จัดการฐานข้อมูล Business Contact Manager ของคุณบนเซิร์ฟเวอร์

เครื่องมือฐานข้อมูล Business Contact Manager for Outlook 2013 แบบใหม่นี้จะทำงานเมื่อมีการติดตั้ง Microsoft Outlook 2013 เท่านั้น ถ้าคุณกำลังใช้ Outlook 2010 ให้ใช้เครื่องมือฐานข้อมูล Business Contact Manager for Outlook 2010

ถ้าคุณต้องการโฮสต์ฐานข้อมูล Business Contact Manager บนเซิร์ฟเวอร์ และคุณเป็นผู้ดูแลระบบบนเซิร์ฟเวอร์นั้น คุณสามารถใช้เครื่องมือฐานข้อมูล Business Contact Manager for Outlook 2013 ได้ เซิร์ฟเวอร์นั้นไม่จำเป็นต้องมี Business Contact Manager for Outlook ติดตั้งอยู่ แต่ต้องมี Microsoft SQL Server เวอร์ชันที่สนับสนุนติดตั้งอยู่

เครื่องมือนี้จะเปิดพอร์ตไฟร์วอลล์ที่จำเป็น ให้สิทธิ์แก่ผู้ใช้ในการเข้าถึงฐานข้อมูล และกำหนดค่าอินสแตนซ์ SQL Server เพื่ออนุญาตให้มีการเชื่อมต่อภายนอกได้ เมื่อติดตั้งแล้ว เครื่องมือนี้จะทำให้คุณสามารถจัดการฐานข้อมูลบนเซิร์ฟเวอร์ได้

บทความนี้อธิบายวิธีใช้เครื่องมือฐานข้อมูล Business Contact Manager for Outlook บนเซิร์ฟเวอร์เพื่อสร้าง ย้าย แชร์ สำรอง และคืนค่าฐานข้อมูล Business Contact Manager

คุณต้องการทำสิ่งใด

ติดตั้งเครื่องมือฐานข้อมูล Business Contact Manager for Outlook

เปิดเครื่องมือฐานข้อมูล

สร้างฐานข้อมูลด้วยเครื่องมือฐานข้อมูล

โยกย้ายฐานข้อมูลด้วยเครื่องมือฐานข้อมูล

แชร์ฐานข้อมูลด้วยเครื่องมือฐานข้อมูล

สำรองฐานข้อมูลด้วยเครื่องมือฐานข้อมูล

คืนค่าฐานข้อมูลด้วยเครื่องมือฐานข้อมูล

เอาเครื่องมือฐานข้อมูลออก

ติดตั้งเครื่องมือฐานข้อมูล Business Contact Manager for Outlook

เมื่อต้องการโฮสต์ฐานข้อมูล Business Contact Manager บนเซิร์ฟเวอร์ คุณต้องดาวน์โหลดและติดตั้งเครื่องมือฐานข้อมูล Business Contact Manager for Outlook บนเซิร์ฟเวอร์ของคุณก่อน

หมายเหตุ: 

  1. ดาวน์โหลดเครื่องมือฐานข้อมูล 2010 หรือดาวน์โหลดเครื่องมือฐานข้อมูล 2013 ลงในเซิร์ฟเวอร์ของคุณ

  2. ทำตามขั้นตอนใน ตัวช่วยสร้าง InstallShield เพื่อติดตั้งเครื่องมือฐานข้อมูล

ด้านบนของหน้า

เปิดเครื่องมือฐานข้อมูล

หมายเหตุ: คุณต้องเป็นผู้ดูแลระบบเพื่อใช้เครื่องมือฐานข้อมูล Business Contact Manager for Outlook 2013

Windows XP

  1. คลิก เริ่ม แล้วคลิก โปรแกรมทั้งหมด

  2. ชี้ไปที่ Microsoft Small Business แล้วชี้ที่ เครื่องมือฐานข้อมูล Business Contact Manager for Outlook แล้วคลิก เครื่องมือฐานข้อมูล Business Contact Manager for Outlook

