)+3,MONTH(A2)+1,DAY(A2)+5)

บวก 3 ปี 1 เดือน และ 5 วัน ไปยังวันที่ 6/9/2009 (7/14/2012)

=DATE(YEAR(A2)+1,MONTH(A2)+7,DAY(A2)+5)

บวก 1 ปี 7 เดือน และ 5 วันไปยังวันที่ 6/9/2009 (1/14/2011)

สูตรในตัวอย่างมีอาร์กิวเมนต์ต่อไปนี้ (อาร์กิวเมนต์เป็นค่าที่ใส่ในฟังก์ชัน)

สูตรที่จะเพิ่มวันที่

สูตรที่จะเพิ่มวันที่

รูปปุ่ม start_date: วันที่หรือการอ้างอิงไปยังเซลล์ที่มีวันที่

คำบรรยายภาพ 2 add_year: จำนวนปีที่จะเพิ่ม

รูปปุ่ม add_month: จำนวนเดือนที่จะเพิ่ม

คำบรรยายภาพ 4 add_day: จำนวนวันที่จะเพิ่ม

สูตรทำงานอย่างไร

ในแต่ละสูตร จำนวนปี จำนวนเดือน และจำนวนวันที่ระบุจะถูกเพิ่มไปยังวันที่ซึ่งอยู่ในเซลล์ A2

ตัวอย่างเช่น ในเซลล์ A5 (สูตรที่สอง) ฟังก์ชัน YEAR จะใช้ในวันที่ในเซลล์ A2 (6/9/2009) และจะส่งกลับค่าปี 2009 จากนั้นสูตรจะบวก 1 ในค่าปี ซึ่งทำให้ได้ผลลัพธ์เป็น 2010 ฟังก์ชัน MONTH จะส่งกลับค่า 6 และจะบวกอีก 7 เดือนลงในค่านั้น เนื่องจากจำนวนเดือนทั้งหมดของ 6 เดือน รวมกับ 7 เดือน คือ 13 เดือน ฟังก์ชัน DATE จะเพิ่ม 1 ปีลงในค่าปี ซึ่งจะได้ผลลัพธ์เป็น 2011 จากนั้น ฟังก์ชัน DATE จะลบ 12 ออกจากค่าเดือน ซึ่งจะได้ผลลัพธ์ค่าเดือนเป็น 1 ฟังก์ชัน DAY จะส่งกลับค่า 9 และจะบวก 5 วันลงในค่านั้น ซึ่งจะได้ผลลัพธ์เป็น 14 สุดท้าย ฟังก์ชัน DATE จะรวมค่าทั้งสามค่าดังกล่าว (2011, 1 และ 14) เป็นวันที่ซึ่งก็คืออีก 1 ปี 7 เดือน และ 5 วันต่อมา นั่นคือวันที่ 1/14/2011

ขยายทักษะของคุณ
สำรวจการฝึกอบรม
รับฟีเจอร์ใหม่ก่อนใคร
เข้าร่วม Office Insider

ข้อมูลนี้เป็นประโยชน์หรือไม่

ขอบคุณสำหรับคำติชมของคุณ!

ขอขอบคุณสำหรับคำติชมของคุณ! เราคิดว่าอาจเป็นประโยชน์ที่จะให้คุณได้ติดต่อกับหนึ่งในตัวแทนฝ่ายสนับสนุน Office ของเรา

×