บทนำเกี่ยวกับการส่งข้อมูลฟอร์ม

สิ่งสำคัญ:  บทความนี้เป็นการแปลด้วยเครื่อง โปรดดู ข้อจำกัดความรับผิดชอบ โปรดดูบทความฉบับภาษาอังกฤษ ที่นี่ เพื่อใช้อ้างอิง

ในบทความนี้

ภาพรวม

ส่งข้อมูลฟอร์มไปยังฐานข้อมูล Access หรือ SQL Server

ส่งข้อมูลฟอร์มไปยังบริการบนเว็บ

ส่งข้อมูลฟอร์มไปยังเซิร์ฟเวอร์ที่ติดตั้ง Microsoft Windows SharePoint Services

ส่งข้อมูลฟอร์มเป็นข้อความอีเมล

ส่งข้อมูลฟอร์มไปยังโปรแกรมประยุกต์บนเว็บเซิร์ฟเวอร์

ส่งข้อมูลฟอร์มโดยใช้แฟ้มการเชื่อมต่อข้อมูล

ส่งข้อมูลฟอร์มโดยใช้โค้ด

ภาพรวม

เมื่อคุณใช้ฟอร์ม Microsoft Office InfoPath เพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลโดยเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการขนาดใหญ่ทางด้านธุรกิจ โดยปกติแล้วข้อมูลดังกล่าวไม่ได้เก็บไว้ในฟอร์มที่ผู้ใช้กรอกข้อมูล ที่จริงแล้วข้อมูลฟอร์มจะย้ายจากฟอร์มไปยังขั้นตอนถัดไปในกระบวนการทางด้านธุรกิจ โดยทั่วไปแล้วมักจะถูกย้ายไปยังแหล่งข้อมูลภายนอก เช่น ฐานข้อมูล บริการบนเว็บ หรือโปรแกรมประยุกต์บนเว็บเซิร์ฟเวอร์ ตัวอย่างเช่น พนักงานอาจใช้ InfoPath เพื่อกรอกข้อมูลในฟอร์มรายงานค่าใช้จ่าย จากนั้นก็ส่งฟอร์มดังกล่าวไปยังบริการบนเว็บที่ซึ่งฟอร์มดังกล่าวจะถูกประมวลผล

ฟอร์ม InfoPath ถูกส่งไปยังแหล่งข้อมูลภายนอก

ไม่เหมือนกับการบันทึกฟอร์ม ที่ผู้ใช้จะต้องเลือกตำแหน่งที่ตั้งสำหรับจัดเก็บฟอร์มในขณะที่กรอกข้อมูล แต่การส่งฟอร์มเป็นการส่งข้อมูลของฟอร์มไปยังตำแหน่งที่ตั้งที่ระบุซึ่งได้รับการกำหนดไว้แล้วเมื่อตอนที่มีการออกแบบแม่แบบฟอร์มที่เกี่ยวข้องกับฟอร์มดังกล่าว ทั้งนี้เมื่อคุณออกแบบแม่แบบฟอร์มและเปิดใช้งานการส่งฟอร์ม คุณจะสามารถเลือกที่จะให้ข้อมูลที่ผู้ใช้ป้อนส่งไปยังตำแหน่งที่ตั้งต่อไปนี้

  • ฐานข้อมูล Microsoft Office Access หรือ Microsoft SQL Server

  • บริการบนเว็บ

  • เซิร์ฟเวอร์ที่ติดตั้ง Microsoft Windows SharePoint Services

  • ในข้อความอีเมล

  • โปรแกรมประยุกต์บนเว็บเซิร์ฟเวอร์

  • โปรแกรมประยุกต์แบบกำหนดเองที่โฮสต์ InfoPath

การระบุตำแหน่งที่ตั้งที่คุณต้องการให้ส่งข้อมูลในฟอร์มของคุณไปที่นั่น อาจช่วยเพิ่มความถูกต้องแม่นยำและประสิทธิภาพของกระบวนการทางด้านธุรกิจ เพราะจะทำให้คุณสามารถควบคุมกระบวนการดังกล่าวได้มากขึ้น ก่อนที่ผู้ใช้จะสามารถส่งข้อมูลฟอร์ม InfoPath จะตรวจสอบให้แน่ใจว่าข้อมูลในฟอร์มถูกต้อง และจะอนุญาตให้ผู้ใช้แก้ไขข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง คุณลักษณะนี้อาจช่วยให้แน่ใจว่ามีการส่งเฉพาะข้อมูลที่ถูกต้องไปยังแหล่งข้อมูลภายนอก

