เชื่อมต่อกับฐานข้อมูลภายในเครื่องหรือฐานข้อมูลระยะไกล

คุณสามารถเชื่อมต่อกับ ฐานข้อมูล ภายในเครื่อง หรือฐานข้อมูลระยะไกลก็ได้

ไม่ว่าจะในกรณีใดก็ตาม ถ้าคุณไม่ใช่ เจ้าของฐานข้อมูล คุณจะต้องได้รับสิทธิ์ในการเข้าใช้ฐานข้อมูลนั้น

ฐานข้อมูลอาจปรากฏเป็นสีจาง (ไม่พร้อมใช้งาน) เนื่องมาจากเหตุผลหลายประการด้วยกัน

เหตุใดฐานข้อมูลบางฐานข้อมูลจึงใช้งานไม่ได้

ถ้าฐานข้อมูลที่คุณต้องการใช้ปรากฏเป็นสีจางในรายการฐานข้อมูล อาจมาจากสาเหตุดังต่อไปนี้

คุณไม่มีสิทธิ์ใช้ฐานข้อมูลที่แชร์

บนคอมพิวเตอร์ที่ใช้งานอยู่    ขอให้เจ้าของฐานข้อมูลแชร์ฐานข้อมูลและให้สิทธิ์คุณในการเข้าถึงฐานข้อมูล

บนคอมพิวเตอร์ระยะไกล   

  • ติดต่อเจ้าของฐานข้อมูลเพื่อยืนยันว่ามีฐานข้อมูล Business Contact Manager ที่แชร์บนคอมพิวเตอร์ระยะไกล

  • ขอให้เจ้าของฐานข้อมูลแชร์ฐานข้อมูลและให้ชื่อคอมพิวเตอร์และชื่อฐานข้อมูลนั้นแก่คุณ

    คุณสามารถหาชื่อของฐานข้อมูลได้ ดังนี้

    1. บนคอมพิวเตอร์ระยะไกล ให้เปิด Outlook

    2. คลิกแท็บ ไฟล์

    3. คลิกแท็บ Business Contact Manager

    4. ในส่วน จัดการฐานข้อมูล ให้ตรวจดูชื่อฐานข้อมูล

  • ตรวจสอบว่าคอมพิวเตอร์ระยะไกลได้เปิดแล้ว และทั้งคอมพิวเตอร์ของคุณและคอมพิวเตอร์ระยะไกลเชื่อมต่อกับเครือข่ายแล้ว

    เมื่อต้องการตรวจสอบการเชื่อมต่อเครือข่ายของคอมพิวเตอร์ ให้ทำดังต่อไปนี้

    1. คลิก เริ่ม แล้วคลิก แผงควบคุม เพื่อเปิดแผงควบคุม

    2. ในแผงควบคุม ภายใต้ เครือข่ายและอินเทอร์เน็ต ให้คลิก ดูสถานะเครือข่ายและงาน

      ศูนย์เครือข่ายและการใช้ร่วมกันจะแสดงสถานะของเครือข่าย และจะแสดงว่าคอมพิวเตอร์ของคุณเชื่อมต่อกับเครือข่ายหรือไม่

  • ตรวจสอบกับผู้ดูแลระบบของคอมพิวเตอร์ระยะไกลเพื่อดูว่าไฟร์วอลล์บล็อกการรับส่งข้อมูลบนเครือข่ายอยู่หรือไม่

ฐานข้อมูลถูกสร้างขึ้นโดยใช้ Business Contact Manager เวอร์ชันอื่น

ส่วนใหญ่แล้ว Business Contact Manager for Outlook สามารถแปลงหรือโยกย้ายฐานข้อมูลจากเวอร์ชันก่อนหน้าให้ตรงกับเวอร์ชันนี้ได้ ฐานข้อมูลที่เป็นสีจางจะไม่สามารถโยกย้ายได้

ถ้าฐานข้อมูลที่คุณต้องการใช้ถูกโฮสต์บนเซิร์ฟเวอร์ไฟล์ คุณสามารถใช้คำแนะนำที่อยู่ใน จัดการฐานข้อมูล Business Contact Manager ของคุณบนเซิร์ฟเวอร์ เพื่อเชื่อมต่อไปยังฐานข้อมูลได้

เลือกฐานข้อมูลอื่นจากรายการ หรือคลิกที่ ย้อนกลับ เพื่อระบุคอมพิวเตอร์ระยะไกลเครื่องอื่น (คลิก ย้อนกลับ สองครั้งจะเป็นการเลือกฐานข้อมูลภายในเครื่องแทน)

