ส่วนเพิ่มเติมสิทธิ์ส่วนบุคคลสำหรับ Microsoft Lync 2013 for Windows Phone

อัปเดตล่าสุด: ธันวาคม 2556

เนื้อหา

ส่วนเพิ่มเติมสิทธิ์ส่วนบุคคลสำหรับ Microsoft Lync 2013 for Windows Phone

การมอบสิทธิ์ในการโทร (การโอนสาย/โทรหาพร้อมกัน)

การบันทึกฝั่งไคลเอ็นต์

บัตรข้อมูลที่ติดต่อ

ประวัติการสนทนา

โครงการปรับปรุงการใช้งานเพื่อลูกค้า (CEIP)

การแชร์เดสก์ท็อปและแอปพลิเคชัน

บริการฉุกเฉิน

การแชร์ตำแหน่งที่ตั้ง

รูปภาพส่วนบุคคล

การทำงานร่วมกันบน PowerPoint

ข้อมูลการแสดงตนและที่ติดต่อ

โหมดความเป็นส่วนตัว

การแจ้งเตือนแบบพุช

ส่งเป็นอีเมล

บันทึกแฟ้มบันทึก

การรายงานข้อผิดพลาดในการเข้าสู่ระบบ

ที่เก็บที่ติดต่อแบบรวม

การปรับปรุงคุณภาพเสียง

ส่วนเพิ่มเติมสิทธิ์ส่วนบุคคลสำหรับ Microsoft Lync 2013 for Windows Phone

ส่วนนี้เป็นส่วนเพิ่มเติมของ คำชี้แจงสิทธิ์ส่วนบุคคลสำหรับผลิตภัณฑ์ Microsoft Lync 2013 เพื่อให้เข้าใจหลักปฏิบัติต่างๆ ของการเก็บรวบรวมข้อมูลและการใช้งานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์หรือบริการ Microsoft Lync คุณควรอ่านทั้งคำชี้แจงสิทธิ์ส่วนบุคคลสำหรับผลิตภัณฑ์ Microsoft Lync และส่วนเพิ่มเติมนี้

ส่วนเพิ่มเติมสิทธิ์ส่วนบุคคลนี้จะกล่าวถึงการปรับใช้ และการใช้ Microsoft Lync 2013 สำหรับ Windows Phone บนอุปกรณ์เคลื่อนที่ขององค์กรของคุณ ถ้าคุณกำลังใช้บริการซอฟต์แวร์การสื่อสาร Microsoft Lync Server (กล่าวคือ ถ้าบริษัทอื่น [ตัวอย่างเช่น ไมโครซอฟท์] กำลังโฮสต์เซิร์ฟเวอร์กับเซิร์ฟเวอร์ที่มีซอฟต์แวร์นี้ทำงานอยู่) ข้อมูลจะถูกส่งไปยังบริษัทอื่นนั้นๆ ถ้าต้องการเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้ข้อมูลที่ส่งผ่านจากองค์กรของคุณไปยังบริษัทอื่นนั้นๆ ให้ปรึกษาผู้ดูแลระบบขององค์กรหรือผู้ให้บริการของคุณ

ด้านบนของหน้า

การมอบสิทธิ์ในการโทร (การโอนสาย/โทรหาพร้อมกัน)

ประโยชน์ของฟีเจอร์นี้: การมอบสิทธิ์ในการโทรช่วยให้ผู้ใช้กำหนดผู้รับมอบสิทธิ์อย่างน้อยหนึ่งคนที่สามารถโทรออกหรือรับสาย และตั้งค่าและเข้าร่วมการประชุม Lync ในนามของคุณได้ ผู้ใช้ยังสามารถเลือกที่จะโอนสายเรียกเข้าไปยังข้อความเสียง หมายเลขหรือผู้รับมอบสิทธิ์อื่น หรือโทรหาพร้อมกันทั้งหมายเลขหลักและหมายเลขอื่น เช่น อุปกรณ์เคลื่อนที่ ผู้รับมอบสิทธิ์ หรือกลุ่มการโทรได้โดยอัตโนมัติ

ข้อมูลที่ถูกรวบรวม ประมวลผล หรือส่ง: เมื่อมีการกำหนดผู้รับมอบสิทธิ์ ผู้ใช้จะต้องระบุข้อมูลที่ติดต่อของผู้รับมอบสิทธิ์ในระหว่างขั้นตอนการกำหนดค่า ผู้ใช้ที่ถูกกำหนดให้เป็นผู้รับมอบสิทธิ์จะได้รับการแจ้งให้ทราบว่ามีบางคนในองค์กรได้มอบหมายการเป็นผู้รับมอบสิทธิ์ให้กับพวกเขา เมื่อผู้รับมอบสิทธิ์รับสายในนามของบุคคลที่มอบหมายให้พวกเขาเป็นผู้รับมอบสิทธิ์ บุคคลนั้นจะได้รับการแจ้งให้ทราบทางอีเมลเกี่ยวกับเหตุการณ์นี้ด้วย จะไม่มีการส่งข้อมูลไปยังไมโครซอฟท์

การใช้ข้อมูล: Lync จะใช้ข้อมูลที่ติดต่อของผู้รับมอบสิทธิ์เพื่ออนุญาตให้ผู้รับมอบสิทธิ์โทรออกหรือรับสาย ตลอดจนจัดกำหนดการหรือเข้าร่วมการประชุมในนามของบุคคลที่มอบสิทธิ์ให้พวกเขาเป็นตัวแทน

ตัวเลือก/ตัวควบคุม: ตามค่าเริ่มต้น การมอบสิทธิ์ในการโทรจะปิดไว้ และสามารถเปิดหรือปิดใช้งานได้ดังนี้

