วิธีการกำหนดกล่องข้อความเอง

สิ่งสำคัญ:  บทความนี้เป็นการแปลด้วยเครื่อง โปรดดู ข้อจำกัดความรับผิดชอบ โปรดดูบทความฉบับภาษาอังกฤษ ที่นี่ เพื่อใช้อ้างอิง

หลังจากที่แทรกกล่องข้อความบนแม่แบบฟอร์มแล้ว คุณสามารถกำหนดค่าเองได้ด้วยการเข้าถึงและเปลี่ยนแปลงคุณสมบัติและการตั้งค่าในกล่องโต้ตอบ คุณสมบัติกล่องข้อความ เมื่อต้องการเปิดกล่องโต้ตอบนี้ บนแม่แบบฟอร์ม ให้คลิกสองครั้งที่กล่องข้อความซึ่งมีคุณสมบัติที่คุณต้องการเปลี่ยนแปลง

ตารางต่อไปนี้อธิบายบางวิธีการที่คุณสามารถใช้กำหนดค่ากล่องข้อความด้วยตนเองและให้เหตุผลว่าทำไมคุณจึงน่าจะทำเช่นนั้น แม้ว่าตารางจะไม่มีจุดมุ่งหมายที่จะให้ข้อมูลในเรื่องขั้นตอนโดยละเอียดเกี่ยวกับตัวเลือกในกล่องโต้ตอบ คุณสมบัติกล่องข้อความ แต่ก็ช่วยให้คุณทราบถึงความพร้อมใช้งานที่ตัวเลือกต่างๆ มีให้ได้

หมายเหตุ: 

  • ถ้าคุณกำลังออกแบบเทมเพลตฟอร์มที่เข้ากันได้กับเบราว์เซอร์ คุณลักษณะบางอย่างในกล่องโต้ตอบ คุณสมบัติกล่องข้อความ จะไม่สามารถใช้งานได้ ตัวอย่างเช่น ตัวแบ่งย่อหน้าไม่ได้รับการสนับสนุน

  • ถ้าเทมเพลตของคุณฟอร์มจะขึ้นอยู่กับฐานข้อมูล schema หรือแหล่งข้อมูลอื่นที่มีอยู่ คุณอาจไม่สามารถกำหนดลักษณะของตัวควบคุมทั้งหมด ตัวอย่างเช่น คุณอาจสามารถเมื่อต้องการเปลี่ยนขนาดของตัวควบคุมแต่ไม่จัดกลุ่ม หรือเขตข้อมูลชื่อ ที่ได้รับมาจากแหล่งข้อมูลที่มีอยู่

แท็บ

งาน

รายละเอียด

ข้อมูล

เปลี่ยนชื่อเขตข้อมูลให้สัมพันธ์กัน

เมื่อคุณออกแบบเทมเพลตฟอร์มใหม่ เปล่า คุณสามารถเปลี่ยนแปลงเขตข้อมูลเริ่มต้น หรือชื่อตัวควบคุมเพื่อบางสิ่งบางอย่างที่ง่ายต่อการระบุเมื่อคุณทำงานกับแหล่งข้อมูล ที่จัดกลุ่ม ตัวอย่างเช่น เขตข้อมูลชื่อ "พนักงานขาย" ง่ายกว่าเพื่อทำความเข้าใจกว่าเขตข้อมูลชื่อ "field1"

หมายเหตุ: การเปลี่ยนชื่อเขตข้อมูลจะไม่เปลี่ยนแปลงการรวมระหว่างกล่องข้อความกับเขตข้อมูลในแหล่งข้อมูล ถ้าคุณต้องการรวมกล่องข้อความกับเขตข้อมูลอื่น ให้คลิกขวาที่กล่องข้อความ แล้วคลิก เปลี่ยนการรวม บนเมนูทางลัด

