เปลี่ยนคีย์ผลิตภัณฑ์ Office ของคุณ

บทความนี้ใช้ได้กับ Office 2016 หรือ Office 2013 แบบซื้อครั้งเดียวเท่านั้น เช่น Office Home & Student, Office Home & Business, Office Professional หรือแอปพลิเคชัน Office แต่ละแอป

ถ้าคุณซื้อ Office หลายสำเนา และใช้ปุ่ม ติดตั้ง เดียวกันเพื่อติดตั้ง Office บนพีซีหลายเครื่อง การเปิดใช้งานจะล้มเหลวบนพีซีเครื่องอื่น ซึ่งเกิดขึ้นเนื่องจากปุ่ม ติดตั้ง แต่ละปุ่มเชื่อมโยงกับคีย์ผลิตภัณฑ์ที่ไม่ซ้ำกันที่สามารถติดตั้งบนพีซีเครื่องเดียวเท่านั้น

เมื่อต้องการแก้ไขปัญหานี้ คุณสามารถเปลี่ยนคีย์ผลิตภัณฑ์สำหรับพีซีเครื่องอื่นที่คุณติดตั้ง Office เลือกวิธีเปลี่ยนคีย์ผลิตภัณฑ์บนแท็บด้านล่าง

  1. ถอนการติดตั้ง Office ออกจากพีซีที่การเปิดใช้งานล้มเหลว เมื่อต้องการทำเช่นนี้ ให้ดู ถอนการติดตั้ง Office 2016, Office 2013 หรือ Office 365 ออกจากพีซี

  2. บนพีซีเครื่องที่คุณถอนการติดตั้ง Office ให้ลงชื่อเข้าใช้หน้า บัญชี Office ของฉัน ด้วยอีเมลและรหัสผ่านที่เชื่อมโยงกับบัญชี Microsoft ที่ใช้ติดตั้ง Office

  3. ติดตั้ง Office ใหม่โดยเลือกปุ่ม ติดตั้ง สำหรับการซื้อแบบครั้งเดียวที่ยังไม่ได้เปิดใช้งาน สำหรับวิธีใช้ในการติดตั้ง Office ให้ดู ติดตั้ง Office บนพีซีหรือ Mac ของคุณ

หลังจากคุณเปลี่ยนคีย์ผลิตภัณฑ์ของคุณ เราขอแนะนำให้คุณสร้างรายการเพื่อจัดการคีย์ผลิตภัณฑ์ที่คุณติดตั้งไปแล้ว เมื่อต้องการเรียนรู้วิธี ให้ดู จัดการการติดตั้ง Office แบบซื้อครั้งเดียวหลายรายการที่ใช้บัญชี Microsoft เดียวกัน

  1. ลงชื่อเข้าใช้เพจ บัญชี Office ของฉัน ด้วยอีเมลและรหัสผ่านที่สัมพันธ์กับบัญชี Microsoft ที่ใช้ติดตั้ง Office

    หลังจากที่คุณลงชื่อเข้าใช้ คุณควรเห็นรายการผลิตภัณฑ์ Office ที่เชื่อมโยงกับบัญชี Microsoft ของคุณ

  2. สำหรับผลิตภัณฑ์แรกที่แสดงในรายการบนหน้า ให้เลือก ดูคีย์ผลิตภัณฑ์ของคุณ คัดลอก หรือจดคีย์ผลิตภัณฑ์ ซึ่งอาจเป็นคีย์ผลิตภัณฑ์ที่ถูกใช้หลายครั้งเพื่อติดตั้ง Office

  3. เลือก ดูคีย์ผลิตภัณฑ์ของคุณ สำหรับผลิตภัณฑ์ Office ที่เหลือ และคัดลอก หรือจดคีย์ผลิตภัณฑ์เหล่านั้น คีย์เหล่านี้น่าจะเป็นคีย์ที่คุณจะใช้แทนคีย์ที่ถูกใช้หลายครั้ง

  4. บนพีซีที่การเปิดใช้งาน Office ล้มเหลว ให้เปิดพร้อมท์คำสั่งตามที่อธิบายไว้ด้านล่าง