  1. ใน Lync สำหรับ Windows Phone บนมุมมอง ข้อมูลของฉัน ให้แตะ การโอนสาย

  2. จากเมนูดรอปดาวน์ ให้เลือก โทรหาพร้อมกัน หรือ โอนสายไปยัง

  3. แตะ ผู้รับมอบสิทธิ์ จากรายการตัวเลือก

หมายเหตุ:  เฉพาะผู้รับมอบสิทธิ์ที่กำหนดไว้ก่อนหน้านี้จะพร้อมใช้งานบนอุปกรณ์เคลื่อนที่ ผู้รับมอบสิทธิ์ต้องได้รับการกำหนดค่าจากเดสก์ท็อปไคลเอ็นต์ของ Lync

ด้านบนของหน้า

การบันทึกฝั่งไคลเอ็นต์

ประโยชน์ของฟีเจอร์นี้: การบันทึกที่ฝั่งไคลเอ็นต์ทำให้คุณสามารถบันทึกข้อมูลการใช้งาน Lync สำหรับ Windows Phone ของคุณได้ ข้อมูลดังกล่าวสามารถใช้สำหรับการแก้ไขปัญหาใดๆ ที่คุณอาจพบในการใช้ Lync สำหรับ Windows Phone

ข้อมูลที่ถูกรวบรวม ประมวลผล หรือส่ง: เมื่อการบันทึกที่ฝั่งไคลเอ็นต์ถูกเปิดใช้งาน ข้อมูลต่างๆ เช่น ID ของอุปกรณ์ นามแฝงและโดเมนผู้ใช้ ข้อมูลการแสดงตน รายละเอียดข้อความ ประวัติการเข้าสู่ระบบ รายการที่ติดต่อ และข้อมูลการกำหนดค่าไคลเอ็นต์จะถูกเก็บไว้บนอุปกรณ์ของคุณ เนื้อหาในการสนทนา Lync ของคุณจะไม่ถูกเก็บไว้ จะไม่มีการส่งข้อมูลไปยังไมโครซอฟท์

การใช้ข้อมูล: ฝ่ายสนับสนุนลูกค้าขององค์กรของคุณสามารถใช้ข้อมูลที่ถูกรวบรวมในบันทึกที่ฝั่งไคลเอ็นต์ได้ หรือข้อมูลสามารถถูกส่งไปยังไมโครซอฟท์เพื่อช่วยแก้ไขปัญหา (ดูส่วนการส่งบันทึก)

ตัวเลือก/ตัวควบคุม: ตามค่าเริ่มต้น การบันทึกที่ฝั่งไคลเอ็นต์จะปิดไว้ และสามารถเปิดหรือปิดใช้งานได้ดังนี้

  1. ใน Lync สำหรับ Windows Phone บนมุมมอง ข้อมูลของฉัน ให้แตะ การตั้งค่า

  2. แตะ การบันทึก จากรายการตัวเลือก

  3. บนหน้าตัวเลือก การบันทึก ให้เลื่อนการสลับ เปิดใช้งานการบันทึก เป็น เปิด

ด้านบนของหน้า

บัตรข้อมูลที่ติดต่อ

ประโยชน์ของฟีเจอร์นี้: : บัตรข้อมูลที่ติดต่อจะแสดงที่ติดต่อ การแสดงตน และข้อมูลตำแหน่งที่ตั้งของคุณและผู้ใช้ภายในองค์กรของคุณ บัตรข้อมูลที่ติดต่อยังมีขั้นตอนในการสื่อสารที่มีเพียงขั้นตอนเดียวโดยใช้การส่งข้อความโต้ตอบแบบทันที อีเมล หรือโทรศัพท์

ข้อมูลที่ถูกรวบรวม ประมวลผล หรือส่ง : จะมีการเก็บรวบรวมข้อมูลในบัตรข้อมูลที่ติดต่อจากหลายตำแหน่งที่ตั้ง ข้อมูลแบบคงที่ เช่น ชื่อ อาคาร และหมายเลขโทรศัพท์สำนักงานของคุณจะถูกเก็บรวบรวมจากไดเรกทอรีขององค์กร (เช่น Active Directory Domain Services) ข้อมูลแบบไดนามิก เช่น ข้อมูลว่าง/ไม่ว่างบนปฏิทิน จะถูกเรียกใช้จาก Microsoft Exchange Server และข้อมูลตำแหน่งที่ตั้งจะถูกเรียกได้หลายวิธี (ดูส่วนตำแหน่งที่ตั้ง) สามารถเรียกใช้ข้อมูลหมายเลขโทรศัพท์จากไดเรกทอรีขององค์กรของคุณ หรือผู้ใช้ใส่ข้อมูลด้วยตนเอง Lync จะจัดการข้อมูลการแสดงตนโดยใช้ปฏิทิน Outlook (ถ้าผู้ใช้เปิดใช้งานไว้) หรือผู้ใช้ใส่ด้วยตนเอง จะไม่มีการส่งข้อมูลไปยังไมโครซอฟท์

การใช้ข้อมูล : ข้อมูลในบัตรข้อมูลที่ติดต่อจะถูกแชร์กับบุคคลอื่นๆ ในองค์กรของคุณโดย Lync Server

ตัวเลือก/ตัวควบคุม: ที่ติดต่อจะได้รับการจัดการจากเดสก์ท็อปไคลเอ็นต์ของ Lync

ด้านบนของหน้า

ประวัติการสนทนา

ประโยชน์ของฟีเจอร์นี้: ประวัติการสนทนาจะเก็บการสนทนาผ่านข้อความโต้ตอบแบบทันทีของคุณในที่เก็บข้อมูลที่ปลอดภัยบนอุปกรณ์ของคุณ

