สร้างและเรียกใช้คิวรีแบบใช้อัปเดตข้อมูล

สร้างและเรียกใช้คิวรีแบบใช้อัปเดตข้อมูล

คุณสามารถใช้คิวรีในฐานข้อมูล Access เพื่อเพิ่ม เปลี่ยนแปลง หรือลบข้อมูลในระเบียนที่มีอยู่ได้ คิวรีแบบใช้อัปเดตข้อมูลมีลักษณะเหมือนกับฟอร์มที่มีประสิทธิภาพของกล่องโต้ตอบ ค้นหาและแทนที่ คุณไม่สามารถใช้คิวรีแบบใช้อัปเดตข้อมูลในการเพิ่มระเบียนใหม่ลงในฐานข้อมูล หรือในการลบระเบียนออกจากฐานข้อมูลได้

ถ้าต้องการเพิ่มระเบียนใหม่ลงในฐานข้อมูล คุณสามารถใช้คิวรีแบบใช้ผนวกข้อมูล และถ้าต้องการลบทั้งระเบียนออกจากฐานข้อมูล คุณสามารถใช้คิวรีแบบใช้ลบข้อมูลได้

หมายเหตุ:  บทความนี้ใช้ไม่ได้กับเว็บแอป Access ซึ่งเป็นฐานข้อมูลประเภทที่คุณออกแบบด้วย Access และเผยแพร่แบบออนไลน์

ในบทความนี้

ภาพรวม

การใช้คิวรีแบบใช้อัปเดตข้อมูล

การอัปเดตข้อมูลจากตารางหนึ่งไปยังอีกตารางหนึ่ง

หยุดโหมดปิดใช้งานจากการบล็อกคิวรี

เวอร์ชันของ SQL: คำสั่ง UPDATE

ภาพรวม

ต่อไปนี้คือความคล้ายคลึงและความแตกต่างกันระหว่าง การค้นหาและแทนที่ กับ คิวรีแบบใช้อัปเดตข้อมูล

คิวรีแบบใช้อัปเดตข้อมูลมีลักษณะเหมือนกับกล่องโต้ตอบ ค้นหาและแทนที่ ตรงที่ช่วยให้คุณสามารถระบุได้ว่าค่าใดที่จะถูกแทนที่และค่าใหม่นั้นคืออะไร

ส่วนสิ่งที่แตกต่างจากกล่องโต้ตอบ ค้นหาและแทนที่ ก็คือคิวรีแบบใช้อัปเดตข้อมูลนั้นสามารถช่วยให้คุณทำสิ่งต่อไปนี้ได้

  • ใช้เกณฑ์ที่ไม่ขึ้นกับค่าที่คุณต้องการจะแทนที่

  • อัปเดตหลายระเบียนในคราวเดียว

  • เปลี่ยนแปลงระเบียนที่อยู่ในหลายตารางในเวลาเดียวกัน

ข้อจำกัดบนเขตข้อมูลที่สามารถอัปเดตได้

คิวรีแบบใช้อัปเดตข้อมูลไม่สามารถใช้อัปเดตข้อมูลในเขตข้อมูลที่มีชนิดต่อไปนี้

  • เขตข้อมูลจากการคำนวณ    ค่าในเขตข้อมูลจากการคำนวณไม่ได้อยู่ในตารางอย่างถาวร ค่าเหล่านั้นจะอยู่ในหน่วยความจำชั่วคราวของคอมพิวเตอร์หลังจากที่ Access คำนวณค่าออกมาแล้วเท่านั้น เนื่องจากเขตข้อมูลจากการคำนวณไม่มีตำแหน่งที่ตั้งสำหรับการจัดเก็บแบบถาวร คุณจึงไม่สามารถทำการอัปเดตค่าเหล่านี้ได้

  • เขตข้อมูลจากคิวรีแบบใช้หาผลรวม หรือคิวรีแบบตาราง    ค่าที่อยู่ในคิวรีเหล่านี้มาจากการคำนวณ ดังนั้นจึงไม่สามารถอัปเดตได้โดยคิวรีแบบใช้อัปเดตข้อมูล

  • เขตข้อมูล AutoNumber    ตามการดีไซน์ ค่าที่อยู่ในเขตข้อมูล AutoNumber จะเปลี่ยนแปลงเมื่อคุณเพิ่มระเบียนลงในตารางเท่านั้น

  • เขตข้อมูลในคิวรีแบบค่าไม่ซ้ำกัน และคิวรีแบบระเบียนไม่ซ้ำกัน    ค่าที่อยู่ในคิวรีเหล่านั้นมาจากการสรุปรวม บางค่าจะแทนระเบียนเดียว ขณะที่ค่าอื่นๆ แทนหลายระเบียน การอัปเดตจะไม่สามารถทำได้ เนื่องจากไม่สามารถระบุได้ว่าระเบียนใดซ้ำและถูกแยกออกไป ดังนั้นจึงไม่สามารถอัปเดตระเบียนที่จำเป็นทั้งหมดได้ ข้อจำกัดนี้ครอบคลุมถึงการอัปเดตข้อมูลของคุณไม่ว่าจะใช้คิวรีแบบใช้อัปเดตข้อมูล หรือพยายามอัปเดตข้อมูลด้วยตนเองด้วยการใส่ค่าในฟอร์มหรือแผ่นข้อมูล

  • เขตข้อมูลในคิวรีแบบร่วม    คุณไม่สามารถอัปเดตข้อมูลจากเขตข้อมูลที่อยู่ในคิวรีแบบร่วมได้ เนื่องจากระเบียนแต่ละระเบียนที่ปรากฏในแหล่งข้อมูลมากกว่าหนึ่งแหล่งจะปรากฏในผลลัพธ์ของคิวรีแบบร่วมเพียงครั้งเดียว เนื่องจากระเบียนที่ซ้ำกันบางระเบียนถูกเอาออกไปจากผลลัพธ์ Access จึงไม่สามารถอัปเดตระเบียนที่จำเป็นทั้งหมดได้

  • เขตข้อมูลที่เป็นคีย์หลัก    ในบางกรณี เช่น ถ้าเขตข้อมูลที่เป็นคีย์หลักถูกใช้ในความสัมพันธ์ของตาราง คุณจะไม่สามารถอัปเดตเขตข้อมูลดังกล่าวด้วยการใช้คิวรีได้ เว้นแต่ว่าคุณจะตั้งค่าให้ความสัมพันธ์อัปเดตเขตข้อมูลที่เกี่ยวข้องทั้งหมดโดยอัตโนมัติเสียก่อน