ข้อมูล

เปลี่ยนชนิดข้อมูล

เมื่อคุณออกแบบแม่แบบฟอร์มใหม่ที่ว่างเปล่า คุณสามารถเปลี่ยนแปลงชนิดข้อมูลเริ่มต้นสำหรับตัวควบคุมได้ ชนิดข้อมูลเริ่มต้นสำหรับกล่องข้อความคือ ข้อความ (string) แต่คุณสามารถเปลี่ยนค่านี้ได้อย่างอิสระ ตัวอย่างเช่น ถ้าคุณต้องการให้ผู้ใช้ป้อนเงินปอนด์อังกฤษลงในกล่องข้อความ จำนวนทรานแซคชัน คุณก็สามารถเลือกชนิดข้อมูลจำนวนเต็ม (integer) จากนั้นให้เลือกตัวเลือกการจัดรูปแบบ เพื่อให้ค่าที่ป้อนลงในกล่องข้อความแสดงขึ้นพร้อมสัญลักษณ์สกุลเงินปอนด์ (?)

ดูเพิ่มเติมเกี่ยวกับชนิดข้อมูล

ตารางต่อไปนี้แสดงรายการชนิดข้อมูลที่พร้อมให้ใช้ได้สำหรับกล่องข้อความ

ชนิดข้อมูล

คำอธิบาย

ข้อความ (string)

ใช้สำหรับข้อมูล เช่น ชื่อ ที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ เลขที่ประกันสังคม และอื่นๆ

จำนวนเต็ม (integer)

ใช้สำหรับจำนวนเต็มบวกหรือลบ เช่น 1234, –1234 หรือ $1,234

ทศนิยม (double)

ใช้สำหรับจำนวนที่มีตำแหน่งทศนิยม เช่น 1234.12, –1234.12 หรือ $1234.12

จริง/เท็จ (boolean)

ใช้สำหรับข้อมูลที่ควรจะเป็น 1 (จริง) หรือ 0 (เท็จ) อย่างใดอย่างหนึ่ง

การเชื่อมโยงหลายมิติ (anyURI)

การใช้สำหรับไฮเปอร์ลิงก์ เช่นเส้นทางข้อตกลงการตั้งชื่อสากล (UNC) หรือการ Uniform Resource Locator (URL)

วันที่ (date)

ใช้สำหรับวันที่ เช่น 14/3/2550 หรือ 14 มีนาคม 2550

เวลา (time)

ใช้สำหรับค่าที่เกี่ยวข้องกับเวลา เช่น 9:46:55 หรือ 09:46 A.M.

วันที่และเวลา (dateTime)

ใช้สำหรับทั้งวันที่และเวลา เช่น 14/3/2550 11:30 A.M.

ข้อมูล

ระบุค่าเริ่มต้น

ถ้าคุณต้องการให้ข้อความเริ่มต้นปรากฏขึ้นภายในตัวควบคุมเมื่อผู้ใช้เปิดฟอร์มแรก คุณสามารถพิมพ์ข้อความนั้นในกล่องค่า คุณยังสามารถใช้ค่าของเขตข้อมูลอื่นในแหล่งข้อมูลที่เป็นค่าเริ่มต้นสำหรับตัวควบคุม ค่าเริ่มต้นจะแตกต่างจากตัวแทนข้อความ (ซึ่งได้อธิบายในบทความนี้ในภายหลัง) ในที่พวกเขาจะถูกบันทึกเป็นข้อมูลในไฟล์ฟอร์ม (.xml) เสมอ

ข้อมูล

แสดงผลลัพธ์ของการคำนวณ

เมื่อต้องการแสดงผลลัพธ์ของการคำนวณในตัวควบคุม คุณสามารถคลิแทรกสูตร รูปปุ่ม ถัดจากกล่องค่า การเชื่อมโยงสูตรและฟังก์ชันกับตัวควบคุม ตัวอย่างเช่น คุณสามารถสร้างสูตรที่รวมคอลัมน์ของตัวเลขในตารางที่ซ้ำกัน โดยใช้กล่องข้อความในร่วมกับฟังก์ชันsum หรือคุณสามารถกำหนดความสัมพันธ์ของฟังก์ชันวันนี้ด้วยกล่องข้อความที่ระบุเพื่อที่ว่าเมื่อผู้ใช้เปิดฟอร์ม วันที่ปัจจุบันจะแสดงในกล่องข้อความนั้น

