ความสัมพันธ์ระหว่างตารางในแบบจำลองข้อมูล

หมายเหตุ:  เราต้องการมอบเนื้อหาวิธีใช้ปัจจุบันในภาษาของคุณให้กับคุณโดยเร็วที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ หน้านี้ได้รับการแปลด้วยระบบอัตโนมัติ และอาจมีข้อผิดพลาดทางไวยากรณ์หรือความไม่ถูกต้อง จุดประสงค์ของเราคือเพื่อให้เนื้อหานี้มีประโยชน์กับคุณ คุณแจ้งให้เราทราบว่าข้อมูลดังกล่าวมีประโยชน์ต่อคุณที่ด้านล่างของหน้านี้ได้หรือไม่ นี่คือ บทความภาษาอังกฤษ เพื่อให้ง่ายต่อการอ้างอิง

เบราว์เซอร์ของคุณไม่สนับสนุนวิดีโอ ติดตั้ง Microsoft Silverlight, Adobe Flash Player หรือ Internet Explorer 9
วิดีโอ: ความสัมพันธ์ใน Power View และ PowerPivot

วิดีโอ: ความสัมพันธ์ใน Power View และ PowerPivot

วิดีโอ: ความสัมพันธ์ใน Power View และ PowerPivot

วิดีโอ: ความสัมพันธ์ใน Power View และ Power Pivot

เพิ่ม power เพิ่มเติมเพื่อวิเคราะห์ข้อมูลของคุณ ด้วยการสร้างความสัมพันธ์ amogn ตารางอื่น การเชื่อมต่อระหว่างตารางสองตารางที่ประกอบด้วยข้อมูลที่มีความสัมพันธ์: หนึ่งคอลัมน์ในแต่ละตารางเป็นพื้นฐานสำหรับความสัมพันธ์ เมื่อต้องการดูความสัมพันธ์จะเป็นประโยชน์มากมายทำไม สมมติว่า คุณต้องติดตามข้อมูลสำหรับการสั่งซื้อของลูกค้าในธุรกิจของคุณ คุณอาจต้องติดตามข้อมูลทั้งหมดในตารางเดียวมีโครงสร้างดังนี้:

รหัสลูกค้า

ชื่อ

อีเมล

อัตราส่วนลด

รหัสใบสั่งซื้อ

วันที่สั่งซื้อ

ผลิตภัณฑ์

จำนวน

1

Ashton

chris.ashton@contoso.com

.05

256

2010-01-07

กล้องดิจิทัลขนาดเล็ก

11

1

Ashton

chris.ashton@contoso.com

.05

255

2010-01-03

กล้อง SLR

15

2

Jaworski

michal.jaworski@contoso.com

.10

254

2010-01-03

กล้องถ่ายภาพยนตร์รุ่นประหยัด

27

แนวทางนี้สามารถทำได้ แต่จะมีการจัดเก็บข้อมูลซ้ำซ้อนจำนวนมาก เช่น ที่อยู่ ที่อยู่อีเมล สำหรับทุกๆ ใบสั่งซื้อ แม้ว่าที่เก็บข้อมูลจะมีราคาถูก แต่ถ้ามีการเปลี่ยนแปลงที่อยู่อีเมลของลูกค้ารายใดคุณจะต้องตรวจให้แน่ใจว่าคุณได้อัปเดตข้อมูลทุกแถวสำหรับลูกค้ารายนั้น วิธีแก้ไขปัญหานี้วิธีหนึ่งก็คือการแยกข้อมูลลงในหลายตารางและระบุความสัมพันธ์ระหว่างตารางเหล่านั้น นี่เป็นแนวทางที่ใช้ใน ฐานข้อมูลเชิงสัมพันธ์ เช่น SQL Server ตัวอย่างเช่น ฐานข้อมูลที่คุณนำเข้าอาจแสดงถึงข้อมูลใบสั่งซื้อโดยใช้สาม ตารางที่สัมพันธ์กัน:

ลูกค้า

[รหัสลูกค้า]

ชื่อ

อีเมล

1

Ashton

chris.ashton@contoso.com

2

Jaworski

michal.jaworski@contoso.com

ส่วนลดลูกค้า

[รหัสลูกค้า]

อัตราส่วนลด

1

.05

2

.10

ใบสั่งซื้อ

[รหัสลูกค้า]

