ดำเนินการกับกระแสเงินสด: การคำนวณ NPV และ IRR ใน Excel

คุณเคยนอนไม่หลับเพราะมัวแต่คิดหาวิธีที่ดีที่สุดในการเพิ่มผลกำไรสูงสุดและลดความเสี่ยงให้ต่ำสุดในการลงทุนทางธุรกิจของคุณหรือไม่ เลิกวิตกกังวลจนนอนไม่หลับได้แล้ว ทำใจสบายๆ และปล่อยให้เป็นไปตามกระแส

กระแสเงินสดนั่นเอง ลองพิจารณากระแสเงินสดของคุณ หรือสิ่งที่เข้ามาและออกไปจากธุรกิจของคุณ กระแสเงินสดที่เป็นบวกคือการวัดปริมาณเงินสดที่เข้ามา (ยอดขาย ดอกเบี้ยรับ การออกหุ้น เป็นต้น) ในขณะที่กระแสเงินสดที่เป็นลบคือการวัดปริมาณเงินสดที่ออกไป (การซื้อ ค่าจ้าง ภาษี เป็นต้น) กระแสเงินสดสุทธิคือผลต่างระหว่างกระแสเงินสดที่เป็นบวกและกระแสเงินสดที่เป็นลบของคุณ ซึ่งจะช่วยตอบคำถามพื้นฐานของธุรกิจที่ว่า มีเงินเหลืออยู่ในลิ้นชักเก็บเงินเท่าใด

ในการสร้างธุรกิจให้เติบโต คุณต้องทำการตัดสินใจที่สำคัญว่าจะนำเงินของคุณไปลงทุนที่ใดในระยะยาว Microsoft Excel สามารถช่วยคุณเปรียบเทียบตัวเลือกต่างๆ และตัดสินใจเลือกตัวเลือกที่เหมาะสม เพื่อให้คุณวางใจได้ทั้งในยามหลับและยามตื่น

การถามคำถามเกี่ยวกับโครงการลงทุนในสินทรัพย์ประเภททุน

ถ้าคุณต้องการนำเงินของคุณออกจากลิ้นชัก ใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน และนำไปลงทุนในโครงการที่เป็นส่วนหนึ่งของธุรกิจ คุณต้องตั้งคำถามบางอย่างเกี่ยวกับโครงการดังกล่าวดังนี้

  • โครงการระยะยาวโครงการใหม่จะทำกำไรหรือไม่ และจะได้กำไรเมื่อใด

  • การนำเงินนั้นไปลงทุนในโครงการอื่นจะดีกว่าหรือไม่

  • ฉันควรลงทุนเพิ่มขึ้นในโครงการที่กำลังดำเนินอยู่ หรือถึงเวลาแล้วที่จะลดการขาดทุน

ตอนนี้ให้คุณลองพิจารณาโครงการดังกล่าวแต่ละโครงการให้ละเอียดยิ่งขึ้น และถามว่า

  • กระแสเงินสดที่เป็นลบและเป็นบวกของโครงการนี้เป็นอย่างไร

  • การลงทุนเริ่มแรกเป็นเงินจำนวนมากจะมีผลกระทบอย่างไร และจำนวนเท่าใดจึงจะถือว่ามากเกินไป

สุดท้าย สิ่งที่คุณต้องการจริงๆ คือตัวเลขผลการดำเนินงานที่คุณสามารถใช้เพื่อเปรียบเทียบตัวเลือกโครงการได้ แต่การจะได้ตัวเลขมานั้น คุณต้องรวมมูลค่าของเงินตามเวลา (Time Value of Money) ไว้ในการวิเคราะห์ของคุณด้วย

คุณพ่อของผมเคยบอกผมว่า "ลูกเอ๋ย การได้เงินมาโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้และถือไว้ให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้นั้นเป็นสิ่งที่ควรทำอย่างยิ่ง" เมื่อผมอายุมากขึ้น ผมจึงได้เข้าใจเหตุผลในเรื่องนี้ คุณสามารถนำเงินจำนวนนี้ไปลงทุนในอัตราดอกเบี้ยทบต้น ซึ่งหมายความว่าเงินของคุณจะทำให้คุณมีเงินเพิ่มขึ้น  แล้วก็เพิ่มขึ้นอีก หรือกล่าวได้ว่า เวลาที่เงินสดออกไปหรือเข้ามามีความสำคัญพอๆ กับจำนวนเงินสดที่ออกไปหรือเข้ามา

