ส่วนเพิ่มเติมสิทธิ์ส่วนบุคคลสำหรับ Microsoft Lync 2010

ปรับปรุงครั้งล่าสุด: ตุลาคม 2553

เนื้อหา

ส่วนเพิ่มเติมสิทธิ์ส่วนบุคคลสำหรับ Microsoft Lync 2010

การเก็บถาวร

ตัวดึงข้อมูลกิจกรรม

บริการทดสอบเสียง

บันทึกการโทร

การมอบสิทธิ์ในการโทร

การโอนสาย

รหัสผู้โทรเข้าในรายชื่อการประชุม

การบันทึกที่ฝั่งไคลเอ็นต์

รวบรวมบันทึก

บัตรข้อมูลที่ติดต่อ

ประวัติการสนทนา

โครงการปรับปรุงการใช้งานเพื่อลูกค้า

การใช้เดสก์ท็อป/โปรแกรมร่วมกัน

ตัวควบคุมการใช้เดสก์ท็อป/โปรแกรมร่วมกัน

บริการฉุกเฉิน (911)

ตำแหน่งที่ตั้ง

แฟ้มแนบที่ใช้ในการประชุม

การโทรเรียกประชุม

Lync 2010 Managed API

Add-in การประชุมแบบออนไลน์สำหรับ Outlook

การถ่ายโอนแฟ้มแบบเพียร์ทูเพียร์

รูปภาพส่วนบุคคล

ข้อมูลการแสดงตนและที่ติดต่อ

การทำ Poll

การทำงานร่วมกันของ PowerPoint

โหมดความเป็นส่วนตัว

การบันทึก

การค้นหาทักษะ

ที่เก็บที่ติดต่อแบบรวม

การปรับปรุงคุณภาพของเสียง

การทำงานร่วมกันของไวท์บอร์ด

ส่วนเพิ่มเติมสิทธิ์ส่วนบุคคลสำหรับ Microsoft Lync 2010

หน้านี้เป็นส่วนเพิ่มเติมของ คำชี้แจงสิทธิ์ส่วนบุคคลสำหรับผลิตภัณฑ์ Microsoft Lync เพื่อให้เข้าใจหลักปฏิบัติต่างๆ ของการเก็บรวบรวมข้อมูลและการใช้งานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์หรือบริการ Microsoft Lync คุณควรอ่านทั้งคำชี้แจงสิทธิ์ส่วนบุคคลสำหรับผลิตภัณฑ์ Microsoft Lync และส่วนเพิ่มเติมนี้

ส่วนเพิ่มเติมสิทธิ์ส่วนบุคคลนี้จะกล่าวถึงการปรับใช้และการใช้ซอฟต์แวร์การติดต่อสื่อสาร Microsoft Lync 2010 ที่ใช้ในเครือข่ายของคุณหรือขององค์กร ถ้าคุณกำลังใช้ Microsoft Lync Server 2010 เป็นบริการ (กล่าวคือ ถ้าบริษัทอื่น [ตัวอย่างเช่น ไมโครซอฟท์] กำลังโฮสต์เซิร์ฟเวอร์ที่มีซอฟต์แวร์นี้ทำงานอยู่) ข้อมูลจะถูกส่งไปยังบริษัทนั้น เมื่อต้องการเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้ข้อมูลที่ส่งผ่านไปยังบริษัทอื่น โปรดปรึกษาผู้ดูแลระบบขององค์กรของคุณหรือผู้ให้บริการของคุณ

การเก็บถาวร

ประโยชน์ของคุณลักษณะนี้: การเก็บถาวรจะอนุญาตให้ผู้ดูแลระบบของคุณสามารถเก็บข้อมูลได้อย่างถาวรทั้ง การสนทนาด้วยข้อความโต้ตอบแบบทันที กิจกรรมการประชุมและเนื้อหา ตลอดจนคุณลักษณะการใช้งาน เช่น การลงชื่อเข้าใช้ของผู้ใช้ และการเริ่มและเข้าร่วมสนทนา เป็นต้น

ข้อมูลที่เก็บรวบรวม ประมวลผล หรือส่ง: การเก็บถาวร จะเก็บเนื้อหาของการสนทนาด้วยข้อความโต้ตอบแบบทันที ข้อมูลเกี่ยวกับการใช้ข้อความโต้ตอบแบบทันที ตลอดจนเนื้อหาและรายละเอียดการประชุม เอาไว้บนเซิร์ฟเวอร์ที่ผู้ดูแลระบบของคุณกำหนดค่าไว้ โดยจะไม่มีการส่งข้อมูลไปยังไมโครซอฟท์

การใช้ข้อมูล: ผู้ดูแลระบบของคุณสามารถใช้ข้อมูลนี้ในการจัดระบบการใช้ Lync 2010 ในองค์กรของคุณ

ตัวเลือก/ตัวควบคุม: ตามค่าเริ่มต้นแล้วการเก็บถาวรจะไม่เปิดใช้งาน และต้องเปิดใช้งานโดยผู้ดูแลระบบขององค์กรเท่านั้น คุณควรตรวจทานนโยบายการใช้และการตรวจสอบข้อมูลของบริษัท เพื่อตัดสินใจว่าจะสามารถเปิดใช้การเก็บถาวรได้หรือไม่

ตัวดึงข้อมูลกิจกรรม

ประโยชน์ของคุณลักษณะนี้: ตัวดึงข้อมูลกิจกรรมจะช่วยให้คุณสามารถดู "การปรับปรุงทางสังคม" จากที่ติดต่อในรายการที่ติดต่อของคุณได้ ซึ่งอนุญาตให้คุณแสดงบันทึกย่อส่วนบุคคลล่าสุดต่อผู้อื่น เปลี่ยนแปลงรูปภาพ และแก้ไขหัวเรื่องหรือที่ตั้งสำนักงานของคุณได้

ข้อมูลที่เก็บรวบรวม ประมวลผล หรือส่ง: คุณจะประกาศรายละเอียดใน Lync ดังต่อไปนี้โดยผ่านการแสดงตน

  • เวลาที่ปรับปรุงรูปภาพขององค์กรของคุณ (จากไดเรกทอรีขององค์กร เช่น Active Directory Domain Services)

  • รูปภาพบนเว็บ (ที่คุณอัปโหลดและต้องการให้ผู้อื่นเห็น) พร้อมกับเวลาที่ปรับปรุง

  • เวลาที่เปลี่ยนของหัวเรื่องขององค์กรของคุณ

  • เวลาที่เปลี่ยนที่ตั้งสำนักงานขององค์กรของคุณ

  • ประวัติของบันทึกย่อส่วนบุคคลต่างๆ ล่าสุดที่คุณได้เคยประกาศไว้

  • บันทึกย่อเมื่อไม่อยู่ที่สำนักงานจาก Microsoft Exchange Server

โดยจะไม่มีการส่งข้อมูลไปยังไมโครซอฟท์

การใช้ข้อมูล: ข้อมูลนี้จะถูกนำไปใช้ร่วมกับที่ติดต่อที่กำลังดูข้อมูลกิจกรรมของคุณอยู่ และอยู่ในความสัมพันธ์ส่วนบุคคลแบบครอบครัวและเพื่อน เวิร์กกรุ๊ป ผู้ร่วมงาน หรือ ที่ติดต่อภายนอก

ตัวเลือก/ตัวควบคุม:

คุณสามารถควบคุมได้ว่าจะนำรายละเอียดข้างต้นไปใช้ร่วมกับผู้อื่นหรือไม่ โดยทำดังต่อไปนี้

  1. บนเมนู เครื่องมือ ให้คลิก ตัวเลือก

  2. บนแท็บ ส่วนบุคคล ภายใต้ ตัวดึงข้อมูลกิจกรรม เปิดหรือปิดการใช้งานร่วมกันของการปรับปรุงเหล่านี้ บันทึกย่อส่วนบุคคลและบันทึกย่อเมื่อไม่อยู่ที่สำนักงานล่าสุดของคุณจะปรากฏขึ้นในตัวดึงข้อมูลกิจกรรมถ้ามีการตั้งค่าเอาไว้ ถ้าคุณไม่ต้องการให้แสดงรายละเอียดของบันทึกย่อส่วนบุคคล คุณสามารถปล่อยเขตข้อมูลของบันทึกย่อไว้เป็นช่องว่างได้

  3. คลิก ตกลง

บริการทดสอบเสียง

ประโยชน์ของคุณลักษณะนี้: ปุ่ม ตรวจสอบคุณภาพการโทร จะให้คุณสามารถทดสอบการโทรบน Lync ได้เพื่อตรวจสอบคุณภาพเสียงของการโทร ซึ่งให้คุณจะได้ฟังเสียงของตัวเองเหมือนการโทรจริง เมื่อคุณทดสอบการโทร บริการทดสอบเสียงจะพร้อมท์ให้คุณบันทึกตัวอย่างเสียงหลังจากได้ยินเสียงเตือน ตัวอย่างเสียงของคุณจะถูกบันทึกตามระยะเวลาที่ตั้งไว้ล่วงหน้า (เช่น 5 วินาที) แล้วคุณสามารถนำมาฟังได้ในภายหลัง ถ้าเครือข่ายไม่ดีพอ หรือถ้าคุณตั้งค่าอุปกรณ์ไว้ไม่ดี คุณจะพบข้อบกพร่องได้จากการเล่นเสียงที่บันทึกไว้

ข้อมูลที่เก็บรวบรวม ประมวลผล หรือส่ง: เมื่อคุณทดสอบการโทร บริการทดสอบเสียงจะบันทึกตัวอย่างเสียงของคุณหลังจากพร้อมท์ มีการเก็บตัวอย่างเสียง มีการลบเสียงตัวอย่างหลังจากสิ้นสุดการโทร โดยไม่มีการส่งข้อมูลไปยังไมโครซอฟท์

การใช้ข้อมูล: ตัวอย่างเสียงมีไว้เพื่อให้คุณตรวจสอบว่าเสียงของคุณจะเป็นอย่างไรเมื่อมีการโทรจริง และเพื่อชี้ให้เห็นว่าอุปกรณ์ของคุณมีการตั้งค่าที่เหมาะสม และพร้อมสำหรับการโทรหรือไม่ ผู้ใช้สามารถฟังตัวอย่างเสียงที่บันทึกไว้ เพื่อดูว่า เขา/เธอ พร้อมที่จะโทรจริงหรือไม่ โดยตรวจสอบอุปกรณ์ว่าทำงานอย่างถูกต้องและเสียงที่ได้นั้นเหมาะสมที่จะใช้งาน

ตัวเลือก/ตัวควบคุม: ถ้าคุณไม่ต้องการบันทึกตัวอย่างเสียง คุณสามารถเลือกไม่ทดสอบการโทรได้ การทดสอบการโทร ทำได้ดังนี้

  1. บนเมนู เครื่องมือ ให้คลิก ตัวเลือก

  2. บนแท็บ อุปกรณ์เสียง ให้คลิกปุ่ม ตรวจสอบคุณภาพการโทร และทำตามคำแนะนำ

  3. คลิก ตกลง

บันทึกการโทร

ประโยชน์ของคุณลักษณะนี้: บันทึกการโทร จะช่วยให้คุณจัดเก็บบันทึกของเสียงการโทรใน Lync ของคุณไว้ในโฟลเดอร์ Microsoft Outlook

ข้อมูลที่เก็บรวบรวม ประมวลผล หรือส่ง: ข้อมูลเกี่ยวกับการโทรด้วยเสียงของคุณ เช่น เวลาเริ่มต้น เวลาสิ้นสุด ระยะเวลา และผู้เข้าร่วมการประชุมทางโทรศัพท์ จะถูกจัดเก็บไว้ในโฟลเดอร์ประวัติการสนทนาของ Outlook คุณหรือผู้ดูแลระบบขององค์กรอาจบันทึกหัวข้อและสถานที่ประชุมได้ โดยการเลือกให้ Outlook เป็นตัวจัดการข้อมูลส่วนบุคคลที่แท็บ ส่วนบุคคล ของกล่องโต้ตอบ ตัวเลือก บันทึกการโทรจะไม่เก็บเนื้อหาการโทรด้วยเสียงของคุณ และจะไม่มีการส่งข้อมูลไปยังไมโครซอฟท์

