ฟังก์ชัน OR

หมายเหตุ: เราต้องการมอบเนื้อหาวิธีใช้ปัจจุบันในภาษาของคุณให้กับคุณโดยเร็วที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ หน้านี้ได้รับการแปลด้วยระบบอัตโนมัติ และอาจมีข้อผิดพลาดทางไวยากรณ์หรือความไม่ถูกต้อง จุดประสงค์ของเราคือเพื่อให้เนื้อหานี้มีประโยชน์กับคุณ คุณแจ้งให้เราทราบว่าข้อมูลดังกล่าวมีประโยชน์ต่อคุณที่ด้านล่างของหน้านี้ได้หรือไม่ นี่คือบทความภาษาอังกฤษเพื่อให้ง่ายต่อการอ้างอิง

ใช้ฟังก์ชัน OR ที่เป็นหนึ่งในฟังก์ชันทางตรรกะ เพื่อระบุถ้าเงื่อนไขใดก็ตามในการทดสอบเป็น TRUE

ตัวอย่าง

ตัวอย่างของการใช้งานฟังก์ชัน OR

ฟังก์ชัน OR จะส่งกลับค่าเป็น TRUE ถ้าอาร์กิวเมนต์ของฟังก์ชันใดก็ตามประเมินว่าเป็น TRUE และส่งกลับค่าเป็น FALSE ถ้าอาร์กิวเมนต์ของฟังก์ชันทั้งหมดประเมินเป็น FALSE

หนึ่งในการใช้งานทั่วไปของฟังก์ชัน OR คือเพื่อขยายประโยชน์การใช้งานของฟังก์ชันที่ทำการทดสอบทางตรรกะ เช่น ฟังก์ชัน IF ทำการทดสอบทางตรรกะ จากนั้นคืนค่าหนึ่งค่าที่การทดสอบประเมินเป็น TRUE และอีกค่าที่การทดสอบประเมินเป็น FALSE คุณสามารถทดสอบด้วยเงื่อนไขหลายอย่างด้วยการใช้ฟังก์ชัน OR เป็นอาร์กิวเมนต์ logical_test ของฟังก์ชัน IF

ไวยากรณ์

OR(ตรรกะ1, [ตรรกะ2], ...)

ไวยกรณ์ของฟังก์ชัน OR จะมีอาร์กิวเมนต์ต่อไปนี้:

อาร์กิวเมนต์

คำอธิบาย

ตรรกะ1

จำเป็นต้องมี เงื่อนไขแรกที่คุณต้องการทดสอบที่สามารถประเมินเป็น TRUE หรือ FALSE ได้

ตรรกะ2, ...

ไม่บังคับ เงื่อนไขเพิ่มเติมที่คุณต้องการทดสอบซึ่งสามารถประเมินเป็น TRUE หรือ FALSE สูงสุด 255 เงื่อนไข

ข้อสังเกต

  • อาร์กิวเมนต์จะต้องสามารถหาค่าเป็นค่าตรรกะได้ เช่น TRUE หรือ FALSE หรืออยู่ใน อาร์เรย์ หรือการอ้างอิงที่มีค่าตรรกะ

  • ถ้าอาร์กิวเมนต์อาร์เรย์หรืออาร์กิวเมนต์การอ้างอิงเป็นเซลล์ข้อความหรือเซลล์ว่าง ค่าเหล่านั้นจะถูกละเว้นไป

  • ถ้าช่วงที่ระบุไม่มีค่าตรรกะ ฟังก์ชัน OR จะคืนค่าเป็นค่าผิดพลาด #VALUE!