    Windows Vista หรือ Windows 7

  3. คลิก เริ่ม แล้วคลิก โปรแกรมทั้งหมด

  4. คลิกโฟลเดอร์ Microsoft Small Business จากนั้นคลิกโฟลเดอร์ เครื่องมือฐานข้อมูล Business Contact Manager for Outlook แล้วคลิก เครื่องมือฐานข้อมูล Business Contact Manager for Outlook

  5. ถ้าคุณได้รับข้อความ การควบคุมบัญชีผู้ใช้ เมื่อคุณเปิด เครื่องมือฐานข้อมูล ให้คลิก ใช่ หรือ อนุญาต

ด้านบนของหน้า

สร้างฐานข้อมูลด้วยเครื่องมือฐานข้อมูล

ถ้าคุณต้องการสร้างฐานข้อมูลใหม่บนเซิร์ฟเวอร์เพื่อแชร์กับผู้ใช้ของคุณ คุณสามารถใช้เครื่องมือฐานข้อมูล Business Contact Manager for Outlook 2013 เพื่อสร้างฐานข้อมูลได้

  1. เปิดเครื่องมือฐานข้อมูล

  2. คลิกตัวเลือก สร้างฐานข้อมูลใหม่ แล้วคลิก ถัดไป

  3. ในรายการ อินสแตนซ์ของเซิร์ฟเวอร์ฐานข้อมูล ให้เลือกอินสแตนซ์ของ SQL Server ที่คุณต้องการสร้างฐานข้อมูลของคุณ แล้วคลิก ถัดไป

  4. ในกล่อง ชื่อฐานข้อมูล ให้พิมพ์ชื่อสำหรับฐานข้อมูลของคุณ แล้วคลิก ถัดไป

  5. เมื่อข้อความ งานเสร็จสมบูรณ์แล้ว ปรากฏ ให้คลิก ถัดไป

  6. คลิก เสร็จสิ้น ถ้าคุณต้องการกลับไปยังหน้า ยินดีต้อนรับ ของตัวช่วยสร้างเพื่อดำเนินงานอื่นๆ ต่อไปให้เสร็จสมบูรณ์ มิฉะนั้นให้คลิกปุ่ม ปิด

เคล็ดลับ: ถ้าคุณเป็นเจ้าของฐานข้อมูล คุณสามารถใช้ Business Contact Manager for Outlook เพื่อนำเข้าข้อมูลไปยังฐานข้อมูลได้ หลังจากที่คุณได้แชร์ฐานข้อมูลบนเซิร์ฟเวอร์นั้นแล้ว ให้เปิด Business Contact Manager for Outlook บนเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณ ให้เชื่อมต่อกับฐานข้อมูล แล้วนำเข้าข้อมูลของคุณ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม ให้ดูที่ เชื่อมต่อกับฐานข้อมูล Business Contact Manager ที่แชร์ และ นำเข้าข้อมูลของคุณลงใน Business Contact Manager

ด้านบนของหน้า

โยกย้ายฐานข้อมูลด้วยเครื่องมือฐานข้อมูล

ถ้าคุณมีฐานข้อมูล Business Contact Manager ซึ่งถูกสร้างขึ้นด้วยเครื่องมือฐานข้อมูลเวอร์ชันก่อนหน้า คุณสามารถใช้เครื่องมือฐานข้อมูล Business Contact Manager for Outlook 2013 เพื่อโยกย้ายฐานข้อมูลเพื่อให้ฐานข้อมูลนั้นเข้ากันได้กับ Business Contact Manager for Outlook 2013 ตัวอย่างเช่น ถ้าคุณสร้างฐานข้อมูลใน Business Contact Manager for Outlook 2010 คุณสามารถใช้เครื่องมือฐานข้อมูล Business Contact Manager for Outlook 2013 เพื่อโยกย้ายฐานข้อมูลนั้นได้