การใช้ข้อมูล: คุณสามารถใช้ข้อมูลนี้เพื่อตรวจทานประวัติการโทรด้วยเสียงของคุณได้

ตัวเลือก/ตัวควบคุม: ตามค่าเริ่มต้นแล้วคุณลักษณะของ บันทึกการโทร จะถูกเปิดใช้งานอยู่ ถ้าผู้ดูแลระบบไม่ได้ห้ามการควบคุม บันทึกการโทร คุณจะสามารถเปลี่ยนแปลงการตั้งค่าได้ดังต่อไปนี้

  1. บนเมนู เครื่องมือ ให้คลิก ตัวเลือก

  2. บนแท็บ ส่วนบุคคล ให้ล้างกล่องกาเครื่องหมาย บันทึกบันทึกการโทรของฉันในโฟลเดอร์ประวัติการสนทนาของ Outlook

  3. คลิก ตกลง

การมอบสิทธิ์ในการโทร

ประโยชน์ของคุณลักษณะนี้: การมอบสิทธิ์ในการโทรทำให้คุณสามารถกำหนดผู้รับมอบสิทธิ์ได้อย่างน้อยหนึ่งคน แล้วให้ผู้รับมอบสิทธิ์ของคุณจัดการและตอบรับโทรศัพท์แทนตัวคุณเอง รวมถึงจัดและเข้าร่วมการประชุมแบบออนไลน์ในนามของคุณได้

ข้อมูลที่เก็บรวบรวม ประมวลผล หรือส่ง: เมื่อผู้รับมอบสิทธิ์ของคุณรับโทรศัพท์ในนามของคุณ คุณจะได้รับอีเมลแจ้งเตือนเกี่ยวกับเหตุการณ์นี้ โดยจะไม่มีการส่งข้อมูลไปยังไมโครซอฟท์

การใช้ข้อมูล: คุณสามารถใช้คุณลักษณะนี้ในการทำงานกับผู้รับมอบสิทธิ์ของคุณเพื่อจัดการกำหนดการและการประชุมของคุณ และ/หรือ ตามงานกับผู้รับมอบสิทธิ์ของคุณเกี่ยวกับโทรศัพท์ที่เขาได้โทรและรับให้คุณ (หรือในนามของคุณ)

ตัวเลือก/ตัวควบคุม: ตามค่าเริ่มต้นแล้ว การมอบสิทธิ์ในการโทร จะถูกปิดใช้งานอยู่ แต่สามารถเปิดหรือปิดได้โดยผู้ดูแลระบบขององค์กรของคุณ ซึ่งถ้าเปิดใช้งานอยู่ คุณสามารถตั้งผู้รับมอบสิทธิ์ได้ดังนี้

  1. บนเมนู เครื่องมือ ให้คลิก ตัวเลือก

  2. บนแท็บ การโอนสายเรียกเข้า ให้คลิก เสียงเรียกเข้าพร้อมกัน หรือ โอนสายเรียกเข้าของฉันไปยัง แล้วคลิก ผู้รับมอบสิทธิ์ของฉัน จากรายการแบบหล่นลง

  3. ถ้าคุณไม่เคยกำหนดผู้รับมอบสิทธิ์เอาไว้ ให้คลิก เพิ่ม จากนั้นให้เลือกคนที่ต้องการจะให้เป็นผู้รับมอบสิทธิ์ของคุณ

  4. คลิก ตกลง ในกล่องโต้ตอบ ผู้รับมอบสิทธิ์

  5. คลิก ตกลง ในกล่องโต้ตอบ การโอนสายเรียกเข้า

    หมายเหตุ: 

    • ผู้ใช้ที่ถูกกำหนดให้เป็นผู้รับมอบสิทธิ์ของคุณ จะเห็นการแจ้งเตือนว่าเขาได้ถูกตั้งให้เป็นผู้รับมอบสิทธิ์ของคุณใน Lync

    • ผู้ดูแลระบบขององค์กรสามารถตั้งค่า Exchange Calendar Delegate ให้ตรงกับ Lync Server 2010 ได้ เมื่อเปิดใช้งานอยู่ Exchange Calendar Delegates ที่มีสิทธิ์เหมาะสม (เท่ากับหรือมากกว่าสิทธิผู้เขียนที่ไม่ทำการแก้ไข) จะถูกเพิ่มเป็นผู้รับมอบสิทธิ์ของคุณใน Lync โดยอัตโนมัติ อย่างไรก็ตาม จะไม่มีการเปลี่ยนการตั้งค่าการโอนสายเรียกเข้าของคุณแต่อย่างใด

การโอนสาย

ประโยชน์ของคุณลักษณะนี้: การโอนสาย จะอนุญาตให้คุณสามารถโอนสายไปให้อีกคนหนึ่งหรืออีกหมายเลขหนึ่งได้ เมื่อคุณไม่ว่างหรือไม่ได้อยู่ที่โต๊ะทำงาน

ข้อมูลที่เก็บรวบรวม ประมวลผล หรือส่ง: จะไม่มีการส่งข้อมูลไปยัง Microsoft

การใช้ข้อมูล: คุณสามารถใช้คุณลักษณะนี้ในการโอนสายไปยังอีกคนหนึ่งหรืออีกหมายเลขหนึ่งได้ เมื่อคุณไม่ว่างหรือไม่ได้อยู่ในที่ทำงานหลักของคุณ

ตัวเลือก/ตัวควบคุม: ตัวเลือก การโอนสายเรียกเข้า จะพร้อมใช้งานถ้าผู้ดูแลระบบขององค์กรได้เปิดใช้งานให้กับองค์กรแล้วเท่านั้น ถ้าผู้ดูแลระบบขององค์กรได้เปิดใช้งานคุณลักษณะนี้ให้องค์กร ตามค่าเริ่มต้นแล้ว เดสก์ท็อปไคลเอ็นต์ Lync ของคุณจะปิดใช้งานคุณลักษณะนี้อยู่ กำหนดค่า การโอนสายเรียกเข้า โดยใช้ขั้นตอนต่อไปนี้

  1. จากเมนู เครื่องมือ ให้คลิก การตั้งค่าการโอนสายเรียกเข้า หรือ ตัวเลือก จากนั้นคลิก การโอนสายเรียกเข้า

  2. ภายใต้ การโอนสายเรียกเข้า ให้คลิก โอนสายเรียกเข้าของฉันไปยัง จากนั้นให้ทำอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้

    • เลือก ข้อความเสียง จากนั้นคลิก ตกลง

    • เลือก หมายเลขหรือที่ติดต่อใหม่ ในกล่องโต้ตอบ เลือกที่ติดต่อหรือหมายเลข ให้เลือกที่ติดต่อ ค้นหาที่ติดต่อ หรือใส่หมายเลขโทรศัพท์ใหม่ที่ต้องการโอนสายไปให้ จากนั้นคลิก ตกลง แล้วคลิก ตกลง อีกครั้ง

    • เลือก ผู้รับมอบสิทธิ์ของฉัน ในกล่องโต้ตอบ การโอนสายเรียกเข้า – ผู้รับมอบสิทธิ์ ให้กำหนดผู้รับมอบสิทธิ์ตามคำแนะนำในส่วนการมอบสิทธิ์ในการโทรของเอกสารนี้ จากนั้นคลิก ตกลง คลิก ตกลง อีกครั้ง

สิ่งสำคัญ:  เมื่อคุณกำหนดค่าการโอนสายเรียกเข้าใน Lync 2010 สายที่โทรเข้ามาจะถูกโอนไปยังหมายเลขที่คุณตั้งค่าเอาไว้ เมื่อมีการเชื่อมต่อการโทร หมายเลขที่แสดงต่อผู้โทรเข้า จะเป็นหมายเลขของผู้ที่คุณตั้งค่าโอนสายไว้ ซึ่งจะเป็นเช่นนี้กับเฉพาะการโทรระหว่าง Lync ด้วยกันเท่านั้น

รหัสผู้โทรเข้าในรายชื่อการประชุม

ประโยชน์ของคุณลักษณะนี้: รายการผู้เข้าร่วม (รายชื่อ) จะแสดงรายการของผู้เข้าร่วมประชุมทั้งหมด

ข้อมูลที่เก็บรวบรวม ประมวลผล หรือส่ง: เมื่อคุณโทรเข้าไปยังการประชุมทางโทรศัพท์ หมายเลขโทรศัพท์ที่คุณโทรเข้ามา (รหัสผู้โทรเข้า) จะแสดงต่อผู้เข้าร่วมประชุมทั้งหมด โดยจะไม่มีการส่งข้อมูลไปยังไมโครซอฟท์

การใช้ข้อมูล: ผู้เข้าร่วมประชุมจะสามารถใช้ข้อมูลนี้เพื่อแยกผู้เข้าร่วมประชุมแต่ละคนได้ตามหมายเลขโทรศัพท์

ตัวเลือก/ตัวควบคุม:

ตามค่าเริ่มต้นรหัสผู้โทรเข้าจะถูกแสดง ซึ่งรับหมายเลขดังกล่าวมาจากบริษัทโทรศัพท์ คุณสามารถเลือกไม่ให้มีการนำหมายเลขโทรศัพท์ของคุณไปใช้ร่วมกันได้ โดยการบล็อกรหัสผู้โทรเข้า เวลาที่คุณโทรออก

  • ถ้าต้องการบล็อกรหัสผู้โทรเข้าของคุณแบบถาวร ให้ติดต่อบริษัทโทรศัพท์ในพื้นที่ของคุณ

  • ถ้าในพื้นที่ของคุณสามารถใช้งานคุณสมบัตินี้ได้ คุณสามารถพิมพ์รหัสพิเศษลงไปก่อนที่จะโทรออก เพื่อบล็อกรหัสผู้โทรเข้าของคุณสำหรับการโทรแต่ละครั้ง โปรดติดต่อบริษัทโทรศัพท์ในพื้นที่ของคุณเพื่อขอรับคำแนะนำ

การบันทึกที่ฝั่งไคลเอ็นต์

ประโยชน์ของคุณลักษณะนี้: การบันทึกที่ฝั่งไคลเอ็นต์ทำให้คุณสามารถเข้าสู่ข้อมูลการใช้งาน Lync ได้จากคอมพิวเตอร์ในโปรไฟล์ผู้ใช้ของคุณ ข้อมูลดังกล่าวสามารถใช้สำหรับการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับ Lync ที่คุณพบ

ข้อมูลที่เก็บรวบรวม ประมวลผล หรือส่ง: ถ้าคุณหรือผู้ดูแลระบบของคุณเปิดใช้งาน การบันทึกที่ฝั่งไคลเอ็นต์ จะมีการเก็บข้อมูลต่างๆ ไว้บนคอมพิวเตอร์ของคุณ เช่น หัวข้อการประชุม, ตำแหน่งที่ตั้ง, ข้อความ Session Initiation Protocol (SIP), การตอบรับคำเชิญ Lync ของคุณ, ข้อมูลเกี่ยวกับผู้ส่งและผู้รับข้อความ Lync แต่ละข้อความ, เส้นทางของข้อความ, รายการที่ติดต่อของคุณ, ข้อมูลการแสดงตนของคุณ, ชื่อโปรแกรมต่างๆ ที่ใช้ร่วมกับผู้อื่น, ชื่อสิ่งที่แนบมาที่ใช้ร่วมกับผู้อื่น, ชื่อแฟ้ม Microsoft PowerPoint ต่างๆ ที่ใช้ร่วมกับผู้อื่น, ชื่อไวท์บอร์ดต่างๆ ที่ใช้ร่วมกับผู้อื่น, ชื่อการสำรวจความคิดเห็นต่างๆ ที่ใช้ร่วมกับผู้อื่น, คำถามของการสำรวจความคิดเห็นต่างๆ ที่ใช้ร่วมกับผู้อื่น ตลอดจนดัชนีของตัวเลือกที่คุณลงคะแนนเสียง เนื้อหาในการสนทนา Lync ของคุณจะไม่ถูกเก็บไว้ และข้อมูลจะไม่ถูกส่งไปยังไมโครซอฟท์โดยอัตโนมัติ แต่คุณสามารถเลือกที่จะส่งข้อมูลได้ด้วยตนเอง