ข้อมูลที่ถูกรวบรวม ประมวลผล หรือส่ง: ประวัติการสนทนาจะเก็บเนื้อหาของการสนทนาผ่านข้อความโต้ตอบแบบทันทีของคุณ และสถิติเกี่ยวกับการสนทนาทางเสียง เช่น วันที่ เวลา ระยะเวลา และรายละเอียดของผู้โทรบนอุปกรณ์ของคุณ ประวัติการสนทนาผ่านข้อความโต้ตอบแบบทันทีที่สร้างขึ้นโดย Lync สำหรับ Windows Phone จะไม่ได้ถูกเก็บไว้ในโฟลเดอร์ประวัติการสนทนา Outlook ของคุณ จะไม่มีการส่งข้อมูลไปยังไมโครซอฟท์

การใช้ข้อมูล: Lync จะแสดงข้อมูลนี้บนแท็บ การสนทนา ในส่วนติดต่อผู้ใช้หลัก ซึ่งทำให้ผู้ใช้สามารถดูและดำเนินการสนทนาก่อนๆ ต่อได้

ตัวเลือก/ตัวควบคุม: ประวัติการสนทนาจะถูกเปิดและปิดใช้งานโดยผู้ดูแลระบบขององค์กรของคุณ

ประวัติการสนทนาสามารถถูกลบได้ดังนี้

  1. จากรายการการสนทนา ให้แตะการสนทนาที่คุณต้องการลบค้างไว้

  2. แตะ ลบการสนทนา ในเมนูบริบท

ด้านบนของหน้า

โครงการปรับปรุงการใช้งานเพื่อลูกค้า (CEIP)

ประโยชน์ของฟีเจอร์นี้: ถ้าคุณเลือกที่จะเข้าร่วม โครงการปรับปรุงประสบการณ์การใช้งานของลูกค้า (Customer Experience Imporvement Program - CEIP) จะเก็บรวบรวมข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับวิธีที่คุณใช้โปรแกรม คอมพิวเตอร์ หรืออุปกรณ์ของคุณ และอุปกรณ์ที่มีการเชื่อมต่อ เราจะเก็บรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับวิธีการตั้งค่าและการดำเนินการกับข้อมูลแต่ละรายการด้วย รายงานดังกล่าวจะถูกส่งไปยังไมโครซอฟท์เพื่อช่วยปรับปรุงฟีเจอร์ที่ลูกค้าของเราใช้บ่อยที่สุดและเพื่อสร้างแนวทางแก้ไขปัญหาทั่วไป นอกจากนี้ CEIP ยังเก็บรวบรวมชนิดและจำนวนข้อผิดพลาดที่คุณพบตลอดจนประสิทธิภาพของซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ รวมถึงความรวดเร็วของบริการด้วย ไมโครซอฟท์จะไม่เก็บรวบรวมชื่อ ที่อยู่ หรือข้อมูลที่ติดต่ออื่นๆ ของคุณ

ข้อมูลที่ถูกรวบรวม ประมวลผล หรือส่ง: ข้อมูล CEIP จะถูกส่งไปยังไมโครซอฟท์โดยอัตโนมัติเมื่อมีการเปิดใช้งานฟีเจอร์นี้ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อมูลที่ถูกรวบรวม ประมวลผล หรือส่งโดย CEIP ให้ดูที่ คำชี้แจงสิทธิ์ส่วนบุคคลสำหรับโครงการปรับปรุงประสบการณ์การใช้งานของลูกค้าของไมโครซอฟท์

การใช้ข้อมูล: ไมโครซอฟท์จะใช้ข้อมูลนี้เพื่อปรับปรุงคุณภาพ ความน่าเชื่อถือ และประสิทธิภาพของซอฟต์แวร์และบริการของไมโครซอฟท์

ตัวเลือก/ตัวควบคุม: CEIP จะถูกปิดใช้งานตามค่าเริ่มต้น ผู้ดูแลระบบขององค์กรสามารถเปิดหรือปิดใช้งาน CEIP สำหรับองค์กรได้ ถ้าผู้ดูแลระบบขององค์กรไม่ได้กำหนดค่า CEIP สำหรับองค์กรไว้ ผู้ใช้จะมีโอกาสลงทะเบียนได้ในระหว่างขั้นตอนการติดตั้งเริ่มต้น ถ้าผู้ดูแลระบบขององค์กรปิดใช้งานตัวควบคุม CEIP ไว้ ผู้ใช้สามารถเปลี่ยนตัวเลือก CEIP ของตนได้ทุกเมื่อโดยใช้ขั้นตอนต่อไปนี้

  1. ใน Lync สำหรับ Windows Phone ให้ไปที่ การตั้งค่า

  2. เลือก ช่วยเราปรับปรุง Lync

  3. เปิดหรือปิดการตั้งค่าจากหน้า ช่วยเราปรับปรุง Lync เลื่อนการสลับเป็น เปิด หรือ ปิด

หมายเหตุ: ถ้าผู้ดูแลระบบเปลี่ยนแปลงการตั้งค่าเพื่อเปิดหรือปิดใช้งาน CEIP ในขณะที่ผู้ใช้กำลังใช้งาน Lync อยู่ การตั้งค่าใหม่ดังกล่าวจะมีผลหลังจากที่ผู้ใช้ออกจาก Lync และกลับเข้าสู่ระบบอีกครั้งเท่านั้น