ข้อมูล

กำหนดว่าต้องมีกล่องข้อความ

เมื่อต้องการใช้สัญลักษณ์เตือนให้ผู้ใช้พิมพ์ข้อมูลลงในตัวควบคุม ให้เลือกกล่องกาเครื่องหมาย ไม่สามารถเว้นว่างได้ เมื่อผู้ใช้เปิดฟอร์ม จะมีเครื่องหมายดอกจันสีแดงปรากฏขึ้นในตัวควบคุมเป็นตัวเตือนว่าไม่ให้เว้นว่าง ผู้ใช้จะไม่สามารถส่งข้อมูลได้จนกว่าจะป้อนค่าลงในตัวควบคุม

ข้อมูล

เพิ่มการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล

คลิตรวจสอบข้อมูล เพื่อระบุกฎการตรวจสอบข้อมูลสำหรับตัวควบคุม ตัวอย่าง ถ้าคุณจำเป็นส่วนตัวเลขจะถูกใส่ในรูปแบบเฉพาะเจาะจงซึ่งสาม จากนั้น กดเส้นประ และสองแล้วเพิ่มเติมเลขซึ่งคุณสามารถใช้การตรวจสอบข้อมูลเพื่อให้แน่ใจว่า ผู้ใช้ที่สอดคล้องกับรูปแบบนี้ได้

ข้อมูล

นำกฎไปใช้

เมื่อคุณคลิก กฎ คุณจะสามารถสร้างกฎที่ทำให้การกระทำอย่างน้อยหนึ่งอย่างเกิดขึ้นโดยอัตโนมัติเมื่อผู้ใช้เปลี่ยนค่าในตัวควบคุมได้ ตัวอย่างเช่น ในฟอร์มการสั่งซื้อ ถ้าผู้ใช้พิมพ์จำนวนที่มากกว่า 10 ในกล่องข้อความ จำนวน คุณก็สามารถใช้กฎเพื่อแสดงกล่องโต้ตอบที่บอกว่า "การสั่งของมากกว่า 10 รายการในคราวเดียวอาจทำให้การจัดส่งล่าช้าได้" ได้ คุณยังสามารถใช้กฎเพื่อเรียกใช้ข้อมูลที่ปรับปรุงแล้วจากแหล่งข้อมูลภายนอกโดยอัตโนมัติได้ ตัวอย่างเช่น ในฟอร์มซื้อหุ้น คุณสามารถใช้กฎเพื่อเรียกใช้และแสดงการเสนอราคาหุ้นในเวลาจริงในกล่องข้อความได้ ไม่ว่าในขณะที่เปิดฟอร์มอยู่หรือเมื่อผู้ใช้ร้องขอข้อมูล

แสดง

แสดงข้อความตัวยึด

ถ้าคุณต้องการให้แนวทางกับผู้ใช้ว่าจะต้องป้อนข้อมูลใดลงในกล่องข้อความ คุณก็สามารถพิมพ์ข้อความแนะนำลงในกล่อง ตัวยึด ได้ ตัวอย่างเช่น ในกล่องข้อความ จำนวนคืนที่พักในโรงแรม ข้อความตัวยึดสามารถใช้เพื่อพร้อมท์ผู้ใช้ว่าควรป้อนข้อมูลชนิดใดได้

เช่นค่าเริ่มต้น ตัวแทนข้อความปรากฏขึ้นภายในตัวควบคุมรายการข้อความเมื่อผู้ใช้ฟอร์มที่เปิดขึ้นมาก่อน อย่างไรก็ตาม ตัวแทนข้อความแตกต่างจากค่าเริ่มต้นในสามวิธีต่อไปนี้:

  • ไม่มีบันทึกข้อความตัวแทนเป็นข้อมูลในไฟล์ฟอร์ม (.xml)

  • ไม่เหมือนกับค่าเริ่มต้น ซึ่งแสดงเป็นข้อความทั่วไปภายในตัวควบคุม ข้อความพื้นที่ที่สำรองไว้เสมอปรากฏเป็นสีจางออก