รหัสใบสั่งซื้อ

วันที่สั่งซื้อ

ผลิตภัณฑ์

จำนวน

1

256

2010-01-07

กล้องดิจิทัลขนาดเล็ก

11

1

255

2010-01-03

กล้อง SLR

15

2

254

2010-01-03

กล้องถ่ายภาพยนตร์รุ่นประหยัด

27

ความสัมพันธ์ที่มีอยู่ภายในแบบจำลองข้อมูล — หนึ่งที่คุณสร้างอย่างชัดเจน หรือที่โดยอัตโนมัติ Excel สร้างในนามของคุณเมื่อคุณนำเข้าหลายตารางพร้อมกัน นอกจากนี้คุณสามารถใช้Power Pivot add-in ของการสร้าง หรือจัดการตัวแบบ ดูการสร้างตัวแบบข้อมูลใน Excelสำหรับรายละเอียด

ถ้าคุณใช้ Add-in ของ Power Pivot เพื่อนำเข้าตารางจากฐานข้อมูลเดียวกัน Power Pivot จะสามารถตรวจหาความสัมพันธ์ระหว่างตารางโดยยึดตามคอลัมน์ที่อยู่ใน [วงเล็บเหลี่ยม] และสามารถสร้างความสัมพันธ์ขึ้นใหม่ในตัวแบบข้อมูลที่ได้สร้างขึ้นอยู่เบื้องหลัง สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม ให้ดูที่ การตรวจหาอัตโนมัติและการอนุมานของความสัมพันธ์ ในบทความนี้ ถ้าคุณนำเข้าตารางจากแหล่งข้อมูลหลายแห่ง คุณสามารถสร้างความสัมพันธ์ได้ด้วยตนเองตามที่อธิบายไว้ใน สร้างความสัมพันธ์ระหว่างสองตาราง

ความสัมพันธ์จะยึดตามคอลัมน์ในแต่ละตารางที่ประกอบด้วยข้อมูลเดียวกัน ตัวอย่างเช่น คุณไม่สามารถเชื่อมโยงตารางลูกค้าที่ มีตารางใบสั่งซื้อถ้าแต่ละประกอบด้วยคอลัมน์ที่เก็บในรหัสลูกค้า ในตัวอย่าง ชื่อคอลัมน์เท่ากัน แต่ไม่ใช่ข้อกำหนด หนึ่งอาจมีรหัสลูกค้าและ CustomerNumber อื่น ตราบใดที่ทั้งหมดของแถวในตารางใบสั่งซื้อประกอบด้วย ID เท่าที่จะเก็บไว้ในตารางลูกค้า

ในฐานข้อมูลเชิงสัมพันธ์ มีอยู่หลายชนิดของแป้นพิมพ์ แป้นเป็นคอลัมน์ที่ มีคุณสมบัติพิเศษโดยทั่วไป ทำความเข้าใจเกี่ยวกับวัตถุประสงค์ของแต่ละคีย์สามารถช่วยคุณจัดการตัวแบบข้อมูลแบบหลายตารางที่มีข้อมูลในรายงาน PivotTable, PivotChart หรือ Power View

แม้ว่าที่มีอยู่หลายชนิดของคีย์ ได้แก่สำคัญที่สุดสำหรับวัตถุประสงค์ของเรานี่:

  • คีย์หลัก:จะระบุแถวในตาราง เช่นรหัสลูกค้าในตารางลูกค้า

  • คีย์รอง (หรือแป้น candidate):คอลัมน์อื่นนอกเหนือจากคีย์หลักที่ไม่ซ้ำกัน ตัวอย่างเช่น ตาราง Employees อาจเก็บรหัสพนักงานและหมายเลขประกันสังคม ทั้งสองอย่างที่ไม่ซ้ำกัน

  • Foreign key:คอลัมน์ที่อ้างอิงไปยังคอลัมน์ที่ไม่ซ้ำกันในตารางอื่น เช่นรหัสลูกค้าในตารางใบสั่งซื้อซึ่งอ้างอิงถึงรหัสลูกค้าในตารางลูกค้า

