ลิงก์ไปยังหรือนำเข้าจาก dBASE

สิ่งสำคัญ:  บทความนี้เป็นการแปลด้วยเครื่อง โปรดดู ข้อจำกัดความรับผิดชอบ โปรดดูบทความฉบับภาษาอังกฤษ ที่นี่ เพื่อใช้อ้างอิง

dBASE ถูกหนึ่งระบบการจัดการฐานข้อมูลต้นฉบับ และรูปแบบไฟล์ dBASE เหล่า) ไม่ได้ถูกรอบเวลานาน รูปแบบไฟล์ Microsoft Access สนับสนุนการนำเข้าจาก และลิงก์ไปยัง dBASE ต่อไปนี้: dBASE III, dBASE IV, dBASE 5 และ dBASE 7

นำเข้าข้อมูลจากไฟล์ dBASE

หมายเหตุ   การสนับสนุน dBASE มีข้อกำหนดต่อไปนี้:

  • การสมัครใช้งาน office 365    ถ้าคุณเป็นสมาชิกมี Office 365 ตรวจสอบให้แน่ใจว่า คุณมี Office เวอร์ชันล่าสุด ถ้าคุณเป็นผู้เชี่ยวชาญ IT มีการจัดการกระบวนการอัปเดต Office 365 เช็คเอาท์ช่องทางการวางจำหน่ายหน้าเพื่อเรียนรู้การปรับปรุงที่มีในแต่ละแชนเนล

  • Office 2016    ติดตั้งโปรแกรมอัปเดต่อไปนี้ตามลำดับ: 2 พฤษภาคม 2017 อัปเดตสำหรับ Office 2016 (KB3115501)และ2 พฤษภาคม 2017 อัปเดตสำหรับ 2016 Access (KB3178700)

  • รุ่น 2016 office ให้คลิก-ทู-รัน    อัปเดจะถูกนำไปใช้โดยอัตโนมัติ

  1. เลือกข้อมูลภายนอก ในกลุ่มนำเข้าและลิงก์ การเลือกเพิ่มเติม จากนั้น เลือกไฟล์ dBASE

  2. ในกล่องโต้ตอบรับข้อมูลภายนอก-dBASE ไฟล์ เลือกเรียกดู

  3. ในกล่องโต้ตอบเปิดไฟล์ ค้นหาไฟล์ dBASE แล้ว คลิ กเปิด

    รูปแบบไฟล์เริ่มต้นคือ dBASE III เมื่อต้องการเปลี่ยน dBASE IV หรือ dBASE 5 เลือกรูปแบบไฟล์จากรายการดรอปดาวน์ถัดจากกล่องชื่อไฟล์ แม้ว่าไม่มีอยู่ dBASE 7, dBASE 5 และ DBASE 7 เป็นอย่างยิ่งไฟล์รูปแบบเดียวกัน

  4. ในกล่องโต้ตอบรับข้อมูลภายนอก-dBASE ไฟล์ เลือกนำเข้าข้อมูลต้นฉบับลงในตารางใหม่ในฐานข้อมูลปัจจุบัน และ แล้ว เลือกตกลง

  5. คุณอาจ บันทึกขั้นตอนนำเข้า สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม ดูเรียกใช้การนำเข้าบันทึกไว้ หรือส่งออก

ผลลัพธ์เป็น ตารางจะถูกสร้างขึ้น ด้วยข้อมูล dBASE ถ้ามีไม่มีส่วนหัวของคอลัมน์ในไฟล์ dBASE, Access สร้างค่าเริ่มต้นส่วนหัวของคอลัมน์

ลิงก์ไปยังข้อมูลในไฟล์ dBASE

  1. เลือกข้อมูลภายนอก ในกลุ่มนำเข้าและลิงก์ ตัวเลือกเพิ่มเติม จากนั้น เลือกไฟล์ dBASE

  2. ในกล่องโต้ตอบรับข้อมูลภายนอก-dBASE ไฟล์ เลือกเรียกดู

    รูปแบบไฟล์เริ่มต้นคือ dBASE III เมื่อต้องการเปลี่ยน dBASE IV หรือ dBASE 5 เลือกรูปแบบไฟล์จากรายการดรอปดาวน์ถัดจากกล่องชื่อไฟล์ แม้ว่าไม่มีอยู่ dBASE 7, dBASE 5 และ DBASE 7 เป็นอย่างยิ่งไฟล์รูปแบบเดียวกัน