ด้านบนของหน้า

การแชร์เดสก์ท็อปและแอปพลิเคชัน

ประโยชน์ของฟีเจอร์นี้: การแชร์เดสก์ท็อปและแอปพลิเคชันช่วยให้ผู้ใช้สามารถทำงานร่วมกันผ่านการสนทนาทางวิดีโอ และสามารถแชร์เดสก์ท็อปหรือแอปพลิเคชันที่เลือกของตนกับทุกคนในการประชุม ทำให้พวกเขาสามารถแชร์และแก้ไขไฟล์ต่างๆ เสมือนหนึ่งว่าพวกเขาอยู่ในห้องเดียวกันกับผู้ร่วมงาน ผู้ใช้ยังสามารถส่งงานนำเสนอ Microsoft PowerPoint (ดูส่วน การทำงานร่วมกันด้วย PowerPoint) และทำงานร่วมกับบุคคลอื่นบนไวท์บอร์ดเสมือน ซึ่งเป็นหน้าว่างสำหรับบันทึกย่อหรือรูปวาดที่ทุกคนในการประชุมสามารถใช้ร่วมกันได้ เมื่อผู้ใช้ได้แชร์เดสก์ท็อปหรือแอปพลิเคชันของตนไว้แล้วตั้งแต่ต้น ก็จะมีเฉพาะผู้ใช้เท่านั้นที่สามารถควบคุมทุกสิ่งได้ ถ้าผู้ใช้เลือก เขาหรือเธอสามารถอนุญาตให้ผู้ใช้อื่นๆ ควบคุมเดสก์ท็อปหรือแอปพลิเคชันที่แชร์ นำทาง และทำการเปลี่ยนแปลงโดยใช้เมาส์และคีย์บอร์ดของตนได้

ข้อมูลที่ถูกรวบรวม ประมวลผล หรือส่ง: ถ้าการแชร์เริ่มด้วยผู้เข้าร่วมประชุมคนอื่นๆ ผู้ใช้ Windows Phone สามารถเห็นเดสก์ท็อปหรือแอปพลิเคชันที่แชร์นั้นบนหน้าจอของตนเอง และจะไม่มีการส่งข้อมูลไปยังไมโครซอฟท์

การใช้ข้อมูล: ข้อมูลที่แชร์จะถูกใช้งานโดยผู้เข้าร่วมการประชุมในการทำงานร่วมกันผ่านวิดีโอ

ตัวเลือก/ตัวควบคุม: ผู้ใช้ Lync สำหรับ Windows Phone สามารถดูเดสก์ท็อปหรือแอปพลิเคชันที่แชร์โดยผู้เข้าร่วมประชุมคนอื่นๆ เท่านั้น พวกเขาไม่สามารถควบคุมหรือโต้ตอบกับเดสก์ท็อปหรือแอปพลิเคชันที่แชร์ได้ และไม่สามารถแชร์เดสก์ท็อปหรือแอปพลิเคชันที่ทำงานบน Windows Phone กับผู้เข้าร่วมประชุมคนอื่นได้

ด้านบนของหน้า

บริการฉุกเฉิน

สิ่งสำคัญ:  เราขอแนะนำไม่ให้คุณใช้ Lync สำหรับ Windows Phone เพื่อติดต่อผู้ให้บริการฉุกเฉิน เช่น 911 ในสหรัฐอเมริกา Lync สำหรับ Windows Phone ไม่มีความสามารถในการระบุตำแหน่งที่ตั้งทางกายภาพที่แท้จริงของคุณ ดังนั้นถ้าคุณใช้ Lync สำหรับ Windows Phone เพื่อติดต่อผู้ให้บริการฉุกเฉิน ผู้ให้บริการดังกล่าวจะไม่สามารถระบุตำแหน่งที่ตั้งของคุณได้ เมื่อต้องการติดต่อผู้ให้บริการฉุกเฉินจากอุปกรณ์ของคุณ ให้ปิด Lync สำหรับ Windows Phone และใช้แป้นกดหมายเลขของอุปกรณ์แทน

ด้านบนของหน้า

การแชร์ตำแหน่งที่ตั้ง

ประโยชน์ของฟีเจอร์นี้: การแชร์ตำแหน่งที่ตั้งจะแชร์โซนเวลาของคุณกับผู้อื่นโดยใช้หน้าที่การทำงานของการแสดงตนของบัตรข้อมูลที่ติดต่อเมื่อมีการเปิดใช้งานโหมดความเป็นส่วนตัว (ดูส่วน โหมดความเป็นส่วนตัว)

สิ่งสำคัญ: Lync สำหรับ Windows Phone ไม่สามารถระบุตำแหน่งที่ตั้งทางกายภาพที่แท้จริงของคุณได้ อย่าใช้ Lync สำหรับ Windows Phone ในการโทรถึงผู้ให้บริการฉุกเฉิน เช่น 911 ให้ใช้แป้นกดหมายเลขของอุปกรณ์ของคุณ

ข้อมูลที่ถูกรวบรวม ประมวลผล หรือส่ง: โซนเวลาของคุณจะถูกเรียกใช้จากระบบปฏิบัติการของอุปกรณ์เคลื่อนที่และแชร์กับที่ติดต่อ Lync ของคุณ และจะไม่มีการส่งข้อมูลไปยังไมโครซอฟท์

การใช้ข้อมูล: การแชร์ตำแหน่งที่ตั้งจะแสดงตำแหน่งที่ตั้งของคุณต่อที่ติดต่อและคนอื่นๆ ภายในองค์กรของคุณในบัตรข้อมูลที่ติดต่อ โปรดสังเกตว่าจะไม่มีการแชร์ข้อมูลอื่นๆ เช่น ตำแหน่งที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ของคุณ ที่อยู่ที่จัดรูปแบบไว้ หรือที่อยู่แบบทางการผ่านการแสดงตน

