นำสูตรมาใช้กับการจัดรูปแบบตามเงื่อนไขใน Excel 2016 for Mac

สิ่งสำคัญ:  บทความนี้เป็นการแปลด้วยเครื่อง โปรดดู ข้อจำกัดความรับผิดชอบ โปรดดูบทความฉบับภาษาอังกฤษ ที่นี่ เพื่อใช้อ้างอิง

การจัดรูปแบบตามเงื่อนไขจะเน้นข้อมูลสำคัญในสเปรดชีตได้อย่างรวดเร็ว แต่บางครั้งกฎการจัดรูปแบบที่มีอยู่แล้วภายในก็ยังทำอะไรได้ไม่มากนัก การใส่สูตรของคุณลงไปในกฎการจัดรูปแบบตามเงื่อนไขจะเป็นการเพิ่มพลังให้คุณสามารถทำในสิ่งที่กฎที่มีอยู่แล้วภายในนั้นไม่สามารถทำได้

ตัวอย่างเช่น สมมติว่าคุณต้องการติดตามวันเกิดของคนไข้แผนกทันตกรรมเพื่อดูว่าวันเกิดของคนไข้คนใดที่กำลังจะมาถึง จากนั้นทำเครื่องหมายว่าได้รับคำอวยพรวันเกิดจากคุณแล้ว

ในเวิร์กชีตนี้ เราจะเห็นข้อมูลที่เราต้องการได้โดยใช้การจัดรูปแบบตามเงื่อนไขที่กำหนดโดยกฎสองข้อ โดยกฎแต่ละข้อจะมีสูตรอยู่ กฎข้อที่หนึ่งที่อยู่ในคอลัมน์ A จะจัดรูปแบบวันเกิดที่กำลังจะมาถึง และกฎในคอลัมน์ C จะจัดรูปแบบเซลล์ในทันทีที่มีการใส่ "Y" ที่ระบุว่ามีการส่งคำอวยพรวันเกิดออกไปแล้ว

ตัวอย่างการจัดรูปแบบตามเงื่อนไขที่มีวันเกิด, ชื่อ และคอลัมน์ที่ส่ง

เมื่อต้องการสร้างกฎข้อที่หนึ่ง ให้ทำดังต่อไปนี้

  1. เลือกเซลล์ A2 ถึง A7 ทำได้โดยการลากจาก A2 ถึง A7

  2. บนแท็บ หน้าแรก ให้คลิก การจัดรูปแบบตามเงื่อนไข > กฏใหม่

  3. ในกล่อง สไตล์ ให้คลิก คลาสสิก

  4. ภายใต้กล่อง คลาสสิก ให้คลิกเพื่อเลือก จัดรูปแบบเฉพาะค่าที่อยู่ในอันดับแรกหรืออันดับท้าย และเปลี่ยนเป็น ใช้สูตรเพื่อกำหนดเซลล์ที่จะถูกจัดรูปแบบ

  5. ในกล่องถัดไป ให้พิมพ์สูตร: = A2 > today ()

    สูตรดังกล่าวจะใช้ฟังก์ชัน TODAY เพื่อดูว่าวันที่ในคอลัมน์ A มากกว่าวันนี้ (ในอนาคต) หรือไม่ หากเป็นเช่นนั้น เซลล์ก็จะถูกจัดรูปแบบ

  6. บนกล่อง จัดรูกแบบด้วย ให้คลิก กำหนดการจัดรูปแบบเอง

  7. ในกล่องโต้ตอบ การจัดรูปแบบเซลล์ ให้คลิกแท็บ ฟอนต์

  8. ในกล่อง สี ให้เลือก สีแดง ในกล่อง สไตล์ฟอนต์ ให้เลือก ตัวหนา

  9. คลิก ตกลง จนกว่ากล่องโต้ตอบจะปิด

การจัดรูปแบบนั้นจะถูกนำไปใช้ในคอลัมน์ A

เมื่อต้องการสร้างกฎข้อที่สอง ให้ทำดังต่อไปนี้

  1. เลือกเซลล์ C2 ถึง C7

  2. บนแท็บ หน้าแรก ให้คลิก การจัดรูปแบบตามเงื่อนไข > กฏใหม่

  3. ในกล่อง สไตล์ ให้คลิก คลาสสิก

  4. ภายใต้กล่อง คลาสสิก ให้คลิกเพื่อเลือก จัดรูปแบบเฉพาะค่าที่อยู่ในอันดับแรกหรืออันดับท้าย และเปลี่ยนเป็น ใช้สูตรเพื่อกำหนดเซลล์ที่จะถูกจัดรูปแบบ