ในตัวแบบข้อมูล คีย์หลักหรือคีย์รองจะเรียกว่าคอลัมน์ที่เกี่ยวข้อง ถ้าตารางมีคีย์หลัก และสำรองทั้ง คุณสามารถใช้ใดตัวหนึ่งเป็นพื้นฐานของความสัมพันธ์ของตาราง Foreign key จะเรียกว่าคอลัมน์ต้นฉบับหรือคอลัมน์เพียงอย่างเดียว ในตัวอย่างของเรา จะมีกำหนดความสัมพันธ์ระหว่างรหัสลูกค้าในตารางใบสั่งซื้อ(คอลัมน์) และรหัสลูกค้าในตารางลูกค้า(คอลัมน์การค้นหา) ถ้าคุณนำเข้าข้อมูลจากฐานข้อมูลเชิงสัมพันธ์ ตามค่าเริ่มต้น Excel เลือก foreign key จากตารางหนึ่งและคีย์หลักสอดคล้องกันจากอีกตารางหนึ่ง คุณสามารถใช้คอลัมน์ใด ๆ ที่มีค่าที่ไม่ซ้ำกันสำหรับคอลัมน์การค้นหาอย่างไรก็ตาม

ความสัมพันธ์ระหว่างลูกค้าและใบสั่งมีความสัมพันธ์แบบหนึ่ง-ต่อกลุ่ม ลูกค้าทุกสามารถมีหลายใบสั่งซื้อ แต่ใบสั่งไม่สามารถมีลูกค้าหลายรายได้ ความสัมพันธ์ของตารางที่สำคัญอีกหนึ่งได้ ในตัวอย่างของเรานี่CustomerDiscountsตาราง ซึ่งระบุอัตราส่วนลดเดียวสำหรับลูกค้าแต่ละ มีความสัมพันธ์แบบหนึ่งกับตารางลูกค้า

ตารางนี้แสดงความสัมพันธ์ระหว่างตารางทั้งสาม(ลูกค้า CustomerDiscountsและใบสั่งซื้อ):

ความสัมพันธ์

ชนิด

คอลัมน์การค้นหา

คอลัมน์

Customers-CustomerDiscounts

หนึ่งต่อหนึ่ง

Customers.CustomerID

CustomerDiscounts.CustomerID

Customers-Orders

หนึ่งถึงจำนวนมาก

Customers.CustomerID

Orders.CustomerID

หมายเหตุ:  ความสัมพันธ์แบบกลุ่ม-ต่อ-กลุ่มไม่ได้รับการสนับสนุนในตัวแบบข้อมูล ตัวอย่างของความสัมพันธ์แบบกลุ่ม-ต่อ-กลุ่ม ได้แก่ ความสัมพันธ์โดยตรงระหว่าง ผลิตภัณฑ์ และ ลูกค้า โดยลูกค้าหนึ่งรายสามารถซื้อได้หลายผลิตภัณฑ์ และแต่ละผลิตภัณฑ์สามารถขายให้กับลูกค้าหลายรายได้

หลังจากที่มีการสร้างความสัมพันธ์ใด ๆ Excel ต้องโดยทั่วไปจะคำนวณสูตรใด ๆ ที่ใช้คอลัมน์จากตารางในความสัมพันธ์ที่สร้างขึ้นใหม่ การประมวลผลสามารถใช้เวลาสักครู่ โดยขึ้นอยู่กับจำนวนของข้อมูลและความซับซ้อนของความสัมพันธ์ สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติม ดูคำนวณสูตร

ในตัวแบบข้อมูลได้หลายความสัมพันธ์ระหว่างตารางสองตาราง เมื่อต้องการสร้างการคำนวณที่ผิดเพี้ยนบ้าง Excel ต้องเส้นเดียวจากตารางหนึ่งไปยังอีก ดังนั้น เฉพาะหนึ่งความสัมพันธ์ระหว่างแต่ละคู่ของตารางที่ทำงานอยู่ในเวลาเดียว แม้ว่าผู้อื่นจะไม่ทำงาน คุณสามารถระบุความสัมพันธ์ที่ไม่ได้ใช้งานในสูตรและแบบสอบถาม

ในมุมมองไดอะแกรม เส้นทึบเป็นของความสัมพันธ์ที่ใช้งานอยู่ และติดต่อไม่ได้ใช้งานเป็นเส้นประ ตัวอย่างเช่น ใน AdventureWorksDW2012 ตารางDimDateประกอบด้วยคอลัมน์DateKeyที่เกี่ยวข้องกับสามคอลัมน์ในตารางFactInternetSales: OrderDate, DueDateและการShipDate ถ้าความสัมพันธ์ที่ใช้งานอยู่ระหว่าง DateKey และ OrderDate ที่เป็นค่าเริ่มต้นความสัมพันธ์ในสูตรเว้นแต่ว่าคุณระบุมิฉะนั้น