นอกเหนือจากการออกแบบแม่แบบฟอร์มของคุณเพื่อให้ผู้ใช้สามารถส่งข้อมูลไปยังตำแหน่งที่ตั้งเดียวกันแล้ว คุณยังสามารถออกแบบแม่แบบฟอร์มของคุณเพื่อให้ผู้ใช้สามารถส่งข้อมูลฟอร์มไปยังตำแหน่งที่ตั้งหลายๆ ตำแหน่งในคราวเดียวกันได้ ตัวอย่างเช่น คุณสามารถออกแบบแม่แบบฟอร์มสำหรับรายงานค่าใช้จ่าย เพื่อที่ว่าเมื่อผู้ใช้ส่งฟอร์มที่กรอกข้อมูลแล้ว ข้อมูลของฟอร์มจะถูกส่งไปยังฐานข้อมูล และสำเนาของฟอร์มแต่ละชุดที่กรอกข้อมูลแล้วจะถูกส่งในข้อความอีเมลไปถึงผู้จัดการ

เมื่อใดก็ตามที่คุณออกแบบแม่แบบฟอร์มที่สามารถส่งไปยังแหล่งข้อมูลภายนอกได้ InfoPath จะเปิดคำสั่ง ส่ง บนเมนู แฟ้ม รวมทั้งปุ่ม ส่ง บนแถบเครื่องมือ มาตรฐาน ตามค่าเริ่มต้น คุณสามารถเลือกที่จะเปลี่ยนชื่อของคำสั่ง ส่ง ได้ตามที่คุณต้องการ นอกจากนี้คุณยังสามารถแทรกปุ่มไว้บนแม่แบบฟอร์มได้โดยตรง เพื่อให้ผู้ใช้สามารถคลิกปุ่มดังกล่าวเพื่อส่งข้อมูลฟอร์มหลังจากที่กรอกข้อมูลในฟอร์มเสร็จสิ้นแล้ว

นอกจากนี้คุณยังสามารถตั้งค่าแม่แบบฟอร์มเพื่อให้หนึ่งในสิ่งต่อไปนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ส่งฟอร์มแล้ว

  • ฟอร์มที่มีอยู่ปิดลง

  • ฟอร์มที่มีอยู่ปิดลง และฟอร์มใหม่ที่ว่างเปล่าเปิดขึ้น

  • ฟอร์มที่มีอยู่ยังคงเปิดอยู่

นอกจากนั้นคุณสามารถเขียนข้อความที่ปรากฏขึ้นหลังจากที่ผู้ใช้ส่งฟอร์ม เพื่อระบุว่าฟอร์มดังกล่าวได้ถูกส่งเรียบร้อยแล้ว

ด้านบนของหน้า

ส่งข้อมูลฟอร์มไปยังฐานข้อมูล Access หรือ SQL Server

ฟอร์ม InfoPath มักจะถูกส่งไปยังฐานข้อมูล ไม่ว่าจะเพื่อปรับปรุงตารางเดียวด้วยระเบียนลูกค้าหนึ่งระเบียนหรือในสถานการณ์ที่ซับซ้อนกว่านี้ เช่น การปรับเปลี่ยนหลายๆ ตารางที่เชื่อมโยงเข้าด้วยกันในแม่แบบฟอร์มรายงานค่าใช้จ่าย คุณสามารถออกแบบแม่แบบฟอร์มของคุณใน InfoPath เพื่อให้สามารถส่งแม่แบบฟอร์มดังกล่าวไปยังฐานข้อมูล Access หรือ SQL Server ได้โดยตรง โดยที่คุณไม่จำเป็นต้องใช้สคริปต์หรือโค้ดที่กำหนดเอง นอกจากนี้คุณยังสามารถส่งข้อมูลฟอร์มไปยังฐานข้อมูลชนิดอื่นๆ โดยใช้โค้ดที่กำหนดเอง หรือด้วยการส่งฟอร์มไปยังบริการบนเว็บที่เชื่อมต่อกับฐานข้อมูลนั้น