  1. เปิดเครื่องมือฐานข้อมูล

  2. คลิกตัวเลือก โยกย้ายฐานข้อมูล แล้วคลิก ถัดไป

  3. ในรายการ อินสแตนซ์ของเซิร์ฟเวอร์ฐานข้อมูล ให้เลือกอินสแตนซ์ของ SQL Server ที่คุณต้องการโยกย้ายฐานข้อมูลของคุณ แล้วคลิก ถัดไป

  4. ในรายการ ชื่อฐานข้อมูล ให้คลิกชื่อของฐานข้อมูลที่คุณต้องการโยกย้าย แล้วคลิก ถัดไป

  5. เมื่อข้อความ งานเสร็จสมบูรณ์แล้ว ปรากฏ ให้คลิก ถัดไป

  6. คลิก เสร็จสิ้น ถ้าคุณต้องการกลับไปยังหน้า ยินดีต้อนรับ ของตัวช่วยสร้างเพื่อดำเนินงานอื่นๆ ต่อไปให้เสร็จสมบูรณ์ มิฉะนั้นให้คลิกปุ่ม ปิด

ด้านบนของหน้า

แชร์ฐานข้อมูลด้วยเครื่องมือฐานข้อมูล

ผู้ใช้สามารถเข้าถึงฐานข้อมูลของคุณได้ก็ต่อเมื่อคุณได้แชร์ฐานข้อมูลนั้นกับผู้ใช้ เมื่อต้องการแชร์ฐานข้อมูลของคุณจากเซิร์ฟเวอร์ ให้ใช้เครื่องมือฐานข้อมูล สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการแชร์ฐานข้อมูลของคุณจากคอมพิวเตอร์ ให้ดูที่ แชร์ข้อมูล Business Contact Manager กับผู้ใช้คนอื่น สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเชื่อมต่อกับ ฐานข้อมูลที่แชร์ ให้ดูที่ เชื่อมต่อกับฐานข้อมูล Business Contact Manager ที่แชร์

สิ่งสำคัญ: เมื่อต้องการเชื่อมต่อกับฐานข้อมูลที่แชร์ซึ่งถูกสร้างหรือโยกย้ายโดยใช้เครื่องมือฐานข้อมูล Business Contact Manager for Outlook 2013 เซิร์ฟเวอร์นั้นไม่จำเป็นต้องมี Business Contact Manager for Outlook ติดตั้งอยู่ แต่คอมพิวเตอร์แต่ละเครื่องที่เชื่อมต่อกับฐานข้อมูลที่แชร์นั้นต้องมี Business Contact Manager for Outlook 2013 ติดตั้งอยู่

  1. เปิดเครื่องมือฐานข้อมูล

  2. คลิกตัวเลือก แชร์ฐานข้อมูล แล้วคลิก ถัดไป

  3. ในรายการ อินสแตนซ์ของเซิร์ฟเวอร์ฐานข้อมูล ให้เลือกอินสแตนซ์ของ SQL Server ที่คุณต้องการใช้ในการแชร์ฐานข้อมูลของคุณ แล้วคลิก ถัดไป

  4. ในรายการ ชื่อฐานข้อมูล ให้คลิกชื่อของฐานข้อมูลที่คุณต้องการแชร์ แล้วคลิก ถัดไป

  5. ในคอลัมน์ แชร์ ให้เลือกกล่องกาเครื่องหมายถัดจากผู้ใช้ที่คุณต้องการแชร์ฐานข้อมูลด้วย

  6. ถ้าคุณต้องการเพิ่มผู้ใช้ที่ไม่ได้อยู่ในรายการ ให้คลิก เพิ่มผู้ใช้ใหม่

    ในกล่องโต้ตอบ เพิ่มผู้ใช้ ให้เลือกทำอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้

    • ถ้าเซิร์ฟเวอร์เป็นส่วนหนึ่งของ เวิร์กกรุ๊ป   

      1. ในช่อง รหัสผ่านชั่วคราว ให้พิมพ์รหัสผ่านที่คุณมั่นใจว่าผู้ใช้ดังกล่าวไม่เคยใช้มาก่อน