ถ้าไม่มีฐานข้อมูลอื่นพร้อมใช้งาน ให้สร้างฐานข้อมูลภายในเครื่องใหม่

วิธีการ

  1. คลิก ย้อนกลับ ในตัวช่วยสร้างการเริ่มต้น

  2. คลิก สร้างฐานข้อมูลภายในเครื่องใหม่

  3. พิมพ์ชื่อสำหรับฐานข้อมูลใหม่ภายในเครื่อง แล้วคลิก สร้าง

  4. ฐานข้อมูลจะถูกสร้างขึ้น และคุณจะได้รับพร้อมท์ให้ใส่ข้อมูลการลงทะเบียน (จะใส่หรือไม่ก็ได้)

  5. คลิก เสร็จสิ้น

ทั้งผู้ใช้ Outlook 2010 และ Outlook 2013 พยายามแชร์ฐานข้อมูลเดียวกัน

ฐานข้อมูล Business Contact Manager สนับสนุนการติดตั้งทั้ง Outlook 2010 และ Outlook 2013 ไว้ในคอมพิวเตอร์เครื่องเดียวกันได้และจะทำงานกับทั้งสองเวอร์ชันนี้ อย่างไรก็ตาม แต่ละเวอร์ชันจำเป็นต้องมีฐานข้อมูลเฉพาะ

ฐานข้อมูลใดๆ ทั้งที่แชร์และไม่ได้แชร์ สามารถเข้าถึงได้จากเวอร์ชันของแอปพลิเคชันที่ถูกใช้ในการสร้างฐานข้อมูลขึ้นเท่านั้น ถ้าคุณสร้างฐานข้อมูล Business Contact Manager for Outlook 2010 คุณสามารถใช้ Outlook 2010 เพียงเวอร์ชันเดียวเท่านั้นในการเข้าถึงฐานข้อมูลนั้นได้ ข้อจำกัดเดียวกันนี้จะถูกนำไปใช้กับฐานข้อมูลที่สร้างด้วย Outlook 2013 เช่นเดียวกัน

ฐานข้อมูลที่แชร์ถูกสร้างขึ้นสำหรับระบบภาษาที่ต่างจากเวอร์ชันของ Business Contact Manager for Outlook ของคุณ

การตั้งค่า ระบบภาษา ของฐานข้อมูลจะแสดงอยู่บนหน้า เชื่อมต่อกับฐานข้อมูล ถ้าข้อมูลระบบภาษาของฐานข้อมูลและของการติดตั้ง Business Contact Manager for Outlook ของคุณไม่เหมือนกัน คุณจะไม่สามารถใช้ฐานข้อมูลนั้นได้ ตัวอย่างเช่น คุณไม่สามารถเชื่อมต่อกับฐานข้อมูลที่สร้างขึ้นสำหรับประเทศอังกฤษซึ่งใช้ภาษาอังกฤษแบบสหราชอาณาจักรด้วย Business Contact Manager สำหรับอเมริกาเหนือซึ่งใช้ภาษาอังกฤษแบบสหรัฐฯ ได้

เลือกฐานข้อมูลอื่นจากรายการ หรือคลิก ย้อนกลับ เพื่อระบุคอมพิวเตอร์เครื่องอื่น (คลิก ย้อนกลับ สองครั้งจะเป็นการเลือกฐานข้อมูลภายในเครื่องแทน)

ถ้าไม่มีฐานข้อมูลอื่นพร้อมใช้งาน ให้สร้างฐานข้อมูลภายในเครื่องใหม่

วิธีการ

  1. คลิก ย้อนกลับ ในตัวช่วยสร้างการเริ่มต้น

  2. คลิก สร้างฐานข้อมูลภายในเครื่องใหม่

  3. พิมพ์ชื่อสำหรับฐานข้อมูลใหม่ภายในเครื่อง แล้วคลิก สร้าง

  4. ฐานข้อมูลจะถูกสร้างขึ้น และคุณจะได้รับพร้อมท์ให้ใส่ข้อมูลการลงทะเบียน (จะใส่หรือไม่ก็ได้)