การตอบคำถามโดยใช้ NPV และ IRR

มีวิธีทางการเงินสองวิธีที่คุณสามารถใช้เพื่อตอบคำถามดังกล่าวได้ทุกข้อ ได้แก่ มูลค่าปัจจุบันสุทธิ (NPV) และอัตราผลตอบแทนภายใน (IRR) ทั้ง NPV และ IRR ถือเป็นวิธีคิดลดกระแสเงินสด (Discounted Cash Flow) เนื่องจากมีการนำมูลค่าตามเวลาของเงินมาคิดในการประเมินโครงการลงทุนในสินทรัพย์ประเภททุนของคุณด้วย ทั้ง NPV และ IRR จะคำนวณจากชุดข้อมูลของการชำระเงินในอนาคต (กระแสเงินสดที่เป็นลบ) รายได้ (กระแสเงินสดที่เป็นบวก) ผลขาดทุน (กระแสเงินสดที่เป็นลบ) หรือ "ไม่มีกำไร" (กระแสเงินสดเป็นศูนย์)

NPV

NPV จะส่งกลับมูลค่าสุทธิของกระแสเงินสด  ที่แสดงเป็นดอลลาร์ของวันนี้ เนื่องจากเป็นมูลค่าตามเวลาของเงิน การได้รับดอลลาร์ในวันนี้จึงมีมูลค่ามากกว่าการได้รับดอลลาร์ในวันพรุ่งนี้ NPV จะคำนวณมูลค่าปัจจุบันสำหรับชุดข้อมูลของกระแสเงินสดแต่ละชุด แล้วบวกเข้าด้วยกันเพื่อให้ได้มูลค่าปัจจุบันสุทธิ

สูตรของการคำนวณ NPV คือ

สมการ

โดยที่ n คือจำนวนของกระแสเงินสด และ i คืออัตราดอกเบี้ยหรืออัตราส่วนลด

IRR

IRR จะขึ้นอยู่กับ NPV คุณจะถือว่า IRR เป็นกรณีพิเศษของ NPV ก็ได้ โดยที่อัตราผลตอบแทนที่คำนวณคืออัตราดอกเบี้ยซึ่งสอดคล้องกับมูลค่าปัจจุบันสุทธิที่เป็น 0 (ศูนย์)

NPV(IRR(values),values) = 0

เมื่อกระแสเงินสดที่เป็นลบทั้งหมดเกิดขึ้นในลำดับก่อนหน้ากระแสเงินสดที่เป็นบวกทั้งหมด หรือเมื่อลำดับของกระแสเงินสดของโครงการมีกระแสเงินสดที่เป็นลบเพียงรายการเดียว IRR จะส่งกลับค่าที่ไม่ซ้ำกัน โครงการลงทุนในสินทรัพย์ประเภททุนส่วนใหญ่จะเริ่มต้นด้วยกระแสเงินสดที่เป็นลบจำนวนมาก (การลงทุนล่วงหน้า) ตามมาด้วยลำดับของกระแสเงินสดที่เป็นบวก และดังนั้นจึงมี IRR ที่ไม่ซ้ำกัน อย่างไรก็ตาม ในบางครั้งอาจมี IRR ที่ยอมรับได้มากกว่าหนึ่งค่า หรือบางครั้งอาจไม่มีเลย

การเปรียบเทียบโครงการ

NPV จะระบุว่าโครงการมีรายได้มากกว่าหรือน้อยกว่าอัตราผลตอบแทนที่ต้องการ (หรือเรียกว่า อัตราผลตอบแทนขั้นต่ำ (Hurdle Rate)) และช่วยในการค้นหาว่าโครงการจะมีกำไรหรือไม่ IRR เป็นการวิเคราะห์ต่อจาก NPV ในการระบุอัตราผลตอบแทนเฉพาะสำหรับโครงการ ทั้ง NPV และ IRR ช่วยให้คุณทราบตัวเลขที่สามารถนำมาใช้เปรียบเทียบโครงการที่แข่งขันกัน และเลือกตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับธุรกิจของคุณ

เลือกฟังก์ชัน Excel ที่เหมาะสม

คุณสามารถใช้ฟังก์ชันของ Office Excel ใดเพื่อคำนวณ NPV และ IRR มี 5 ฟังก์ชัน: ฟังก์ชัน NPV, ฟังก์ชัน XNPV, ฟังก์ชัน IRR, ฟังก์ชัน XIRR และ ฟังก์ชัน MIRR คุณจะใช้ฟังก์ชันใดก็ขึ้นอยู่กับวิธีทางการเงินที่คุณต้องการ ไม่ว่ากระแสเงินสดจะเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่สม่ำเสมอหรือไม่ และกระแสเงินสดแบบเป็นงวดหรือไม่

หมายเหตุ: กระแสเงินสดจะระบุเป็นค่าลบ ค่าบวก หรือศูนย์ เมื่อคุณใช้ฟังก์ชันเหล่านี้ ขอให้ใส่ใจเป็นพิเศษกับวิธีการจัดการกระแสเงินสดปัจจุบันที่เกิดขึ้นเมื่อเริ่มต้นช่วงเวลาแรก และกระแสเงินสดอื่นๆ ทั้งหมดที่เกิดขึ้นเมื่อสิ้นสุดช่วงเวลาต่างๆ

ไวยากรณ์ของฟังก์ชัน

ใช้เมื่อคุณต้องการ

ข้อคิดเห็น

ฟังก์ชัน NPV (rate, value1, [value2], …)

หามูลค่าปัจจุบันสุทธิโดยใช้กระแสเงินสดที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่สม่ำเสมอ เช่น รายเดือน หรือรายปี

กระแสเงินสดแต่ละรายการ ซึ่งระบุเป็น value เกิดขึ้นเมื่อสิ้นสุดช่วงเวลา

ถ้ามีกระแสเงินสดเพิ่มเติมเกิดขึ้นในระยะเริ่มต้นของช่วงเวลาแรก ควรนำไปบวกกับค่าที่ส่งกลับโดยฟังก์ชัน NPV ให้ดูตัวอย่าง 2 ในหัวข้อวิธีใช้ NPV

ฟังก์ชัน XNPV (rate, values, dates)

หามูลค่าปัจจุบันสุทธิโดยใช้กระแสเงินสดที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ไม่สม่ำเสมอ

กระแสเงินสดแต่ละรายการ ซึ่งระบุเป็น value เกิดขึ้น ณ วันที่ชำระเงินตามกำหนด

ฟังก์ชัน IRR (values, [guess])

หาอัตราผลตอบแทนภายในโดยใช้กระแสเงินสดที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่สม่ำเสมอ เช่น รายเดือน หรือรายปี

กระแสเงินสดแต่ละรายการ ซึ่งระบุเป็น value เกิดขึ้นเมื่อสิ้นสุดช่วงเวลา

IRR จะคำนวณโดยใช้กระบวนการค้นหาซ้ำที่เริ่มต้นด้วยค่าประมาณของ IRR (ระบุเป็น guess) แล้วจึงเปลี่ยนค่าดังกล่าวไปเรื่อยๆ จนกระทั่งได้ค่า IRR ที่ถูกต้อง อาร์กิวเมนต์ guess จะระบุหรือไม่ก็ได้ โดย Excel จะใช้ 10% เป็นค่าเริ่มต้น

ถ้ามีคำตอบที่ยอมรับได้มากกว่าหนึ่งคำตอบ ฟังก์ชัน IRR จะส่งกลับเฉพาะคำตอบแรกที่พบเท่านั้น ถ้า IRR ไม่พบคำตอบใดๆ ฟังก์ชันจะส่งกลับ #NUM! เป็นค่าความผิดพลาด ให้ใช้ค่าอื่นสำหรับ guess ถ้าคุณได้รับข้อผิดพลาด หรือถ้าผลลัพธ์ไม่ตรงกับที่คุณคาดไว้