การใช้ข้อมูล: บันทึกที่ฝั่งไคลเอ็นต์สามารถนำมาใช้แก้ปัญหาเกี่ยวกับ Lync ได้

ตัวเลือก/ตัวควบคุม: ตามค่าเริ่มต้นแล้ว บันทึกที่ฝั่งไคลเอ็นต์จะถูกปิดใช้งานอยู่ และจะต้องเปิดใช้งานโดยผู้ดูแลระบบขององค์กร ถ้าผู้ดูแลระบบไม่ได้ห้ามการควบคุมการบันทึก คุณจะสามารถเปลี่ยนแปลงการตั้งค่าได้ดังต่อไปนี้

  1. บนเมนู เครื่องมือ ให้คลิก ตัวเลือก

  2. บนแท็บ ทั่วไป ให้คลิก เปิดการบันทึกใน Lync และ เปิดการบันทึกเหตุการณ์ Windows สำหรับ Lync

  3. คลิก ตกลง

รวบรวมบันทึก

ประโยชน์ของคุณลักษณะนี้: รวบรวมบันทึก ให้คุณรวบรวมบันทึกของ Lync ไว้เพื่อให้ไมโครซอฟท์สามารถตรวจสอบเกี่ยวกับเสียง วิดีโอ หรือการเชื่อมต่อที่คุณอาจมีปัญหาได้

ข้อมูลที่เก็บรวบรวม ประมวลผล หรือส่ง: ถ้าคุณคลิก รวบรวมบันทึก จะมีการเก็บรวบรวมข้อมูลดังต่อไปนี้

  • บันทึก Lync ซึ่งจะมีรายการที่ติดต่อของคุณ และข้อมูลเกี่ยวกับเซสชันการสนทนาก่อนหน้านี้อยู่ บันทึก Lync จะไม่มีเนื้อหาการสนทนาด้วยข้อความโต้ตอบแบบทันทีของคุณ

  • พารามิเตอร์เสียง เช่น ระดับสัญญาณเสียงพูดและระดับเสียงรบกวน

  • สภาพของเครือข่าย

  • การตั้งค่าอุปกรณ์

  • รุ่นและข้อมูลเกี่ยวกับระบบปฏิบัติการ

  • โปรแกรมที่กำลังทำงานอยู่ในคอมพิวเตอร์ของคุณ เช่น Outlook และ Windows Internet Explorer

ถ้าคุณต้องการ ก็สามารถเก็บข้อมูลดังต่อไปนี้ได้ด้วย

  • การบันทึกที่มีความยาว 30 วินาทีของการโทรครั้งล่าสุดของคุณ

  • ภาพหน้าจอเดสก์ท็อปของคุณ

คุณจำเป็นต้องอัปโหลดบันทึกด้วยตัวเองตามคำแนะนำของผู้ดูแลระบบขององค์กร ผู้ดูแลระบบขององค์กรจะส่งบันทึกเหล่านั้นไปยังไมโครซอฟท์ เพื่อแก้ไขปัญหาต่างๆ

การใช้ข้อมูล: ข้อมูลที่รวบรวมมาจากคอมพิวเตอร์ของคุณจะถูกใช้เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาที่คุณพบ และเพื่อช่วยพัฒนา Lync ต่อไป

ตัวเลือก/ตัวควบคุม: ตามค่าเริ่มต้นแล้ว Lync จะไม่รวบรวมบันทึกจากคอมพิวเตอร์ของคุณ จะทำก็ต่อเมื่อคุณคลิกปุ่ม รวบรวมบันทึก บันทึกต่างๆ จะถูกเก็บรวบรวมไว้บนคอมพิวเตอร์ของคุณ (ภายใต้ %USERPROFILE%\tracing\) คุณจำเป็นต้องอัปโหลดบันทึกเหล่านั้นด้วยตัวเอง ตามคำแนะนำของผู้ดูแลระบบขององค์กร การคลิก รวบรวมบันทึก จะไม่เป็นการส่งบันทึกของคุณไปยังเซิร์ฟเวอร์ระยะไกลโดยอัตโนมัติ

บัตรข้อมูลที่ติดต่อ

ประโยชน์ของคุณลักษณะนี้: บัตรข้อมูลที่ติดต่อจะเก็บรวบรวมข้อมูลแบบคงที่และแบบไดนามิกเกี่ยวกับบุคคลอื่นๆ ในองค์กรของคุณและแสดงข้อมูลดังกล่าวใน Lync และสำหรับที่ติดต่อใน Outlook รุ่นล่าสุด บัตรข้อมูลที่ติดต่อให้คุณสามารถส่งอีเมล โทรออก ส่งข้อความโต้ตอบแบบทันที และจัดกำหนดการการประชุม และอื่นๆ ได้ในคลิกเดียว

ข้อมูลที่เก็บรวบรวม ประมวลผล หรือส่ง: ข้อมูลแบบคงที่ในบัตรข้อมูลที่ติดต่อจะถูกเก็บรวมรวมมาจากไดเรกทอรีขององค์กร (เช่น Active Directory) และใช้ร่วมกับผู้อื่นผ่านทาง Lync Server ข้อมูลแบบไดนามิกที่ถูกเก็บรวบรวมไว้ เช่น หมายเลขโทรศัพท์และการแสดงตน คุณอาจใส่เอง แล้วใช้ร่วมกับผู้อื่นผ่าน Lync Server ปฏิทินที่แสดงข้อมูล ว่าง/ไม่ว่าง ที่ปรากฏบนบัตรจะถูกเรียกใช้จาก Microsoft Exchange Server ข้อมูลตำแหน่งที่ตั้งที่แสดงบนบัตรข้อมูลที่ติดต่อจะถูกเรียกใช้ตามที่ได้อธิบายไว้ในส่วนตำแหน่งที่ตั้ง โดยจะไม่มีการส่งข้อมูลไปยังไมโครซอฟท์

การใช้ข้อมูล: บัตรข้อมูลที่ติดต่อจะถูกแสดงเพื่อให้คุณสามารถใช้ข้อมูลที่ติดต่อของคุณร่วมกับผู้อื่นได้

ตัวเลือก/ตัวควบคุม: คุณมีตัวเลือกของตัวควบคุมดังต่อไปนี้

ความสัมพันธ์ส่วนบุคคล: คุณสามารถเลือกที่จะใส่ที่ติดต่อในความสัมพันธ์ส่วนบุคคลแบบต่างๆ ได้ (ครอบครัวและเพื่อน, เวิร์กกรุ๊ป, ผู้ร่วมงาน, ที่ติดต่อภายนอก และที่ติดต่อที่ถูกบล็อก) ซึ่งจะควบคุมว่าข้อมูลใดที่จะใช้ร่วมกับที่ติดต่อใด ตั้งค่าความสัมพันธ์ส่วนบุคคลได้ดังนี้

  1. คลิกขวาบนที่ติดต่อ

  2. คลิก เปลี่ยนความสัมพันธ์สำหรับความเป็นส่วนตัว

  3. คลิกตัวเลือกที่เหมาะสมกับความต้องการของคุณที่จะใช้ข้อมูลร่วมกัน

ข้อมูลปฏิทิน: คุณสามารถควบคุม "สิทธิ์ในการดูข้อมูลที่ว่าง/ไม่ว่าง" จากตัวเลือกของ Outlook

ตำแหน่งที่ตั้ง: ให้ดูที่ส่วน ตัวเลือก/ตัวควบคุม สำหรับคุณลักษณะตำแหน่งที่ตั้ง

ประวัติการสนทนา

ประโยชน์ของคุณลักษณะนี้: ประวัติการสนทนา Lync จะรับประวัติการสนทนาของผู้ใช้มาจาก Exchange Server แล้วแสดงไว้ในแท็บ การสนทนา Lync

ข้อมูลที่เก็บรวบรวม ประมวลผล หรือส่ง: ถ้าคุณเปิดใช้งานการบันทึกประวัติการสนทนาไว้ เนื้อหาการสนทนาด้วยข้อความโต้ตอบแบบทันที และสถิติเกี่ยวกับการสนทนาทางเสียงของคุณ (เช่น วันที่, เวลา, ช่วงเวลา และข้อมูลของผู้โทรเข้า) จะถูกจัดเก็บไว้ในบัญชี Exchange ของคุณ ถ้าการบันทึกประวัติการสนทนาใน Lync ไม่ได้ถูกเปิดใช้งานไว้ ไม่ว่าจะโดยคุณเองหรือนโยบายที่กำหนดโดยผู้ดูแลระบบขององค์กรก็ตาม รายการเหล่านี้ก็จะไม่ถูกเก็บรวบรวมหรือแสดง และจะไม่มีการส่งข้อมูลไปยังไมโครซอฟท์

การใช้ข้อมูล: Lync จะแสดงข้อมูลนี้บนแท็บ การสนทนา ในส่วนติดต่อผู้ใช้หลัก ซึ่งทำให้ผู้ใช้สามารถดูและสนทนาต่อได้

ตัวเลือก/ตัวควบคุม: คุณสามารถปิดใช้งานการบันทึกการสนทนาด้วยข้อความโต้ตอบแบบทันที การโทร หรือทั้งสองอย่างก็ได้ คุณสามารถเปลี่ยนการตั้งค่าต่างๆ เหล่านี้ได้ดังนี้

  1. จากเมนู เครื่องมือ ให้เลือก ตัวเลือก

  2. บนแท็บ ส่วนบุคคล ให้เลือก หรือล้างกล่องกาเครื่องหมาย บันทึกการสนทนาผ่านข้อความโต้ตอบแบบทันทีของฉันลงในโฟลเดอร์ประวัติการสนทนาของ Outlook

  3. คลิก ตกลง

ถ้าคุณเปิดใช้งานประวัติการสนทนา คุณควรจะแจ้งเตือนผู้ที่คุณติดต่อสื่อสารด้วย ว่าการสนทนาด้วยข้อความโต้ตอบแบบทันทีของเขาเหล่านั้นจะถูกบันทึกไว้

โครงการปรับปรุงการใช้งานเพื่อลูกค้า

ประโยชน์ของคุณลักษณะนี้: ถ้าคุณเลือกที่จะเข้าร่วม โครงการปรับปรุงการใช้งานเพื่อลูกค้า (CEIP) จะเก็บรวบรวมข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับการกำหนดค่าฮาร์ดแวร์ของคุณ ตลอดจนวิธีที่คุณใช้ซอฟต์แวร์และบริการของไมโครซอฟท์ เพื่อดูแนวโน้มและรูปแบบในการใช้งาน CEIP ยังเก็บทั้งประเภทและจำนวนข้อผิดพลาดที่คุณพบ ประสิทธิภาพของซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ และความเร็วของบริการต่างๆ อีกด้วย โดยไมโครซอฟท์จะไม่เก็บรวบรวมชื่อ ที่อยู่ หรือข้อมูลที่ติดต่ออื่นๆ ของคุณ

ข้อมูลที่เก็บรวบรวม ประมวลผล หรือส่ง: ข้อมูล CEIP จะถูกส่งไปยังไมโครซอฟท์โดยอัตโนมัติ เมื่อมีการเปิดใช้คุณลักษณะดังกล่าว สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อมูลที่เก็บรวบรวม ประมวลผล หรือส่งไปโดย CEIP ให้ดูที่ คำชี้แจงสิทธิ์ส่วนบุคคลสำหรับโครงการปรับปรุงการใช้งานเพื่อลูกค้าไมโครซอฟท์

การใช้ข้อมูล: ไมโครซอฟท์จะใช้ข้อมูลนี้ในการพัฒนาคุณภาพ ความน่าเชื่อถือ และประสิทธิภาพของซอฟต์แวร์และบริการต่างๆ ของไมโครซอฟท์

ตัวเลือก/ตัวควบคุม: ตามค่าเริ่มต้นแล้ว CEIP จะปิดการใช้งานอยู่ นอกเสียจากว่าผู้ดูแลระบบขององค์กรเลือกที่จะเปิดให้คุณได้ใช้งาน คุณจะถูกพร้อมท์ให้ลงทะเบียนในตัวติดตั้ง Lync ถ้าผู้ดูแลระบบของคุณไม่ปิดการควบคุม คุณก็สามารถเปลี่ยนการตั้งค่า CEIP เมื่อใดก็ได้โดยวิธีดังต่อไปนี้

  1. จากเมนู เครื่องมือ ให้เลือก ตัวเลือก

  2. บนแท็บ ทั่วไป ให้เลือกหรือล้างกล่องกาเครื่องหมาย อนุญาตให้ Microsoft เก็บรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการใช้งาน Lync ของฉัน