  • ไม่เหมือนกับค่าเริ่มต้น ข้อความพื้นที่ที่สำรองไว้จะไม่ได้รับการสนับสนุนในเทมเพลตฟอร์มที่เข้ากันได้กับเบราว์เซอร์

แสดง

กำหนดให้กล่องข้อความเป็นแบบอ่านอย่างเดียว

เมื่อต้องการป้องกันไม่ให้ผู้ใช้เปลี่ยนแปลงเนื้อหาของตัวควบคุม เลือกแบบอ่านอย่างเดียว กล่องกาเครื่องหมาย ตัวอย่างเช่น ถ้าคุณใช้กล่องข้อความเพื่อแสดงผลลัพธ์ของสูตร คุณสามารถทำกล่องข้อความแบบอ่านอย่างเดียวเพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ใช้พิมพ์เหนือผลลัพธ์ที่ แม้ว่ากล่องข้อความแบบอ่านอย่างเดียวไม่ปรากฏเป็นสีจางในฟอร์ม จะมีป้องกันผู้ใช้จากการพิมพ์ข้อมูลในกล่องข้อความ

แสดง

ปิดคุณลักษณะตัวตรวจสอบการสะกดหรือการทำให้สมบูรณ์อัตโนมัติ

ถ้าคุณต้องการป้องกันไม่ให้ผู้ใช้ตรวจสอบการสะกดของข้อความภายในตัวควบคุมที่ป้อนข้อความได้หรือจากรายการก่อนหน้าที่ป้อนลงในฟอร์มในตัวควบคุมนั้นซึ่งนำมาใช้ซ้ำโดยอัตโนมัติ ให้ล้างกล่องกาเครื่องหมาย เปิดใช้งานตัวตรวจสอบการสะกด และ เปิดใช้งานการทำให้สมบูรณ์อัตโนมัติ ซึ่งทั้งสองอย่างนี้ถูกเลือกไว้ตามค่าเริ่มต้น ตัวอย่างเช่น คุณสามารถปิดใช้งานตัวตรวจสอบการสะกดสำหรับกล่องข้อความที่แสดงชื่อเฉพาะได้ คุณสามารถปิดใช้งานการทำให้สมบูรณ์อัตโนมัติด้วยเหตุผลของความเป็นส่วนตัวได้ เช่น เมื่อจะใช้ฟอร์มร่วมกันกับบุคคลอื่นหลายราย

แสดง

ให้ผู้ใช้พิมพ์ข้อความหลายบรรทัด

ถ้าคุณต้องการให้กล่องข้อความแสดงข้อความมากกว่าหนึ่งบรรทัด ให้เลือกกล่องกาเครื่องหมาย หลายบรรทัด แล้วคุณจะสามารถตัดสินใจได้ว่าจะให้มีตัวแบ่งย่อหน้าภายในกล่องข้อความหรือไม่

แสดง

เปิดใช้งานตัวแบ่งย่อหน้า

ถ้าคุณเลือกกล่องกาเครื่องหมาย หลายบรรทัด และต้องการให้ผู้ใช้สามารถพิมพ์ข้อมูลเป็นย่อหน้าลงในกล่องข้อความได้ ให้เลือกกล่องกาเครื่องหมาย ตัวแบ่งย่อหน้า การทำเช่นนี้เป็นประโยชน์ เช่น เมื่อคุณต้องการให้ผู้ใช้ตอบคำถามแบบข้อเขียนในกล่องข้อความ แต่คุณต้องการให้ข้อความอยู่ในรูปแบบข้อความล้วนเพราะผู้ใช้จะส่งไปยังฐานข้อมูลในที่สุด ถ้าคุณเลือกกล่องกาเครื่องหมาย หลายบรรทัด ในแม่แบบฟอร์มที่เข้ากันได้กับเบราว์เซอร์ คุณจะไม่สามารถล้างกล่องกาเครื่องหมาย ตัวแบ่งย่อหน้า ได้