        รหัสผ่านชั่วคราวนี้สามารถใช้ได้เพียงครั้งเดียว ครั้งแรกที่ผู้ใช้ใหม่เข้าถึงฐานข้อมูล Business Contact Manager ผู้ใช้จะถูกพร้อมท์ให้พิมพ์รหัสผ่านชั่วคราว แล้วพิมพ์รหัสผ่านเครือข่ายหรือรหัสผ่านภายในเครื่องปัจจุบันของตน หลังจากนั้นเป็นต้นไป รหัสผ่านเครือข่ายของผู้ใช้นั้นจะให้สิทธิ์ผู้ใช้นั้นเข้าถึงได้ทั้งเครือข่ายและฐานข้อมูล

        หมายเหตุ: คุณต้องพิมพ์รหัสผ่านชั่วคราวสำหรับผู้ใช้แต่ละคน รหัสผ่านใดๆ ที่นำมาใช้ ไม่ว่าจะเป็นรหัสผ่านชั่วคราวหรือถาวร ต้องเป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยในเครือข่ายภายในของคุณ รหัสผ่านไม่สามารถเว้นว่างได้

      2. ในกล่อง ยืนยันรหัสผ่าน ให้พิมพ์รหัสผ่านชั่วคราวอีกครั้ง

      3. เลือกกล่องกาเครื่องหมาย อนุญาตให้ผู้ใช้รายนี้เข้าสู่ระบบของคอมพิวเตอร์เครื่องนี้ได้ ถ้าคุณต้องการให้ผู้ใช้รายใหม่มีสิทธิ์เข้าสู่ระบบและออกจากระบบคอมพิวเตอร์ของคุณ และเข้าถึงไฟล์อื่นๆ บนคอมพิวเตอร์ของคุณรวมทั้งฐานข้อมูลได้

    • ถ้าเซิร์ฟเวอร์เป็นส่วนหนึ่งของ โดเมน   

      1. พิมพ์ชื่อของโดเมนที่ผู้ใช้เป็นสมาชิก

      2. พิมพ์ ชื่อผู้ใช้ ของผู้ใช้ที่คุณต้องการให้สิทธิ์เข้าถึงคอมพิวเตอร์ของคุณ ชื่อนี้ต้องเป็นชื่อผู้ใช้ (หรือ ID เข้าสู่ระบบ) เดียวกันกับที่ผู้ใช้พิมพ์ในเวลาที่เข้าสู่ระบบเครือข่าย

        หรือ

        คลิก เรียกดู เพื่อค้นหาชื่อผู้ใช้และโดเมน

  7. คลิก ถัดไป

  8. ตรวจสอบรายชื่อผู้ใช้ แล้วคลิก ถัดไป

  9. เมื่อข้อความ งานเสร็จสมบูรณ์แล้ว ปรากฏขึ้น ให้คลิก ถัดไป ถ้าคุณต้องการกลับไปยังหน้า ยินดีต้อนรับ ของตัวช่วยสร้างเพื่อดำเนินงานอื่นๆ ต่อไปให้เสร็จสมบูรณ์ หรือมิฉะนั้นให้คลิกปุ่ม ปิด

    สิ่งสำคัญ: เมื่อคุณแชร์ฐานข้อมูล คุณจะแชร์ข้อมูลทั้งหมดในฐานข้อมูลกับทุกคนที่มีการเข้าถึงฐานข้อมูล ถ้าคุณได้ตั้งค่าให้มีการลิงก์และการติดตามข้อความอีเมลของคุณโดยอัตโนมัติ ผู้ใช้ทั้งหมดที่เข้าถึงฐานข้อมูลนั้นได้สามารถใช้ข้อความอีเมลที่มีอยู่และข้อความในอนาคตทั้งหมดที่เชื่อมโยงกับบัญชีผู้ใช้และที่ติดต่อทางธุรกิจของคุณได้ ถ้าคุณไม่ต้องการแชร์ข้อความอีเมลและรายการบันทึกการติดต่อสื่อสารที่มีอยู่ ให้เอาข้อมูลเหล่านี้ออกก่อนที่คุณจะแชร์ฐานข้อมูลของคุณ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการลบรายการบันทึกการติดต่อสื่อสาร ให้ดูที่ ติดตามการติดต่อสื่อสารของคุณกับลูกค้าใน Business Contact Manager