หมายเหตุ    ค่า guess ที่ต่างกันอาจส่งกลับผลลัพธ์ที่ต่างกัน ถ้ามีอัตราผลตอบแทนภายในที่เป็นไปได้มากกว่าหนึ่งอัตรา

ฟังก์ชัน XIRR (values, dates, [guess])

หาอัตราผลตอบแทนภายในโดยใช้กระแสเงินสดที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ไม่สม่ำเสมอ

กระแสเงินสดแต่ละรายการ ซึ่งระบุเป็น value เกิดขึ้น ณ วันที่ชำระเงินตามกำหนด

XIRR จะคำนวณโดยใช้กระบวนงานการค้นหาซ้ำที่เริ่มต้นด้วยค่าประมาณของ IRR (ระบุเป็น guess) แล้วจึงเปลี่ยนค่าดังกล่าวไปเรื่อยๆ จนกระทั่งได้ค่า XIRR ที่ถูกต้อง อาร์กิวเมนต์ guess จะระบุหรือไม่ก็ได้ โดย Excel จะใช้ 10% เป็นค่าเริ่มต้น

ถ้ามีคำตอบที่ยอมรับได้มากกว่าหนึ่งคำตอบ ฟังก์ชัน XIRR จะส่งกลับเฉพาะคำตอบแรกที่พบเท่านั้น ถ้า XIRR ไม่พบคำตอบใดๆ ฟังก์ชันจะส่งกลับ #NUM! เป็นค่าความผิดพลาด ให้ใช้ค่าอื่นสำหรับ guess ถ้าคุณได้รับข้อผิดพลาด หรือถ้าผลลัพธ์ไม่ตรงกับที่คุณคาดไว้

หมายเหตุ     ค่า guess ที่ต่างกันอาจส่งกลับผลลัพธ์ที่ต่างกัน ถ้ามีอัตราผลตอบแทนภายในที่เป็นไปได้มากกว่าหนึ่งอัตรา

ฟังก์ชัน MIRR (values, finance_rate, reinvest_rate)

หาอัตราผลตอบแทนภายในแบบปรับค่าโดยใช้กระแสเงินสดที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่สม่ำเสมอ เช่น รายเดือน หรือรายปี และพิจารณาทั้งต้นทุนของการลงทุนและดอกเบี้ยที่ได้รับจากการนำเงินสดไปลงทุนต่อ

กระแสเงินสดแต่ละรายการ ซึ่งระบุเป็น value เกิดขึ้นเมื่อสิ้นสุดช่วงเวลา ยกเว้นกระแสเงินสดแรก ซึ่งระบุ value เมื่อเริ่มต้นช่วงเวลา

อัตราดอกเบี้ยที่คุณชำระสำหรับเงินที่ใช้ในกระแสเงินสดจะระบุอยู่ใน finance_rate อัตราดอกเบี้ยที่คุณได้รับจากกระแสเงินสดเมื่อคุณนำไปลงทุนต่อจะระบุอยู่ใน reinvest_rate

ข้อมูลเพิ่มเติม

เมื่อต้องการเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้ NPV และ IRR ให้ดูบทที่ 8 "การประเมินการลงทุนด้วยเกณฑ์มูลค่าปัจจุบันสุทธิ" และบทที่ 9 "อัตราผลตอบแทนภายใน" ใน Microsoft Excel Data Analysis and Business Modeling ที่เขียนโดย Wayne L. Winston เพื่อเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับหนังสือเล่มนี้

ด้านบนของหน้า

ขยายทักษะ Office ของคุณ
สำรวจการฝึกอบรม
รับฟีเจอร์ใหม่ก่อนใคร
เข้าร่วม Office Insider

ข้อมูลนี้เป็นประโยชน์หรือไม่

ขอบคุณสำหรับคำติชมของคุณ!

ขอขอบคุณสำหรับคำติชมของคุณ! เราคิดว่าอาจเป็นประโยชน์ที่จะให้คุณได้ติดต่อกับหนึ่งในตัวแทนฝ่ายสนับสนุน Office ของเรา

×