เพื่อที่จะส่งฟอร์มไปยังฐานข้อมูล Access หรือ SQL Server คุณจะต้องออกแบบแม่แบบฟอร์มที่อ้างอิงฐานข้อมูลดังกล่าว วิธีนี้ช่วยให้แน่ใจว่าแหล่งข้อมูลของแม่แบบฟอร์มตรงกับโครงสร้างของฐานข้อมูล ถ้าคุณเพิ่มการเชื่อมต่อฐานข้อมูลให้กับแม่แบบฟอร์มที่มีอยู่ ผู้ใช้จะไม่สามารถส่งฟอร์มที่กรอกข้อมูลแล้วไปยังฐานข้อมูล เพราะแหล่งข้อมูลของฟอร์มไม่ตรงกับโครงสร้างของฐานข้อมูล ถ้าแม่แบบฟอร์มไม่ตรงกับโครงสร้างของฐานข้อมูล InfoPath จะไม่สามารถปรับปรุงเขตข้อมูลที่ถูกต้องในฐานข้อมูลได้เมื่อมีการส่งข้อมูล

เมื่อคุณออกแบบแม่แบบฟอร์ม InfoPath ที่อ้างอิงฐานข้อมูล โปรดรับทราบประเด็นต่อไปนี้

  • เมื่อคุณเชื่อมต่อแม่แบบฟอร์มเข้ากับตารางมากกว่าหนึ่งตารางในฐานข้อมูล ตารางดังกล่าวจะต้องเชื่อมต่อกันด้วยเขตข้อมูลหลัก

  • ชนิดข้อมูลแบบยาว เช่น รูปภาพ, รูป, วัตถุ OLE, สิ่งที่แนบมากับแฟ้ม และชนิดข้อมูล Access Memo หรือ SQL ควรแยกออกจากการเชื่อมต่อข้อมูล ทั้งนี้ InfoPath ไม่สนับสนุนการเชื่อมต่อข้อมูลไปยังชนิดข้อมูลแบบยาว เมื่อต้องการแยกเขตข้อมูลที่ระบุในฐานข้อมูล ให้ใช้ตัวช่วยสร้างการเชื่อมต่อข้อมูลเพื่อตั้งค่าการเชื่อมต่อข้อมูล

คุณสามารถระบุว่าปัญหาเหล่านี้จะนำไปใช้หรือไม่ ด้วยการอ่านข้อมูลในกล่อง สรุป บนหน้าสุดท้ายของตัวช่วยสร้างการเชื่อมต่อข้อมูล สรุป จะระบุว่ามีการเปิดใช้การส่งฟอร์มหรือไม่ และถ้าปิดใช้งาน สรุป จะอธิบายถึงสาเหตุ

หลังจากที่คุณตั้งค่าการเชื่อมต่อข้อมูลระหว่างแม่แบบฟอร์มและฐานข้อมูล คุณจะสามารถกำหนดตัวเลือกการส่งอื่นใดที่คุณต้องการได้ ตัวอย่างเช่น คุณสามารถเปลี่ยนแปลงข้อความที่ปรากฏบนปุ่ม ส่ง ในแม่แบบฟอร์มของคุณ นอกจากนี้คุณสามารถเปลี่ยนแปลงข้อความที่แสดงให้แก่ผู้ใช้เพื่อบ่งชี้ว่าฟอร์มถูกส่งไปเรียบร้อยแล้วหรือยัง และคุณสามารถระบุได้ว่าจะให้เปิดฟอร์มทิ้งไว้หรือไม่หลังจากที่ส่งไปแล้ว