แสดง

เปิดใช้งานการตัดข้อความ

ถ้าคุณเลือกกล่องกาเครื่องหมาย หลายบรรทัด InfoPath จะเลือกกล่องกาเครื่องหมาย ตัดข้อความ เพื่อให้ข้อความต่อเนื่องจากบรรทัดหนึ่งไปอีกบรรทัดหนึ่งในขณะที่ผู้ใช้พิมพ์ในกล่องข้อความ เมื่อเปิดใช้งานการตัดข้อความ คุณก็สามารถเลือกตัวเลือกการเลื่อนได้ในรายการ การเลื่อน ตัวอย่างเช่น คุณสามารถกำหนดให้แถบเลื่อนปรากฏขึ้นในกล่องข้อความได้เมื่อผู้ใช้พิมพ์ข้อความมากกว่าที่กล่องข้อความจะสามารถแสดงได้ตามค่าเริ่มต้น เพื่อให้ตัวเลือกการเลื่อนทำงานอย่างถูกต้อง กล่องข้อความของคุณจะต้องมีความสูงและความกว้างคงที่ ถ้าคุณเลือกกล่องกาเครื่องหมาย หลายบรรทัด ในแม่แบบฟอร์มที่เข้ากันได้กับเบราว์เซอร์ คุณจะไม่สามารถล้างกล่องกาเครื่องหมาย ตัดข้อความ หรือระบุตัวเลือกในรายการ การเลื่อน ได้

แสดง

จำกัดอักขระ

เมื่อต้องการกำหนดจำนวนจำกัดของอักขระให้กับกล่องข้อความ ให้เลือกกล่องกาเครื่องหมาย จำกัดกล่องข้อความที่ จากนั้นพิมพ์จำนวนอักขระที่ยินยอมให้มีได้ ตัวอย่างเช่น ในแม่แบบฟอร์มทรัพยากรมนุษย์ คุณสามารถใช้คุณลักษณะนี้เพื่อป้องกันผู้ใช้ไม่ให้พิมพ์เกินห้าอักขระในกล่องข้อความ ID พนักงาน ถ้าแม่แบบฟอร์มของคุณเชื่อมต่อกับฐานข้อมูลหรือ XML Schema ภายนอก และแหล่งข้อมูลนั้นมีข้อกำหนดด้านความยาวของอักขระที่มีอยู่แล้ว Microsoft Office InfoPath จะแสดงข้อผิดพลาดในการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลโดยอัตโนมัติถ้าผู้ใช้ใส่เกินจากที่จำกัดไว้เมื่อกรอกฟอร์มที่สร้างจากแม่แบบฟอร์มของคุณ เมื่อต้องการให้เคอร์เซอร์เลื่อนต่อไปยังตัวควบคุมถัดไปบนฟอร์มโดยอัตโนมัติหลังจากที่ผู้ใช้ใส่อักขระเท่าที่จำกัดไว้แล้วสำหรับตัวควบคุม ให้เลือกกล่องกาเครื่องหมาย ย้ายไปยังตัวควบคุมถัดไปโดยอัตโนมัติเมื่อถึงขีดจำกัดแล้ว การกำหนดให้เคอร์เซอร์เลื่อนไปที่ตัวควบคุมถัดไปโดยอัตโนมัติไม่ได้รับการสนับสนุนในแม่แบบฟอร์มที่เข้ากันได้กับเบราว์เซอร์

แสดง

เพิ่มการจัดรูปแบบตามเงื่อนไข

คลิกจัดรูปแบบตามเงื่อนไข เพื่อเปิดจัดรูปแบบตามเงื่อนไข กล่องโต้ตอบ ซึ่งคุณสามารถเปลี่ยนลักษณะที่ปรากฏของตัวควบคุม รวมถึงการมองเห็นได้ โดยยึดตามค่าที่ผู้ใช้ใส่ลงในฟอร์ม ตัวอย่างเช่น ในเทมเพลตฟอร์มรายงานยอดขาย คุณสามารถใช้การจัดรูปแบบตามเงื่อนไขเพื่อเตือนผู้ใช้ว่าใช้จำนวนมากกว่าจำนวนงบประมาณ