  3. ใน dialogboxเปิดไฟล์ ค้นหาไฟล์ dBASE แล้ว คลิ กเปิด

  4. ในกล่องโต้ตอบรับข้อมูลภายนอกไฟล์ dBASE เลือกลิงก์ไปยังแหล่งข้อมูลด้วยการสร้างการเชื่อมโยงตาราง นั้นแล้ว เลือกตกลง

ผลลัพธ์เป็น ตารางที่ลิงก์จะถูกสร้างขึ้น ด้วยข้อมูล dBASE ถ้ามีไม่มีส่วนหัวของคอลัมน์ในไฟล์ dBASE, Access สร้างค่าเริ่มต้นส่วนหัวของคอลัมน์ในตารางที่เชื่อมโยง

Access 2013 ไม่สนับสนุน dBASE

ลิงก์ไปยัง หรือนำเข้าจาก dBASE จะไม่ได้รับการสนับสนุนใน Access 2013 เมื่อต้องการทำงานกับไฟล์ dBASE พิจารณาการอัปเกรดเป็นการสมัครใช้งาน Office 365 ลิงก์ไปยัง หรือนำเข้าจาก dBASE จะพร้อมใช้งานในเวอร์ชันการสมัครใช้งาน Office 365 ของ Access

ลองใช้เวอร์ชันใหม่ของ Outlook

นำเข้าข้อมูลจากไฟล์ dBASE

  1. เลือกข้อมูลภายนอก ในกลุ่มนำเข้าและลิงก์ เลือกเพิ่มเติม จากนั้น เลือกไฟล์ dBASE

  2. ในกล่องโต้ตอบรับข้อมูลภายนอก-dBASE ไฟล์ เลือกเรียกดู

  3. ในกล่องโต้ตอบเปิดไฟล์ ค้นหาไฟล์ dBASE แล้ว คลิ กเปิด

    รูปแบบไฟล์เริ่มต้นคือ dBASE III เมื่อต้องการเปลี่ยน dBASE IV หรือ dBASE 5 เลือกรูปแบบไฟล์จากรายการดรอปดาวน์ถัดจากกล่องชื่อไฟล์ แม้ว่าไม่มีอยู่ dBASE 7, dBASE 5 และ DBASE 7 เป็นอย่างยิ่งไฟล์รูปแบบเดียวกัน

  4. ในกล่องโต้ตอบรับข้อมูลภายนอก-dBASE ไฟล์ เลือกนำเข้าข้อมูลต้นฉบับลงในตารางใหม่ในฐานข้อมูลปัจจุบัน และ แล้ว เลือกตกลง

  5. คุณอาจ บันทึกขั้นตอนนำเข้า สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม ดูเรียกใช้การนำเข้าที่บันทึก หรือส่งออก

ผลลัพธ์เป็น ตารางจะถูกสร้างขึ้น ด้วยข้อมูล dBASE ถ้ามีไม่มีส่วนหัวของคอลัมน์ในไฟล์ dBASE, Access สร้างค่าเริ่มต้นส่วนหัวของคอลัมน์

ลิงก์ไปยังข้อมูลในไฟล์ dBASE

  1. เลือกข้อมูลภายนอก ในกลุ่มนำเข้าและลิงก์ เลือกเพิ่มเติม จากนั้น เลือกไฟล์ dBASE

  2. ในกล่องโต้ตอบรับข้อมูลภายนอก-dBASE ไฟล์ เลือกเรียกดู

  3. ในกล่องโต้ตอบเปิดไฟล์ ค้นหาไฟล์ dBASE แล้ว คลิ กเปิด

    รูปแบบไฟล์เริ่มต้นคือ dBASE III เมื่อต้องการเปลี่ยน dBASE IV หรือ dBASE 5 เลือกรูปแบบไฟล์จากรายการดรอปดาวน์ถัดจากกล่องชื่อไฟล์ แม้ว่าไม่มีอยู่ dBASE 7, dBASE 5 และ DBASE 7 เป็นอย่างยิ่งไฟล์รูปแบบเดียวกัน

  4. ในกล่องโต้ตอบรับข้อมูลภายนอก-dBASE ไฟล์ เลือกลิงก์ไปยังแหล่งข้อมูลด้วยการสร้างการเชื่อมโยงตาราง นั้นแล้ว เลือกตกลง

ผลลัพธ์เป็น ตารางที่ลิงก์จะถูกสร้างขึ้น ด้วยข้อมูล dBASE ถ้ามีไม่มีส่วนหัวของคอลัมน์ในไฟล์ dBASE, Access สร้างค่าเริ่มต้นส่วนหัวของคอลัมน์ในตารางที่เชื่อมโยง

