ฟังก์ชัน MAXIFS

บทความนี้จะอธิบายถึงไวยากรณ์ของสูตรและการใช้ฟังก์ชัน MAXIFS ซึ่งเป็นหนึ่งใน ฟังก์ชันทางสถิติ ใน Excel

หมายเหตุ: ฟีเจอร์นี้จะพร้อมใช้งานถ้าคุณมี การสมัครใช้งาน Office 365 เท่านั้น ถ้าคุณเป็นผู้สมัครใช้งาน Office 365 ให้ตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณมี Office เวอร์ชันล่าสุด

ทดลองใช้ Office 365 หรือ Excel เวอร์ชันล่าสุด

คำอธิบาย

ฟังก์ชัน MAXIFS ส่งกลับค่าที่มากที่สุดระหว่างเซลล์ที่ระบุไว้ตามเงื่อนไขหรือเกณฑ์ที่กำหนดให้

ไวยากรณ์

MAXIFS(max_range, criteria_range1, criteria1, [criteria_range2, criteria2], ...)

อาร์กิวเมนต์

คำอธิบาย

max_range
(จำเป็น)

ช่วงจริงของเซลล์ซึ่งจะมีการกำหนดค่าสูงสุด

criteria_range1
(จำเป็น)

คือชุดของเซลล์ที่ใช้ประเมินตามเกณฑ์

criteria1
(จำเป็น)

คือเกณฑ์ในรูปแบบตัวเลข นิพจน์ หรือข้อความที่ระบุว่าเซลล์ใดจะถูกประเมินตามเกณฑ์สูงสุด สามารถใช้หลักเกณฑ์ชุดเดียวกันนี้กับฟังก์ชัน MINIFS, SUMIFS และ AVERAGEIFS

criteria_range2,
criteria2, ...(ใส่หรือไม่ก็ได้)

ช่วงเพิ่มเติมและเกณฑ์ที่เชื่อมโยงช่วงเหล่านั้น คุณสามารถใส่ช่วง/เกณฑ์ได้ถึง 126 คู่

ข้อสังเกต

  • ขนาดและรูปร่างของอาร์กิวเมนต์ max_range และ criteria_rangeN ต้องเหมือนกัน มิฉะนั้นฟังก์ชันเหล่านี้จะส่งกลับข้อผิดพลาด #VALUE!

ตัวอย่าง

คัดลอกข้อมูลตัวอย่างในแต่ละตารางต่อไปนี้ และวางในเซลล์ A1 ของเวิร์กชีต Excel ใหม่ เพื่อให้สูตรแสดงผลลัพธ์ ให้เลือกสูตร กด F2 แล้วกด Enter ถ้าต้องการ คุณสามารถปรับความกว้างของคอลัมน์เพื่อดูข้อมูลทั้งหมด

ตัวอย่าง 1

เกรด

น้ำหนัก

89

1

93

2

96

2

85

3

91

1

88

1

สูตร

ผลลัพธ์

=MAXIFS(A2:A7,B2:B7,1)

91

ใน criteria_range1 เซลล์ B2, B6 และ B7 ตรงกับเกณฑ์ 1 เซลล์ที่สอดคล้องกันใน max_range, A6 มีค่ามากที่สุด ผลลัพธ์จึงเป็น 91

ตัวอย่าง 2

น้ำหนัก

เกรด

10

b

1

a

100

a

1

b

1

a

1

a

สูตร

ผลลัพธ์

=MAXIFS(A2:A5,B3:B6,"a")

10

หมายเหตุ: criteria_range และ max_range ไม่ได้จัดอยู่ในแนวเดียวกัน แต่มีรูปร่างและขนาดเท่ากัน

เซลล์ที่ 1, 2 และ 4 ใน criteria_range1 ตรงกับเกณฑ์ "a" เซลล์ที่สอดคล้องกันใน max_range, A2 มีค่ามากที่สุด ผลลัพธ์จึงเป็น 10

ตัวอย่าง 3

น้ำหนัก

เกรด

คลาส

ระดับ

10

b

ธุรกิจ

100

1

a

เทคนิค

100

100

a

ธุรกิจ

200

1

b

เทคนิค

300

1

a

เทคนิค

100

50

b

ธุรกิจ

400

สูตร

ผลลัพธ์

=MAXIFS(A2:A7,B2:B7,"b",D2:D7,">100")

50

ใน criteria_range1, B2, B5 และ B7 ตรงกับเกณฑ์ของ "b" เซลล์ที่สอดคล้องกันใน criteria_range2, D5 และ D7 ตรงกับเกณฑ์ที่ >100 สุดท้าย เซลล์ที่สอดคล้องกันใน max_range, A7 มีค่ามากที่สุด ผลลัพธ์จึงเป็น 50

ตัวอย่าง 4

น้ำหนัก

เกรด

คลาส

ระดับ

10

b

ธุรกิจ

8

1

a

เทคนิค

8

100

a

ธุรกิจ

8

11

b

เทคนิค

0

1

a

เทคนิค

8

12

b

ธุรกิจ

0

สูตร

ผลลัพธ์

=MAXIFS(A2:A7,B2:B7,"b",D2:D7,A8)

12

อาร์กิวเมนต์ criteria2 คือ A8 อย่างไรก็ตาม เนื่องจาก A8 เป็นค่าว่าง จึงให้ถือว่าเป็น 0 (ศูนย์) เซลล์ใน criteria_range2 ที่ตรงกับ 0 คือ D5 และ D7 สุดท้าย เซลล์ที่สอดคล้องกันใน max_range, A7 มีค่ามากที่สุด ผลลัพธ์จึงเป็น 12

ตัวอย่าง 5

น้ำหนัก

เกรด

10

b

1

a

100

a

1

b

1

a

1

a

สูตร

ผลลัพธ์

=MAXIFS(A2:A5,B2:c6,"a")

#VALUE!

เนื่องจากขนาดและรูปร่างของ max_range และ criteria_range ไม่เหมือนกัน, ฟังก์ชัน MAXIFS จึงส่งกลับข้อผิดพลาด #VALUE!

ตัวอย่าง 6

น้ำหนัก

เกรด

คลาส

ระดับ

10

b

ธุรกิจ

100

1

a

เทคนิค

100

100

a

ธุรกิจ

200

1

b

เทคนิค

300

1

a

เทคนิค

100

1

a

ธุรกิจ

400

สูตร

ผลลัพธ์

=MAXIFS(A2:A6,B2:B6,"a",D2:D6,">200")

0

ไม่มีเซลล์ใดตรงกับเกณฑ์

ต้องการความช่วยเหลือเพิ่มเติมไหม

คุณสามารถสอบถามผู้เชี่ยวชาญใน Excel Tech Community ขอความช่วยเหลือใน Answers community หรือแนะนำฟีเจอร์ใหม่หรือการปรับปรุงบน Excel User Voiceได้เสมอ

ดูเพิ่มเติม

ฟังก์ชัน MINIFS

ฟังก์ชัน SUMIFS

ฟังก์ชัน AVERAGEIFS

ฟังก์ชัน COUNTIFS

ขยายทักษะของคุณ
สำรวจการฝึกอบรม
รับฟีเจอร์ใหม่ก่อนใคร
เข้าร่วม Office Insider

ข้อมูลนี้เป็นประโยชน์หรือไม่

ขอบคุณสำหรับคำติชมของคุณ!

ขอขอบคุณสำหรับคำติชมของคุณ! เราคิดว่าอาจเป็นประโยชน์ที่จะให้คุณได้ติดต่อกับหนึ่งในตัวแทนฝ่ายสนับสนุน Office ของเรา

×