ฟังก์ชัน FIND

สิ่งสำคัญ:  บทความนี้เป็นการแปลด้วยเครื่อง โปรดดู ข้อจำกัดความรับผิดชอบ โปรดดูบทความฉบับภาษาอังกฤษ ที่นี่ เพื่อใช้อ้างอิง

ฟังก์ชัน FIND จะค้นหาสตริงข้อความหนึ่งสตริง (find_text) ภายในสตริงข้อความสตริงอื่น (within_text) และส่งกลับตัวเลขตำแหน่งเริ่มต้นของ find_text โดยนับจากอักขระตัวแรกของ within_text คุณสามารถใช้ SEARCH เพื่อค้นหาสตริงข้อความสตริงหนึ่งในสตริงอื่นได้ แต่ FIND จะต่างจาก SEARCH ตรงที่จะพิจารณาแบบตรงตามตัวพิมพ์ใหญ่-เล็ก และไม่อนุญาตให้ใช้อักขระตัวแทน

ไวยากรณ์

FIND(find_text,within_text,start_num)

find_text     คือข้อความที่ต้องการค้นหา

within_text     คือข้อความที่มีข้อความที่ต้องการค้นหา

start_num     ระบุอักขระที่ต้องการให้เริ่มทำการค้นหา โดยอักขระตัวแรกใน within_text จะเป็นอักขระหมายเลข 1 ถ้าคุณไม่ได้ใส่ค่าให้กับ start_num จะถือว่าค่านั้นเป็น 1

นอกจากนี้คุณยังสามารถใช้ start_num เพื่อข้ามจำนวนอักขระที่ระบุได้ ตัวอย่างเช่น สมมติว่าคุณทำงานอยู่กับสตริงข้อความ "AYF0093.YoungMensApparel" เมื่อต้องการค้นหาตำแหน่งของอักขระ "Y" ตัวแรกที่ปรากฏอยู่ในส่วนอธิบายของสตริงข้อความ ก็ให้ตั้งค่า start_num เท่ากับ 8 เพื่อป้องกันไม่ให้มีการค้นหาส่วนที่เป็นหมายเลขลำดับของข้อความ โดยฟังก์ชัน FIND จะเริ่มการค้นหาที่อักขระตัวที่ 8 แล้วค้นหาค่า find_text ที่อักขระถัดไป จากนั้นจะส่งกลับตำแหน่งหมายเลข 9 มาให้ ฟังก์ชัน FIND จะส่งกลับหมายเลขของอักขระที่นับจากตำแหน่งเริ่มต้นของค่า within_text เสมอ และจะนับอักขระที่คุณข้ามด้วยถ้าค่า start_num มากกว่า 1

ข้อสังเกต

  • ถ้า find_text เป็น "" (ว่าง) ฟังก์ชัน FIND จะส่งกลับค่าตำแหน่งของอักขระตัวแรกในสตริงการค้นหา (นั่นคือตำแหน่งของอักขระที่เริ่มค้นหา หรือ 1)

  • find_text ไม่สามารถมีอักขระตัวแทนใดๆ ได้

  • ถ้า find_text ไม่มีอยู่ใน within_text ฟังก์ชัน FIND จะส่งกลับ #VALUE! เป็นค่าความผิดพลาด

  • ถ้า start_num ไม่มากกว่าศูนย์ ฟังก์ชัน FIND จะส่งกลับ #VALUE! เป็นค่าความผิดพลาด

  • ถ้า start_num มากกว่าความยาวของ within_text ฟังก์ชัน FIND จะส่งกลับ #VALUE! เป็นค่าความผิดพลาด

ตัวอย่างชุดที่ 1

สูตร

คำอธิบาย (ผลลัพธ์)

=FIND("M","Miriam McGovern")

ตำแหน่งของอักขระ "M" ตัวแรกในสตริง (1)

=FIND("m","Miriam McGovern")

ตำแหน่งของอักขระ "m" ตัวแรกในสตริง (6)

=FIND("M","Miriam McGovern",3)

ตำแหน่งของอักขระ "M" ตัวแรกในสตริง โดยเริ่มนับจากอักขระตัวที่สาม (8)

ตัวอย่างชุดที่ 2

Col1

สูตร

คำอธิบาย (ผลลัพธ์)

Ceramic Insulators #124-TD45-87

=MID([Col1],1,FIND(" #",[Col1],1)-1)

แยกข้อความตั้งแต่ตำแหน่งที่ 1 จนถึงตำแหน่ง "#" ในสตริงออกมา (Ceramic Insulators)

Copper Coils #12-671-6772

=MID([Col1],1,FIND(" #",[Col1],1)-1)

แยกข้อความตั้งแต่ตำแหน่งที่ 1 จนถึงตำแหน่ง "#" ในสตริงออกมา (Copper Coils)

Variable Resistors #116010

=MID([Col1],1,FIND(" #",[Col1],1)-1)

แยกข้อความตั้งแต่ตำแหน่งที่ 1 จนถึงตำแหน่ง "#" ในสตริงออกมา (Variable Resistors)

หมายเหตุ: ข้อจำกัดความรับผิดชอบของการแปลด้วยเครื่อง: บทความนี้มีการแปลด้วยระบบคอมพิวเตอร์โดยไม่มีการดำเนินการโดยบุคคล Microsoft จัดให้มีการแปลด้วยเครื่องนี้เพื่อช่วยให้ผู้ใช้ที่ไม่ได้พูดภาษาอังกฤษสามารถใช้ประโยชน์จากเนื้อหาเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ บริการและเทคโนโลยีของ Microsoft เนื่องจากบทความมีการแปลด้วยเครื่อง อาจมีข้อผิดพลาดด้านคำศัพท์ ไวยากรณ์หรือรูปประโยค

ขยายทักษะของคุณ
สำรวจการฝึกอบรม
รับฟีเจอร์ใหม่ก่อนใคร
เข้าร่วม Office Insider

ข้อมูลนี้เป็นประโยชน์หรือไม่

ขอบคุณสำหรับคำติชมของคุณ!

ขอขอบคุณสำหรับคำติชมของคุณ! เราคิดว่าอาจเป็นประโยชน์ที่จะให้คุณได้ติดต่อกับหนึ่งในตัวแทนฝ่ายสนับสนุน Office ของเรา

×