    หมายเหตุ: เมื่อคุณอัปเดตเขตข้อมูลที่เกี่ยวข้อง Access จะอัปเดตค่าของ Foreign Key โดยอัตโนมัติเมื่อคุณเปลี่ยนค่าของคีย์หลักในตารางแม่

ด้านบนของหน้า

การใช้คิวรีแบบใช้อัปเดตข้อมูล

สำหรับวิธีที่ดีที่สุดในการสร้างคิวรีแบบใช้อัปเดตข้อมูล อันดับแรกคุณต้องสร้างคิวรีแบบใช้เลือกข้อมูลก่อนซึ่งจะช่วยระบุระเบียนที่คุณต้องการจะอัปเดต จากนั้นให้แปลงคิวรีเป็นคิวรีแบบใช้อัปเดตข้อมูลซึ่งคุณสามารถเรียกใช้เพื่ออัปเดตระเบียนดังกล่าวได้ การเลือกข้อมูลก่อนจะช่วยให้คุณสามารถตรวจสอบได้ว่าคุณกำลังที่จะอัปเดตระเบียนที่คุณต้องการ ก่อนที่คุณจะทำการเปลี่ยนข้อมูลใดๆ

เคล็ดลับ: ให้สำรองฐานข้อมูลของคุณก่อนที่จะเรียกใช้คิวรีแบบใช้อัปเดตข้อมูล ทั้งนี้ ผลลัพธ์ที่เกิดจากคิวรีแบบใช้อัปเดตข้อมูลไม่สามารถเลิกทำได้ และการสำรองข้อมูลไว้ก่อนจะช่วยให้คุณแน่ใจได้ว่าคุณสามารถย้อนกลับไปใช้ข้อมูลเดิมได้ในกรณีที่คุณอาจเปลี่ยนใจในภายหลัง

วิธีการสำรองฐานข้อมูล

  1. คลิกแท็บ แฟ้ม แล้วคลิก บันทึกเป็น หมายเหตุ ถ้าคุณใช้ Access 2010 ให้คลิกแท็บ ไฟล์ จากนั้นคลิก บันทึกและเผยแพร่ ถ้าคุณใช้ Access 2007 ให้คลิก ปุ่ม Microsoft Office > จัดการ > สำรองฐานข้อมูล

  2. ที่ด้านขวา ภายใต้ ขั้นสูง ให้คลิก สำรองฐานข้อมูล

  3. ในกล่องโต้ตอบ บันทึกไฟล์สำรองเป็น ให้ระบุชื่อและตำแหน่งที่ตั้งสำหรับสำเนาสำรอง แล้วคลิก บันทึก

    Access จะปิดไฟล์ต้นฉบับ สร้างไฟล์สำรอง แล้วเปิดไฟล์ต้นฉบับอีกครั้ง

    เมื่อต้องการย้อนกลับไปที่ไฟล์สำรอง ให้ปิดและเปลี่ยนชื่อไฟล์ต้นฉบับ เพื่อให้ไฟล์สำรองสามารถใช้ชื่อของต้นฉบับเดิมได้ กำหนดชื่อเดิมของไฟล์ต้นฉบับให้แก่สำเนาสำรอง จากนั้นเปิดสำเนาสำรองที่เปลี่ยนชื่อแล้วใน Access

ในส่วนนี้

ขั้นตอนที่ 1: สร้างคิวรีที่เลือกเพื่อระบุระเบียนที่ต้องการอัปเดต

ขั้นตอนที่ 2: อัปเดตระเบียน

ขั้นตอนที่ 1: สร้างคิวรีแบบใช้เลือกข้อมูลเพื่อระบุระเบียนที่ต้องการอัปเดต

  1. เปิดฐานข้อมูลที่มีระเบียนที่คุณต้องการอัปเดต

  2. บนแท็บ สร้าง ในกลุ่ม คิวรี ให้คลิก ออกแบบคิวรี หมายเหตุ ถ้าคุณใช้ Access 2007 บนแท็บ สร้าง ในกลุ่ม อื่นๆ ให้คลิก ออกแบบคิวรี

    ตัวออกแบบคิวรีจะเปิดขึ้น และกล่องโต้ตอบ แสดงตาราง จะปรากฏ

  3. คลิกแท็บ ตาราง

  4. เลือกตารางที่มีระเบียนที่คุณต้องการอัปเดต จากนั้นคลิก เพิ่ม แล้วคลิก ปิด

    จะมีตารางอย่างน้อยหนึ่งตารางปรากฏขึ้นในหน้าต่างในตัวออกแบบคิวรี โดยหน้าต่างเหล่านั้นจะแสดงเขตข้อมูลทั้งหมดในแต่ละตาราง รูปนี้แสดงตัวออกแบบคิวรีซึ่งมีตารางปกติ

    ตารางในตัวออกแบบคิวรี

    1. ตารางแสดงในตัวออกแบบคิวรี

    2. ตารางออกแบบคิวรี

  5. ให้ดับเบิลคลิกที่เขตข้อมูลที่คุณต้องการอัปเดตในหน้าต่างตาราง เขตข้อมูลที่เลือกจะปรากฏในแถว เขตข้อมูล ในตารางออกแบบ

    คุณสามารถเพิ่มเขตข้อมูลตารางหนึ่งเขตข้อมูลต่อคอลัมน์ในตารางออกแบบคิวรี

    เมื่อต้องการเพิ่มเขตข้อมูลทั้งหมดในตารางอย่างรวดเร็ว ให้ดับเบิลคลิกที่เครื่องหมายดอกจัน (*) ด้านบนสุดของรายการเขตข้อมูลตารางในหน้าต่างตาราง รูปนี้แสดงตารางออกแบบคิวรีโดยมีการเพิ่มเขตข้อมูลทั้งหมด

    คิวรีที่มีการเพิ่มเขตข้อมูลตารางทั้งหมดแล้ว

  6. เมื่อต้องการจำกัดผลลัพธ์ของคิวรีตามค่าในเขตข้อมูล ให้ไปที่ตารางออกแบบคิวรี ในแถว เกณฑ์ แล้วใส่เกณฑ์ที่คุณต้องการใช้จำกัดผลลัพธ์

    ตารางตัวอย่างเกณฑ์

    ตารางต่อไปนี้แสดงตัวอย่างเกณฑ์และอธิบายผลของเกณฑ์เหล่านั้นที่มีต่อผลลัพธ์ของคิวรี