ตัวเลือก/ตัวควบคุม: การแชร์ตำแหน่งที่ตั้งจะถูกเปิดและปิดใช้งานโดยผู้ดูแลระบบขององค์กรของคุณ และสามารถจัดการได้จากเดสก์ท็อปไคลเอ็นต์ของ Lync

ด้านบนของหน้า

รูปภาพส่วนบุคคล

ประโยชน์ของฟีเจอร์นี้: รูปภาพส่วนบุคคลจะแสดงรูปภาพของคุณต่อที่ติดต่อและคนอื่นๆ ภายในองค์กรของคุณในบัตรที่ติดต่อ

ข้อมูลที่ถูกรวบรวม ประมวลผล หรือส่ง: รูปภาพส่วนบุคคลของคุณสามารถถูกอัปโหลดโดยผู้ดูแลระบบขององค์กรของคุณหรือตัวคุณเอง (ถ้าเปิดใช้งาน) และเก็บไว้ในไดเรกทอรีขององค์กรของคุณ (เช่น Active Directory Domain Services) โดยจะถูกเรียกใช้โดย Lync สำหรับการแชร์กับที่ติดต่อของคุณและผู้ใช้อื่นๆ ภายในองค์กรของคุณ จะไม่มีการส่งข้อมูลไปยังไมโครซอฟท์

การใช้ข้อมูล: รูปภาพส่วนบุคคลนี้จะถูกใช้เพื่อกำหนดรูปแบบการใช้งานของคุณเอง และเพื่อแชร์รูปภาพของคุณกับผู้อื่น

ตัวเลือก/ตัวควบคุม: การตั้งค่ารูปภาพส่วนบุคคลจะได้รับการจัดการจากเดสก์ท็อปไคลเอ็นต์ของ Lync

ด้านบนของหน้า

การทำงานร่วมกันบน PowerPoint

ประโยชน์ของฟีเจอร์นี้: การทำงานร่วมกันบน PowerPoint ช่วยให้ผู้ใช้สามารถแสดง ดู และใส่คำอธิบายประกอบงานนำเสนอ PowerPoint ในระหว่างการประชุมหรือการสนทนาแบบออนไลน์ได้

ข้อมูลที่ถูกรวบรวม ประมวลผล หรือส่ง: ถ้างานนำเสนอ PowerPoint ถูกแชร์โดยผู้เข้าร่วมประชุมคนอื่นๆ ผู้ใช้ Lync สำหรับ Windows Phone จะสามารถดูงานนำเสนอนั้นบนอุปกรณ์ของพวกเขาได้ แต่จะไม่สามารถควบคุมหรือโต้ตอบกับงานนำเสนอได้ และจะไม่มีการส่งข้อมูลไปยังไมโครซอฟท์

การใช้ข้อมูล: ข้อมูลที่แชร์จะถูกใช้งานโดยผู้เข้าร่วมการประชุมในการทำงานร่วมกันผ่านวิดีโอ

ตัวเลือก/ตัวควบคุม: ผู้ใช้ Windows Phone จะสามารถดูงานนำเสนอ PowerPoint ที่ถูกแชร์โดยผู้เข้าร่วมประชุมคนอื่นๆ พวกเขาจะไม่สามารถอัปโหลด ใส่คำอธิบายประกอบ หรือแชร์งานนำเสนอ PowerPoint จากอุปกรณ์ของพวกเขาได้

ด้านบนของหน้า

ข้อมูลการแสดงตนและที่ติดต่อ

ประโยชน์ของฟีเจอร์นี้ : ข้อมูลการแสดงตนและที่ติดต่อจะทำให้ผู้ใช้สามารถดูข้อมูลการแสดงตนและที่ติดต่อของสมาชิกคนอื่นๆ ขององค์กรของพวกเขา รวมทั้งที่ติดต่อส่วนบุคคล (ทั้งภายในและภายนอกองค์กร) ผู้ดูแลระบบของคุณสามารถกำหนดค่าการรวมกับ Outlook และ Exchange Server เพื่อให้คุณแสดงข้อความเมื่อไม่อยู่สำนักงานและข้อมูลสถานะอื่นๆ (ตัวอย่างเช่น เมื่อคุณมีกำหนดการประชุมในปฏิทิน Outlook ของคุณ) ได้อีกด้วย

ข้อมูลที่ถูกรวบรวม ประมวลผล หรือส่ง : ให้คุณใช้ที่อยู่การลงชื่อเข้าใช้และรหัสผ่านเพื่อเชื่อมต่อกับ Lync Server คุณและผู้ดูแลระบบของคุณสามารถประกาศข้อมูลเกี่ยวกับสถานะการแสดงตนและข้อมูลที่ติดต่อของคุณที่สัมพันธ์กับที่อยู่การลงชื่อเข้าใช้ของคุณได้ จะไม่มีการส่งข้อมูลไปยังไมโครซอฟท์

การใช้ข้อมูล: ผู้ใช้ Lync คนอื่นและโปรแกรมอื่นๆ สามารถเข้าถึงข้อมูลการแสดงตนและที่ติดต่อของคุณเพื่อระบุสถานะและข้อมูลที่คุณประกาศไว้ได้ ทั้งนี้ก็เพื่อการสื่อสารกับคุณที่ดีขึ้น

ตัวเลือก/ตัวควบคุม: การตั้งค่าข้อมูลการแสดงตนและที่ติดต่อจะถูกจัดการจากเดสก์ท็อปไคลเอ็นต์ของ Lync