  3. คลิก ตกลง

หมายเหตุ:  ถ้าผู้ดูแลระบบทำการเปลี่ยนแปลงการตั้งค่าเพื่อเปิดใช้งานหรือปิดใช้งาน CEIP ในขณะที่กำลังมีผู้ใช้ Lync อยู่ การตั้งค่าใหม่นั้นจะมีผลหลังจากที่ผู้ใช้ได้ออกจาก Lync และลงชื่อเข้าใช้อีกครั้งเท่านั้น

การใช้เดสก์ท็อป/โปรแกรมร่วมกัน

ประโยชน์ของคุณลักษณะนี้: การใช้เดสก์ท็อป/โปรแกรมร่วมกัน ช่วยให้คุณใช้หน้าจอคอมพิวเตอร์หรือโปรแกรมที่เปิดอยู่ร่วมกับผู้เข้าร่วมคนอื่นๆ ในการสนทนา Lync ของคุณได้

ข้อมูลที่เก็บรวบรวม ประมวลผล หรือส่ง: ถ้าคุณเริ่มใช้งานร่วมกัน ซึ่งขึ้นอยู่กับสิ่งที่คุณใช้งานร่วมกันว่าเป็นอะไร ผู้เข้าร่วมการสนทนาทั้งหมดจะเห็นหน้าจอ เดสก์ท็อปทั้งหมด หรือโปรแกรมที่เลือกไว้บนหน้าจอคอมพิวเตอร์ของคุณ และจะไม่มีการส่งข้อมูลไปยังไมโครซอฟท์

การใช้ข้อมูล: คุณสามารถใช้ การใช้เดสก์ท็อป/โปรแกรมร่วมกัน เพื่อทำงานร่วมกับการสนทนาและผู้เข้าร่วมได้

ตัวเลือก/ตัวควบคุม:

เมื่อต้องการเริ่ม การใช้เดสก์ท็อปร่วมกัน ในการสนทนาใหม่ของ Lync ให้ทำดังนี้

  1. ในรายการที่ติดต่อ ให้ชี้ที่รูปภาพของที่ติดต่อหรือไอคอนการแสดงตน เพื่อแสดงบัตรข้อมูลที่ติดต่อ

  2. คลิกปุ่ม ดูตัวเลือกเพิ่มเติมสำหรับการโต้ตอบกับบุคคลนี้

  3. คลิกเมนู ใช้งานร่วมกัน จากนั้นคลิก เดสก์ท็อป

เมื่อต้องการเริ่ม การใช้เดสก์ท็อป/โปรแกรมร่วมกัน ในขณะที่มีการสนทนา Lync อยู่ ให้ทำดังนี้

  1. ในหน้าต่างการสนทนา ให้คลิก ใช้งานร่วมกัน

  2. จากเมนู ให้คลิก เดสก์ท็อป, หนึ่งหน้าจอ (ถ้าคุณมีมากกว่าหนึ่งจอ) หรือ โปรแกรม เพื่อเลือกอย่างน้อยหนึ่งโปรแกรม

เมื่อต้องการหยุดการใช้งาน เดสก์ท็อป/โปรแกรม ร่วมกัน ให้ทำดังนี้

  1. คลิก หยุดการใช้ร่วมกัน จากแถบการใช้งานร่วมกันที่ด้านบนสุดของหน้าจอ

สิ่งสำคัญ:  บุคคลที่คุณกำลังใช้เดสก์ท็อปร่วมด้วยในการสนทนา Lync อาจมองเห็นเอกสารหรือรูปภาพที่ถูกป้องกันโดยซอฟต์แวร์การจัดการลิขสิทธิ์ดิจิทัลบนเดสก์ท็อปของคุณ

ตัวควบคุมการใช้เดสก์ท็อป/โปรแกรมร่วมกัน

ประโยชน์ของคุณลักษณะนี้: ตัวควบคุมการใช้งานร่วมกันช่วยให้คุณมอบสิทธิ์การควบคุมเดสก์ท็อปหรือโปรแกรมของคุณให้แก่ผู้อื่นที่ใช้ไคลเอ็นต์ Lync บนคอมพิวเตอร์อีกเครื่องหนึ่งได้

ข้อมูลที่เก็บรวบรวม ประมวลผล หรือส่ง: ทันทีที่คุณมอบสิทธิ์การควบคุมให้แก่ผู้อื่น บุคคลนั้นจะสามารถควบคุมคอมพิวเตอร์ของคุณ หรือโปรแกรมที่ที่คุณเลือกได้ โดยทำการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ด้วยแป้นพิมพ์และเมาส์ของเขาเองราวกับว่า เขาหรือเธอกำลังใช้คอมพิวเตอร์ของคุณอยู่โดยตรง คุณและผู้เข้าร่วมการสนทนา Lync จะเห็นในขณะเกิดการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ได้ โดยจะไม่มีการส่งข้อมูลไปยังไมโครซอฟท์

การใช้ข้อมูล: คุณสามารถใช้ ตัวควบคุมการใช้งานร่วมกัน เพื่ออนุญาตให้ผู้อื่นสามารถควบคุมเดสก์ท็อปหรือโปรแกรมของคุณได้ ซึ่งขึ้นอยู่กับว่าคุณใช้งานอะไรร่วมกันบ้าง ในขณะที่คุณและผู้เข้าร่วมสนทนาคนอื่นๆ คอยดูอยู่

ตัวเลือก/ตัวควบคุม: เมื่อต้องการใช้การควบคุมเดสก์ท็อปของคุณร่วมกับผู้ร่วมสนทนา ให้ทำดังต่อไปนี้

  1. ในหน้าต่างการสนทนา ให้คลิกปุ่ม ใช้งานร่วมกัน จากนั้นใช้สิ่งที่คุณต้องการร่วมกัน (เช่น เดสก์ท็อปของคุณ)

  2. เลือกคนที่คุณต้องการให้การควบคุมได้จากเมนู ให้การควบคุม บนแถบการใช้งานร่วมกัน ซึ่งอยู่ด้านบนสุดของหน้าจอ

เมื่อต้องการยกเลิกการควบคุมเดสก์ท็อปของคุณจากผู้อื่นที่อยู่ในระยะไกล ให้ทำดังต่อไปนี้

  1. คลิกเมนู ให้การควบคุม ซึ่งอยู่บนบนแถบการใช้งานร่วมกันที่อยู่ด้านบนสุดของหน้าจอ

  2. คลิก เรียกคืนการควบคุม

บริการฉุกเฉิน (911)

ประโยชน์ของคุณลักษณะนี้: เมื่อผู้ดูแลระบบขององค์กรเปิดใช้บริการฉุกเฉิน บริการนั้นจะอนุญาตให้ Lync ส่งตำแหน่งที่ตั้งไปยังหน่วยกู้ภัยฉุกเฉินทันทีที่มีการโทรไปยังหมายเลขของบริการฉุกเฉิน (เช่น 911 ในประเทศสหรัฐอเมริกา) ผู้ดูแลระบบขององค์กรสามารถจำกัดความสามารถในการโทรฉุกเฉินในสถานที่ทำงานของคุณได้ ดังนั้นคุณจึงควรตรวจสอบกับผู้ดูแลระบบของคุณสำหรับข้อมูลเกี่ยวกับขอบเขตของการโทรฉุกเฉินที่พร้อมใช้งาน เมื่อเปิดใช้งาน ข้อมูลตำแหน่งที่ตั้งที่ส่งไปยังเจ้าหน้าที่บริการฉุกเฉินคือตำแหน่งที่ผู้ดูแลระบบขององค์กรได้กำหนดให้คุณ (ตัวอย่างเช่น เลขที่สำนักงาน) และที่ใส่ลงในฐานข้อมูลตำแหน่งที่ตั้ง หรือในกรณีที่ตำแหน่งที่ตั้งดังกล่าวไม่พร้อมใช้งาน คุณอาจใส่ตำแหน่งที่ตั้งลงในเขตข้อมูลตำแหน่งที่ตั้งเองได้ ถ้าคุณโทรไปยังบริการฉุกเฉินในขณะที่ใช้ Lync ผ่านการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตไร้สาย เมื่อคุณยังอยู่ในที่ทำงานของคุณ ข้อมูลตำแหน่งที่ตั้งดังกล่าวที่ส่งไปยังหน่วยกู้ภัยฉุกเฉินจะเป็นตำแหน่งที่ตั้งโดยประมาณ เนื่องจากเป็นตำแหน่งปลายทางไร้สายที่คอมพิวเตอร์ของคุณกำลังติดต่อสื่อสารด้วย นอกจากนี้ ผู้ดูแลระบบขององค์กรยังสามารถใส่ข้อมูลตำแหน่งที่ตั้งของข้อมูลไร้สายดังกล่าวได้เอง ดังนั้น ข้อมูลตำแหน่งที่ตั้งที่ส่งไปยังเจ้าหน้าที่บริการฉุกเฉินจึงอาจไม่ใช่ตำแหน่งจริงของคุณก็ได้ เพื่อให้สามารถใช้งานคุณลักษณะนี้ได้อย่างสมบูรณ์ องค์กรของคุณจำเป็นต้องได้รับบริการกำหนดเส้นทางจากผู้ให้บริการโซลูชันที่ผ่านการรับรอง ซึ่งบริการนี้มีใช้เฉพาะในประเทศสหรัฐอเมริกาเท่านั้น

ข้อมูลที่เก็บรวบรวม ประมวลผล หรือส่ง: ข้อมูลตำแหน่งที่ตั้งที Lync ได้รับนั้น จะถูกกำหนดอัตโนมัติโดยเซิร์ฟเวอร์ข้อมูลตำแหน่งที่ตั้งหรือจากข้อมูลตำแหน่งที่ตั้งที่คุณใส่ด้วยตนเองในเขตข้อมูลตำแหน่งที่ตั้ง ข้อมูลนี้จะถูกจัดเก็บในคอมพิวเตอร์ของคุณ ดังนั้นเมื่อมีการใส่หมายเลขบริการฉุกเฉิน ข้อมูลตำแหน่งที่ตั้งนี้จะถูกส่งไปพร้อมกับการโทรเพื่อกำหนดเส้นทางให้แก่ผู้ให้บริการฉุกเฉินที่เหมาะสมและกำหนดตำแหน่งที่ตั้งของคุณโดยสังเขป ตำแหน่งที่ตั้งดังกล่าวอาจถูกส่งผ่านทางข้อความโต้ตอบแบบทันทีไปยังฝ่ายรักษาความปลอดภัยในเขตพื้นที่ได้ สำหรับการโทรฉุกเฉิน ระเบียนรายละเอียดการโทรจะมีข้อมูลตำแหน่งที่ตั้งของคุณอยู่ โดยจะไม่มีการส่งข้อมูลไปยังไมโครซอฟท์

การใช้ข้อมูล: ตำแหน่งที่ตั้งจะถูกใช้เพื่อกำหนดเส้นทางจากต้นสายการโทรไปถึงผู้ให้บริการฉุกเฉินที่เหมาะสมและเพื่อการจัดส่งหน่วยกู้ภัยฉุกเฉิน ข้อมูลนี้ยังจะถูกส่งไปยังฝ่ายรักษาความปลอดภัยขององค์กรเป็นการแจ้งเตือนพร้อมด้วยตำแหน่งที่ตั้งของผู้โทรและข้อมูลสำหรับการโทรกลับ

ตัวเลือก/ตัวควบคุม:

ตามค่าเริ่มต้นแล้ว คุณลักษณะนี้จะปิดการใช้งานอยู่ และจะต้องเปิดใช้งานโดยผู้ดูแลระบบขององค์กร ดังนั้น ให้ตรวจสอบกับผู้ดูแลระบบขององค์กรของคุณเพื่อดูว่าคุณลักษณะนี้พร้อมใช้งานหรือไม่ คุณไม่สามารถควบคุมตำแหน่งที่ตั้งที่จะถูกขอหรือถูกส่งไปยังหน่วยกู้ภัยฉุกเฉินโดยอัตโนมัติเมื่อมีการโทรฉุกเฉินเกิดขึ้นได้