    Windows 10 และ Windows 8.1   

    Windows 7   

    1. เลือกปุ่ม เริ่ม ปุ่ม เริ่ม ของ Windows ใน Windows 8 และ Windows 10 (มุมล่างซ้าย)

    2. พิมพ์ พร้อมท์คำสั่ง

    3. คลิกขวาที่ไอคอน พร้อมท์คำสั่ง และเลือก เรียกใช้ในฐานะผู้ดูแลระบบ

    1. เลือกปุ่ม เริ่ม ปุ่ม เริ่ม ของ Windows 7 (มุมล่างซ้าย)

    2. คลิกขวาที่ พร้อมท์คำสั่ง และเลือก เรียกใช้ในฐานะผู้ดูแลระบบ

  5. จากรายการดรอปดาวน์ด้านล่าง ให้เลือกเวอร์ชัน Office (2013 หรือ 2016) และเวอร์ชัน Windows (32 บิตหรือ 64 บิต) ของคุณ และเรียกใช้คำสั่งตามที่อธิบายไว้

    เคล็ดลับ: ถ้าคุณได้รับข้อความ ข้อผิดพลาดในการป้อนข้อมูล: ไม่พบไฟล์สคริปต์... หมายความว่าคุณใช้คำสั่งผิด แต่ไม่ต้องกังวล การเรียกใช้คำสั่งผิดไม่ทำให้เกิดความเสียหาย ตรวจสอบเวอร์ชัน Office และ Windows ของคุณอีกครั้ง และลองใช้คำสั่งอื่น

    1. คัดลอกคำสั่งต่อไปนี้ วางคำสั่งลงในหน้าต่างพร้อมท์คำสั่ง แล้วกด Enter

      cscript “C:\Program Files\Microsoft Office\Office16\OSPP.VBS” /dstatus

      พร้อมท์คำสั่งแสดงอักขระห้าตัวสุดท้ายของคีย์ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ติดตั้ง Office บนพีซี ตัวอย่างด้านล่างของเราใช้ XXXXX เพื่อแทนอักขระเหล่านั้น

      พร้อมท์คำสั่งแสดงอักขระห้าตัวสุดท้ายของคีย์ผลิตภัณฑ์

    2. คัดลอกคำสั่งต่อไปนี้ วางคำสั่งลงในหน้าต่างพร้อมท์คำสั่ง แล้วแทน XXXXX ด้วย 5 หลักสุดท้ายของคีย์ผลิตภัณฑ์ที่แสดงในขั้นตอนก่อนหน้านี้ กด Enter เพื่อเอาคีย์ผลิตภัณฑ์ออก

      cscript “C:\Program Files\Microsoft Office\Office16\OSPP.VBS” /unpkey:XXXXX

    3. คัดลอกคำสั่งต่อไปนี้ วางคำสั่งลงในหน้าต่างพร้อมท์คำสั่ง แล้วแทน XXXXX-XXXXX-XXXXX-XXXXX-XXXXX ด้วยคีย์ผลิตภัณฑ์ที่ยังไม่ได้ใช้จากรายการของคุณ กด Enter เพื่อเปลี่ยนคีย์

      cscript “C:\Program Files\Microsoft Office\Office16\OSPP.VBS” /inpkey:XXXXX-XXXXX-XXXXX-XXXXX-XXXXX

    เคล็ดลับ: ถ้าคุณได้รับข้อความ ข้อผิดพลาดในการป้อนข้อมูล: ไม่พบไฟล์สคริปต์... หมายความว่าคุณใช้คำสั่งผิด แต่ไม่ต้องกังวล การเรียกใช้คำสั่งผิดไม่ทำให้เกิดความเสียหาย ตรวจสอบเวอร์ชัน Office และ Windows ของคุณอีกครั้ง และลองใช้คำสั่งอื่น