ด้านบนของหน้า

โหมดความเป็นส่วนตัว

ประโยชน์ของฟีเจอร์นี้ : โหมดความเป็นส่วนตัวคือการตั้งค่าที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถกำหนดข้อมูลการแสดงตน (เช่น ว่าง ไม่ว่าง ห้ามรบกวน และอื่นๆ) ที่จะแชร์กับที่ติดต่อที่อยู่ในรายการที่ติดต่อของตนได้

ข้อมูลที่ถูกรวบรวม ประมวลผล หรือส่ง: การเปิดใช้งานโหมดความเป็นส่วนตัวจะทำให้ Lync เข้าสู่โหมดที่ผู้ใช้สามารถปรับการตั้งค่าผู้ใช้เพื่อแชร์ข้อมูลการแสดงตนกับที่ติดต่อในรายการที่ติดต่อของตนเท่านั้น จะไม่มีการส่งข้อมูลไปยังไมโครซอฟท์

การใช้ข้อมูล : การตั้งค่านี้ช่วยให้ผู้ใช้สามารถกำหนดว่าจะแชร์ข้อมูลการแสดงตนได้อย่างไร

ตัวเลือก/ตัวควบคุม: ตามค่าเริ่มต้น โหมดความเป็นส่วนตัวถูกจะปิดไว้ และสามารถเปิดและปิดใช้งานโดยผู้ดูแลระบบขององค์กรของคุณ โดยจะมีการจัดการจากเดสก์ท็อปไคลเอ็นต์ของ Lync

ด้านบนของหน้า

การแจ้งเตือนแบบพุช

ประโยชน์ของฟีเจอร์นี้: การแจ้งเตือนแบบพุชเป็นกลไกที่แจ้งให้คุณทราบเมื่อคุณได้รับข้อความใหม่ หรือการโทรใหม่บนอุปกรณ์เคลื่อนที่ของคุณ การแจ้งให้ทราบสามารถทำได้หลายวิธี รวมถึงสายเรียกเข้า การแจ้งให้ทราบแบบป็อปอัพ เสียง หรือไอคอนสีที่แตกต่างกัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับระบบปฏิบัติการของอุปกรณ์ของคุณ จะมีการสร้างการแจ้งให้ทราบไว้บนอุปกรณ์เมื่ออุปกรณ์ได้รับข้อความใหม่หรือการโทรใหม่ การทำงานนี้จะเกิดขึ้นเฉพาะเมื่อ Lync สำหรับ Windows Phone ไม่ได้ทำงานอยู่เบื้องหน้าเท่านั้น เมื่อ Lync สำหรับ Windows Phone กำลังทำงานอยู่เบื้องหน้า การแจ้งเตือนแบบพุชจะถูกระงับไว้ คุณสามารถเปิดหรือปิดใช้งานการแจ้งเตือนแบบพุชได้ แต่การปิดใช้งานการแจ้งเตือนแบบพุชจะไม่ได้หยุดการรับข้อความหรือการโทร เพียงแต่เป็นการปิดใช้งานฟีเจอร์การแจ้งให้ทราบเท่านั้น เมื่อต้องการหยุดการรับข้อความหรือการโทรใหม่ คุณต้องปิด Lync สำหรับ Windows Phone

ข้อมูลที่ถูกรวบรวม ประมวลผล หรือส่ง: อุปกรณ์เคลื่อนที่จะไม่เก็บรวบรวม ประมวลผล หรือส่งข้อมูลของคุณ จะไม่มีการส่งข้อมูลไปยังไมโครซอฟท์ ข้อความและการโทรทั้งหมดที่ส่งไปยังอุปกรณ์ของคุณจากผู้ใช้ Lync คนอื่นๆ จะผ่านทางบริการการแจ้งเตือนแบบพุชของไมโครซอฟท์เพื่อนำส่งไปยังอุปกรณ์ของคุณ หลังจากการสนทนาถูกสร้างขึ้น ข้อความและการโทรทั้งหมดจะเดินทางโดยตรงระหว่างผู้เข้าร่วมของการสนทนา

ตัวเลือก/ตัวควบคุม: การแจ้งเตือนแบบพุชจะถูกเปิดและปิดใช้งานโดยผู้ดูแลระบบขององค์กรของคุณ ถ้าการแจ้งเตือนแบบพุชถูกเปิดใช้งาน คุณสามารถเปิดหรือปิดได้โดยใช้ขั้นตอนต่อไปนี้

  1. ใน Lync สำหรับ Windows Phone บนมุมมอง ข้อมูลของฉัน ให้แตะปุ่ม “…” ในแถบแอปด้านล่าง แล้วเลือก การตั้งค่า

  2. เลื่อนการสลับสำหรับ การแจ้งเตือนแบบพุช เพื่อเปิดและปิดการแจ้งให้ทราบ

ด้านบนของหน้า

ส่งเป็นอีเมล

ประโยชน์ของฟีเจอร์นี้: ส่งเป็นอีเมลจะทำให้ผู้ใช้ส่งประวัติการสนทนาของ Lync สำหรับ Windows Phone เป็นสิ่งที่แนบมาไปยังที่อยู่อีเมลที่กำหนดไว้ของผู้ใช้ได้

ข้อมูลที่ถูกรวบรวม ประมวลผล หรือส่ง: การสนทนารับเข้าและส่งออก 50 รายการล่าสุดจะถูกเก็บไว้บนอุปกรณ์ในที่จัดเก็บที่แยกไว้อย่างไม่มีกำหนด เว้นแต่ว่า 1) ผู้ใช้ลบการสนทนา 2) ผู้ใช้ถอนการติดตั้งแอปพลิเคชัน หรือ 3) ผู้ใช้ใหม่เข้าสู่ระบบในอุปกรณ์เดียวกันนั้น ประวัติข้อความโต้ตอบแบบทันทีที่ส่งโดยใช้ฟีเจอร์ ส่งเป็นอีเมล จะถูกส่งในรูปแบบของข้อความอีเมลไปยังที่อยู่อีเมลที่กำหนดโดยผู้ใช้ จะไม่มีการส่งข้อมูลไปยังไมโครซอฟท์

