ตำแหน่งติดต่อฉุกเฉิน ที่อยู่ และการต่อสาย Call Routing คืออะไร

สิ่งสำคัญ:  บทความนี้เป็นการแปลด้วยเครื่อง โปรดดู ข้อจำกัดความรับผิดชอบ โปรดดูบทความฉบับภาษาอังกฤษ ที่นี่ เพื่อใช้อ้างอิง

เมื่อคุณกำหนดแผนการโทรถึงใน Office 365 นั้นจำเป็นที่อยู่ฉุกเฉินสามารถกำหนดให้กับแต่ละรายการหมายเลขโทรศัพท์ เมื่อคุณอาจได้รับหมายเลขโทรศัพท์ หรือเมื่อการกำหนดให้กับผู้ใช้เพื่อสนับสนุนการโทรฉุกเฉิน ก่อนที่จะกำหนดอยู่ฉุกเฉินไปหมายเลขโทรศัพท์ อยู่ฉุกเฉินต้องสร้าง และตรวจสอบ ตรวจสอบให้แน่ใจว่า ที่อยู่ฉุกเฉินคือจดจำได้ว่า จะอยู่ในรูปแบบถูกต้องที่สามารถใช้ โดยบริการฉุกเฉินตอบกลับ คุณอาจ คุณสามารถเพิ่มตำแหน่งที่ตั้งภายในอยู่ฉุกเฉินเพื่อระบุตำแหน่งที่ตั้งที่เฉพาะเจาะจงมากขึ้นสำหรับผู้ใช้ ตัวอย่างเช่น ตำแหน่งที่ตั้งฉุกเฉินอาจเป็น floor ปีก หรือ office ที่ถูกลิงก์ไปยังที่อยู่ฉุกเฉินเฉพาะเจาะจง ถึงแม้ว่าจำเป็นที่อยู่ฉุกเฉิน ตำแหน่งที่ตั้งไม่

ที่อยู่ฉุกเฉินคืออะไร

ที่อยู่ฉุกเฉินมีความจำเป็นสำหรับหมายเลขโทรศัพท์ที่ใช้งานอยู่ แต่จะขึ้นอยู่กับประเทศ/ภูมิภาค สำหรับสหรัฐอเมริกา จำเป็น ต้องใช้ที่อยู่ฉุกเฉินเมื่อกำหนดหมายเลขให้แก่ผู้ใช้ สำหรับประเทศอื่นเช่นในยุโรป ตะวันออกกลาง และแอฟริกา (EMEA) หมายเลขฉุกเฉินจะ มีความจำเป็น เมื่อคุณได้รับหมายเลขจาก Office 365 หรือเมื่อมีการโอนจากผู้ให้บริการรายอื่น

จำเป็นต้องมีที่อยู่ฉุกเฉินเพื่อกำหนดหมายเลขโทรศัพท์ให้กับผู้ใช้ บ่อยครั้ง ที่อยู่ฉุกเฉินอาจอ้างถึงที่อยู่อย่างเป็นทางการ ที่อยู่ หรือที่อยู่จริง ที่อยู่ฉุกเฉินคือที่อยู่หรือที่อยู่อย่างเป็นทางการของสถานที่ธุรกิจสำหรับองค์กรของคุณ ตัวอย่างเช่น 12345 ถนนพหลโยธิน, บางกอกน้อย, ชลบุรี 98052 ที่อยู่นี้ถูกใช้โดยเจ้าหน้าที่จัดการเหตุฉุกเฉิน (E911) เพื่อระบุบุคคล จากนั้นก็ส่งทีมตอบรับเหตุฉุกเฉิน เป็นไปได้ว่าคุณจะต้องมีที่อยู่ฉุกเฉินมากกว่าหนึ่งรายการ ถ้าธุรกิจของคุณมีตำแหน่งที่ตั้งทางกายภาพมากกว่าหนึ่งที่ แต่ถ้าคุณมีอาคารหรือตำแหน่งที่ตั้งทางกายภาพเดียว ก็เป็นไปได้ว่าคุณจะต้องใช้ที่อยู่ฉุกเฉินเดียวเท่านั้น

การตรวจสอบที่อยู่ฉุกเฉินนั้น จะต้องตรวจสอบว่าเป็นที่อยู่ที่สามารถติดต่อได้จริง และต้องสามารถติดต่อกับหน่วยงานฉุกเฉินได้ แม้ว่าจะสามารถสร้างและบันทึกที่อยู่ฉุกเฉินที่ยังไม่ได้รับการตรวจสอบได้ แต่การแจกข้อมูลที่อยู่ฉุกเฉินให้กับผู้ใช้งานนั้น จะต้องเป็นที่อยู่ที่ได้รับการตรวจสอบแล้ว เมื่อที่อยู่ฉุกเฉินได้รับการตรวจสอบและได้บันทึกแล้วนั้น จะสามารถส่งไปให้กับผู้ใช้งานได้ คุณจะต้องสร้างรายชื่อที่อยู่ฉุกเฉินขึ้นมาใหม่หากต้องการแก้ไขในรายชื่อที่อยู่ฉุกเฉินที่ได้รับการตรวจสอบแล้ว