    1. คัดลอกคำสั่งต่อไปนี้ วางคำสั่งลงในหน้าต่างพร้อมท์คำสั่ง แล้วกด Enter

      cscript “C:\Program Files (x86)\Microsoft Office\Office16\OSPP.VBS” /dstatus

      พร้อมท์คำสั่งแสดงอักขระห้าตัวสุดท้ายของคีย์ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ติดตั้ง Office บนพีซี ตัวอย่างด้านล่างของเราใช้ XXXXX เพื่อแทนอักขระเหล่านั้น

      พร้อมท์คำสั่งแสดงอักขระห้าตัวสุดท้ายของคีย์ผลิตภัณฑ์

    2. คัดลอกคำสั่งต่อไปนี้ วางคำสั่งลงในหน้าต่างพร้อมท์คำสั่ง แล้วแทน XXXXX ด้วย 5 หลักสุดท้ายของคีย์ผลิตภัณฑ์ที่แสดงในขั้นตอนก่อนหน้านี้ กด Enter เพื่อเอาคีย์ผลิตภัณฑ์ออก

      cscript “C:\Program Files (x86)\Microsoft Office\Office16\OSPP.VBS” /unpkey:XXXXX

    3. คัดลอกคำสั่งต่อไปนี้ วางคำสั่งลงในหน้าต่างพร้อมท์คำสั่ง แล้วแทน XXXXX-XXXXX-XXXXX-XXXXX-XXXXX ด้วยคีย์ผลิตภัณฑ์ที่ยังไม่ได้ใช้จากรายการของคุณ กด Enter เพื่อเปลี่ยนคีย์

      cscript “C:\Program Files (x86)\Microsoft Office\Office16\OSPP.VBS” /inpkey:XXXXX-XXXXX-XXXXX-XXXXX-XXXXX

    เคล็ดลับ: ถ้าคุณได้รับข้อความ ข้อผิดพลาดในการป้อนข้อมูล: ไม่พบไฟล์สคริปต์... หมายความว่าคุณใช้คำสั่งผิด แต่ไม่ต้องกังวล การเรียกใช้คำสั่งผิดไม่ทำให้เกิดความเสียหาย ตรวจสอบเวอร์ชัน Office และ Windows ของคุณอีกครั้ง และลองใช้คำสั่งอื่น

    1. คัดลอกคำสั่งต่อไปนี้ วางคำสั่งลงในหน้าต่างพร้อมท์คำสั่ง แล้วกด Enter

      cscript “C:\Program Files\Microsoft Office\Office16\OSPP.VBS” /dstatus

      พร้อมท์คำสั่งแสดงอักขระห้าตัวสุดท้ายของคีย์ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ติดตั้ง Office บนพีซี ตัวอย่างด้านล่างของเราใช้ XXXXX เพื่อแทนอักขระเหล่านั้น

      พร้อมท์คำสั่งแสดงอักขระห้าตัวสุดท้ายของคีย์ผลิตภัณฑ์

    2. คัดลอกคำสั่งต่อไปนี้ วางคำสั่งลงในหน้าต่างพร้อมท์คำสั่ง แล้วแทน XXXXX ด้วย 5 หลักสุดท้ายของคีย์ผลิตภัณฑ์ที่แสดงในขั้นตอนก่อนหน้านี้ กด Enter เพื่อเอาคีย์ผลิตภัณฑ์ออก

      cscript “C:\Program Files\Microsoft Office\Office16\OSPP.VBS” /unpkey:XXXXX

    3. คัดลอกคำสั่งต่อไปนี้ วางคำสั่งลงในหน้าต่างพร้อมท์คำสั่ง แล้วแทน XXXXX-XXXXX-XXXXX-XXXXX-XXXXX ด้วยคีย์ผลิตภัณฑ์ที่ยังไม่ได้ใช้จากรายการของคุณ กด Enter เพื่อเปลี่ยนคีย์

      cscript “C:\Program Files\Microsoft Office\Office16\OSPP.VBS” /inpkey:XXXXX-XXXXX-XXXXX-XXXXX-XXXXX