  • คุณสามารถใช้สูตรอาร์เรย์ OR เพื่อดูว่าค่าที่เกิดขึ้นในอาร์เรย์ เมื่อต้องการใส่สูตรอาร์เรย์ ให้กด CTRL+SHIFT+ENTER

ตัวอย่างเช่น

นี่เป็นตัวอย่างทั่วไปของการใช้ฟังก์ชัน OR และสามารถใช้ร่วมกับฟังก์ชัน IF

ตัวอย่างของการใช้งานฟังก์ชัน OR ที่มีฟังก์ชัน IF

สูตร

คำอธิบาย

=OR(A2>1,A2<100)

แสดงเป็น TRUE ถ้า A2 มีค่ามากกว่า 1 หรือน้อยกว่า 100 นอกเหนือจากนั้นให้แสดงเป็น FALSE

=IF(OR(A2>1,A2<100),A3,"ค่าอยู่นอกช่วง")

แสดงค่าในเซลล์ A3 ถ้าค่ามีค่ามากกว่า 1 หรือน้อยกว่า 100 นอกเหนือจากนั้นให้แสดงเป็นข้อความ “ค่าอยู่นอกช่วง”

=IF(OR(A2<0,A2>50),A2,"ค่าอยู่นอกช่วง")

แสดงค่าในเซลล์ A2 ถ้าค่าน้อยกว่า 0 หรือมากกว่า 50 นอกเหนือจากนั้นให้แสดงเป็นข้อความ

การคำนวณค่าคอมมิชชันของยอดขาย

นี่คือสถานการณ์สมมติทั่วไปที่เราจำเป็นต้องคำนวณว่าพนักงานขายผ่านเกณฑ์สำหรับค่าคอมมิชชันหรือไม่โดยใช้ฟังก์ชัน IF และ OR

ตัวอย่างของการใช้งานฟังก์ชัน IF และ OR เพื่อคำนวนค่าคอมมิชชันของยอดขาย
  • =IF(OR(B14>=$B$4,C14>=$B$5),B14*$B$6,0) คือ ถ้า ถ้ายอดขายทั้งหมดมีค่ามากกว่าหรือเท่ากับ (>=) เป้าของยอดขาย หรือ บัญชีมากกว่าหรือเท่ากับ (>=) เป้าของบัญชี จากนั้นคูณยอดขายทั้งหมดด้วย % ของค่าคอมมิชชัน นอกเหนือจากนั้นให้คืนค่าเป็น 0

ต้องการความช่วยเหลือเพิ่มเติมไหม

คุณสามารถสอบถามผู้เชี่ยวชาญใน Excel Tech Community ขอความช่วยเหลือใน Answers community หรือแนะนำฟีเจอร์ใหม่หรือการปรับปรุงบน Excel User Voiceได้เสมอ

หัวข้อที่เกี่ยวข้อง

วิดีโอ: ฟังก์ชัน IF ขั้นสูง
เรียนรู้วิธีการใช้ฟังก์ชันที่ซ้อนกันในสูตร
ฟังก์ชัน IF
ฟังก์ชัน AND
ฟังก์ชัน NOT
ภาพรวมของสูตรใน Excel
วิธีการหลีกเลี่ยงสูตรที่ใช้งานไม่ได้
ตรวจหาข้อผิดพลาดในสูตร
คีย์ลัดใน Excel 2016 สำหรับ Windows
คีย์ลัดใน Excel 2016 สำหรับ Mac
ทางตรรกะ ฟังก์ชัน (ข้อมูลอ้างอิง)
ฟังก์ชัน Excel (ตามลำดับตัวอักษร)
ฟังก์ชัน Excel (ตามประเภท)

ขยายทักษะ Office ของคุณ
สำรวจการฝึกอบรม
รับฟีเจอร์ใหม่ก่อนใคร
เข้าร่วม Office Insider

ข้อมูลนี้เป็นประโยชน์หรือไม่

ขอบคุณสำหรับคำติชมของคุณ!

ขอขอบคุณสำหรับคำติชมของคุณ! เราคิดว่าอาจเป็นประโยชน์ที่จะให้คุณได้ติดต่อกับหนึ่งในตัวแทนฝ่ายสนับสนุน Office ของเรา

×