ตำแหน่งที่ตั้งฉุกเฉินคืออะไร

ตำแหน่งที่ตั้งฉุกเฉินจะสัมพันธ์กับที่อยู่ฉุกเฉินเพื่อให้ตำแหน่งที่ตั้งที่แน่นอนมากขึ้นภายในตำแหน่งทางกายภาพหรือที่อยู่ฉุกเฉิน ตำแหน่งที่ตั้งฉุกเฉินสามารถเป็นชั้น ปีกอาคาร หรือหมายเลขสำนักงานที่ผู้ใช้อยู่ คุณสามารถมีตำแหน่งที่ตั้งได้ไม่จำกัดจำนวน

เมื่อกำหนดที่อยู่ฉุกเฉิน ควรจะกำหนด ID ของตำแหน่งที่ตั้งดังกล่าวที่เกี่ยวข้องกันในระหว่างการกำหนดที่อยู่ ตำแหน่ง ID ของที่ตั้งนั้นควรจะสอดคล้องกับที่อยู่ฉุกเฉิน (ชื่อถนน หรือหน่วยงานสาธารณะที่กำหนด) ตำแหน่งที่ตั้งฉุกเฉินดั้งเดิมนั้นจะประกอบเข้าไปในที่อยู่ฉุกเฉินสำหรับกรณีที่ไม่ต้องการใช้ที่ตั้งที่อยู่ภายในอาคาร

การติดต่อหมายเลขฉุกเฉินคืออะไร

หมายเลขฉุกเฉินเอาไว้ใช้สำหรับการติดต่อเจ้าหน้าที่ฉุกเฉิน ซึ่งจะใช้คู่กันกับที่อยู่และที่ตั้งฉุกเฉินในกรณีเกิดภัยหรือเกิดเหตุฉุกเฉิน เมื่อ Skype for Business ได้ติดต่อเข้าไปยังหมายเลขฉุกเฉินนั้น จะต่อเข้าไปยังระบบสื่อสารหรือระบบรองรับการติดต่อฉุกเฉินของหน่วยงานภายในประเทศนั้น ๆ ในบางประเทศ อาทิ สหรัฐฯ หรือสหราชอณาจักร การเชื่อมต่อหมายเลขดังกล่าวจะถูกคัดกรองไปในท้องที่รับผิดชอบตามตำแหน่งที่อยู่ต้นทางการติดต่อ ก่อนที่จะส่งตรงไปยังศูนย์กลางให้ความช่วยเหลือฉุกเฉิน สำหรับในประเทศอื่น ๆ นั้น การโทรเข้าจะถูกต่อสายเข้าไปกับศูนย์หน่วยงานบริการฉุกเฉินที่ให้บริการ

การสร้าง การเพิ่ม และการกำหนดตำแหน่งที่ตั้งฉุกเฉินและที่อยู่ฉุกเฉินให้กับผู้ใช้ของคุณ

  1. แผนที่ตั้งฉุกเฉิน คือขั้นแรกของการวางแผนการวางที่ตั้งฉุกเฉิน คุณจะต้องกำหนดรายชื่อที่อยู่ฉุกเฉินทางกายภาพ จากนั้นให้ใช้ข้อมูลดังกล่าวตั้งไว้เป็นฐานว่าจะใช้ตำแน่งใดที่จะใช้เป็นที่อยู่ติดต่อฉุกเฉินตามเท่าที่จำเป็น และต้องระบุว่าคืออะไร ตัวอย่างเช่น หากบริษัทดังกล่าวมีอาคาร 3 หลัง และแต่ละอาคารมี 4 ฝั่ง ดังนั้นจำต้องเป็นที่อยู่ฉุกเฉิน 3 ที่ โดยที่ชั้น 1-4 จะต้องกำหนดไว้เป็นที่ตั้งฉุกเฉิน