ด้านบนของหน้า

ส่งข้อมูลฟอร์มไปยังบริการบนเว็บ

ไม่ว่าคุณจะใช้บริการบนเว็บเพื่อสร้างเวิร์กโฟลว์สำหรับกระบวนการทางด้านธุรกิจหรือเป็น middle tier ที่อยู่บนฐานข้อมูลของคุณ InfoPath จะช่วยเพิ่มความสะดวกในการสร้างแม่แบบฟอร์มที่โต้ตอบกับบริการบนเว็บ InfoPath มีตัวช่วยสร้างการเชื่อมต่อข้อมูลซึ่งจะนำคุณผ่านกระบวนการเชื่อมต่อแม่แบบฟอร์มเข้ากับบริการบนเว็บ

มีวิธีทั่วไปสองวิธีในการออกแบบแม่แบบฟอร์มที่ส่งฟอร์มไปยังบริการบนเว็บ คือ

  • การเชื่อมต่อแม่แบบฟอร์มที่มีอยู่ไปยังบริการบนเว็บ

  • การออกแบบแม่แบบฟอร์มใหม่ที่อ้างอิงบริการบนเว็บ

ด้วยวิธีทั้งสองวิธีนี้ InfoPath จะสร้างแหล่งข้อมูลที่ยึดตาม Schema ของบริการบนเว็บ ซึ่งจะทำให้ฟอร์มที่ยึดตามแม่แบบฟอร์มสามารถส่งข้อมูลไปยังบริการบนเว็บได้

รายละเอียดทางเทคนิค

เมื่อผู้ใช้ส่งฟอร์มกับบริการเว็บ ฟอร์มจะถูกส่งเป็น Extensible Markup Language (XML) ข้อมูลในจดหมาย SOAP ฟังก์ชันจดหมาย SOAP เป็นพารามิเตอร์ป้อนเข้าสำหรับการดำเนินการบริการเว็บที่ระบุ คุณสามารถเปรียบเทียบเพื่อส่งฟอร์มโดยใช้ HTTP ซึ่งแสดงผลลัพธ์ในเอกสาร XML ในการร้องขอ HTTP ข้อความติดประกาศได้

ก่อนที่จะเชื่อมต่อแม่แบบฟอร์ม InfoPath ไปยังบริการบนเว็บ ให้พิจารณาประเด็นต่อไปนี้

  • InfoPath ไม่สามารถเชื่อมต่อไปยังบริการบนเว็บที่ใช้ลักษณะที่เข้ารหัสของ การเรียกกระบวนการระยะไกล (RPC) โดยจะสนับสนุนการเข้ารหัส Document Literal เท่านั้น

  • เมื่อคุณกำหนดค่าแม่แบบฟอร์ม เพื่อให้ฟอร์มสามารถส่งข้อมูลไปยังบริการบนเว็บได้ คุณจะสามารถระบุว่าให้ส่งได้เฉพาะข้อมูลในบางเขตข้อมูลหรือบางกลุ่มเท่านั้น หรือคุณอาจส่งข้อมูลทั้งหมดในฟอร์ม

หลังจากที่ตั้งค่าการเชื่อมต่อข้อมูลไปยังบริการบนเว็บแล้ว คุณจะสามารถเพิ่มปุ่ม ส่ง ลงในแม่แบบฟอร์ม และกำหนดตัวเลือกอื่นใดสำหรับการส่งตามที่คุณต้องการเอง