ขนาด

ปรับขนาด ช่องว่างภายใน และระยะขอบ

คุณสามารถระบุขนาดของตัวควบคุมด้วยตนเอง โดยการใส่ค่าในกล่องความสูง และความกว้าง คุณยังสามารถปรับระยะห่างทั้งภายใน และภาย นอกตัวควบคุมได้ โดยการเปลี่ยนแปลงที่ช่องว่าง ซึ่งเป็นขนาดระยะห่างบัฟเฟอร์รอบ ๆ ตัวควบคุมเนื้อหา หรือระยะขอบ ซึ่งเป็นขนาดระยะห่างระหว่างเส้นขอบของตัวควบคุม และล้อมรอบข้อความ หรือตัวควบคุมบนเทมเพลตฟอร์

ขนาด

จัดแนวกล่องข้อความที่มีป้ายชื่อ

เมื่อต้องการจัดแนวข้อความข้างในตัวควบคุมที่มีป้ายชื่อของดีขึ้น คลิกที่ปุ่มจัดชิด InfoPath ปรับโดยอัตโนมัติของตัวควบคุมความสูง ช่องว่างด้านล่าง และตั้งค่าระยะขอบล่างตามความเหมาะสม

ขั้นสูง

ระบุคำแนะนำบนหน้าจอ

เมื่อต้องการทำบันทึกย่ออธิบายที่ปรากฏขึ้นเมื่อผู้ใช้ย้ายตัวชี้ไว้เหนือตัวควบคุม ใส่ข้อความที่คุณต้องการในกล่องคำแนะนำ ความช่วยเหลือ เช่นหน้าจอตรวจทานโปรแกรมอรรถประโยชน์ที่ทำให้บนหน้าจอข้อมูลพร้อมใช้งานเป็นคำพูดสังเคราะห์หรือจอแสดงผลอักษรเบรลล์ฟื้นฟู มักจะอาศัยคำแนะนำเหล่านี้ในการตีความข้อมูลสำหรับผู้ใช้ของพวกเขา

ขั้นสูง

เปลี่ยนลำดับของดัชนีแท็บ

คุณสามารถเปลี่ยนตำแหน่งของตัวควบคุมในลำดับแท็บโดยรวมของเทมเพลตฟอร์ม ลำดับแท็บคือ ลำดับที่โฟกัสย้ายในฟอร์มจากเขตข้อมูลหรือวัตถุหนึ่งไปยังอีกเมื่อผู้ใช้กด TAB หรือ SHIFT + TAB การตั้งค่าดัชนีแท็บเริ่มต้นสำหรับตัวควบคุมทั้งหมดในเทมเพลตฟอร์มเป็น 0 แต่ลำดับแท็บเริ่มต้น ด้วย 1 นั่นคือ ตัวควบคุมใด ๆ กับ 1 ในกล่องแท็บดัชนี จะถูกแรกเมื่อผู้ใช้กดแป้น TAB เยี่ยมชมมาแล้ว ตัวควบคุมใด ๆ ด้วย 2 ในกล่องแท็บดัชนี จะสามารถเยี่ยมชม second และต่อไปเรื่อย ๆ ตัวควบคุมใด ๆ กับ 0 ในกล่องแท็บดัชนี จะมาสุดท้ายในลำดับแท็บ ถ้าคุณต้องการข้ามตัวควบคุมในลำดับแท็บ ใส่-1ในกล่องแท็บดัชนี

ขั้นสูง

กำหนดแป้นพิมพ์ลัด

คุณสามารถพิมพ์ตัวอักษรหรือตัวเลขในกล่องคีย์ Access เพื่อระบุคีย์ลัด คีย์ลัดให้ผู้ใช้สามารถนำทางไปยังตัวควบคุม ด้วยการกดผสมแป้น ไม่ ใช่ ตามย้ายเมาส์ ถ้าคุณเลือกที่จะใช้คีย์ลัดในแม่แบบของฟอร์ม คุณต้องการสื่อสารกับผู้ใช้ทางลัดมี ตัวอย่างเช่น คุณอาจพิมพ์(ALT + S)หลังจากป้ายชื่อกล่องข้อความเพื่อให้ผู้ใช้ทราบว่า ไม่มีคีย์ลัดสำหรับกล่องข้อความพนักงานขาย