    หมายเหตุ: ตัวอย่างจำนวนมากในตารางนี้จะใช้อักขระตัวแทนเพื่อให้คิวรีมีความยืดหยุ่นมากขึ้นหรือมีประสิทธิภาพสูงขึ้น

    เกณฑ์

    สิ่งที่เกิดขึ้น

    >234

    ส่งกลับตัวเลขทั้งหมดที่มากกว่า 234 เมื่อต้องการหาตัวเลขทั้งหมดที่น้อยกว่า 234 ให้ใช้ < 234

    >="สิทธิชัย"

    ส่งกลับระเบียนทั้งหมดที่มีคำว่า สิทธิชัย ตั้งแต่อักษรตัวแรกจนถึงตัวสุดท้าย

    ระหว่าง #2/2/2017# และ #12/1/2017#

    ส่งกลับวันตั้งแต่ 2 ก.พ. 17 ถึง 1 ธ.ค. 17 (ANSI-89) ถ้าฐานข้อมูลของคุณใช้อักขระตัวแทนตามมาตรฐาน ANSI-92 ให้ใช้เครื่องหมายอัญประกาศเดี่ยว (') แทนเครื่องหมายเลขที่ (#) ตัวอย่างเช่น Between '2/2/2017' And '1/12/2017'

    Not "Germany"

    ค้นหาระเบียนทั้งหมดที่เนื้อหาจริงของเขตข้อมูลมีคำอื่นร่วมกับคำว่า "Germany" อยู่ด้วย เกณฑ์นี้จะส่งกลับระเบียนที่มีอักขระนอกเหนือจากคำว่า "Germany," เช่น "Germany (euro)" หรือ "Europe (Germany)"

    Not "T*"

    ค้นหาระเบียนทั้งหมดยกเว้นที่ขึ้นต้นด้วย T ถ้าฐานข้อมูลของคุณใช้ชุดอักขระตัวแทนตามมาตรฐาน ANSI-92 ให้ใช้เครื่องหมายเปอร์เซ็นต์ ( % ) แทนเครื่องหมายดอกจัน ( * )

    Not "*t"

    ค้นหาระเบียนทั้งหมดที่ไม่ลงท้ายด้วย t ถ้าฐานข้อมูลของคุณใช้ชุดอักขระตัวแทนตามมาตรฐาน ANSI-92 ให้ใช้เครื่องหมายเปอร์เซ็นต์ ( % ) แทนเครื่องหมายดอกจัน ( * )

    In(Canada,UK)

    ค้นหาทุกระเบียนที่มีคำว่า Canada หรือ UK ในรายการ

    Like "[A-D]*"

    ในเขตข้อมูลข้อความ ค้นหาระเบียนทั้งหมดที่ขึ้นต้นด้วยตัวอักษร A ถึง D ถ้าฐานข้อมูลของคุณใช้ชุดอักขระตัวแทนตามมาตรฐาน ANSI-92 ให้ใช้เครื่องหมายเปอร์เซ็นต์ ( % ) แทนเครื่องหมายดอกจัน ( * )

    Like "*ar*"

    ค้นหาระเบียนทั้งหมดที่มีชุดลำดับอักษร "ar" รวมอยู่ด้วย ถ้าฐานข้อมูลของคุณใช้ชุดอักขระตัวแทนตามมาตรฐาน ANSI-92 ให้ใช้เครื่องหมายเปอร์เซ็นต์ ( % ) แทนเครื่องหมายดอกจัน ( * )

    Like "Maison Dewe?"

    ค้นหาระเบียนทั้งหมด ที่ขึ้นต้นด้วย "Maison" และมีสตริงชุดที่สองที่มี 5 ตัวอักษรโดยที่ตัวอักษร 4 ตัวแรกคือ "Dewe" ขณะที่อักษรตัวสุดท้ายไม่ทราบค่า ถ้าฐานข้อมูลของคุณใช้ชุดอักขระตัวแทนตามมาตรฐาน ANSI-92 ให้ใช้เครื่องหมายขีดล่าง (_) แทนเครื่องหมายคำถาม (?)

    #2/2/2017#

    ค้นหา 2 กุมภาพันธ์ 2017 จากระเบียนทั้งหมด ถ้าฐานข้อมูลของคุณใช้ชุดอักขระตัวแทนตามมาตรฐาน ANSI-92 ให้กำกับวันที่ด้วยเครื่องหมายอัญประกาศเดี่ยว (') แทนการใช้เครื่องหมายเลขที่ (#) ตัวอย่างเช่น ('2/2/2017')

    < Date( ) - 30

    ใช้ฟังก์ชัน Date เพื่อส่งกลับวันที่ทั้งหมดที่เลย 30 วันมาแล้ว

    Date()

    ใช้ฟังก์ชัน Date เพื่อส่งกลับระเบียนทั้งหมดที่มีวันที่เป็นวันนี้

    Between Date( ) And DateAdd("M", 3, Date( ))

    ใช้ฟังก์ชัน Date และ DateAdd เพื่อส่งกลับระเบียนทั้งหมดระหว่างวันที่ของวันนี้และอีกสามเดือนถัดไปนับตั้งแต่วันนี้

    Is Null

    ส่งกลับทุกระเบียนที่มีค่า Null (ว่างหรือไม่ได้ระบุ)

    Is Not Null

    ส่งกลับทุกระเบียนที่มีค่า

    ""

    ส่งกลับระเบียนทั้งหมดที่มีสตริงที่มีความยาวเป็นศูนย์ คุณใช้สตริงที่มีความยาวเป็นศูนย์เมื่อคุณต้องการเพิ่มค่าให้กับเขตข้อมูลที่ต้องการ แต่คุณยังไม่ทราบว่าค่าที่เพิ่มคืออะไร ตัวอย่างเช่น เขตข้อมูลต้องการหมายเลขโทรสาร แต่ลูกค้าของคุณบางรายอาจไม่มีเครื่องโทรสาร ในกรณีนี้ คุณจะใส่เครื่องหมายอัญประกาศโดยไม่เว้นวรรคระหว่างกลาง ( "" ) แทนหมายเลข

  7. บนแท็บ ออกแบบ ในกลุ่ม ผลลัพธ์ ให้คลิก เรียกใช้

  8. ตรวจสอบว่าคิวรีส่งกลับระเบียนที่คุณต้องการอัปเดต

  9. เมื่อต้องการเอาเขตข้อมูลใดๆ ที่คุณไม่ต้องการให้รวมอยู่ในการออกแบบคิวรีออก ให้เลือกเขตข้อมูลนั้น แล้วกด DELETE