การใช้ข้อมูล: ผู้ใช้สามารถส่งประวัติการสนทนาของตนเป็นสิ่งที่แนบมากับอีเมลไปยังที่อยู่อีเมลที่กำหนดไว้ เพื่อทำให้การสนทนาพร้อมใช้งานภายนอกอุปกรณ์สำหรับจุดประสงค์ต่างๆ ได้ เช่น การเก็บถาวร หรือการแชร์

ตัวเลือก/ตัวควบคุม: เมื่อต้องการใช้ ส่งเป็นอีเมล ผู้ใช้ต้องเปิดใช้งานอีเมลบนอุปกรณ์ของตน สำหรับข้อมูลเกี่ยวกับวิธีการเปิดใช้งานและกำหนดค่าอีเมล ให้ดูที่คู่มือผู้ใช้ของอุปกรณ์

ประวัติการสนทนาผ่านข้อความโต้ตอบแบบทันทีจะถูกส่งดังนี้

  1. จาก หน้าต่างการสนทนา ให้แตะปุ่ม "..." ที่แถบแอปด้านล่าง

  2. เลือก ส่งเป็นอีเมล จากเมนู

  3. ใส่ที่อยู่อีเมลปลายทาง ถ้าคุณต้องการส่งประวัติไปยังบุคคลอื่นที่ไม่ใช่ตัวคุณเอง

  4. แตะ ส่ง

ด้านบนของหน้า

บันทึกแฟ้มบันทึก

ประโยชน์ของฟีเจอร์นี้: บันทึกแฟ้มบันทึกอนุญาตให้ผู้ใช้บันทึกการบันทึกที่ฝั่งไคลเอ็นต์ไปยังไมโครซอฟท์เพื่อช่วยตรวจสอบปัญหาเสียงหรือการเชื่อมต่อใดๆ ที่อาจพบได้ (ดูส่วน การบันทึกที่ฝั่งไคลเอ็นต์)

ข้อมูลที่ถูกรวบรวม ประมวลผล หรือส่ง: ถ้าการบันทึกที่ฝั่งไคลเอ็นต์ถูกเปิดใช้งาน เฉพาะข้อมูลที่การบันทึกที่ฝั่งไคลเอ็นต์เก็บรวบรวมเท่านั้นจะถูกส่งไป บันทึกที่ฝั่งไคลเอ็นต์จะไม่ถูกส่งจากอุปกรณ์ของคุณโดยอัตโนมัติ บันทึกจะถูกส่งเฉพาะเมื่อการบันทึกได้ถูกเปิดใช้งานบนอุปกรณ์ของคุณแทน (ดูส่วน การบันทึกที่ฝั่งไคลเอ็นต์)

การใช้ข้อมูล: ข้อมูลที่รวบรวมมาจากอุปกรณ์ของคุณจะถูกใช้เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาที่คุณพบ และเพื่อช่วยพัฒนา Lync ต่อไป

ตัวเลือก/ตัวควบคุม: เมื่อต้องการใช้ ส่งแฟ้มบันทึก ผู้ใช้ต้องเปิดใช้งานอีเมลบนอุปกรณ์ของตน สำหรับข้อมูลเกี่ยวกับวิธีการเปิดใช้งานและกำหนดค่าอีเมล ให้ดูที่คู่มือผู้ใช้ของอุปกรณ์

บันทึกที่ฝั่งไคลเอ็นต์สามารถส่งได้ดังนี้

  1. ใน Lync สำหรับ Windows Phone บนมุมมอง ข้อมูลของฉัน ให้แตะปุ่ม “…” ในแถบแอปด้านล่าง แล้วเลือก การตั้งค่า

  2. เลือก การบันทึก จากรายการตัวเลือก

  3. บนหน้าตัวเลือก การบันทึก ให้แตะ บันทึกแฟ้มบันทึก

  4. ในฟอร์มอีเมลที่เปิดพร้อมกับแฟ้มบันทึกที่แนบอยู่ ให้พิมพ์ที่อยู่อีเมลปลายทาง แล้วแตะ ส่ง

ด้านบนของหน้า

การรายงานข้อผิดพลาดในการเข้าสู่ระบบ

ประโยชน์ของฟีเจอร์นี้: ฟีเจอร์ การรายงานข้อผิดพลาดในการเข้าสู่ระบบ จะสร้างรายงานข้อผิดพลาดโดยอัตโนมัติเมื่อผู้ใช้ไม่ประสบผลสำเร็จในการลงชื่อเข้าใช้ Lync ผู้ใช้จะได้รับตัวเลือกเพื่อส่งรายงานข้อผิดพลาดไปยังไมโครซอฟท์

ข้อมูลที่ถูกรวบรวม ประมวลผล หรือส่ง: ข้อมูลที่ถูกรวบรวมในรายงานข้อผิดพลาดมีข้อมูลต่างๆ เช่น คุณภาพของการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตของผู้ใช้ และรหัสข้อผิดพลาดใดๆ หรือข้อมูลการยกเว้นที่ถูกสร้างขึ้นที่เป็นผลมาจากความพยายามในการเข้าสู่ระบบล้มเหลว รายงานอาจมีข้อมูลที่สามารถระบุถึงบุคคลได้ เช่น ที่อยู่ IP ของผู้ใช้และ Session Initiation Protocol Uniform Resource Identifier (SIP URI) ข้อมูลนี้อาจถูกส่งไปยังไมโครซอฟท์