  5. คลิก เสร็จสิ้น

ฐานข้อมูลที่แชร์เสียหาย

ถ้าเวอร์ชันและระบบภาษาของฐานข้อมูลที่แชร์กับคุณนั้นตรงกับหมายเลขเวอร์ชันและระบบภาษาของเวอร์ชัน Business Contact Manager for Outlook ของคุณ ฐานข้อมูลอาจเสียหาย ให้สร้างฐานข้อมูลใหม่ และดำเนินการใน ตัวช่วยสร้างการเริ่มต้น จนเสร็จสมบูรณ์ คุณจะต้องใช้ Business Contact Manager for Outlook เพื่อลบฐานข้อมูลที่เสียหายออก และถ้ามีการสำรองข้อมูลไว้ ให้คืนค่าข้อมูลลงในฐานข้อมูลใหม่

  • สร้างฐานข้อมูลใหม่ภายในเครื่อง

    1. คลิก ย้อนกลับ ในตัวช่วยสร้างการเริ่มต้น

    2. คลิก สร้างฐานข้อมูลภายในเครื่องใหม่

    3. พิมพ์ชื่อสำหรับฐานข้อมูลใหม่ภายในเครื่อง แล้วคลิก สร้าง

    4. ฐานข้อมูลจะถูกสร้างขึ้น และคุณจะได้รับพร้อมท์ให้ใส่ข้อมูลการลงทะเบียน (จะใส่หรือไม่ก็ได้)

    5. คลิก เสร็จสิ้น

  • ลบฐานข้อมูลที่เสียหาย

    1. คลิกแท็บ ไฟล์

    2. คลิกแท็บ Business Contact Manager

    3. คลิก จัดการฐานข้อมูล แล้วคลิก ลบฐานข้อมูล

    4. คลิกฐานข้อมูลที่คุณต้องการลบ แล้วคลิก ลบฐานข้อมูล

  • คืนค่าฐานข้อมูลสำรอง

    1. คลิกแท็บ ไฟล์

    2. คลิกแท็บ Business Contact Manager

    3. คลิก สำรองและคืนค่า แล้วคลิก คืนค่า

    4. ในกล่องโต้ตอบ การคืนค่าฐานข้อมูล ให้คลิก เรียกดู เพื่อเลือกไฟล์สำรองที่คุณต้องการคืนค่า แล้วระบุตำแหน่งสำเนาสำรอง จากนั้นคลิกชื่อไฟล์สำรอง

ฐานข้อมูลระยะไกลไม่ว่าง

ถ้าฐานข้อมูลระยะไกลกำลังอยู่ระหว่างการคืนค่า หรือนำเข้าข้อมูลใหม่ คอมพิวเตอร์ระยะไกลอาจไม่มีขีดความสามารถที่จะเชื่อมต่อผู้ใช้รายใหม่ในเวลาเดียวกันได้

ควรรอประมาณ 2-5 นาทีแล้วลองเชื่อมต่ออีกครั้ง คลิกที่ ยกเลิก เพื่อปิดตัวช่วยสร้างการเริ่มต้น โดยคุณจะได้รับพร้อมท์ให้ดำเนินการตัวช่วยสร้างให้เสร็จสมบูรณ์ในครั้งต่อไปที่คุณเปิด Outlook ขึ้นมา

คำเตือน: ถ้าคุณติดตั้ง Microsoft Office 2013 เวอร์ชันทดลองใช้ และตัดสินใจที่จะย้อนกลับไปใช้ Microsoft Office เวอร์ชันก่อนหน้า ให้คุณสำรองข้อมูลของคุณเป็นอันดับแรก คุณจะต้องบันทึกสำเนาของฐานข้อมูล Business Contact Manager ของคุณ เพื่อดูการเปลี่ยนแปลงใดๆ ที่คุณทำไว้ในขณะที่ใช้เวอร์ชันทดลองใช้ สำหรับคำแนะนำโดยละเอียด ให้ดูที่ กลับไปที่ Business Contact Manager และ Microsoft Office เวอร์ชันก่อนหน้า

ขยายทักษะของคุณ
สำรวจการฝึกอบรม
รับฟีเจอร์ใหม่ก่อนใคร
เข้าร่วม Office Insider

ข้อมูลนี้เป็นประโยชน์หรือไม่

ขอบคุณสำหรับคำติชมของคุณ!

ขอขอบคุณสำหรับคำติชมของคุณ! เราคิดว่าอาจเป็นประโยชน์ที่จะให้คุณได้ติดต่อกับหนึ่งในตัวแทนฝ่ายสนับสนุน Office ของเรา

×