  10. เมื่อต้องการเพิ่มเขตข้อมูลใดๆ ที่คุณต้องการให้รวมอยู่ในการออกแบบคิวรี ให้ลากเขตข้อมูลที่ต้องการเพิ่มลงไปในตารางการออกแบบคิวรี

ขั้นตอนที่ 2: อัปเดตระเบียน

  1. บนแท็บ ออกแบบ ในกลุ่ม ชนิดของคิวรี ให้คลิก อัปเดต

    กระบวนการนี้จะแสดงวิธีการเปลี่ยนคิวรีแบบใช้เลือกข้อมูลเป็นคิวรีแบบใช้ผนวกข้อมูล เมื่อคุณทำสิ่งนี้ Access จะเพิ่มแถว อัปเดตเป็น ในตารางออกแบบคิวรี ภาพต่อไปนี้แสดงคิวรีแบบใช้ผนวกข้อมูลซึ่งส่งกลับสินทรัพย์ทั้งหมดที่ซื้อหลังจากวันที่ 5 มกราคม 2548 และเปลี่ยนตำแหน่งที่ตั้งในทุกระเบียนที่ตรงตามเกณฑ์เป็น "คลังสินค้า 3"

    คิวรีแบบใช้อัปเดตข้อมูลที่มีเกณฑ์การอัปเดตหนึ่งเกณฑ์

  2. ค้นหาตำแหน่งเขตข้อมูลที่มีข้อมูลที่คุณต้องการเปลี่ยนแปลง แล้วพิมพ์นิพจน์ของคุณ (เกณฑ์การเปลี่ยนแปลง) ลงในแถว อัปเดตเป็น ของเขตข้อมูลนั้น

    คุณสามารถใช้นิพจน์ที่ถูกต้องอะไรก็ได้ในแถว อัปเดตเป็น

    ตารางตัวอย่างนิพจน์

    ตารางนี้จะแสดงนิพจน์ตัวอย่างจำนวนหนึ่ง พร้อมอธิบายวิธีที่นิพจน์เหล่านี้เปลี่ยนแปลงข้อมูล

    นิพจน์

    ผลลัพธ์

    "พนักงานขาย"

    ในเขตข้อมูล Text จะเปลี่ยนค่าข้อความให้เป็นคำว่า พนักงานขาย

    #8/10/17#

    ในเขตข้อมูล Date/Time จะเปลี่ยนค่าวันที่ให้เป็น 10-ส.ค.-17

    ใช่

    ในเขตข้อมูล Yes/No จะเปลี่ยนค่า No ให้เป็น Yes

    "PN" & [หมายเลขชิ้นส่วน]

    เพิ่ม "PN" ลงในส่วนเริ่มต้นของแต่ละหมายเลขชิ้นส่วนที่ระบุ

    [ราคาต่อหน่วย] * [ปริมาณ]

    คูณค่าในเขตข้อมูลที่ชื่อราคาต่อหน่วยและปริมาณ

    [ค่าขนส่งสินค้า] * 1.5

    เพิ่มค่าในเขตข้อมูลชื่อค่าขนส่งสินค้าอีก 50 เปอร์เซ็นต์

    DSum("[ปริมาณ] * [ราคาต่อหน่วย]",
    "รายละเอียดใบสั่งซื้อ", "[หมายเลขผลิตภัณฑ์]=" & [หมายเลขผลิตภัณฑ์])

    เมื่อค่าหมายเลขผลิตภัณฑ์ในตารางปัจจุบันมีค่าตรงกับค่าหมายเลขผลิตภัณฑ์ในตารางชื่อรายละเอียดใบสั่งซื้อ นิพจน์นี้จะอัปเดตยอดขายรวมทั้งหมดโดยการคูณค่าในเขตข้อมูลชื่อ จำนวน ด้วยค่าในเขตข้อมูลชื่อ ราคาต่อหน่วย นิพจน์นี้ใช้ฟังก์ชัน DSum เนื่องจากฟังก์ชันนี้สามารถดำเนินการกับเขตข้อมูลตารางและตารางมากกว่าหนึ่งรายการ

    Right([รหัสไปรษณีย์ที่ส่งสินค้า], 5)

    ตัด (เอาออก) อักขระด้านซ้ายสุดในสตริงข้อความหรือตัวเลข แล้วทิ้งอักขระทางด้านขวาสุดไว้ 5 ตัว

    IIf(IsNull([ราคาต่อหน่วย]), 0, [ราคาต่อหน่วย])

    เปลี่ยนค่า Null (ไม่รู้หรือไม่ได้ระบุ) เป็นค่าศูนย์ (0) ในเขตข้อมูลชื่อราคาต่อหน่วย

  3. บนแท็บ ออกแบบ ในกลุ่ม ผลลัพธ์ ให้คลิก เรียกใช้

    ข้อความแจ้งเตือนจะปรากฏขึ้น

  4. เมื่อต้องการเรียกใช้คิวรีและอัปเดตข้อมูล ให้คลิก ใช่

    หมายเหตุ: เมื่อคุณเรียกใช้คิวรี คุณอาจสังเกตว่ามีบางเขตข้อมูลหายไปจากชุดผลลัพธ์ ถ้าคิวรีของคุณมีเขตข้อมูลที่คุณไม่ได้อัปเดต ตามค่าเริ่มต้น Access จะไม่แสดงเขตข้อมูลเหล่านั้นในผลลัพธ์ ตัวอย่างเช่น คุณอาจรวมเขตข้อมูล ID จากสองตารางเพื่อช่วยให้แน่ใจว่าคิวรีของคุณระบุและอัปเดตระเบียนที่ถูกต้อง ถ้าคุณไม่ได้อัปเดตเขตข้อมูล ID เหล่านั้น Access จะไม่แสดงเขตข้อมูลในผลลัพธ์

ด้านบนของหน้า

การอัปเดตข้อมูลจากตารางหนึ่งไปยังอีกตารางหนึ่ง

เมื่อคุณต้องการอัปเดตข้อมูลจากตารางหนึ่งไปอีกตารางหนึ่ง ให้นึกถึงกฎต่อไปนี้ คือ ชนิดข้อมูลของเขตข้อมูลต้นทางและปลายทางต้องตรงกันหรือเข้ากันได้