ด้านบนของหน้า

ส่งข้อมูลฟอร์มไปยังเซิร์ฟเวอร์ที่ติดตั้ง Microsoft Windows SharePoint Services

คุณสามารถออกแบบแม่แบบฟอร์มที่ส่งข้อมูลไปยังเซิร์ฟเวอร์ที่ติดตั้ง Microsoft Windows SharePoint Services ได้ วิธีนี้จะทำให้คุณสามารถจัดเก็บและจัดระเบียบฟอร์มทั้งหมดของผู้ใช้ในไลบรารีเอกสาร นอกจากนี้ผู้ใช้ยังสามารถกรอกข้อมูลในฟอร์มที่ยึดตามแม่แบบฟอร์มได้โดยตรงจากไลบรารีเอกสาร และสามารถส่งออกข้อมูลฟอร์มไปยัง Microsoft Office Excel หรือผสานข้อมูลจากหลายๆ ฟอร์มเข้าไว้ในฟอร์มเดียวได้ นอกจากนั้นเมื่อคุณเปิดใช้งานการส่งฟอร์มไปยังไลบรารีเอกสารโดยตรง คุณจะสามารถกำหนดชื่อแฟ้มล่วงหน้าสำหรับฟอร์ม โดยอาจเป็นค่าคงที่ หรือค่าที่ยึดตามข้อมูลในฟอร์ม หรือใช้สูตร

หลังจากที่กำหนดค่าแม่แบบฟอร์มเพื่ออนุญาตให้มีการส่งฟอร์มไปยังไลบรารีเอกสาร SharePoint คุณจะสามารถเพิ่มปุ่ม ส่ง ลงในฟอร์ม และกำหนดตัวเลือกการส่งอื่นๆ เอง เช่น ข้อความบนปุ่ม ส่ง ข้อความที่แสดงให้แก่ผู้ใช้เพื่อบ่งชี้ว่าฟอร์มได้ถูกส่งเรียบร้อยแล้ว และจะให้ฟอร์มเปิดทิ้งไว้ตามเดิมภายหลังการส่งหรือไม่

ด้านบนของหน้า

ส่งข้อมูลฟอร์มเป็นข้อความอีเมล

การใช้โปรแกรมอีเมลเป็นหนึ่งในวิธีที่สะดวกง่ายดายและเป็นที่แพร่หลายมากที่สุดในการตั้งค่าเวิร์กโฟลว์สำหรับกระบวนการทางด้านธุรกิจ โดยคุณสามารถออกแบบแม่แบบฟอร์ม InfoPath ที่ให้ผู้ใช้คลิกปุ่ม ส่ง บนแถบเครื่องมือ มาตรฐาน บนเมนู แฟ้ม เพื่อส่งฟอร์มที่กรอกเสร็จแล้วเป็นสิ่งที่แนบหรือไว้ในส่วนเนื้อความของข้อความอีเมล คุณสามารถกำหนดที่อยู่อีเมล บรรทัดเรื่อง และชื่อแฟ้มที่แนบมาได้ล่วงหน้า เมื่อคุณออกแบบแม่แบบฟอร์ม โดยอาจใช้ค่าคงที่ ค่าที่ยึดตามข้อมูลที่ป้อนในฟอร์ม หรือใช้สูตร ตัวอย่างเช่น คุณสามารถออกแบบแม่แบบฟอร์มเพื่อให้ฟอร์มที่กรอกเสร็จแล้วถูกส่งไปในข้อความอีเมลโดยอัตโนมัติ โดยใช้บรรทัดเรื่องที่กำหนดไว้ล่วงหน้า และส่งถึงที่อยู่อีเมลที่ยึดตามข้อมูลที่ป้อนในฟอร์ม นอกจากนั้นคุณยังสามารถกำหนดชื่อแฟ้มแบบไดนามิกสำหรับฟอร์ม โดยยึดตามข้อมูลที่ผู้ใช้ป้อนในฟอร์ม

เพื่อให้ผู้ใช้ส่งฟอร์มของผู้ใช้เป็นข้อความอีเมล ผู้ใช้เหล่านั้นจะต้องมี Microsoft Office Outlook 2003 หรือ Microsoft Office Outlook 2007 ที่ติดตั้งอยู่บนคอมพิวเตอร์ของผู้ใช้ ผู้ใช้ที่กรอกฟอร์มในเว็บเบราว์เซอร์จะไม่ต้องใช้ Outlook เพื่อส่งฟอร์มของผู้ใช้เป็นข้อความอีเมล