นำเข้าข้อมูลจากไฟล์ dBASE

  1. เลือกข้อมูลภายนอก ในกลุ่มนำเข้า ตัวเลือกเพิ่มเติม จากนั้น เลือกไฟล์ dBASE

  2. ในกล่องโต้ตอบรับข้อมูลภายนอก-dBASE ไฟล์ เลือกเรียกดู

  3. ในกล่องโต้ตอบเปิดไฟล์ ค้นหาไฟล์ dBASE แล้ว คลิ กเปิด

    รูปแบบไฟล์เริ่มต้นคือ dBASE III เมื่อต้องการเปลี่ยน dBASE IV หรือ dBASE 5 เลือกรูปแบบไฟล์จากรายการดรอปดาวน์ถัดจากกล่องชื่อไฟล์ แม้ว่าไม่มีอยู่ dBASE 7, dBASE 5 และ DBASE 7 เป็นอย่างยิ่งไฟล์รูปแบบเดียวกัน

  4. ในกล่องโต้ตอบรับข้อมูลภายนอก-dBASE ไฟล์ เลือกนำเข้าข้อมูลต้นฉบับลงในตารางใหม่ในฐานข้อมูลปัจจุบัน และ แล้ว เลือกตกลง

  5. คุณอาจ บันทึกขั้นตอนนำเข้า สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม ดูเรียกใช้การนำเข้าบันทึกไว้ หรือส่งออก

ผลลัพธ์เป็น ตารางจะถูกสร้างขึ้น ด้วยข้อมูล dBASE ถ้ามีไม่มีส่วนหัวของคอลัมน์ในไฟล์ dBASE, Access สร้างค่าเริ่มต้นส่วนหัวของคอลัมน์

ลิงก์ไปยังข้อมูลในไฟล์ dBASE

  1. เลือกข้อมูลภายนอก ในกลุ่มนำเข้า ตัวเลือกเพิ่มเติม จากนั้น เลือกไฟล์ dBASE

  2. ในกล่องโต้ตอบรับข้อมูลภายนอก-dBASE ไฟล์ เลือกเรียกดู

  3. ในกล่องโต้ตอบเปิดไฟล์ ค้นหาไฟล์ dBASE แล้ว คลิ กเปิด

    รูปแบบไฟล์เริ่มต้นคือ dBASE III เมื่อต้องการเปลี่ยน dBASE IV หรือ dBASE 5 เลือกรูปแบบไฟล์จากรายการดรอปดาวน์ถัดจากกล่องชื่อไฟล์ แม้ว่าไม่มีอยู่ dBASE 7, dBASE 5 และ DBASE 7 เป็นอย่างยิ่งไฟล์รูปแบบเดียวกัน

  4. ในกล่องโต้ตอบรับข้อมูลภายนอกไฟล์ dBASE เลือกลิงก์ไปยังแหล่งข้อมูลด้วยการสร้างการเชื่อมโยงตาราง นั้นแล้ว เลือกตกลง

ผลลัพธ์เป็น ตารางที่ลิงก์จะถูกสร้างขึ้น ด้วยข้อมูล dBASE ถ้ามีไม่มีส่วนหัวของคอลัมน์ในไฟล์ dBASE, Access สร้างค่าเริ่มต้นส่วนหัวของคอลัมน์ในตารางที่เชื่อมโยง

หมายเหตุ: ข้อจำกัดความรับผิดชอบของการแปลด้วยเครื่อง: บทความนี้มีการแปลด้วยระบบคอมพิวเตอร์โดยไม่มีการดำเนินการโดยบุคคล Microsoft จัดให้มีการแปลด้วยเครื่องนี้เพื่อช่วยให้ผู้ใช้ที่ไม่ได้พูดภาษาอังกฤษสามารถใช้ประโยชน์จากเนื้อหาเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ บริการและเทคโนโลยีของ Microsoft เนื่องจากบทความมีการแปลด้วยเครื่อง อาจมีข้อผิดพลาดด้านคำศัพท์ ไวยากรณ์หรือรูปประโยค

ขยายทักษะของคุณ
สำรวจการฝึกอบรม
รับฟีเจอร์ใหม่ก่อนใคร
เข้าร่วม Office Insider

ข้อมูลนี้เป็นประโยชน์หรือไม่

ขอบคุณสำหรับคำติชมของคุณ!

ขอขอบคุณสำหรับคำติชมของคุณ! เราคิดว่าอาจเป็นประโยชน์ที่จะให้คุณได้ติดต่อกับหนึ่งในตัวแทนฝ่ายสนับสนุน Office ของเรา

×