ยิ่งกว่านั้น เมื่อคุณอัปเดตข้อมูลจากตารางหนึ่งไปอีกตารางหนึ่ง และใช้ชนิดข้อมูลที่เข้ากันได้แทนการใช้ชนิดข้อมูลที่ตรงกัน Access จะแปลงชนิดข้อมูลของเขตข้อมูลเหล่านั้นในตารางปลายทาง ผลก็คือ ข้อมูลบางรายการของเขตข้อมูลปลายทางจะถูกตัดทอน (ลบทิ้ง) ส่วนข้อจำกัดในการแปลงชนิดข้อมูล จะแสดงรายการวิธีที่คุณสามารถและไม่สามารถแปลงชนิดข้อมูลได้ ตารางในส่วนนี้ยังอธิบายกรณีที่การแปลงชนิดข้อมูลอาจเปลี่ยนหรือลบข้อมูลทั้งหมดหรือบางส่วนในเขตข้อมูล และประเภทของข้อมูลที่อาจถูกลบทิ้ง

กระบวนการอัปเดตข้อมูลจากตารางหนึ่งไปยังอีกตารางหนึ่งมีขั้นตอนคร่าวๆ ดังนี้

  1. สร้างคิวรีแบบใช้อัปเดตข้อมูลและเพิ่มทั้งตารางต้นทางและตารางปลายทางลงในคิวรี

  2. รวมตารางเหล่านั้นเข้าด้วยกันด้วยเขตข้อมูลที่มีข้อมูลเกี่ยวข้องกัน

  3. เพิ่มชื่อเขตข้อมูลปลายทางของคุณลงในแถว เขตข้อมูล ของตารางออกแบบคิวรี

  4. เพิ่มชื่อเขตข้อมูลต้นทางของคุณลงในแถว อัปเดตเป็น ของตารางออกแบบคิวรีโดยใช้ไวยากรณ์ต่อไปนี้ [ตาราง_ต้นทาง].[เขตข้อมูล_ต้นทาง]

ขั้นตอนในส่วนนี้จะสมมติว่ามีการใช้ตารางสองตารางที่คล้ายกัน ตัวอย่างเช่น ตารางผู้ซื้อ อยู่ในฐานข้อมูลซึ่งคุณเพิ่งสร้างขึ้นโดยการสืบทอด และมีข้อมูลที่ใหม่กว่าที่มีอยู่ในตารางลูกค้า คุณจะเห็นว่าชื่อผู้จัดการและที่อยู่บางรายการเปลี่ยนแปลงไป ด้วยเหตุนี้ คุณจึงตัดสินใจที่จะอัปเดตตารางลูกค้า ด้วยข้อมูลในตารางผู้ซื้อ

ตารางผู้ซื้อ

รหัสผู้ซื้อ

ชื่อ

ที่อยู่

เมือง

จังหวัด

รหัสไปรษณีย์

ประเทศ

โทรศัพท์

ที่ติดต่อ

1

Baldwin Museum of Science

1 Main St.

New York

NY

12345

USA

(505) 555-2122

Josh Barnhill

2

Blue Yonder Airlines

52 1st St.

Boston

MA

23456

USA

(104) 555-2123

Waleed Heloo

3

Coho Winery

3122 75th Ave. S.W.

Seattle

WA

34567

USA

(206) 555-2124

Pica Guido

4

Contoso Pharmaceuticals

1 Contoso Blvd.

London

Bucks

NS1 EW2

England

(171) 555-2125

Zoltan Harmuth

5

Fourth Coffee

Calle Smith 2

Mexico City

56789

Mexico

(7) 555-2126

Julian Price

6

Consolidated Messenger

3123 75th St. S.

Seattle

WA

34567

USA

(02-) 333-3333

Miles Reid

7

Graphic Design Institute

1587 Office Pkwy

Tampa

FL

87654

USA

(916) 555-2128

Tzipi Butnaru

8

Litware, Inc.

3 Microsoft Way

Portland

OR

31415

USA

(503) 555-2129

Brian Smith

9

Tailspin Toys

4 Microsoft Way

Portland

OR

31415

USA

(503) 555-2233

Phil Gibbins

ตารางลูกค้า

รหัสลูกค้า

ชื่อ

ที่อยู่

เมือง

จังหวัด

รหัสไปรษณีย์

ประเทศ

โทรศัพท์

ผู้จัดการ

1

Baldwin Museum of Science

1 Main St.

New York

NY

12345

USA

(505) 555-2122

Steve Riley

2

Blue Yonder Airlines

52 1st St.

Boston

MA

23456

USA

(104) 555-2123

Waleed Heloo

3

Coho Winery

3122 75th Ave. S.W.

Seattle

WA

34567

USA

(206) 555-2124

Pica Guido

4

Contoso Pharmaceuticals

1 Contoso Blvd.

London

Bucks

NS1 EW2

England

(171) 555-2125

Zoltan Harmuth

5

Fourth Coffee

Calle Huevos 134

Mexico City

56789

Mexico

(7) 555-2126

Julian Price

6

Consolidated Messenger

3123 75th St. S.

Seattle

WA

34567

USA

(206) 555-2125

Christine Hughes

7

Graphic Design Institute

67 1st St.

Tampa

FL

87654

USA

(916) 555-2128

Dana Birkby

8

Litware, Inc.

3 Microsoft Way

Portland

OR

31415

USA

(503) 555-2129

Jesper Aaberg

9

Tailspin Toys

4 Microsoft Way

Portland

OR

31415

USA

(503) 555-2233

Phil Gibbins

เมื่อคุณดำเนินการต่อ โปรดทราบว่า ถึงแม้ว่าชนิดข้อมูลในแต่ละเขตข้อมูลตารางไม่จำเป็นต้องตรงกัน แต่ก็จะต้องเข้ากันได้ Access จะต้องสามารถแปลงข้อมูลในตารางต้นฉบับไปยังชนิดข้อมูลที่ตารางปลายทางจะใช้ได้ ในบางกรณี กระบวนการแปลงดังกล่าวอาจลบข้อมูลบางส่วน สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อจำกัดในการแปลงชนิดข้อมูล ให้ดูที่ส่วนข้อจำกัดในการแปลงชนิดข้อมูล

สร้างและเรียกใช้คิวรีแบบใช้อัปเดตข้อมูล

หมายเหตุ: ขั้นตอนต่อไปนี้จะสมมติว่าใช้ตารางตัวอย่างสองตารางก่อนหน้านี้ คุณสามารถปรับขั้นตอนให้เข้ากับข้อมูลของคุณได้