อย่างไรก็ตาม ถ้าไม่ได้รับตำแหน่งที่ตั้งมาโดยอัตโนมัติ คุณอาจกรอกตำแหน่งที่ตั้งด้วยตัวเองโดยจะได้รับการแจ้งเตือน การแจ้งเตือนอาจถูกยกเลิกได้ แต่ตามนโยบาย อาจต้องให้คุณตอบรับทราบโดยเลือกที่จะไม่กรอกตำแหน่งที่ตั้ง

ตำแหน่งที่ตั้ง

ประโยชน์ของคุณลักษณะนี้: ข้อมูลของตำแหน่งที่ตั้งและโซนเวลาจะถูกคำนวณและใช้ร่วมกับผู้อื่นผ่านทางหน้าที่การใช้งานการแสดงตน นอกจากนี้ บริการฉุกเฉินอาจนำข้อมูลตำแหน่งที่ตั้งมาใช้ ดังที่ได้อธิบายไว้ในส่วนบริการฉุกเฉินข้างต้น ถ้าเปิดใช้งาน โหมดความเป็นส่วนตัว (ดังที่ได้อธิบายในส่วนโหมดความเป็นส่วนตัว) ข้อมูลตำแหน่งที่ตั้งจะถูกนำไปใช้ร่วมกันดังที่ได้อธิบายไว้ในส่วนโหมดความเป็นส่วนตัว

ข้อมูลที่เก็บรวบรวม ประมวลผล หรือส่ง: ข้อมูลเกี่ยวกับที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ของคุณจะถูกเก็บรวบรวมโดยกลไกอย่างใดอย่างหนึ่งในสองกลไกดังนี้ คือคุณกรอกข้อมูลด้วยตัวเอง หรือให้เซิร์ฟเวอร์ข้อมูลตำแหน่งที่ตั้งขององค์กรทำการจัดข้อมูลตำแหน่งที่ตั้งให้กับ Lync ในส่วนของโซนเวลาจะได้มาจากระบบปฏิบัติการของ Windows บนคอมพิวเตอร์ของคุณ ข้อมูลตำแหน่งที่ตั้งที่เก็บรวบรวมไว้นั้น ประกอบด้วยสตริง "คำอธิบาย" รวมทั้งรายละเอียดของที่อยู่ที่จัดรูปแบบแล้ว คำอธิบายจะเป็นสตริงที่บอกผู้อื่นเกี่ยวกับตำแหน่งที่ตั้งของคุณ (เช่น “บ้าน” หรือ “ที่ทำงาน”) ส่วนที่อยู่ที่จัดรูปแบบแล้วนั้น จะเป็นที่อยู่แบบทางการซึ่งระบุตำแหน่งที่ตั้งของคุณ (เช่น “5678 ถ. พหลโยธิน, พญาไท, กรุงเทพ, 10400”) โดยจะไม่มีการส่งข้อมูลไปยังไมโครซอฟท์

การใช้ข้อมูล: คำอธิบายตำแหน่งที่ตั้งและข้อมูลเกี่ยวกับโซนเวลา จะถูกใช้ร่วมกันในการแสดงตัวของ Lync ซึ่งขึ้นอยู่กับวิธีการกำหนดค่าความเป็นส่วนตัวในการแสดงตนของคุณ ข้อมูลนี้จะแสดงไว้ในบัตรที่ติดต่อของผู้ใช้ โปรดสังเกตว่า ที่อยู่ที่จัดรูปแบบแล้ว หรือที่อยู่แบบทางการจะไม่ถูกใช้ร่วมกันบนการแสดงตน

ตัวเลือก/ตัวควบคุม:

ถ้าผู้ดูแลระบบขององค์กรเปิดใช้งานการใช้ตำแหน่งที่ตั้งร่วมกัน และกำหนดค่าให้คุณสามารถดูส่วนติดต่อผู้ใช้ของตำแหน่งที่ตั้งแบบเต็มได้ คุณจะมีตัวควบคุมต่อไปนี้ได้ โดยการใช้เขตข้อมูล ตำแหน่งที่ตั้ง และเมนูที่อยู่ด้านบนสุดของหน้าต่างหลักของ Lync

  1. ตั้งค่าตำแหน่งที่ตั้ง: คุณสามารถแก้ไขสตริงข้อความที่ใช้ร่วมกับการแสดงตน (คำอธิบายตำแหน่งที่ตั้ง) ได้ด้วยตัวเอง

  2. แสดงตำแหน่งที่ตั้งของฉันกับที่ติดต่อ: การสลับ เปิด/ปิด ที่ควบคุมว่าจะใช้ข้อมูลตำแหน่งที่ตั้งร่วมกันผ่านการแสดงตนหรือไม่ ตัวเลือกนี้ไม่มีผลต่อการใช้ตำแหน่งที่ตั้งของบริการฉุกเฉินร่วมกัน

แฟ้มแนบที่ใช้ในการประชุม

ประโยชน์ของคุณลักษณะนี้: คุณสามารถใช้แฟ้มต่างๆ ร่วมกับผู้เข้าร่วมประชุมได้ โดยการอัปโหลดแฟ้มเหล่านั้นเป็นสิ่งที่แนบมา

ข้อมูลที่เก็บรวบรวม ประมวลผล หรือส่ง: สิ่งที่แนบนั้นจะถูกเก็บไว้บน Lync Server ตามนโยบายการหมดอายุของเนื้อหาการประชุมที่กำหนดโดยผู้ดูแลระบบขององค์กร คุณสามารถเลือกที่จะอัปโหลดสิ่งที่แนบเหล่านั้นได้ คุณหรือผู้ที่อยู่ในการประชุมสามารถดาวน์โหลดสิ่งที่แนบเหล่านั้นได้ โดยจะไม่มีการส่งข้อมูลไปยังไมโครซอฟท์

การใช้ข้อมูล: ข้อมูลของสิ่งที่แนบในการประชุมที่อัปโหลดไว้ จะถูกใช้ร่วมกับผู้เข้าร่วมประชุมอื่นๆ ในการประชุม Lync

ตัวเลือก/ตัวควบคุม: ผู้นำเสนอสามารถจำกัดความพร้อมใช้งานของสิ่งที่แนบมาตามบทบาทของผู้เข้าร่วมประชุมได้ (ผู้จัด, ผู้นำเสนอ, ทุกคน) ถ้าสิ่งที่แนบมายังไม่พร้อมใช้งาน คุณจะไม่เห็นในรายการสิ่งที่แนบมา

การโทรเรียกประชุม

ประโยชน์ของคุณลักษณะนี้: คุณลักษณะของการโทรเรียกประชุมช่วยให้ผู้ใช้ Lync ที่กำลังประชุมอยู่สามารถเพิ่มหมายเลขเครือข่ายโทรศัพท์สาธารณะ (PSTN) ให้กับการประชุมทางเสียงและวิดีโอ (AV) ได้

ข้อมูลที่เก็บรวบรวม ประมวลผล หรือส่ง: เมื่อผู้ใช้ PSTN ที่ได้รับเชิญให้เข้าประชุม AV รับสาย เขาหรือเธอจะได้รับ ID ผู้โทรเข้าของผู้จัดการประชุม AV (และไม่จำเป็นต้องเป็น ID ผู้โทรเข้าของผู้ที่เพิ่มเขาลงในการประชุม) เมื่อผู้ใช้ PSTN รับสายโทรศัพท์ เขาหรือเธอจะเข้าร่วมการประชุมทันที

การใช้ข้อมูล: รหัสผู้โทรเข้าของผู้จัดจะส่งไปยังผู้ใช้ PSTN ที่ได้รับเชิญให้เข้าร่วมการประชุม

ตัวเลือก/ตัวควบคุม: ไม่มีผู้ใช้หรือผู้ดูแลระบบขององค์กรคอยควบคุมคุณลักษณะนี้ ถ้าเป็นไปได้ ก่อนที่จะเพิ่มผู้ใช้ PSTN คุณสามารถส่งข้อความโต้ตอบแบบทันที หรืออีเมลไปยังผู้ใช้ PSTN เพื่อถามว่าต้องการเข้าร่วมประชุม AV หรือไม่ เพื่อให้ผู้ใช้ทราบว่าถูกเชิญเข้าร่วมการประชุม ผู้ใช้ PSTN ยังสามารถเลือกที่จะไม่รับสายได้

Lync 2010 Managed API

ประโยชน์ของคุณลักษณะนี้: Lync 2010 Managed API ช่วยให้โปรแกรมของบริษัทอื่นสามารถเข้าถึงไคลเอ็นต์ Lync และโต้ตอบกันได้เพื่อเพิ่มประสบการณ์การใช้งานให้กับผู้ใช้ Lync โปรแกรมของบริษัทอื่นมีทั้งโปรแกรมที่ผู้จัดจำหน่ายและที่ไมโครซอฟท์สร้างขึ้น (เช่น Outlook และโปรแกรมประยุกต์อื่นๆ ใน Microsoft Office)

ข้อมูลที่เก็บรวบรวม ประมวลผล หรือส่ง: ข้อมูลที่ใช้กันอยู่ผ่านทาง Lync Managed API ไปยังโปรแกรมประยุกต์ของบริษัทอื่น จะมีข้อมูลส่วนบุคคลที่สามารถดูได้ในส่วนติดต่อผู้ใช้ของ Lync ข้อมูลดังกล่าวอาจประกอบด้วยตำแหน่งที่ตั้ง หมายเลขโทรศัพท์ ตำแหน่งงาน รายการที่ติดต่อ (รวมถึงหมายเลขโทรศัพท์และรายละเอียดอื่นๆ) บันทึกย่อส่วนบุคคล สถานะกิจกรรม ตลอดจนการสนทนาปัจจุบันและเนื้อหาต่างๆ ของผู้ใช้

การใช้ข้อมูล: โปรแกรมที่ใช้ Lync Managed API นั้นจะใช้ข้อมูลภายในเซสชัน Lync เพื่อเพิ่มหรือเติมเต็มหน้าที่การใช้งานให้แก่ผู้ใช้ปลายทาง อย่างไรก็ตาม การใช้ข้อมูลนี้จะเป็นไปตามดุลยพินิจของโปรแกรมบริษัทอื่น ซึ่งควรระบุคำชี้แจงสิทธิ์ส่วนบุคคลของตนในส่วนที่เกี่ยวข้องกับวัตถุประสงค์ในการใช้ข้อมูลนี้

ตัวเลือก/ตัวควบคุม:

โปรแกรมของบริษัทอื่นที่ใช้ Lync Managed API สามารถแบ่งออกเป็นสามประเภท ได้แก่ โปรแกรมสำหรับเดสก์ท็อป (ที่ติดตั้งภายในเครื่อง) โปรแกรมที่โฮสต์จากเว็บ และโปรแกรมส่วนขยายของ Lync (โปรแกรมที่ถูกฝังไว้ภายในส่วนติดต่อผู้ใช้ของหน้าต่างการสนทนาของ Lync) การควบคุมบริษัทอื่นๆ เกี่ยวกับการเข้าถึงข้อมูลของคุณนั้น จะแตกต่างกันออกไปตามสถานการณ์ต่างๆ ดังนี้

โปรแกรมสำหรับเดสก์ท็อป (ติดตั้งภายในเครื่อง): โปรแกรมสำหรับเดสก์ท็อปได้รับการติดตั้งโดยคุณหรือผู้ดูแลระบบของคอมพิวเตอร์ภายใน และมักจะมีสิทธิ์ในการเข้าถึงข้อมูลของผู้ใช้ผ่านทาง Lync Managed API โปรดจำไว้ว่า อย่าติดตั้งโปรแกรมใดๆ ที่คุณไม่ไว้วางใจ

โปรแกรมที่โฮสต์จากเว็บ: โปรแกรมที่โฮสต์บนอินเทอร์เน็ตหรืออินทราเน็ตอาจสามารถเข้าถึงข้อมูลผู้ใช้ผ่านทาง Lync Managed API ได้ เพื่อป้องกันไม่ให้โปรแกรมที่ไม่ต้องการสามารถเข้าถึงข้อมูลของคุณได้โดยที่คุณไม่ทราบ โปรแกรมจะต้องถูกโฮสต์จากโดเมน/URL ที่ถูกเพิ่มลงในรายการไซต์ที่เชื่อถือได้ของ Internet Explorer โดยผู้ดูแลระบบคอมพิวเตอร์ภายใน