คุณสามารถสร้างความสัมพันธ์ได้เมื่อเป็นไปตามข้อกำหนดต่อไปนี้:

เกณฑ์

คำอธิบาย

ตัวระบุเฉพาะสำหรับแต่ละตาราง

ตารางแต่ละตารางจะต้องมีคอลัมน์เดี่ยวที่สามารถระบุแถวแต่ละแถวในตารางโดยไม่ซ้ำกัน คอลัมน์นี้มักจะเรียกว่าคีย์หลัก

คอลัมน์การค้นหาเฉพาะ

ค่าข้อมูลในคอลัมน์การค้นหาจะต้องไม่ซ้ำกัน อีกนัยหนึ่ง คือคอลัมน์ไม่สามารถมีค่าซ้ำกันได้ ในตัวแบบข้อมูล ค่า Null และสตริงว่างเทียบเท่ากับค่าว่างที่เป็นค่าของข้อมูลที่ไม่ซ้ำกัน ซึ่งหมายความว่าคุณไม่สามารถมีค่า Null หลายค่าในคอลัมน์ค้นหาได้

ชนิดข้อมูลที่เข้ากันได้

ชนิดข้อมูลในคอลัมน์ต้นฉบับและคอลัมน์การค้นหาต้องเข้ากันได้ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับชนิดข้อมูล ดูที่ชนิดข้อมูลที่ได้รับการสนับสนุนในแบบจำลองข้อมูล

ในตัวแบบข้อมูล คุณไม่สามารถสร้างความสัมพันธ์ของตารางได้ถ้าคีย์เป็นคีย์ผสม คุณยังถูกจำกัดให้การสร้างความสัมพันธ์เป็นแบบหนึ่ง-ต่อ-หนึ่งและแบบหนึ่ง-ต่อ-กลุ่ม ชนิดความสัมพันธ์อื่นๆ จะไม่ได้รับการสนับสนุน

คีย์ผสมและคอลัมน์การค้นหา

คีย์ผสมประกอบด้วยคอลัมน์มากกว่าหนึ่ง ตัวแบบข้อมูลไม่สามารถใช้คีย์ผสม: ตารางเสมอต้องมีเพียงหนึ่งคอลัมน์ที่จะระบุแต่ละแถวในตารางได้ ถ้าคุณนำเข้าตารางที่มีความสัมพันธ์ที่มีอยู่โดยยึดตามคีย์ผสม ช่วยสร้างการนำเข้าตารางใน Power Pivot จะละเว้นความสัมพันธ์นั้นเนื่องจากไม่สามารถสร้างขึ้นในตัวแบบ

เมื่อต้องการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างตารางสองตารางที่มีหลายคอลัมน์ที่กำหนดคีย์หลัก และ foreign key รวมค่าที่จะสร้างคอลัมน์หลักเดียวก่อนที่จะสร้างความสัมพันธ์ คุณสามารถทำสิ่งนี้ก่อนที่คุณนำเข้าข้อมูล หรือ ด้วยการสร้างคอลัมน์จากการคำนวณในตัวแบบข้อมูลโดยใช้ Power Pivot add-in

ความสัมพันธ์แบบกลุ่มต่อกลุ่ม

ในตัวแบบข้อมูลไม่สามารถมีความสัมพันธ์แบบกลุ่มต่อกลุ่ม คุณเพียงแต่ไม่สามารถเพิ่มตารางที่เชื่อมต่อในตัวแบบ คุณสามารถใช้ฟังก์ชัน DAX ความสัมพันธ์แบบกลุ่มต่อกลุ่มแบบอย่างไรก็ตาม

รวมด้วยตนเอง และวนรอบ

การรวมกับตัวเองไม่สามารถทำได้ในตัวแบบข้อมูล การรวมกับตัวเองเป็นความสัมพันธ์แบบเรียกใช้ซ้ำของตารางนั้นๆ เอง การรวมกับตัวเองมักถูกใช้เพื่อกำหนดลำดับชั้นแม่-ลูก ตัวอย่างเช่น คุณสามารถรวม ตารางพนักงานเข้ากับตัวตารางเองเพื่อสร้างลำดับชั้นที่แสดงสายการจัดการในบริษัท