  1. บนแท็บ สร้าง ในกลุ่ม คิวรี ให้คลิก ออกแบบคิวรี หมายเหตุ ถ้าคุณใช้ Access 2007 บนแท็บ สร้าง ในกลุ่ม อื่นๆ ให้คลิก ออกแบบคิวรี

  2. ในกล่องโต้ตอบ แสดงตาราง ให้คลิกแท็บ ตาราง

  3. ดับเบิลคลิกที่ตารางต้นฉบับและตารางปลายทางเพื่อเพิ่มตารางเหล่านั้นในคิวรี จากนั้นคลิก ปิด ตารางแต่ละตารางจะปรากฏในหน้าต่างในตัวออกแบบคิวรี

  4. ในกรณีส่วนมาก Access จะรวมเขตข้อมูลที่เกี่ยวข้องกันไว้ในคิวรีโดยอัตโนมัติ ถ้าต้องการรวมเขตข้อมูลที่มีข้อมูลที่เกี่ยวข้องกันด้วยตนเอง ให้ลากเขตข้อมูลที่เกี่ยวข้องกันจากตารางหนึ่งไปยังเขตข้อมูลที่สอดคล้องกันในอีกตารางหนึ่ง

    ตัวอย่างเช่น ถ้าคุณใช้ตารางตัวอย่างที่แสดงก่อนหน้านี้ คุณจะลากเขตข้อมูล รหัสผู้ซื้อ ไปยังเขตข้อมูล รหัสลูกค้า Access จะสร้างความสัมพันธ์ระหว่างเขตข้อมูลเหล่านั้นในตารางทั้งสอง และใช้ความสัมพันธ์นั้นในการรวมระเบียนใดๆ ที่เกี่ยวข้อง

  5. บนแท็บ ออกแบบ ในกลุ่ม ชนิดของคิวรี ให้คลิก อัปเดต

  6. ในตารางปลายทาง ให้ดับเบิลคลิกที่เขตข้อมูลที่คุณต้องการอัปเดต เขตข้อมูลแต่ละรายการจะปรากฏขึ้นในแถว เขตข้อมูล ภายในตารางออกแบบคิวรี

    ถ้าคุณใช้ตารางตัวอย่าง ให้คุณเพิ่มเขตข้อมูลทั้งหมด ยกเว้น เขตข้อมูลรหัสลูกค้า ให้สังเกตว่าชื่อของตารางปลายทางจะปรากฏในแถว ตาราง ของตารางออกแบบ

  7. ในแถว อัปเดตเป็น ของคิวรี ในแต่ละคอลัมน์ที่มีเขตข้อมูลปลายทาง ให้เพิ่มชื่อของตารางต้นฉบับและเขตข้อมูลในตารางต้นฉบับที่สัมพันธ์กับเขตข้อมูลในตารางปลายทาง และตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณใช้ไวยากรณ์ต่อไปนี้ [ตาราง].[เขตข้อมูล] โดยให้คุณใส่ชื่อตารางและเขตข้อมูลไว้ในเครื่องหมายวงเล็บเหลี่ยม และแยกชื่อตารางและชื่อเขตข้อมูลด้วยจุด

    รูปนี้แสดงให้เห็นส่วนของตารางออกแบบ โดยใช้ตารางตัวอย่าง ให้สังเกตไวยากรณ์ของชื่อตารางและเขตข้อมูลในแถว อัปเดตเป็น

    คิวรีที่อัปเดตตารางหนึ่งด้วยข้อมูลจากอีกตารางหนึ่ง

    ในขณะดำเนินการ โปรดทราบว่า คุณจะต้องสะกดชื่อตารางและชื่อเขตข้อมูลในแถว อัปเดตเป็น ให้ถูกต้อง และคุณต้องใส่เครื่องหมายวรรคตอนให้ตรงกับชื่อตารางและเขตข้อมูลดั้งเดิมด้วย อย่างไรก็ตาม คุณไม่จำเป็นต้องใช้ตัวพิมพ์ใหญ่เล็กให้ตรงกัน

  8. บนแท็บ ออกแบบ ในกลุ่ม ผลลัพธ์ ให้คลิก เรียกใช้

  9. เมื่อคุณถูกถามให้ยืนยันการอัปเดตข้อมูล ให้คลิก ใช่

ข้อจำกัดในการแปลงชนิดข้อมูล

ตารางต่อไปนี้จะแสดงชนิดข้อมูลที่ Access มีให้ รวมทั้งอธิบายข้อจำกัดต่างๆ ในการแปลงชนิดข้อมูล และอธิบายอย่างคร่าวๆ เกี่ยวกับการสูญหายของข้อมูลที่อาจเกิดขึ้นในระหว่างการแปลง

แปลงเป็นชนิดนี้

จากชนิดนี้

การเปลี่ยนแปลงหรือข้อจำกัด

ข้อความ

บันทึกช่วยจำ

Access จะลบอักขระทั้งหมดที่เกินจากอักขระ 255 ตัวแรก

ตัวเลข

ไม่มีข้อจำกัด

วันที่/เวลา

ไม่มีข้อจำกัด

สกุลเงิน

ไม่มีข้อจำกัด

AutoNumber

ไม่มีข้อจำกัด

ใช่/ไม่ใช่

ค่า -1 (Yes ในเขตข้อมูล Yes/No) จะแปลงเป็น Yes ค่า 0 (No ในเขตข้อมูล Yes/No) จะแปลงเป็น No

ไฮเปอร์ลิงก์

Access จะตัดลิงก์ที่มีอักขระยาวเกิน 255 ตัว

บันทึกช่วยจำ

ข้อความ

ไม่มีข้อจำกัด

ตัวเลข

ไม่มีข้อจำกัด

วันที่/เวลา

ไม่มีข้อจำกัด

สกุลเงิน

ไม่มีข้อจำกัด

AutoNumber

ไม่มีข้อจำกัด

ใช่/ไม่ใช่

ค่า -1 (Yes ในเขตข้อมูล Yes/No) จะแปลงเป็น Yes ค่า 0 (No ในเขตข้อมูล Yes/No) จะแปลงเป็น No

ไฮเปอร์ลิงก์

ไม่มีข้อจำกัด

ตัวเลข

ข้อความ

ข้อความต้องประกอบด้วยตัวเลข สกุลเงินที่ถูกต้อง และจุดทศนิยม จำนวนอักขระในเขตข้อมูล Text จะต้องอยู่ภายในช่วงที่ตั้งค่าไว้ในเขตข้อมูล Number