หลังจากที่มีการตั้งค่าแม่แบบฟอร์มเพื่ออนุญาติให้มีการส่งฟอร์มในข้อความอีเมล คุณสามารถเพิ่มปุ่ม ส่ง ที่แถบเครื่องมือ มาตรฐาน และคำสั่ง ส่ง ที่เมนู แฟ้ม ไปยังแม่แบบฟอร์มและกำหนดตัวเลือกการส่งอื่นใดเอง เช่น ข้อความที่ปรากฏ บนปุ่ม ส่ง ข้อความดังกล่าวจะปรากฏขึ้นเพื่อให้ผู้ใช้ระบุว่าฟอร์มดังกล่าวได้ส่งเสร็จสมบูรณ์แล้วหรือไม่ และคุณต้องการให้ฟอร์มดังกล่าวยังคงเปิดไว้หลังจากการส่งหรือไม่

ด้านบนของหน้า

ส่งข้อมูลฟอร์มไปยังโปรแกรมประยุกต์บนเว็บเซิร์ฟเวอร์

ถ้าคุณมีหน้า Active Server หน้า (ASP) ที่มีอยู่หรือโค้ดอื่น ๆ บนเว็บเซิร์ฟเวอร์ที่สามารถประมวลผลข้อมูลแบบ XML คุณสามารถออกแบบเทมเพลฟอร์มของคุณเพื่อให้ผู้ใช้สามารถส่งฟอร์มเสร็จสมบูรณ์แล้วไปที่เว็บเซิร์ฟเวอร์ โดยใช้เมธอด HTTP โพสต์ เมื่อคุณกำหนดค่าเทมเพลตของคุณฟอร์มเพื่ออนุญาตให้ผู้ใช้ส่งฟอร์มของพวกเขา ด้วยวิธีนี้ InfoPath สร้างข้อความที่ประกอบด้วยข้อมูลฟอร์ม และข้อความนี้ส่งแล้ว ไปยังเว็บเซิร์ฟเวอร์ เมื่อต้องการออกแบบเทมเพลตฟอร์มเพื่อส่งข้อมูลไปยังเว็บเซิร์ฟเวอร์ คุณสามารถเพิ่มปุ่มส่ง ลงในเทมเพลตของคุณฟอร์ม ระบุข้อความที่ปรากฏบนปุ่มส่ง กำหนดข้อความที่จะแสดงให้ผู้ใช้สามารถระบุถ้า เรียบร้อยแล้วส่งฟอร์ม และระบุว่า จะเก็บ ฟอร์มเปิดขึ้นหลังจากส่ง ออก

ด้านบนของหน้า

ส่งข้อมูลฟอร์มโดยใช้แฟ้มการเชื่อมต่อข้อมูล

ใน Microsoft Office InfoPath 2007 คุณยังสามารถมีความสามารถในการสร้างแฟ้ม XML ที่เรียกว่าแฟ้มการเชื่อมต่อข้อมูลที่รวมการตั้งค่าทั้งหมดที่จำเป็นสำหรับการเชื่อมต่อข้อมูล คุณสามารถจัดเก็บแฟ้มนั้นในไลบรารีการเชื่อมต่อข้อมูลในไซต์ Microsoft Office SharePoint Server 2007 จากนั้นออกแบบแม่แบบฟอร์มหลายแม่แบบที่ใช้ในแฟ้ม XML เดียวกันเพื่อกำหนดค่าการเชื่อมต่อข้อมูล การใช้แฟ้มการเชื่อมต่อข้อมูลหมายความว่า ถ้าสิ่งใดก็ตามที่มีการเชื่อมต่อข้อมูลเปลี่ยนแปลง  ตัวอย่างเช่น ถ้าตำแหน่งที่ตั้งของแหล่งข้อมูลภายนอกเปลี่ยนแปลง  คุณสามารถปรับปรุงแฟ้มการเชื่อมต่อข้อมูลได้ทันที โดยไม่ต้องทำการปรับปรุงการเชื่อมต่อข้อมูลในแม่แบบฟอร์มแต่ละแม่แบบ แม่แบบฟอร์มทั้งหมดที่ใช้แฟ้มการเชื่อมต่อข้อมูลจะได้รับการปรับปรุงด้วยการตั้งค่าใหม่โดยอัตโนมัติ