หมายเหตุ: ถ้าคุณต้องการเอาสิทธิ์ในการเข้าถึงฐานข้อมูลของผู้ใช้ออก ในเครื่องมือฐานข้อมูล ให้คลิก แชร์ฐานข้อมูล แล้วล้างกล่องกาเครื่องหมายถัดจากชื่อผู้ใช้ในหน้า เลือกผู้ใช้ที่คุณต้องการให้สามารถเข้าถึงฐานข้อมูล Business Contact Manager ด้านล่างได้ ของตัวช่วยสร้าง

ด้านบนของหน้า

สำรองฐานข้อมูลด้วยเครื่องมือฐานข้อมูล

คุณควรสำรองฐานข้อมูลของคุณเป็นประจำเพื่อป้องกันไม่ให้ข้อมูลธุรกิจของคุณสูญหาย นอกจากนี้ ก่อนถอนการติดตั้ง Business Contact Manager for Outlook คุณควรสำรองฐานข้อมูลของคุณด้วย คุณสามารถคืนค่าข้อมูลธุรกิจของคุณได้ ถ้าคุณติดตั้ง Business Contact Manager for Outlook ใหม่ในภายหลัง ถ้าฐานข้อมูลของคุณได้รับความเสียหายและคุณได้สำรองฐานข้อมูลนั้นไว้แล้วเมื่อเร็วๆ นี้ คุณสามารถคืนค่าไฟล์สำรองนั้นได้โดยมีข้อมูลสูญหายไปเพียงเล็กน้อย

  1. เปิดเครื่องมือฐานข้อมูล

  2. คลิกตัวเลือก สำรองฐานข้อมูล แล้วคลิก ถัดไป

  3. ในรายการ อินสแตนซ์ของเซิร์ฟเวอร์ฐานข้อมูล ให้เลือกอินสแตนซ์ของ SQL Server สำหรับฐานข้อมูลของคุณ แล้วคลิก ถัดไป

  4. ในรายการ ชื่อฐานข้อมูล ให้คลิกชื่อของฐานข้อมูลที่คุณต้องการสำรอง แล้วคลิก ถัดไป

  5. ในกล่อง สำรองข้อมูลฐานข้อมูลของคุณไปยัง ให้พิมพ์ตำแหน่งที่ตั้งที่คุณต้องการบันทึกข้อมูลสำรองของคุณ หรือคลิก เรียกดู เพื่อค้นหาตำแหน่งที่ตั้งนั้น

    ถ้าคุณต้องการใช้รหัสผ่านเพื่อปกป้องไฟล์สำรอง ให้พิมพ์รหัสผ่านในกล่อง รหัสผ่าน และ ยืนยันรหัสผ่าน

  6. คลิก ถัดไป

  7. เมื่อข้อความ งานเสร็จสมบูรณ์แล้ว ปรากฏ ให้คลิก ถัดไป

  8. คลิก เสร็จสิ้น ถ้าคุณต้องการกลับไปยังหน้า ยินดีต้อนรับ ของตัวช่วยสร้างเพื่อดำเนินงานอื่นๆ ต่อไปให้เสร็จสมบูรณ์ มิฉะนั้นให้คลิกปุ่ม ปิด

ด้านบนของหน้า

คืนค่าฐานข้อมูลด้วยเครื่องมือฐานข้อมูล

ถ้าคุณได้บันทึกไฟล์สำรองของฐานข้อมูลของคุณบนเซิร์ฟเวอร์นั้น คุณสามารถใช้เครื่องมือฐานข้อมูล Business Contact Manager for Outlook 2013 เพื่อกู้คืนฐานข้อมูลของคุณจากไฟล์สำรองนั้นได้