บันทึกช่วยจำ

เขตข้อมูล Memo ต้องมีเพียงตัวอักษร สกุลเงินที่ถูกต้อง และทศนิยมเท่านั้น จำนวนอักขระในเขตข้อมูล Memo จะต้องอยู่ภายในช่วงที่ตั้งค่าไว้ในเขตข้อมูล Number

Number แต่มีขนาดเขตข้อมูลหรือจำนวนทศนิยม (ความแม่นยำ) ต่างกัน

ค่าจะต้องไม่มากหรือน้อยไปกว่าที่ขนาดของเขตข้อมูลใหม่จะจัดเก็บได้ การเปลี่ยนจำนวนทศนิยมอาจทำให้ Access ต้องปัดเศษบางค่า

วันที่/เวลา

วันที่ที่คุณสามารถแปลงได้จะขึ้นอยู่กับขนาดของเขตข้อมูลตัวเลข โปรดจำไว้ว่า Access เก็บวันทั้งหมดในรูปวันที่อนุกรม และเก็บค่าของวันเป็นจำนวนเต็มของเลขทศนิยมลอยตัวที่มีความแม่นยำสูง

Access ใช้วันที่ 30 ธันวาคม 2442 เป็นวันที่ 0 วันที่นอกเหนือจากช่วง 18 เมษายน 2442 ถึง 11 กันยายน 2443 จะมีขนาดเกินเขตข้อมูลชนิด Byte วันที่นอกเหนือจากช่วง 13 เมษายน 2353 ถึง 16 กันยายน 2532 จะมีขนาดเกินเขตข้อมูลชนิด Integer

เมื่อต้องการให้ครอบคลุมวันที่ทั้งหมดที่เป็นไปได้ ให้ตั้งค่าคุณสมบัติ ขนาดเขตข้อมูล ของเขตข้อมูล Number ของคุณเป็น Long Integer หรือสูงกว่า

สกุลเงิน

ค่าจะต้องไม่เกิน (หรืออยู่ภายใน) ขนาดของเขตข้อมูลที่จำกัดไว้ ตัวอย่างเช่น คุณสามารถแปลงเขตข้อมูล Currency ไปเป็นเขตข้อมูล Integer ได้ก็ต่อเมื่อค่าเหล่านั้นมากกว่า 255 และไม่เกิน 32,767

AutoNumber

ค่าจะต้องอยู่ภายในขนาดจำกัดของเขตข้อมูล

ใช่/ไม่ใช่

ค่า "Yes" แปลงเป็น -1 ค่า "No" แปลงเป็น 0

วันที่/เวลา

ข้อความ

ข้อความดั้งเดิมต้องเป็นวันที่หรือวันที่/เวลาที่รู้จัก ตัวอย่างเช่น 18 ม.ค. 2550

บันทึกช่วยจำ

ข้อความดั้งเดิมต้องเป็นวันที่หรือวันที่/เวลาที่รู้จัก ตัวอย่างเช่น 18 ม.ค. 2550

ตัวเลข

ค่าจะต้องอยู่ระหว่าง -657,434 และ 2,958,465.99998843

สกุลเงิน

ค่าจะต้องอยู่ระหว่าง -$657,434 และ $2,958,465.9999

AutoNumber

ค่าจะต้องเกิน -657,434 และต่ำกว่า 2,958,466

ใช่/ไม่ใช่

ค่า -1 (Yes) จะแปลงเป็น 29 ธันวาคม 2442 ค่า 0 (No) จะแปลงเป็นเที่ยงคืน (12:00 น.)

สกุลเงิน

ข้อความ

ข้อความต้องประกอบด้วยตัวเลขและตัวคั่นที่ถูกต้อง

บันทึกช่วยจำ

ข้อความต้องประกอบด้วยตัวเลขและตัวคั่นที่ถูกต้อง

ตัวเลข

ไม่มีข้อจำกัด

วันที่/เวลา

ไม่มีข้อจำกัด แต่ Access อาจปัดเศษให้กับค่า

AutoNumber

ไม่มีข้อจำกัด

ใช่/ไม่ใช่

ค่า -1 (Yes) จะแปลงเป็น $1 และค่า 0 (No) จะแปลงเป็น 0$

AutoNumber

ข้อความ

ไม่อนุญาตถ้าใช้เขตข้อมูล AutoNumber เป็นคีย์หลัก

บันทึกช่วยจำ

ไม่อนุญาตถ้าใช้เขตข้อมูล AutoNumber เป็นคีย์หลัก

ตัวเลข

ไม่อนุญาตถ้าใช้เขตข้อมูล AutoNumber เป็นคีย์หลัก

วันที่/เวลา

ไม่อนุญาตถ้าใช้เขตข้อมูล AutoNumber เป็นคีย์หลัก

สกุลเงิน

ไม่อนุญาตถ้าใช้เขตข้อมูล AutoNumber เป็นคีย์หลัก

ใช่/ไม่ใช่

ไม่อนุญาตถ้าใช้เขตข้อมูล AutoNumber เป็นคีย์หลัก

ใช่/ไม่ใช่

ข้อความ

ข้อความต้นฉบับต้องประกอบด้วย Yes, No, True, False, On หรือ Off เท่านั้น

บันทึกช่วยจำ

ข้อความต้นฉบับต้องประกอบด้วย Yes, No, True, False, On หรือ Off เท่านั้น

ตัวเลข

ค่าศูนย์หรือ Null จะแปลงเป็น No ค่าอื่นๆ ทั้งหมดจะแปลงเป็น Yes

วันที่/เวลา

ค่า Null หรือ 12:00:00 AM จะแปลงเป็น No ค่าอื่นๆ ทั้งหมดจะแปลงเป็น Yes

สกุลเงิน

ค่าศูนย์หรือ Null จะแปลงเป็น No ค่าอื่นๆ ทั้งหมดจะแปลงเป็น Yes

AutoNumber

ทุกๆ ค่าจะแปลงเป็น Yes

ไฮเปอร์ลิงก์

ข้อความ

ถ้าข้อความดั้งเดิมมีที่อยู่เว็บที่ถูกต้อง เช่น adatum.com, www.adatum.com หรือ http://www.adatum.com แล้ว Access จะแปลงข้อความเป็นไฮเปอร์ลิงก์ Access จะพยายามแปลงค่าอื่นๆ หมายความว่าคุณจะเห็นข้อความที่ขีดเส้นใต้ และเคอร์เซอร์จะเปลี่ยนไปเมื่อคุณชี้ที่ลิงก์ แต่ลิงก์ไม่ทำงาน ข้อความสามารถมีเว็บโพรโทคอลที่ถูกต้องใดๆ รวมถึง http://, gopher://, telnet://, ftp:// และ wais://