โปรแกรมส่วนขยายของ Lync: ใน Lync นักพัฒนาจะสามารถเพิ่มความสามารถในการใช้งาน Lync ได้ด้วยการฝังโปรแกรมไว้ภายในหน้าต่างการสนทนาของ Lync นอกจากนี้ โปรแกรมนี้ยังสามารถเข้าถึงข้อมูล Lync ผ่านทาง Lync Managed API ได้ด้วย ในกรณีนี้ โปรแกรมส่วนขยายดังกล่าวจะต้องได้รับการลงทะเบียนกับไคลเอ็นต์ของ Lync โดยผู้ดูและระบบคอมพิวเตอร์ภายใน การลงทะเบียนดังกล่าวจะทำให้โปรแกรมได้รับสิทธิ์ในการเข้าถึง Lync Managed API ได้

ตัวควบคุมพิเศษสำหรับชื่อตำแหน่งที่ตั้ง: เพื่อเป็นการป้องกันไว้ก่อน ผู้ดูแลระบบของคุณจะมีตัวเลือกในการอนุญาต บล็อก หรืออนุญาตให้ผู้ใช้ (คุณ) สามารถตัดสินใจได้ว่าโปรแกรมของบริษัทอื่นๆ เหล่านี้ควรมีสิทธิ์เข้าถึงเขตข้อมูลชื่อตำแหน่งที่ตั้งภายใน Lync หรือไม่ ตามค่าเริ่มต้นแล้ว การเข้าถึงตำแหน่งที่ตั้งจะพร้อมใช้งานสำหรับโปรแกรมของบริษัทอื่นๆ คุณจะสามารถควบคุมการตั้งค่านี้ได้ดังต่อไปนี้

  1. บนเมนู เครื่องมือ ให้คลิก ตัวเลือก

  2. บนแท็บ ส่วนบุคคล ให้ไปที่ ตัวจัดการข้อมูลส่วนบุคคล

  3. ปรับเปลี่ยนกล่องกาเครื่องหมายต่างๆ ตามความเหมาะสม

  4. คลิก ตกลง

Add-in การประชุมแบบออนไลน์สำหรับ Outlook

ประโยชน์ของคุณลักษณะนี้: Add-in นี้เป็นของ Outlook ที่ติดตั้งกับ Lync และทำให้ผู้ใช้สามารถจัดกำหนดการและกำหนดการประชุมแบบออนไลน์เองได้

ข้อมูลที่เก็บรวบรวม ประมวลผล หรือส่ง: ข้อมูลต่อไปนี้จะถูกเก็บไว้ในคอมพิวเตอร์ของคุณ จะไม่มีการส่งข้อมูลไปยังไมโครซอฟท์

  • ชื่อผู้จัด

  • ชื่อผู้เข้าร่วม

  • ชื่อผู้นำเสนอ

  • รายการที่อยู่อีเมล

  • หัวข้อการประชุมและรายละเอียดอื่นๆ ของการประชุม (เช่น เวลาเริ่มต้น/สิ้นสุด รหัสการประชุม รหัสผ่าน และผู้ช่วยเหลือการประชุมอัตโนมัติ/ข้อมูลผู้ให้บริการการประชุมเสียงแก่ผู้ใช้งาน)

  • ที่อยู่พร็อกซีสำหรับผู้ใช้ใน Microsoft Exchange (ที่อยู่ X400-X500, ที่อยู่ Exchange Unified Messaging (UM) และ URI ของ SIP และ phone/Exchange UM-voice mail)

  • ข้อมูลตำแหน่งที่ตั้งของการประชุม

การใช้ข้อมูล:

ข้อมูลข้างต้นใช้สำหรับจัดกำหนดการการประชุมและบันทึกที่เกี่ยวข้องเท่านั้น ดังที่ได้อธิบายไว้ในส่วนการบันทึกที่ฝั่งไคลเอ็นต์ ในการจัดกำหนดการ จะทำการประมวลผลข้อมูลในหน่วยความจำ แล้วเก็บไว้ในรีจิสทรีของคอมพิวเตอร์ของคุณ เพื่อการเข้าถึงได้อย่างรวดเร็ว

หมายเหตุ:  ข้อมูลจะถูกใช้ร่วมกับ Lync Managed API และ Lync Server

ตัวเลือก/ตัวควบคุม:

ตามค่าเริ่มต้นแล้ว จะปิดการใช้งานการบันทึกไว้ ถ้าองค์กรของคุณอนุญาตให้มีการบันทึก คุณจะสามารถควบคุมการ เปิด/ปิดใช้งานการบันทึกได้จากส่วน ตัวเลือก -> การบันทึก

การถ่ายโอนแฟ้มแบบเพียร์ทูเพียร์

ประโยชน์ของคุณลักษณะนี้: ผู้ใช้ Lync สามารถถ่ายโอนแฟ้มต่างๆ ไปยังอีกคนหนึ่งในการสนทนาด้วยข้อความโต้ตอบแบบทันทีแบบสองฝ่ายได้ (ไม่ใช่การประชุม)

ข้อมูลที่เก็บรวบรวม ประมวลผล หรือส่ง: แฟ้มถูกถ่ายโอนระหว่างไคลเอ็นต์ Lync โดยตรง ผู้ใช้เลือกที่จะเริ่มต้นการถ่ายโอนแฟ้มและเลือกแฟ้มที่จะถ่ายโอน ผู้รับแฟ้มจะต้องตกลงยอมรับแฟ้มอย่างชัดเจน โดยจะไม่มีการส่งข้อมูลไปยังไมโครซอฟท์

การใช้ข้อมูล: คุณลักษณะของการถ่ายโอนแฟ้มแบบเพียร์ทูเพียร์ ช่วยให้ผู้ใช้สามารถส่งแฟ้มไปยังอีกคนหนึ่งได้แบบเรียลไทม์ในระหว่างการสนทนาด้วยข้อความโต้ตอบแบบทันที

ตัวเลือก/ตัวควบคุม:

ผู้ดูแลระบบขององค์กรสามารถเปิดหรือปิดใช้งานคุณลักษณะนี้ให้กับผู้ใช้คนใดคนหนึ่งหรือทุกคนได้ คุณสามารถเลือกที่จะยอมรับหรือปฏิเสธการร้องขอการถ่ายโอนแฟ้มจากผู้ใช้คนอื่นได้

รูปภาพส่วนบุคคล

ประโยชน์ของคุณลักษณะนี้: รูปภาพส่วนบุคคลจะแสดงรูปภาพของคุณและรูปภาพของบุคคลอื่นในองค์กรของคุณ

ข้อมูลที่เก็บรวบรวม ประมวลผล หรือส่ง: ลักษณะในการใช้รูปภาพส่วนบุคคลของคุณร่วมกับผู้อื่นจะถูกเก็บรวบรวมไว้เพื่อการแสดง และใช้รูปภาพ รวมทั้งที่อยู่ของเว็บร่วมกัน โดยจะไม่มีการส่งข้อมูลไปยังไมโครซอฟท์

การใช้ข้อมูล: ข้อมูลนี้จะถูกใช้เพื่อกำหนดรูปแบบการใช้ของคุณเอง และเพื่อใช้รูปภาพของคุณร่วมกับผู้อื่น

ตัวเลือก/ตัวควบคุม:

ผู้ดูแลระบบขององค์กรจะมีการควบคุมดังต่อไปนี้

  • ควบคุมว่าจะให้ผู้ใช้สามารถใช้รูปภาพร่วมกันได้ตั้งแต่เริ่มแรกตามค่าเริ่มต้นหรือไม่ คุณสามารถเปลี่ยนการควบคุมนี้ได้

  • ควบคุมขนาดใหญ่สุดของรูปภาพที่ผู้ใช้สามารถดาวน์โหลดได้

  • ควบคุมชนิดของรูปภาพที่อนุญาตให้ใช้

คุณมีการควบคุมการกำหนดลักษณะรูปส่วนบุคคลดังนี้

  • แสดงรูปภาพของที่ติดต่อของฉัน: ควบคุมว่าจะให้แสดงรูปภาพเหล่านั้นใน Lync หรือไม่

  • ไม่ต้องแสดงรูปภาพของฉัน: ประกาศค่าในสถานะการแสดงตนว่าจะให้แสดงรูปภาพของคุณหรือไม่ ซึ่งมีผลต่อคนที่ดูสถานะการแสดงตนของคุณ ถ้าที่ติดต่อของคุณไม่มีค่านี้ในสถานะการแสดงตน ก็จะกลับไปใช้ค่าเริ่มต้นที่ผู้ดูแลระบบกำหนดไว้แทน (ดูเนื้อหาข้างบน)

  • รูปภาพเริ่มต้นขององค์กร: ถ้าองค์กรได้จัดกลไกในการแก้ไขรูปภาพ Active Directory คุณจะสามารถเปลี่ยนรูปภาพของคุณใน Active Directory ได้ และให้การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวแสดงใน Lync ภายใน 48 ชั่วโมง Lync ยังมีการเชื่อมโยงไปยังโปรไฟล์ ไซต์ของฉัน ของ Microsoft SharePoint และการเปลี่ยนแปลงรูปภาพดังกล่าวอาจมีผลต่อ Active Directory ซึ่งขึ้นอยู่กับการกำหนดค่าของผู้ดูแลระบบของคุณ

ข้อมูลการแสดงตนและที่ติดต่อ

ประโยชน์ของคุณลักษณะนี้: ข้อมูลการแสดงตนและที่ติดต่อทำให้คุณสามารถเข้าถึงข้อมูลที่ประกาศไว้เกี่ยวกับผู้ใช้อื่นๆ (ทั้งภายในและภายนอกองค์กรของคุณ) และให้ผู้ใช้อื่นสามารถเข้าถึงข้อมูลเกี่ยวกับคุณที่ประกาศไว้ได้ เช่น สถานะ, ตำแหน่งงาน, หมายเลขโทรศัพท์, ตำแหน่งที่ตั้ง และบันทึกย่อ ผู้ดูแลระบบของคุณอาจกำหนดค่าการรวมกับ Outlook และ Exchange เพื่อให้คุณแสดงข้อความเมื่อไม่อยู่สำนักงานและข้อมูลสถานะอื่นๆ (ตัวอย่างเช่น เมื่อคุณมีกำหนดการประชุมในปฏิทิน Outlook ของคุณ) ได้อีกด้วย

ข้อมูลที่เก็บรวบรวม ประมวลผล หรือส่ง: คุณใช้ที่อยู่และรหัสผ่านในการลงชื่อเข้าใช้ของคุณเพื่อเชื่อมต่อกับ Lync Server คุณและผู้ดูแลระบบของคุณสามารถประกาศข้อมูลเกี่ยวกับสถานะการแสดงตนและข้อมูลที่ติดต่อของคุณที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลในการลงชื่อเข้าใช้ได้ โดยจะไม่มีการส่งข้อมูลไปยังไมโครซอฟท์

การใช้ข้อมูล: ผู้ใช้ Lync คนอื่น และโปรแกรมอื่นๆ สามารถเข้าถึงข้อมูลการแสดงตนและที่ติดต่อของคุณเพื่อระบุสถานะและข้อมูลที่คุณประกาศไว้ได้ ทั้งนี้ก็เพื่อการสื่อสารที่ดีขึ้น

ตัวเลือก/ตัวควบคุม: คุณสามารถเลือกข้อมูลเกี่ยวกับตัวเองที่จะประกาศได้ ผู้ดูแลระบบยังสามารถกำหนดค่าข้อมูลที่จะประกาศในนามของคุณได้อีกด้วย ถ้าผู้ดูแลระบบไม่ได้ห้ามการควบคุมข้อมูลที่ประกาศ คุณสามารถเปลี่ยนการตั้งค่าของคุณได้ตลอดเวลาดังนี้

  1. บนเมนู เครื่องมือ ให้คลิก ตัวเลือก

  2. บนแท็บ ส่วนบุคคล ให้ใส่ที่อยู่การเข้าสู่ระบบ ภายใต้ บัญชีของฉัน คุณสามารถใช้ปุ่ม ขั้นสูง เพื่อใส่ชื่อของเซิร์ฟเวอร์ที่ต้องการเชื่อมต่อ

  3. บนแท็บ โทรศัพท์ ให้ดูรายละเอียดเกี่ยวกับหมายเลขโทรศัพท์ที่ผู้ดูแลระบบของคุณได้ประกาศไว้ คุณยังสามารถใส่หมายเลขเพิ่มเติม และตัดสินใจว่าจะประกาศอะไรไปยังผู้ใช้คนอื่นๆ อีกบ้าง