    เคล็ดลับ: ถ้าคุณได้รับข้อความ ข้อผิดพลาดในการป้อนข้อมูล: ไม่พบไฟล์สคริปต์... หมายความว่าคุณใช้คำสั่งผิด แต่ไม่ต้องกังวล การเรียกใช้คำสั่งผิดไม่ทำให้เกิดความเสียหาย ตรวจสอบเวอร์ชัน Office และ Windows ของคุณอีกครั้ง และลองใช้คำสั่งอื่น

    1. คัดลอกคำสั่งต่อไปนี้ วางคำสั่งลงในหน้าต่างพร้อมท์คำสั่ง แล้วกด Enter

      cscript “C:\Program Files\Microsoft Office\Office15\OSPP.VBS” /dstatus

      พร้อมท์คำสั่งแสดงอักขระห้าตัวสุดท้ายของคีย์ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ติดตั้ง Office บนพีซี ตัวอย่างด้านล่างของเราใช้ XXXXX เพื่อแทนอักขระเหล่านั้น

      พร้อมท์คำสั่งแสดงอักขระห้าตัวสุดท้ายของคีย์ผลิตภัณฑ์

    2. คัดลอกคำสั่งต่อไปนี้ วางคำสั่งลงในหน้าต่างพร้อมท์คำสั่ง แล้วแทน XXXXX ด้วย 5 หลักสุดท้ายของคีย์ผลิตภัณฑ์ที่แสดงในขั้นตอนก่อนหน้านี้ กด Enter เพื่อเอาคีย์ผลิตภัณฑ์ออก

      cscript “C:\Program Files\Microsoft Office\Office15\OSPP.VBS” /unpkey:XXXXX

    3. คัดลอกคำสั่งต่อไปนี้ วางคำสั่งลงในหน้าต่างพร้อมท์คำสั่ง แล้วแทน XXXXX-XXXXX-XXXXX-XXXXX-XXXXX ด้วยคีย์ผลิตภัณฑ์ที่ยังไม่ได้ใช้จากรายการของคุณ กด Enter เพื่อเปลี่ยนคีย์

      cscript “C:\Program Files\Microsoft Office\Office15\OSPP.VBS” /inpkey:XXXXX-XXXXX-XXXXX-XXXXX-XXXXX

    เคล็ดลับ: ถ้าคุณได้รับข้อความ ข้อผิดพลาดในการป้อนข้อมูล: ไม่พบไฟล์สคริปต์... หมายความว่าคุณใช้คำสั่งผิด แต่ไม่ต้องกังวล การเรียกใช้คำสั่งผิดไม่ทำให้เกิดความเสียหาย ตรวจสอบเวอร์ชัน Office และ Windows ของคุณอีกครั้ง และลองใช้คำสั่งอื่น

    1. คัดลอกคำสั่งต่อไปนี้ วางคำสั่งลงในหน้าต่างพร้อมท์คำสั่ง แล้วกด Enter

      cscript “C:\Program Files (x86)\Microsoft Office\Office15\OSPP.VBS” /dstatus

      พร้อมท์คำสั่งแสดงอักขระห้าตัวสุดท้ายของคีย์ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ติดตั้ง Office บนพีซี ตัวอย่างด้านล่างของเราใช้ XXXXX เพื่อแทนอักขระเหล่านั้น

      พร้อมท์คำสั่งแสดงอักขระห้าตัวสุดท้ายของคีย์ผลิตภัณฑ์

    2. คัดลอกคำสั่งต่อไปนี้ วางคำสั่งลงในหน้าต่างพร้อมท์คำสั่ง แล้วแทน XXXXX ด้วย 5 หลักสุดท้ายของคีย์ผลิตภัณฑ์ที่แสดงในขั้นตอนก่อนหน้านี้ กด Enter เพื่อเอาคีย์ผลิตภัณฑ์ออก

      cscript “C:\Program Files (x86)\Microsoft Office\Office15\OSPP.VBS” /unpkey:XXXXX