Excel จะไม่อนุญาตให้มีการสร้างการวนรอบระหว่างความสัมพันธ์ใน เวิร์กบุ๊ก ในอีกนัยหนึ่ง ห้ามใช้ชุดของความสัมพันธ์ต่อไปนี้

ตาราง 1, คอลัมน์ a ถึง ตาราง 2, คอลัมน์ f    

ตาราง 2, คอลัมน์ f ถึง ตาราง 3, คอลัมน์ n    

ตาราง 3, คอลัมน์ n ถึง ตาราง 1, คอลัมน์ a    

ถ้าคุณพยายามสร้างความสัมพันธ์ที่ทำให้มีการสร้างการวนรอบ อาจทำให้เกิดข้อผิดพลาดได้

หนึ่งในข้อดีของการนำเข้าข้อมูลโดยใช้ Add-in ของ Power Pivot ก็คือ ในบางครั้ง Power Pivot สามารถตรวจหาความสัมพันธ์และสร้างความสัมพันธ์ใหม่ในตัวแบบข้อมูลที่สร้างใน Excel ได้

เมื่อคุณนำเข้าหลายตาราง Power Pivot จะตรวจหาความสัมพันธ์ที่มีอยู่ระหว่างตารางโดยอัตโนมัติ และเมื่อคุณสร้าง PivotTable นั้น Power Pivot จะวิเคราะห์ข้อมูลในตาราง โดยโปรแกรมจะตรวจหาความสัมพันธ์ที่เป็นไปได้ซึ่งยังไม่ระบุ และแนะนำคอลัมน์ที่เหมาะสมเพื่อรวมไว้ในความสัมพันธ์เหล่านั้น

อัลกอริทึมการตรวจหาจะใช้ข้อมูลเชิงสถิติเกี่ยวกับค่าและ Metadata ของคอลัมน์เพื่อทำการอนุมานเกี่ยวกับความน่าจะเป็นของความสัมพันธ์

  • ชนิดข้อมูลในคอลัมน์ที่สัมพันธ์กันทั้งหมดควรเข้ากันได้ สำหรับการตรวจหาโดยอัตโนมัติ เฉพาะชนิดข้อมูลจำนวนเต็มและข้อความเท่านั้นที่จะได้รับการสนับสนุน สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับชนิดข้อมูล ให้ดูที่ ชนิดข้อมูลในตัวแบบข้อมูล

  • ในการที่ความสัมพันธ์จะถูกตรวจพบได้ จำนวนคีย์ที่ไม่ซ้ำกันในคอลัมน์การค้นหาจะต้องมากกว่าค่าในตารางในด้านกลุ่ม หรืออีกนัยหนึ่ง คอลัมน์หลักบนความสัมพันธ์ด้านกลุ่มต้องไม่มีค่าใดๆ ที่ไม่ได้อยู่ในคอลัมน์หลักของตารางการค้นหา ตัวอย่างเช่น สมมติว่าคุณมีตารางที่แสดงรายการผลิตภัณฑ์พร้อมกับรหัส (ตารางการค้นหา) และตารางการขายที่แสดงรายการยอดขายสำหรับแต่ละผลิตภัณฑ์ (ด้านกลุ่มของความสัมพันธ์) ถ้าระเบียนการขายมีรหัสของผลิตภัณฑ์ที่ไม่สอดคล้องกับรหัสในตาราง ผลิตภัณฑ์ ความสัมพันธ์นั้นจะไม่สามารถสร้างขึ้นได้โดยอัตโนมัติ แต่คุณอาจสร้างความสัมพันธ์นั้นได้ด้วยตนเอง เมื่อต้องการให้ Excel ตรวจหาความสัมพันธ์นั้น ก่อนอื่นคุณต้องอัปเดตตารางการค้นหาด้วยรหัสของผลิตภัณฑ์ที่ขาดหายไป