  4. ถ้าผู้ดูแลระบบขององค์กรของคุณได้เปิดใช้งาน โหมดความเป็นส่วนตัว คุณสามารถเปลี่ยนการตั้งค่าเพื่อใช้การแสดงตนของคุณร่วมกับที่ติดต่อในรายการที่ติดต่อของคุณได้ โดยทำการเลือกอย่างเหมาะสมที่แท็บ สถานะ

  5. คลิก ตกลง

คุณยังสามารถตั้งค่าความสัมพันธ์ส่วนบุคคล เพื่อกำหนดว่าจะให้ผู้ใช้แต่ละคนสามารถเห็นอะไรได้บ้าง ตามระดับการแสดงตนและข้อมูลของคุณ เมื่อต้องการดำเนินการดังกล่าว ให้ทำดังนี้

  1. คลิกขวาบนที่ติดต่อ

  2. คลิก เปลี่ยนความสัมพันธ์สำหรับความเป็นส่วนตัว

  3. คลิกระดับการเข้าถึงของผู้ใช้ตามความเหมาะสม

การทำ Poll

ประโยชน์ของคุณลักษณะนี้: ผู้ใช้ Lync สามารถทำ Poll แล้วรวบรวมผลตอบรับซึ่งไม่ได้ระบุชื่อจากผู้เข้าร่วมในขณะการประชุมและการสนทนาแบบออนไลน์ได้

ข้อมูลที่เก็บรวบรวม ประมวลผล หรือส่ง: จะไม่มีการเปิดเผยคะแนนเสียงแต่ละรายการ ผู้นำเสนอการประชุมทุกคนจะเห็นผลสรุป Poll และผู้นำเสนอคนใดก็ได้สามารถแสดงผลนั้นต่อผู้เข้าร่วมประชุมทุกคน Poll จะถูกจัดเก็บบน Lync Server ตามนโยบายการหมดอายุของเนื้อหาการประชุมตามที่กำหนดโดยผู้ดูแลระบบขององค์กรของคุณ โดยจะไม่มีการส่งข้อมูลไปยังไมโครซอฟท์

การใช้ข้อมูล: คุณลักษณะ Poll จะช่วยส่งเสริมให้การทำงานร่วมกันดียิ่งขึ้นด้วยการทำให้ผู้นำเสนอสามารถรับรู้ความพึงพอใจของผู้เข้าร่วมประชุมได้อย่างรวดเร็ว

ตัวเลือก/ตัวควบคุม:

  • ผู้นำเสนอสามารถจำกัดการใช้งาน Poll ตามบทบาทของผู้เข้าร่วมได้ (ผู้จัด, ผู้นำเสนอ, ทุกคน) เมื่อไม่ต้องการแสดง Poll นั้นให้กับทุกๆ คน ถ้า Poll ไม่พร้อมให้คุณใช้งาน คุณจะมองไม่เห็นในรายการเนื้อหาของคุณเมื่อไม่มีการใช้ร่วมกัน และไม่สามารถบันทึกไว้บนคอมพิวเตอร์ของคุณได้

  • ผู้นำเสนอยังสามารถเปิดหรือปิด Poll สำหรับการลงคะแนนเสียงและสามารถล้างผล Poll ได้ทุกเมื่อ

การทำงานร่วมกันของ PowerPoint

ประโยชน์ของคุณลักษณะนี้: ผู้ใช้ Lync สามารถแสดง ดู และใส่คำอธิบายประกอบในงานนำเสนอ PowerPoint ระหว่างการประชุมและการสนทนาแบบออนไลน์ได้

ข้อมูลที่เก็บรวบรวม ประมวลผล หรือส่ง:

การกระทำของคุณคือตัวกำหนดคุณลักษณะนี้ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นการอัปโหลด การนำทาง หรือการให้คำอธิบายประกอบงานนำเสนอ PowerPoint แฟ้มใดก็ตามที่นำเสนอในการสนทนาหรือการประชุม จะถูกส่งไปยังผู้เข้าร่วมประชุมทั้งหมด และผู้เข้าร่วมจะสามารถเรียกใช้แฟ้มได้จากโฟลเดอร์บนคอมพิวเตอร์ของเขาโดยตรง เจ้าของแฟ้มหรือผู้นำเสนอสามารถจำกัดไม่ให้บุคคลอื่นสามารถบันทึกแฟ้มได้ แต่การดำเนินการนี้ไม่ได้จำกัดการเรียกหรือดูแฟ้ม

แฟ้ม PowerPoint จะได้รับการจัดเก็บบน Lync Server ตามนโยบายการหมดอายุของเนื้อหาการประชุมตามที่กำหนดโดยผู้ดูแลระบบขององค์กรของคุณ โดยจะไม่มีการส่งข้อมูลไปยังไมโครซอฟท์

การใช้ข้อมูล: การทำงานร่วมกันของ PowerPoint ช่วยให้ผู้เข้าร่วมสนทนาสามารถแสดงงานนำเสนอและรับคำติชมได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ตัวเลือก/ตัวควบคุม:

  • ผู้นำเสนอสามารถจำกัดสิทธิ์ในการเพิ่มคำอธิบายประกอบตามบทบาทของผู้เข้าร่วมประชุม (เฉพาะผู้นำเสนอเท่านั้น, ทุกคน, ไม่มี) ด้วยการดำเนินการดังนี้

    1. จากกล่องโต้ตอบ ข้อมูลการเข้าร่วมและตัวเลือกการประชุม ในหน้าต่างการสนทนา ให้คลิก ตัวเลือกการประชุม

    2. ภายใต้ สิทธิ์ ในรายการแบบหล่นลง สิทธิ์คำอธิบายประกอบ ให้คลิกตัวเลือกที่คุณต้องการ

    3. คลิก ตกลง

  • ผู้นำเสนอสามารถห้ามไม่ให้ผู้เข้าร่วมดูภาพนิ่งที่ไม่ได้กำลังนำเสนอได้ โดยการทำดังต่อไปนี้

    1. จากกล่องโต้ตอบ ข้อมูลการเข้าร่วมและตัวเลือกการประชุม ให้คลิก ตัวเลือกการประชุม

    2. ภายใต้ สิทธิ์ ในรายการแบบหล่นลง ดูแบบส่วนตัว ให้คลิกตัวเลือกที่คุณต้องการ

    3. คลิก ตกลง

หมายเหตุ:  เลือกการแจ้งเตือนและใส่ข้อความที่นี่ คุณยังอาจจะตั้งค่าคุณสมบัติ AlertPosition ได้อีกด้วย

หมายเหตุ: สามารถตั้งค่าสิทธิ์นี้ได้ตามบทบาทของผู้เข้าร่วม (เฉพาะผู้นำเสนอ, ทุกคน, ไม่มี)

  • ผู้นำเสนองานสามารถจำกัดการใช้งานนำเสนอ PowerPoint ตามบทบาทของผู้เข้าร่วม (ผู้จัด, ผู้นำเสนอ, ทุกคน) เมื่องานนำเสนอ PowerPoint นั้นไม่ได้ถูกใช้ร่วมกัน ถ้างานนำเสนอ PowerPoint ไม่พร้อมใช้งาน คุณจะไม่เห็นงานนำเสนอนั้นในรายการเนื้อหาของคุณเมื่อไม่ได้ใช้ร่วมกัน และไม่สามารถบันทึกลงในคอมพิวเตอร์ของคุณได้

โหมดความเป็นส่วนตัว

ประโยชน์ของคุณลักษณะนี้: โหมดความเป็นส่วนตัวคือการตั้งค่าที่ให้คุณสามารถใช้ข้อมูลการแสดงตนของคุณ (เช่น ว่าง, ไม่ว่าง, อย่ารบกวน และอื่นๆ) ร่วมกับที่ติดต่อเฉพาะที่แสดงอยู่ในรายการที่ติดต่อของคุณได้

ข้อมูลที่เก็บรวบรวม ประมวลผล หรือส่ง: การเปิดใช้งานโหมดความเป็นส่วนตัวจะทำให้ Lync เข้าสู่โหมดที่คุณสามารถสลับการตั้งค่าผู้ใช้เพื่อให้ข้อมูลการแสดงตนของคุณถูกใช้ร่วมกับที่ติดต่อเฉพาะที่อยู่ในรายการที่ติดต่อของคุณเท่านั้น โดยจะไม่มีการส่งข้อมูลไปยังไมโครซอฟท์

การใช้ข้อมูล: การตั้งค่าของโหมดนี้จะกำหนดวิธีการใช้ข้อมูลการแสดงตนร่วมกัน

ตัวเลือก/ตัวควบคุม:

  • เมื่อเปิดใช้งาน โหมดความเป็นส่วนตัว บนเซิร์ฟเวอร์ คุณสามารถเลือกได้ว่าต้องการให้ทุกคนเห็นการแสดงตนของคุณหรือไม่ (โหมดมาตรฐาน) หรือ ให้เฉพาะที่ติดต่อของคุณเท่านั้นที่จะเห็นการแสดงตนของคุณได้ (โหมดความเป็นส่วนตัว) โดยผ่านการตั้งค่าของผู้ดูแลระบบ จากแท็บ สถานะ ในกล่องโต้ตอบ ตัวเลือก

  • ถ้าเปิดใช้โหมดมาตรฐานบนเซิร์ฟเวอร์โดยผ่านการตั้งค่าของผู้ดูแลระบบ คุณจะไม่สามารถสลับไปยังโหมดความเป็นส่วนตัวได้ อย่างไรก็ตาม สำหรับโหมดความเป็นส่วนตัว คุณสามารถ "เลือกที่จะไม่ใช้ล่วงหน้า" ได้ เมื่อผู้ดูแลระบบสลับโหมดไปยังโหมดความเป็นส่วนตัวในภายหลัง โหมดของคุณจะไม่ถูกสลับเมื่อลงชื่อเข้าใช้ Lync

การบันทึก

ประโยชน์ของคุณลักษณะนี้:

คุณลักษณะนี้ช่วยให้ผู้นำเสนอบันทึกทุกเซสชันของ Lync รวมทั้งผู้เข้าร่วมการประชุม เสียง วิดีโอ และเนื้อหา เช่น การสนทนาด้วยข้อความแบบโต้ตอบทันที, โปรแกรมที่ใช้ร่วมกัน, งานนำเสนอ PowerPoint, การทำ Poll, เอกสารประกอบคำบรรยาย และไวท์บอร์ด เมื่อผู้จัดหรือผู้นำเสนออื่นหยุดการการบันทึกชั่วขณะหรือหยุดการบันทึกของตัวเอง จะไม่มีผลต่อผู้อื่นที่กำลังบันทึกอยู่

ข้อมูลที่เก็บรวบรวม ประมวลผล หรือส่ง:

ถ้าผู้นำเสนอเลือกที่จะทำการบันทึก การบันทึกนั้นจะเก็บอยู่บนคอมพิวเตอร์ของผู้นำเสนอ ตามค่าเริ่มต้นแล้ว แฟ้มวิดีโอเพิ่มเติมที่สร้างขึ้นมาจากการบันทึกจะบันทึกไว้บนคอมพิวเตอร์ของผู้นำเสนอ แต่ก็สามารถบันทึกไว้บนคอมพิวเตอร์อื่นได้ถ้าผู้นำเสนอที่ทำการบันทึกระบุไว้ เมื่อผู้ใช้อัปโหลดเนื้อหาไปยังการประชุม จะมีการให้สิทธิ์ในการเพิ่มเนื้อหานั้นในการบันทึกที่ผู้ใช้เหล่านั้นหรือผู้ใช้คนอื่นบันทึกเอง

ถ้ามีความล้มเหลวระหว่างขั้นตอนประกาศของการบันทึก มีความเป็นไปได้ว่าข้อมูลที่เกิดขึ้นระหว่างที่การบันทึกหยุดลงชั่วขณะจะเข้ามาอยู่ในบันทึกโดยไม่ได้ตั้งใจ ถ้าส่วนใดๆ ของขั้นตอนการประกาศล้มเหลว (ให้ดูตัวจัดการการบันทึกสำหรับสถานะ "คำเตือน...") ไม่ควรแจกจ่ายการบันทึกให้กับผู้อื่นแม้ว่าการบันทึกดังกล่าวอาจสามารถเล่นได้ในบางรูปแบบ