การใช้ข้อมูล: ไมโครซอฟท์จะใช้ข้อมูลที่มีอยู่ในรายงานข้อผิดพลาดในการเข้าสู่ระบบเพื่อช่วยในการแก้ไขปัญหาการเข้าสู่ระบบ ไมโครซอฟท์ยังจะใช้ข้อมูลนี้เพื่อระบุปัญหาและแนวโน้มการเข้าสู่ระบบทั่วไปเพื่อช่วยปรับปรุงการใช้งานการเข้าสู่ระบบ Lync ด้วย

ตัวเลือก/ตัวควบคุม: ฟีเจอร์นี้จะปิดไว้ตามค่าเริ่มต้น และสามารถจัดการได้โดยผู้ดูแลระบบขององค์กร ผู้ดูแลระบบสามารถเลือกว่าจะส่งหรือไม่ส่งรายงานข้อผิดพลาดในการเข้าสู่ระบบไปยังไมโครซอฟท์ หรือให้ผู้ใช้สามารถตัดสินใจเอง

ผู้ใช้สามารถเปลี่ยนแปลงการกำหนดลักษณะของตนโดยใช้ขั้นตอนต่อไปนี้

  1. ในมุมขวาบนของหน้าต่างหลักของ Lync ให้คลิก ตัวเลือก (ไอคอนรูปเฟือง)

  2. ในกล่องโต้ตอบ Lync – ตัวเลือก ให้คลิก ทั่วไป

  3. บนแท็บ ทั่วไป ให้เลือกหรือยกเลิกการเลือก ส่งข้อมูลข้อผิดพลาดของ Lync ไปยังไมโครซอฟท์โดยอัตโนมัติ

  4. คลิก ตกลง

ด้านบนของหน้า

ที่เก็บที่ติดต่อแบบรวม

ประโยชน์ของฟีเจอร์นี้: ที่เก็บที่ติดต่อแบบรวมประกอบด้วยฟีเจอร์หลักสามอย่าง ซึ่งมีเฉพาะฟีเจอร์ การผสานการค้นหา เท่านั้นที่พร้อมใช้งานใน Lync สำหรับ Windows Phone การผสานการค้นหาจะผสานสมุดรายชื่อส่วนกลาง (GAL) กับที่ติดต่อของ Lync ของคุณเพื่อทำให้เวลาที่คุณค้นหาที่ติดต่อจะได้มีผลลัพธ์การค้นหาเพียงรายการเดียวเท่านั้น

ข้อมูลที่ถูกรวบรวม ประมวลผล หรือส่ง: Lync สำหรับ Windows Phone จะรวมข้อมูลที่ติดต่อจาก Outlook, Active Directory Domain Services, และการแสดงตน ข้อมูลนี้จะถูกใช้งานภายในโดย Lync สำหรับ Windows Phone

การใช้ข้อมูล: ข้อมูลที่ติดต่อจาก Outlook, Active Directory Domain Services, และการแสดงตนจะแสดงอยู่ใน UI ของ Lync สำหรับ Windows Phone

ตัวเลือก/ตัวควบคุม: การตั้งค่าที่เก็บที่ติดต่อแบบรวมจะถูกจัดการจากเดสก์ท็อปไคลเอ็นต์ของ Lync

ด้านบนของหน้า

การปรับปรุงคุณภาพเสียง

ประโยชน์ของฟีเจอร์นี้: Lync จะส่งข้อมูลไปยังบุคคลระยะไกลถ้าตรวจพบปัญหาเกี่ยวกับอุปกรณ์หรือเครือข่ายในระหว่างการโทรเพื่อระบุว่าคุณอาจมีคุณภาพเสียงที่ไม่ดี

ข้อมูลที่ถูกรวบรวม ประมวลผล หรือส่ง: ถ้าคุณตั้งค่าอุปกรณ์ที่เพิ่มเสียงที่ไม่ดีเข้าไปในการโทร (เช่น เสียงก้องหรือเสียงรบกวน) Lync จะแจ้งผู้อื่นที่อยู่ในการโทรว่าการโทรนั้นมีประสิทธิภาพลดลง เนื่องจากการตั้งค่าอุปกรณ์ที่ฝั่งของคุณ ผู้อื่นจะได้รับแจ้งว่าคุณกำลังใช้อุปกรณ์ที่ทำให้คุณภาพเสียงลดลงเท่านั้น พวกเขาจะไม่ทราบว่าคุณกำลังใช้อุปกรณ์ใดอยู่ จะไม่มีการส่งข้อมูลไปยังไมโครซอฟท์

การใช้ข้อมูล: ข้อมูลที่ส่งไปยังผู้อื่นในการโทรจะช่วยให้พวกเขาปรับปรุงคุณภาพการโทร ตัวอย่างเช่น ผู้นำเสนอสามารถปิดเสียงคุณได้ถ้าคุณเพียงแค่โทรเข้ามาฟังเท่านั้น

ตัวเลือก/ตัวควบคุม: Lync ไม่อนุญาตให้คุณปิดการแจ้งเตือนคุณภาพของการโทร

ด้านบนของหน้า

ขยายทักษะของคุณ
สำรวจการฝึกอบรม
รับฟีเจอร์ใหม่ก่อนใคร
เข้าร่วม Office Insider

ข้อมูลนี้เป็นประโยชน์หรือไม่

ขอบคุณสำหรับคำติชมของคุณ!

ขอขอบคุณสำหรับคำติชมของคุณ! เราคิดว่าอาจเป็นประโยชน์ที่จะให้คุณได้ติดต่อกับหนึ่งในตัวแทนฝ่ายสนับสนุน Office ของเรา

×