บันทึกช่วยจำ

ดูรายการก่อนหน้า ใช้ข้อจำกัดเดิม

ตัวเลข

ไม่อนุญาตเมื่อเขตข้อมูล Number เป็นส่วนหนึ่งของความสัมพันธ์ ถ้าค่าดั้งเดิมมีรูปแบบเป็นที่อยู่อินเทอร์เน็ตโพรโทคอล (IP) ที่ถูกต้อง (ชุดตัวเลขสามตัวจำนวนสี่ชุดซึ่งแยกด้วยเครื่องหมายจุด ดังนี้ nnn.nnn.nnn.nnn) และตัวเลขนี้บังเอิญตรงกับที่อยู่เว็บ การแปลงจะให้ผลเป็นลิงก์ที่ใช้งานได้ มิฉะนั้น Access จะผนวก http:// เข้ากับจุดเริ่มต้นของค่าแต่ละค่า และลิงก์ที่เป็นผลลัพธ์จะไม่ถูกต้อง

วันที่/เวลา

Access จะผนวก http:// ไว้ที่จุดเริ่มต้นของที่อยู่แต่ละแห่ง แต่ลิงก์ที่เป็นผลลัพธ์แทบจะใช้งานไม่ได้เลย

สกุลเงิน

Access จะผนวก http:// ไว้ที่จุดเริ่มต้นของค่าแต่ละค่า แต่เช่นเดียวกับวันที่ ลิงก์ที่เป็นผลลัพธ์แทบจะใช้งานไม่ได้เลย

AutoNumber

ไม่ได้รับอนุญาตเมื่อเขตข้อมูล AutoNumber เป็นส่วนหนึ่งของความสัมพันธ์ Access จะผนวก http:// เข้ากับจุดเริ่มต้นของแต่ละค่า แต่ลิงก์ที่เป็นผลลัพธ์มักจะใช้งานไม่ได้

ใช่/ไม่ใช่

Access จะแปลงค่า Yes ทั้งหมดให้เป็น -1 และค่า No ทั้งหมดให้เป็น 0 และผนวก http:// เข้ากับจุดเริ่มต้นของค่าแต่ละค่า ลิงก์ที่เป็นผลลัพธ์จะใช้งานไม่ได้

ด้านบนของหน้า

การหยุดโหมดปิดใช้งานจากการบล็อกคิวรี

ถ้าคุณพยายามเรียกใช้คิวรีแอคชันและดูเหมือนว่าไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น ให้ตรวจสอบข้อความต่อไปนี้บนแถบสถานะ Access

การกระทำหรือเหตุการณ์นี้ถูกบล็อกโดยโหมดปิดใช้งาน

ตามค่าเริ่มต้น Access จะปิดใช้งานคิวรีแอคชันทั้งหมด (คิวรีแบบใช้อัปเดตข้อมูล ผนวกข้อมูล ลบข้อมูล หรือสร้างตาราง) เว้นแต่ฐานข้อมูลของคุณจะอยู่ในตำแหน่งที่ตั้งที่เชื่อถือได้ หรือฐานข้อมูลนั้นมีการเซ็นชื่อหรือได้รับการเชื่อถือ ถ้าคุณเคยดำเนินการแอคชันเหล่านี้เลย คุณยังสามารถเปิดใช้งานคิวรีสำหรับเซสชันฐานข้อมูลปัจจุบันได้ด้วยการคลิก เปิดใช้งานเนื้อหา บนแถบข้อความ

ด้านบนของหน้า

เวอร์ชันของ SQL: คำสั่ง UPDATE

ถ้าคุณไม่สะดวกจะทำงานกับ SQL คุณยังสามารถเขียนคำสั่ง UPDATE ได้โดยใช้มุมมอง SQL เมื่อต้องการใช้มุมมอง SQL ให้สร้างฐานข้อมูลเปล่าขึ้นใหม่ จากนั้นสลับไปที่มุมมอง SQL

บทความส่วนนี้แสดงตัวอย่างและไวยากรณ์สำหรับคำสั่ง UPDATE

ไวยากรณ์

UPDATE ตาราง SET ค่าใหม่ WHERE เกณฑ์;

คำสั่ง อัปเดต มีส่วนต่างๆ ดังนี้

ส่วน

คำอธิบาย

ตาราง

ชื่อของตารางที่มีข้อมูลที่คุณต้องการจะปรับเปลี่ยน

ค่าใหม่

นิพจน์ที่ระบุค่าที่จะถูกแทรกลงในบางเขตข้อมูลในระเบียนที่มีการอัปเดต

เกณฑ์

นิพจน์ที่กำหนดระเบียนที่จะถูกอัปเดต เฉพาะระเบียนตรงตามเกณฑ์ของนิพจน์เท่านั้นที่จะถูกอัปเดต

ข้อสังเกต

คำสั่ง UPDATE มีประโยชน์เป็นพิเศษเมื่อคุณต้องการเปลี่ยนแปลงหลายระเบียนหรือเมื่อมีระเบียนที่คุณต้องการเปลี่ยนแปลงอยู่ในหลายตาราง

คุณสามารถเปลี่ยนแปลงหลายเขตข้อมูลในเวลาเดียวกัน ตัวอย่างต่อไปนี้จะเพิ่มค่าของจำนวนสั่งซื้อขึ้นอีก 10 เปอร์เซนต์ และค่าขนส่งสินค่าขึ้นอีก 3 เปอร์เซนต์สำหรับผู้ขนส่งสินค้าในสหราชอาณาจักร

UPDATE Orders

SET OrderAmount = OrderAmount * 1.1,

Freight = Freight * 1.03

WHERE ShipCountry = 'UK';

ด้านบนของหน้า

ขยายทักษะของคุณ
สำรวจการฝึกอบรม
รับฟีเจอร์ใหม่ก่อนใคร
เข้าร่วม Office Insider

ข้อมูลนี้เป็นประโยชน์หรือไม่

ขอบคุณสำหรับคำติชมของคุณ!

ขอขอบคุณสำหรับคำติชมของคุณ! เราคิดว่าอาจเป็นประโยชน์ที่จะให้คุณได้ติดต่อกับหนึ่งในตัวแทนฝ่ายสนับสนุน Office ของเรา

×