    3. คัดลอกคำสั่งต่อไปนี้ วางคำสั่งลงในหน้าต่างพร้อมท์คำสั่ง แล้วแทน XXXXX-XXXXX-XXXXX-XXXXX-XXXXX ด้วยคีย์ผลิตภัณฑ์ที่ยังไม่ได้ใช้จากรายการของคุณ กด Enter เพื่อเปลี่ยนคีย์

      cscript “C:\Program Files (x86)\Microsoft Office\Office15\OSPP.VBS” /inpkey:XXXXX-XXXXX-XXXXX-XXXXX-XXXXX

    เคล็ดลับ: ถ้าคุณได้รับข้อความ ข้อผิดพลาดในการป้อนข้อมูล: ไม่พบไฟล์สคริปต์... หมายความว่าคุณใช้คำสั่งผิด แต่ไม่ต้องกังวล การเรียกใช้คำสั่งผิดไม่ทำให้เกิดความเสียหาย ตรวจสอบเวอร์ชัน Office และ Windows ของคุณอีกครั้ง และลองใช้คำสั่งอื่น

    1. คัดลอกคำสั่งต่อไปนี้ วางคำสั่งลงในหน้าต่างพร้อมท์คำสั่ง แล้วกด Enter

      cscript “C:\Program Files\Microsoft Office\Office15\OSPP.VBS” /dstatus

      พร้อมท์คำสั่งแสดงอักขระห้าตัวสุดท้ายของคีย์ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ติดตั้ง Office บนพีซี ตัวอย่างด้านล่างของเราใช้ XXXXX เพื่อแทนอักขระเหล่านั้น

      พร้อมท์คำสั่งแสดงอักขระห้าตัวสุดท้ายของคีย์ผลิตภัณฑ์

    2. คัดลอกคำสั่งต่อไปนี้ วางคำสั่งลงในหน้าต่างพร้อมท์คำสั่ง แล้วแทน XXXXX ด้วย 5 หลักสุดท้ายของคีย์ผลิตภัณฑ์ที่แสดงในขั้นตอนก่อนหน้านี้ กด Enter เพื่อเอาคีย์ผลิตภัณฑ์ออก

      cscript “C:\Program Files\Microsoft Office\Office16\OSPP.VBS” /unpkey:XXXXX

    3. คัดลอกคำสั่งต่อไปนี้ วางคำสั่งลงในหน้าต่างพร้อมท์คำสั่ง แล้วแทน XXXXX-XXXXX-XXXXX-XXXXX-XXXXX ด้วยคีย์ผลิตภัณฑ์ที่ยังไม่ได้ใช้จากรายการของคุณ กด Enter เพื่อเปลี่ยนคีย์

      cscript “C:\Program Files\Microsoft Office\Office15\OSPP.VBS” /inpkey:XXXXX-XXXXX-XXXXX-XXXXX-XXXXX

    เคล็ดลับ: 

  6. ในตอนนี้ ให้เริ่มแแอป Office เช่น Word และเลือก ถัดไป เพื่อเปิดใช้งาน Office ผ่านทางอินเทอร์เน็ต

  7. ทำซ้ำขั้นตอนนี้สำหรับพีซีแต่ละเครื่องที่เปิดใช้งานล้มเหลว

หลังจากคุณเปลี่ยนคีย์ผลิตภัณฑ์ของคุณ เราขอแนะนำให้คุณสร้างรายการเพื่อจัดการคีย์ผลิตภัณฑ์ที่คุณติดตั้งไปแล้ว เมื่อต้องการเรียนรู้วิธี ให้ดู จัดการการติดตั้ง Office แบบซื้อครั้งเดียวหลายรายการที่ใช้บัญชี Microsoft เดียวกัน

ขยายทักษะของคุณ
สำรวจการฝึกอบรม
รับฟีเจอร์ใหม่ก่อนใคร
เข้าร่วม Office Insider

ข้อมูลนี้เป็นประโยชน์หรือไม่

ขอบคุณสำหรับคำติชมของคุณ!

ขอขอบคุณสำหรับคำติชมของคุณ! เราคิดว่าอาจเป็นประโยชน์ที่จะให้คุณได้ติดต่อกับหนึ่งในตัวแทนฝ่ายสนับสนุน Office ของเรา

×