  1. เปิดเครื่องมือฐานข้อมูล

  2. คลิกตัวเลือก คืนค่าฐานข้อมูล แล้วคลิก ถัดไป

  3. ในรายการ อินสแตนซ์ของเซิร์ฟเวอร์ฐานข้อมูล ให้เลือกอินสแตนซ์ของ SQL Server สำหรับฐานข้อมูลของคุณ แล้วคลิก ถัดไป

  4. ในรายการ ชื่อฐานข้อมูล ให้คลิกชื่อของฐานข้อมูลที่คุณต้องการคืนค่า แล้วคลิก ถัดไป

  5. คลิก เรียกดู เพื่อค้นหาไฟล์สำรองที่คุณต้องการคืนค่า คลิกไฟล์นั้น แล้วคลิก เปิด

  6. ถ้าไฟล์สำรองของคุณต้องการให้ระบุรหัสผ่าน ในกล่อง รหัสผ่าน ให้พิมพ์รหัสผ่าน แล้วคลิก ถัดไป

    หมายเหตุ: ถ้าคุณเลือกไฟล์สำรองจาก Business Contact Manager for Outlook เวอร์ชันก่อนหน้า จะมีข้อความว่าไฟล์ต้องถูกโยกย้ายปรากฏขึ้น ให้คลิก ตกลง

  7. เมื่อข้อความ งานเสร็จสมบูรณ์แล้ว ปรากฏ ให้คลิก ถัดไป

  8. คลิก เสร็จสิ้น ถ้าคุณต้องการกลับไปยังหน้า ยินดีต้อนรับ ของตัวช่วยสร้างเพื่อดำเนินงานอื่นๆ ต่อไปให้เสร็จสมบูรณ์ มิฉะนั้นให้คลิกปุ่ม ปิด

ด้านบนของหน้า

เอาเครื่องมือฐานข้อมูลออก

Windows XP

  1. คลิก เริ่ม แล้วคลิก แผงควบคุม

  2. คลิก เพิ่มหรือเอาโปรแกรมออก

  3. ในรายการของโปรแกรม ให้คลิก เครื่องมือฐานข้อมูล Business Contact Manager for Outlook แล้วคลิก เอาออก

  4. เมื่อต้องการยืนยันว่าคุณต้องการเอาเครื่องมือฐานข้อมูลออก ให้คลิก ใช่

    Windows Vista

  5. คลิก เริ่ม แล้วคลิก แผงควบคุม

  6. คลิก หน้าแรกแผงควบคุม ในบานหน้าต่างนำทาง

  7. ภายใต้ โปรแกรม ให้คลิก ถอนการติดตั้งโปรแกรม

  8. ในรายการโปรแกรม ให้คลิก เครื่องมือฐานข้อมูล Business Contact Manager for Outlook แล้วคลิก ถอนการติดตั้ง

    Windows 7

  9. คลิก เริ่ม แล้วคลิก แผงควบคุม

  10. ภายใต้ โปรแกรม ให้คลิก ถอนการติดตั้งโปรแกรม

  11. ในรายการโปรแกรม ให้คลิก เครื่องมือฐานข้อมูล Business Contact Manager for Outlook แล้วคลิก ถอนการติดตั้ง

ด้านบนของหน้า

ขยายทักษะของคุณ
สำรวจการฝึกอบรม
รับฟีเจอร์ใหม่ก่อนใคร
เข้าร่วม Office Insider

ข้อมูลนี้เป็นประโยชน์หรือไม่

ขอบคุณสำหรับคำติชมของคุณ!

ขอขอบคุณสำหรับคำติชมของคุณ! เราคิดว่าอาจเป็นประโยชน์ที่จะให้คุณได้ติดต่อกับหนึ่งในตัวแทนฝ่ายสนับสนุน Office ของเรา

×