แฟ้มการเชื่อมต่อข้อมูลสามารถมีการตั้งค่าที่กำหนดวิธีการที่ผู้ใช้สามารถส่งข้อมูลฟอร์มของผู้ใช้ คุณสามารถออกแบบแม่แบบฟอร์มเพื่อใช้การตั้งค่าในแฟ้มการเชื่อมต่อข้อมูลนี้ หลังจากที่ทำการตั้งค่าแม่แบบฟอร์มเพื่ออนุญาตให้มีการส่งฟอร์ม คุณสามารถเพิ่มคำสั่ง ส่ง ที่เมนู แฟ้ม และปุ่ม ส่ง ที่แถบเครื่องมือ มาตรฐาน บนฟอร์มที่ยึดตามแม่แบบฟอร์ม จากนั้นให้กำหนดตัวเลือกการส่งอื่นใดเอง เช่น ข้อความที่ปรากฏบนปุ่มและคำสั่ง ส่ง ข้อความดังกล่าวปรากฏขึ้นเพื่อให้ผู้ใช้ระบุว่าฟอร์มดังกล่าวได้ส่งเสร็จสมบูรณ์แล้วหรือไม่ และคุณต้องการให้ฟอร์มดังกล่าวยังคงเปิดไว้หลังจากการส่งหรือไม่

ด้านบนของหน้า

ส่งข้อมูลฟอร์มโดยใช้โค้ด

เมื่อต้องการสร้างหน้าที่การใช้งานขั้นสูงในแม่แบบฟอร์มของคุณสำหรับการส่งข้อมูลฟอร์ม คุณจะสามารถเขียน Managed Code ได้โดยใช้ Microsoft Visual Basic .NET, Microsoft Visual C# .NET หรือสคริปต์ ตัวอย่างเช่น คุณสามารถเพิ่มหน้าที่การใช้งานลงในแม่แบบฟอร์มของคุณ เพื่อให้สามารถส่งฟอร์มไปยังหลายๆ ตำแหน่งที่ตั้งในคราวเดียวกัน หรือส่งไปยังแหล่งข้อมูลภายนอกที่โดยปกติแล้วไม่ได้รับการสนับสนุนบน InfoPath ได้

เคล็ดลับ: ถ้าคุณไม่สามารถกำหนดค่าแม่แบบฟอร์มของคุณเพื่อให้ผู้ใช้สามารถส่งฟอร์มไปยังแหล่งข้อมูลภายนอกโดยใช้ตัวเลือกการเชื่อมต่อข้อมูล InfoPath คุณจะสามารถใช้คุณลักษณะนี้เพื่อเขียนการปรับใช้การเชื่อมต่อข้อมูลของคุณเองไปยังแหล่งข้อมูลภายนอก

ด้านบนของหน้า

หมายเหตุ: ข้อจำกัดความรับผิดชอบของการแปลด้วยเครื่อง: บทความนี้มีการแปลด้วยระบบคอมพิวเตอร์โดยไม่มีการดำเนินการโดยบุคคล Microsoft จัดให้มีการแปลด้วยเครื่องนี้เพื่อช่วยให้ผู้ใช้ที่ไม่ได้พูดภาษาอังกฤษสามารถใช้ประโยชน์จากเนื้อหาเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ บริการและเทคโนโลยีของ Microsoft เนื่องจากบทความมีการแปลด้วยเครื่อง อาจมีข้อผิดพลาดด้านคำศัพท์ ไวยากรณ์หรือรูปประโยค

ขยายทักษะของคุณ
สำรวจการฝึกอบรม
รับฟีเจอร์ใหม่ก่อนใคร
เข้าร่วม Office Insider

ข้อมูลนี้เป็นประโยชน์หรือไม่

ขอบคุณสำหรับคำติชมของคุณ!

ขอขอบคุณสำหรับคำติชมของคุณ! เราคิดว่าอาจเป็นประโยชน์ที่จะให้คุณได้ติดต่อกับหนึ่งในตัวแทนฝ่ายสนับสนุน Office ของเรา

×