  • ตรวจสอบให้แน่ใจว่า ชื่อของคอลัมน์หลักทางด้านจำนวนมากจะคล้ายกับชื่อของคอลัมน์หลักในตารางการค้นหา ชื่อไม่จำเป็นจะเหมือนกับ ตัวอย่างเช่น ในการตั้งค่าธุรกิจ คุณมักจะมีชุดรูปแบบชื่อของคอลัมน์ที่ประกอบด้วยข้อมูลเดียวกันอย่างยิ่ง: Emp ID, EmployeeID, ID ของพนักงาน EMP_IDและอื่น ๆ อัลกอริทึมการตรวจพบชื่อคล้ายกัน และกำหนดความน่าเป็นที่สูงกว่าให้คอลัมน์เหล่านั้นที่มีชื่อคล้ายกัน หรือตรงกันพอดี ดังนั้น เพื่อเพิ่มความน่าเป็นการสร้างความสัมพันธ์ คุณสามารถลองทำการเปลี่ยนชื่อคอลัมน์ในข้อมูลที่คุณนำเข้าไปยังสิ่งที่คล้ายกับคอลัมน์ในตารางของคุณที่มีอยู่ ถ้า Excel ค้นหาความสัมพันธ์ที่เป็นไปได้หลาย แล้วจะไม่สร้างความสัมพันธ์

ข้อมูลนี้อาจช่วยให้คุณเข้าใจถึงสาเหตุที่ตรวจไม่พบความสัมพันธ์ทั้งหมด หรืออาจช่วยให้คุณเข้าใจวิธีที่การเปลี่ยนแปลงใน Metadata เช่น ชื่อเขตข้อมูลและชนิดข้อมูล สามารถปรับปรุงผลลัพธ์ของการตรวจพบความสัมพันธ์โดยอัตโนมัติ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม ให้ดูที่ การแก้ปัญหาความสัมพันธ์

ตรวจหาอัตโนมัติสำหรับชุดที่มีชื่อ

ความสัมพันธ์ระหว่างชุดที่มีชื่อและเขตข้อมูลที่เกี่ยวข้องใน PivotTable จะไม่ถูกตรวจพบโดยอัตโนมัติ คุณสามารถสร้างความสัมพันธ์เหล่านี้ด้วยตนเอง ถ้าคุณต้องการใช้การตรวจหาความสัมพันธ์โดยอัตโนมัติ ให้เอาชุดที่มีชื่อออกและเพิ่มแต่ละเขตข้อมูลจากชุดที่มีชื่อนั้นไปที่ PivotTable โดยตรง

การอนุมานของความสัมพันธ์

ในบางกรณี ความสัมพันธ์ระหว่างตารางจะเชื่อมโยงกันโดยอัตโนมัติ ตัวอย่างเช่น ถ้าคุณสร้างความสัมพันธ์ระหว่างตารางสองชุดแรกด้านล่าง จะมีการอนุมานว่ามีความสัมพันธ์อยู่ระหว่างอีกสองตารางที่เหลือและความสัมพันธ์จะถูกสร้างโดยอัตโนมัติ

ผลิตภัณฑ์ และ ประเภท -- สร้างด้วยตนเอง

ประเภท และ ประเภทย่อย -- สร้างด้วยตนเอง

ผลิตภัณฑ์ และ ประเภทย่อย -- ความสัมพันธ์ถูกอ้างถึง

เมื่อต้องการทำให้ความสัมพันธ์มีการเชื่อมโยงโดยอัตโนมัติ ความสัมพันธ์เหล่านั้นจะต้องไปในทิศทางเดียวเท่านั้น ดังที่แสดงด้านบน ตัวอย่างเช่น ถ้าความสัมพันธ์เริ่มต้นอยู่ระหว่างการขายกับผลิตภัณฑ์ และการขายกับลูกค้า จะไม่มีการอนุมานความสัมพันธ์ ทั้งนี้เพราะความสัมพันธ์ระหว่าง ผลิตภัณฑ์กับลูกค้า เป็นความสัมพันธ์แบบกลุ่ม-ต่อ-กลุ่ม

ขยายทักษะ Office ของคุณ
สำรวจการฝึกอบรม
รับฟีเจอร์ใหม่ก่อนใคร
เข้าร่วม Office Insider

ข้อมูลนี้เป็นประโยชน์หรือไม่

ขอบคุณสำหรับคำติชมของคุณ!

ขอขอบคุณสำหรับคำติชมของคุณ! เราคิดว่าอาจเป็นประโยชน์ที่จะให้คุณได้ติดต่อกับหนึ่งในตัวแทนฝ่ายสนับสนุน Office ของเรา

×