การใช้ข้อมูล:

ใครก็ตามที่มีสิทธิ์เข้าถึงตำแหน่งที่บันทึกการบันทึกไว้ จะสามารถเล่นการบันทึกนั้นได้

ตัวเลือก/ตัวควบคุม:

ตามค่าเริ่มต้นแล้ว ความสามารถในการบันทึกจะถูกปิดใช้งานไว้และจะต้องเปิดใช้งานโดยผู้ดูแลระบบขององค์กร ถ้ามีการเปิดใช้คุณลักษณะนี้สำหรับการประชุม ผู้นำเสนอการประชุมทุกคนสามารถเริ่มทำการบันทึกได้ เมื่อผู้นำเสนอเริ่มทำการบันทึก จะมีการแจ้งเตือนออกอากาศไปยังผู้เข้าร่วมที่มีอุปกรณ์และไคลเอ็นต์ที่เข้ากันได้ทราบว่าการบันทึกได้เริ่มขึ้นแล้ว ผู้เข้าร่วมในเซสชันที่มีการบันทึก ซึ่งใช้ไคลเอ็นต์หรืออุปกรณ์ที่เข้ากันไม่ได้ จะมีการบันทึกก็จริงแต่จะไม่ได้รับแจ้งเตือนการบันทึก

ไคลเอ็นต์ที่เข้ากันไม่ได้ ประกอบด้วย

  • Microsoft Office Communicator 2007 R2

  • Microsoft Office Communicator 2007

  • Microsoft Office Communicator Web Access (รุ่น 2007 R2)

  • Microsoft Office Communicator Web Access (รุ่น 2007)

  • Microsoft Office Communications Server 2007 R2 Attendant

อุปกรณ์ที่เข้ากันไม่ได้ ประกอบด้วย

  • Microsoft Office Communicator 2007 R2 Phone Edition

  • Microsoft Office Communicator 2007 Phone Edition

นอกจากนี้ ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์หรือไคลเอ็นต์ใดก็ตามที่ใช้งานอยู่ ผู้เข้าร่วมที่กำลังใช้วิดีโอในโหมดเต็มหน้าจอระหว่างการประชุมหรือการสนทนาจะไม่ได้รับสัญญาณแจ้งว่าการบันทึกเริ่มต้นแล้วจนกว่าจะกลับไปยังหน้าต่างการสนทนา

การค้นหาทักษะ

ประโยชน์ของคุณลักษณะนี้: คุณลักษณะนี้ช่วยให้คุณสามารถค้นหาบุคคลในองค์กรได้โดยใช้คุณสมบัติที่แสดงอยู่ในบริการ Microsoft SharePoint (เช่น ชื่อ อีเมล ทักษะ สาขาความเชี่ยวชาญ เป็นต้น) คุณลักษณะนี้จะพร้อมใช้งานก็ต่อเมื่อผู้ดูแลระบบขององค์กรใช้ SharePoint และเปิดใช้งานการรวม Lync เข้ากับ SharePoint

ข้อมูลที่เก็บรวบรวม ประมวลผล หรือส่ง: แบบสอบถามการค้นหาที่ใส่ใน Lync จะถูกส่งไปยัง SharePoint Server ขององค์กร คำตอบจาก SharePoint จะถูกประมวลผลโดย Lync จากนั้นผลลัพธ์การค้นหาและข้อมูลที่เกี่ยวข้องจะปรากฏขึ้น โดยจะไม่มีการส่งข้อมูลไปยังไมโครซอฟท์

การใช้ข้อมูล: ข้อมูลที่ผู้ใช้ใส่จะถูกส่งไปยัง SharePoint เพื่อรับผลลัพธ์การค้นหา ซึ่งจะปรากฏใน Lync

ตัวเลือก/ตัวควบคุม:

คุณลักษณะนี้จะเปิดหรือปิดใช้งานโดยผู้ดูแลระบบ Lync Server

ที่เก็บที่ติดต่อแบบรวม

ประโยชน์ของคุณลักษณะนี้: ที่เก็บที่ติดต่อแบบรวมประกอบด้วยคุณลักษณะหลักสามอย่างดังนี้

  • การผสานการค้นหา – คุณลักษณะนี้จะผสานสมุดรายชื่อส่วนกลาง (GAL) กับที่ติดต่อ Outlook ส่วนบุคคลของคุณ ดังนั้น เมื่อคุณค้นหาที่ติดต่อ ก็จะมีรายการเดียวเท่านั้นในผลลัพธ์การค้นหา

  • การผสานที่ติดต่อ – คุณลักษณะนี้จะรวมข้อมูลที่ติดต่อระหว่างรายการ Outlook และ GAL โดยใช้การจับคู่อีเมลและ/หรือตัวระบุการลงชื่อเข้าใช้ เมื่อมีการกำหนดการจับคู่แล้ว Lync จะรวบรวมข้อมูลจากแหล่งข้อมูลทั้งสาม (Outlook, GAL และการแสดงตน) ข้อมูลที่รวบรวมนี้จะแสดงในคอมโพเนนต์ส่วนติดต่อผู้ใช้ที่หลากหลาย รวมถึงผลลัพธ์การค้นหา รายการที่ติดต่อของคุณ และบัตรข้อมูลที่ติดต่อด้วย

  • การสร้างที่ติดต่อ Outlook สำหรับที่ติดต่อ Lync (การทำที่ติดต่อให้ตรงกัน) – Lync จะสร้างที่ติดต่อ Outlook ให้กับที่ติดต่อของผู้ใช้ทุกคนในโฟลเดอร์ที่ติดต่อเริ่มต้น ถ้าผู้ใช้มีกล่องจดหมาย Microsoft Exchange Server 2010 หรือรุ่นที่ใหม่กว่า เมื่อมีที่ติดต่อ Outlook สำหรับที่ติดต่อ Lync ทั้งหมดแล้ว ผู้ใช้สามารถเข้าถึงข้อมูลที่ติดต่อ Lync ได้จาก Outlook, Outlook Web Access และอุปกรณ์เคลื่อนที่ที่ทำที่ติดต่อให้ตรงกับ Exchange

ข้อมูลที่เก็บรวบรวม ประมวลผล หรือส่ง: Lync จะรวบรวมข้อมูลที่ติดต่อจากการแสดงตน Active Directory และ Outlook ข้อมูลนี้จะถูกใช้งานภายในโดย Lync เมื่อสร้างที่ติดต่อ Outlook แล้ว Lync จะเขียนข้อมูลการแสดงตน Active Directory และข้อมูลที่ติดต่อ Outlook ไว้ใน Exchange โดยจะไม่มีการส่งข้อมูลไปยังไมโครซอฟท์

การใช้ข้อมูล: ข้อมูลที่ติดต่อจากการแสดงตน Active Directory และ Outlook จะแสดงในส่วนติดต่อผู้ใช้ Lync (รายการที่ติดต่อ บัตรข้อมูลที่ติดต่อ ผลลัพธ์การค้นหา และอื่นๆ) นอกจากนี้ ข้อมูลนี้ยังสามารถถูกเขียนลงใน Exchange ได้โดยใช้การซิงโครไนซ์ที่ติดต่อ (รายการที่สามในรายการก่อนหน้านี้)

ตัวเลือก/ตัวควบคุม:

คุณสามารถเปิดหรือปิดใช้การทำข้อมูลที่ติดต่อให้ตรงกันได้ดังนี้

  1. บนเมนู เครื่องมือ ให้คลิก ตัวเลือก

  2. บนแท็บ ส่วนบุคคล ภายใต้ ตัวจัดการข้อมูลส่วนบุคคล ให้ปรับเปลี่ยนกล่องกาเครื่องหมายต่างๆ ตามความเหมาะสม

  3. คลิก ตกลง

ตัวเลือกผู้ใช้ – ตัวเลือกผู้ใช้สำหรับ Microsoft Exchange หรือ Microsoft Outlook จะพร้อมใช้งานภายใต้ ตัวจัดการข้อมูลส่วนบุคคล ในกล่องโต้ตอบ Lync - ตัวเลือก

การปรับปรุงคุณภาพของเสียง

ประโยชน์ของคุณลักษณะนี้: Lync จะมีการแจ้งเตือนเพื่อช่วยให้คุณปรับปรุงคุณภาพของการโทรของคุณ ถ้าตรวจพบปัญหาเกี่ยวกับอุปกรณ์ เครือข่าย หรือคอมพิวเตอร์ในระหว่างการโทร

ข้อมูลที่เก็บรวบรวม ประมวลผล หรือส่ง: ถ้าคุณตั้งค่าอุปกรณ์ที่เพิ่มเสียงที่ไม่ดีเข้าไปในการโทร (เช่น เสียงสะท้อนหรือเสียงรบกวน) Lync จะแจ้งคุณและผู้อื่นที่อยู่ในการโทรนั้นด้วย ว่าการโทรนั้นมีประสิทธิภาพลดลง เนื่องจากการตั้งค่าอุปกรณ์ที่ฝั่งของคุณ ผู้อื่นจะได้รับแจ้งว่าคุณกำลังใช้อุปกรณ์ที่ทำให้คุณภาพเสียงลดลงเท่านั้น ผู้อื่นจะไม่ทราบว่าคุณกำลังใช้อุปกรณ์ใดอยู่ และจะไม่มีการส่งข้อมูลไปยังไมโครซอฟท์

การใช้ข้อมูล: ข้อมูลที่ส่งไปหาผู้อื่นในสายจะถูกใช้เพื่อช่วยปรับปรุงคุณภาพการโทร ตัวอย่างเช่น ผู้นำเสนอสามารถปิดเสียงคุณได้ถ้าคุณเพียงแค่เข้ามาฟังเท่านั้น

ตัวเลือก/ตัวควบคุม: Lync ไม่อนุญาตให้คุณปิดการแจ้งเตือนคุณภาพของการโทร

การทำงานร่วมกันของไวท์บอร์ด

ประโยชน์ของคุณลักษณะนี้: คุณลักษณะนี้ช่วยให้คุณใช้ไวท์บอร์ดเสมือนร่วมกันใน Lync แล้วใส่คำอธิบายประกอบระหว่างการประชุมและสนทนาแบบออนไลน์ได้

ข้อมูลที่เก็บรวบรวม ประมวลผล หรือส่ง: ผู้เข้าร่วมประชุมทุกคนจะสามารถมองเห็นคำอธิบายประกอบที่เขียนไว้บนไวท์บอร์ด ไวท์บอร์ดจะถูกจัดเก็บไว้บน Lync Server ตามนโยบายการหมดอายุของเนื้อหาการประชุม โดยจะไม่มีการส่งข้อมูลไปยังไมโครซอฟท์

การใช้ข้อมูล: คุณลักษณะไวท์บอร์ดจะทำให้การทำงานร่วมกันดียิ่งขึ้นด้วยการช่วยให้ผู้เข้าร่วมประชุมสามารถอภิปรายความคิดเห็น ระดมสมอง จดบันทึก และดำเนินการอื่นๆ ได้

ตัวเลือก/ตัวควบคุม:

ผู้นำเสนอสามารถจำกัดการใช้ไวท์บอร์ดตามบทบาทของผู้เข้าร่วมได้ (ผู้จัด, ผู้นำเสนอ, ทุกคน) เมื่อไม่มีการแสดงไวท์บอร์ดให้ผู้เข้าร่วมทุกคนได้เห็น ถ้าไวท์บอร์ดไม่พร้อมใช้งาน ผู้ใช้จะไม่สามารถเห็นไวท์บอร์ดในรายการเนื้อหาได้ และไม่สามารถบันทึกลงบนคอมพิวเตอร์ของผู้ใช้ได้

ด้านบนของหน้า

ขยายทักษะของคุณ
สำรวจการฝึกอบรม
รับฟีเจอร์ใหม่ก่อนใคร
เข้าร่วม Office Insider

ข้อมูลนี้เป็นประโยชน์หรือไม่

ขอบคุณสำหรับคำติชมของคุณ!

ขอขอบคุณสำหรับคำติชมของคุณ! เราคิดว่าอาจเป็นประโยชน์ที่จะให้คุณได้ติดต่อกับหนึ่งในตัวแทนฝ่ายสนับสนุน Office ของเรา

×