  5. ในกล่องถัดไป ให้พิมพ์สูตร: =C2="Y"

    สูตรจะทดสอบเพื่อดูว่าเซลล์ในคอลัมน์ C มี “Y” หรือไม่ (เครื่องหมายอัญประกาศครอบ Y จะบอกให้ Excel ทราบว่านี่คือข้อความ) หากเป็นเช่นนั้น เซลล์ก็จะถูกจัดรูปแบบ

  6. บนกล่อง จัดรูกแบบด้วย ให้คลิก กำหนดการจัดรูปแบบเอง

  7. ที่ด้านบน ให้คลิกแท็บ ฟอนต์

  8. ในกล่อง สี ให้เลือก ขาว ในกล่อง สไตล์ฟอนต์ ให้เลือก ตัวหนา

  9. ที่ด้านบน ให้คลิกแท็บ เติม จากนั้น สีพื้นหลัง ให้เลือก สีเขียว

  10. คลิก ตกลง จนกว่ากล่องโต้ตอบจะปิด

การจัดรูปแบบนั้นจะถูกนำไปใช้ในคอลัมน์ C

ลองใช้งานดู!

จากตัวอย่างข้างต้น เราใช้สูตรที่ง่ายมากๆ สำหรับการจัดรูปแบบตามเงื่อนไข ทดลองตัวคุณเอง และใช้สูตรอื่นที่คุณคุ้นเคย

ต่อไปนี้เป็นอีกตัวอย่างหนึ่ง ถ้าคุณต้องการเพิ่มระดับในการใช้งาน พิมพ์ตารางข้อมูลต่อไปนี้ในเวิร์กบุ๊กของคุณ เริ่มต้นในเซลล์ A1 จากนั้น เลือกเซลล์ D2:D11 แล้วสร้างการจัดรูปแบบตามเงื่อนไขใหมที่ใช้สูตรนี้:

=COUNTIF($D$2:$D$11,D2)>1

เมื่อคุณสร้างกฎ ตรวจสอบให้แน่ใจว่าได้นำไปใช้กับเซลล์ D2:D11 ตั้งค่ารูปแบบสีเพื่อนำไปใช้กับเซลล์ที่ตรงกับเกณฑ์ (นั่นคือ มีมากกว่าหนึ่งอินสแตนซ์ของเมืองในคอลัมน์ D – Seattle และ Spokane)

ชื่อ

นามสกุล

โทรศัพท์

เมือง

ขจี

กิจจาการ

555-1213

ซีแอตเทิล

กฤษณ์

พันธสีมา

555-1214

พอร์ทแลนด์

ชาติ

ทรงประวัติ

555-1215

สโปเคน

ปัญญา

มุขใจ

555-1216

เอ็ดมอนด์

ขวัญชัย

ทุ้มยิ่ง

555-1217

แอตแลนตา

นัยนา

คณากร

555-1218

สโปเคน

อัครรัตน์

ลีลาพันธ์

555-1219

ชาร์ลสตัน

พัชระ

ศักดา

555-1220

ยังส์ทาวน์

สัญญา

วีรวัตร

555-1221

ซีแอตเทิล

ชนกนาถ

สันติสกุล

555-1222

ซานฟรานซิสโก

หมายเหตุ: ข้อจำกัดความรับผิดชอบของการแปลด้วยเครื่อง: บทความนี้มีการแปลด้วยระบบคอมพิวเตอร์โดยไม่มีการดำเนินการโดยบุคคล Microsoft จัดให้มีการแปลด้วยเครื่องนี้เพื่อช่วยให้ผู้ใช้ที่ไม่ได้พูดภาษาอังกฤษสามารถใช้ประโยชน์จากเนื้อหาเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ บริการและเทคโนโลยีของ Microsoft เนื่องจากบทความมีการแปลด้วยเครื่อง อาจมีข้อผิดพลาดด้านคำศัพท์ ไวยากรณ์หรือรูปประโยค

ขยายทักษะของคุณ
สำรวจการฝึกอบรม
รับฟีเจอร์ใหม่ก่อนใคร
เข้าร่วม Office Insider

ข้อมูลนี้เป็นประโยชน์หรือไม่

ขอบคุณสำหรับคำติชมของคุณ!

ขอขอบคุณสำหรับคำติชมของคุณ! เราคิดว่าอาจเป็นประโยชน์ที่จะให้คุณได้ติดต่อกับหนึ่งในตัวแทนฝ่ายสนับสนุน Office ของเรา

×