ขั้นสูง

ระบุหรือกำหนดการผสานเอง

คลิกผสานการตั้งค่า เพื่อระบุวิธีข้อมูลที่ผู้ใช้ใส่ลงในตัวควบคุมที่ปรากฏเมื่อฟอร์มหลายจะถูกรวม ตัวอย่างเช่น คุณสามารถเลือกที่จะนำหน้าข้อความจากกล่องข้อความที่ มีคำที่เฉพาะเจาะจง หรือรายการที่กล่องข้อความที่แยกต่างหาก มีเครื่องหมายอัฒภาค

ขั้นสูง

รับตัวระบุ ViewContext สำหรับกล่องข้อความ

คุณสามารถใช้ค่า ViewContext เพื่อระบุตัวควบคุมในโค้ด ตัวอย่าง ถ้าคุณทราบว่าค่า ViewContext คุณสามารถใช้ค่านั้น ด้วยวิธี ExecuteAction ของวัตถุมุมมองโดยทางโปรแกรมดำเนินการกระทำแก้ไขบนข้อมูลแบบ XML ที่ถูกผูกไว้กับตัวควบคุม

ขั้นสูง

ระบุและกำหนดขอบเขตข้อมูลเข้าเอง

คลิกขอบเขตข้อมูลเข้า เมื่อต้องการระบุชนิดของผู้ใช้สำหรับการป้อนค่าที่มีไว้สำหรับตัวควบคุม ซึ่งจะช่วยปรับปรุงการรู้ลายมือเขียนและคำพูดสำหรับตัวควบคุมการป้อนข้อมูล ตัวอย่างเช่น ถ้าคุณใช้ขอบเขตIS_URL ป้อนข้อมูลสำหรับตัวควบคุม InfoPath ทราบเมื่อต้องการละเว้นช่องว่างระหว่างคำ

ฟอร์มในเบราว์เซอร์

กำหนดการตั้งค่าเองสำหรับการติดประกาศข้อมูลกลับไปยังเซิร์ฟเวอร์

แท็บฟอร์มของเบราว์เซอร์ ปรากฏ ก็ต่อ เมื่อคุณกำลังออกแบบเทมเพลตฟอร์มเข้ากันได้กับเบราว์เซอร์ จะให้คุณสามารถควบคุมว่าข้อมูลจะถูกส่งไปยังเซิร์ฟเวอร์เมื่อผู้ใช้เปลี่ยนแปลงข้อมูลในกล่องข้อความ

หมายเหตุ: ข้อจำกัดความรับผิดชอบของการแปลด้วยเครื่อง: บทความนี้มีการแปลด้วยระบบคอมพิวเตอร์โดยไม่มีการดำเนินการโดยบุคคล Microsoft จัดให้มีการแปลด้วยเครื่องนี้เพื่อช่วยให้ผู้ใช้ที่ไม่ได้พูดภาษาอังกฤษสามารถใช้ประโยชน์จากเนื้อหาเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ บริการและเทคโนโลยีของ Microsoft เนื่องจากบทความมีการแปลด้วยเครื่อง อาจมีข้อผิดพลาดด้านคำศัพท์ ไวยากรณ์หรือรูปประโยค

ขยายทักษะของคุณ
สำรวจการฝึกอบรม
รับฟีเจอร์ใหม่ก่อนใคร
เข้าร่วม Office Insider

ข้อมูลนี้เป็นประโยชน์หรือไม่

ขอบคุณสำหรับคำติชมของคุณ!

ขอขอบคุณสำหรับคำติชมของคุณ! เราคิดว่าอาจเป็นประโยชน์ที่จะให้คุณได้ติดต่อกับหนึ่งในตัวแทนฝ่ายสนับสนุน Office ของเรา

×