  2. สร้างและตรวจสอบความถูกต้องตำแหน่งที่ตั้งฉุกเฉินของคุณ ขั้นตอนถัดไปคือการสร้างและตรวจสอบความถูกต้องที่อยู่ฉุกเฉินของคุณ เมื่อคุณสร้างที่อยู่ฉุกเฉิน คุณสามารถตรวจสอบความถูกต้องได้ การตรวจสอบความถูกต้องที่อยู่หรือที่อยู่อย่างเป็นทางการจะรวมถึงการดูให้แน่ใจว่าที่อยู่นั้นถูกต้องและถูกจัดรูปแบบอย่างถูกต้อง เมื่อต้องการสร้างที่อยู่ฉุกเฉิน ให้ดูที่ เพิ่มหรือเอาที่อยู่ฉุกเฉินขององค์กรของคุณออก

    สิ่งสำคัญ: การตรวจสอบที่อยู่ไม่ว่าจะเป็นชื่อถนน หรือที่อยู่ที่เกี่ยวข้องว่าจะต้องถูกต้อง และจดในรายละเอียดที่ถูกต้อง หากเป็นไปได้นั้น การกรอกที่อยู่ฉุกเฉิน แม้ว่าจะเป็นข้อมูลที่พิมพ์ออกมาไม่ครบถ้วน หรือพิมพ์ชื่อเมืองไม่ถูกต้องนั้น จะต้องผ่านการตรวจสอบได้อย่างถูกต้อง กระบวนการการตรวจสอบดังกล่าวนี้ จะใช้ในสุดส่วนของที่อยู่ที่ได้กรอกลงไป เพื่อตรวจสอบว่าได้มีข้อมูลครบถ้วนสำหรับการแจ้งหน่วยงานให้บริการฉุกเฉินไปยังศูนย์บริการฉุกเฉิน หากเป็นไปได้นั้น ข้อมูลจะถูกส่งกลับมาแล้วสามารถใส่เข้าไปกับหมายเลขโทรศัพท์ได้

  3. ขอหมายเลขโทรศัพท์ ขั้นตอนถัดไปคือการ ขอหมายเลขโทรศัพท์สำหรับผู้ใช้ของคุณ คุณสามารถทำสิ่งนี้ โดยเริ่มหมายเลขโทรศัพท์ใหม่จาก Office 365 หรือ โดยการ "ปรับเปลี่ยน" หรือหมายเลขโทรศัพท์ของคุณที่มีอยู่เหนือการถ่ายโอนไปยัง Office 365 เมื่อต้องการดูขั้นตอนทั้งหมด ดูถ่ายโอนหมายเลขโทรศัพท์ลงใน Office 365

  4. กำหนดหมายเลขโทรศัพท์ ขั้นตอนสุดท้ายคือการเปิดใช้งานผู้ใช้ให้โทรและรับโทรศัพท์ได้ คุณต้องกำหนดหมายเลขโทรศัพท์ให้กับผู้ใช้นั้น เมื่อคุณกำลังกำหนดหมายเลขโทรศัพท์ให้กับผู้ใช้ คุณจะต้องเชื่อมโยงที่อยู่ฉุกเฉิน ให้ดูที่ กำหนด เปลี่ยนแปลง หรือเอาหมายเลขโทรศัพท์สำหรับผู้ใช้ออก เพื่อกำหนดหมายเลขโทรศัพท์

หมายเหตุ: ข้อจำกัดความรับผิดชอบของการแปลด้วยเครื่อง: บทความนี้มีการแปลด้วยระบบคอมพิวเตอร์โดยไม่มีการดำเนินการโดยบุคคล Microsoft จัดให้มีการแปลด้วยเครื่องนี้เพื่อช่วยให้ผู้ใช้ที่ไม่ได้พูดภาษาอังกฤษสามารถใช้ประโยชน์จากเนื้อหาเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ บริการและเทคโนโลยีของ Microsoft เนื่องจากบทความมีการแปลด้วยเครื่อง อาจมีข้อผิดพลาดด้านคำศัพท์ ไวยากรณ์หรือรูปประโยค

ดูเพิ่มเติม

Skype สำหรับธุรกิจ Online: ป้ายชื่อการสละสิทธิ์การโทรฉุกเฉิน

ข้อกำหนดโทรฉุกเฉินและเงื่อนไข

เงื่อนไขใช้ Skype สำหรับบริการ Business PSTN แบบออนไลน์

ขยายทักษะของคุณ
สำรวจการฝึกอบรม
รับฟีเจอร์ใหม่ก่อนใคร
เข้าร่วม Office Insider

ข้อมูลนี้เป็นประโยชน์หรือไม่

ขอบคุณสำหรับคำติชมของคุณ!

ขอขอบคุณสำหรับคำติชมของคุณ! เราคิดว่าอาจเป็นประโยชน์ที่จะให้คุณได้ติดต่อกับหนึ่งในตัวแทนฝ่ายสนับสนุน Office ของเรา

×