ขั้นตอนที่ 3 - เรียนรู้การเขียนโปรแกรมขั้นพื้นฐาน

สิ่งสำคัญ:  บทความนี้เป็นการแปลด้วยเครื่อง โปรดดู ข้อจำกัดความรับผิดชอบ โปรดดูบทความฉบับภาษาอังกฤษ ที่นี่ เพื่อใช้อ้างอิง

คุณได้เรียนรู้ วิธีการบันทึกแมโคร และ ดูที่ใต้ปกเพื่อดูวิธีการสร้างกระบวนงาน VBA แล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการเรียนรู้การเขียนโปรแกรมขั้นพื้นฐานเพิ่มเติมอีกเล็กน้อยเพื่อปูพื้นฐานการเขียนโปรแกรม VBA ให้แน่น

แนวคิดพื้นฐานของ VBA: วัตถุ วิธีการ และคุณสมบัติ

สิ่งแรกที่ต้องทราบคือ โค้ด VBA ถูกรวบรวมขึ้นในลักษณะที่เลียนแบบวิธีการที่คุณใช้อธิบายสิ่งต่างๆ ที่อยู่รอบตัว ซึ่งสร้างขึ้นโดยทำตามแนวคิดสี่อย่างต่อไปนี้:

แนวคิด

คำอธิบาย

ตัวอย่าง

วัตถุ

"สิ่ง"

เวิร์กชีต

วิธีการ

การกระทำ หรือสิ่งที่ "สิ่ง" สามารถทำได้

เพิ่ม "สิ่ง"

คุณสมบัติ

คำอธิบาย หรือลักษณะของ "สิ่ง"

ชื่อ

คอลเลกชัน

กลุ่ม "สิ่ง"

เวิร์กชีต

แนวคิดสี่อย่างนี้คือสิ่งที่โปรแกรมเมอร์เรียกรวมกันว่าโมเดลการเขียนโปรแกรมเชิงวัตถุ ซึ่งเป็นวิธีการทำงานโดยอธิบาย "สิ่ง" หรือ"วัตถุ/คอลเลกชัน" ที่คุณต้องการกระทำด้วย ลักษณะที่เฉพาะเจาะจงหรือ "คุณสมบัติ" เพื่ออธิบายสิ่งที่คุณต้องการกระทำด้วย และวิธีหรือ "วิธีการ" ที่คุณต้องการใช้เพื่อดำเนินการกระทำของคุณ

ลองมาดูโค้ดของเราจาก ขั้นตอนที่ 2:

Sub DeleteRow()
'
' DeleteRow Macro
'
'
Selection.Rows.Delete
 
End Sub

ในบรรทัด Selection.Rows.Delete จะเห็นว่า Selectionคือวัตถุ หรือ "สิ่ง" ที่คุณกำลังอ้างถึงในโค้ดของคุณ คณอธิบายรายละเอียดของ “สิ่ง” นั้นเพิ่มเติมโดยการบอกว่าคุณต้องการทำการกระทำกับคุณสมบัติ Rows จากนั้น คุณนำวิธีการลบแถวไปใช้กับแถวที่มีไวยากรณ์ Delete

ในตอนแรกแนวคิดเหล่านี้อาจดูสับสนเล็กน้อย แต่ลองคุยหาสิ่งที่คุณกำลังพยายามทำให้สำเร็จ และระบุว่าอะไรคือ "สิ่ง" ที่คุณจะพยายามทำงานด้วย อะไรคือ ลักษณะ ของ "สิ่ง" นั้น และอะไรคือ การกระทำ ที่คุณต้องการดำเนินการกับ "สิ่ง" นั้น เพียงแค่ฝึกซ้อมและใช้ความพยายามสักหน่อย คุณก็สามารถสร้างแมโคร VBA อันทรงพลังบางอย่างได้แล้ว

เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับวัตถุ เมธอด และคุณสมบัติ

เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับคอลเลกชัน

คำสั่งโฟลว์ควบคุมพื้ยฐาน

ต่อไปนี้คือแนวคิดเพิ่มเติมอีกสองอย่างที่คุณจะต้องเรียนรู้เพื่อให้สามารถสร้างแมโคร VBA ที่เป็นประโยชน์ได้

If this, then that: คำสั่ง If… Then เป็นเครื่องมือเขียนโปรแกรมซึ่งทำให้คุณสามารถควบคุมประเภทการกระทำที่ต้องการดำเนินการได้ โดยอิงจากเกณฑ์บางประเภท ตัวอย่าง สมมติว่า คุณต้องการให้ข้อความหัวเรื่อง 1 ทั้งหมดมีรูปแบบ Helvetica ตัวหนา 16 พอยต์ และข้อความหัวเรื่อง 2 ทั้งหมดมีรูปแบบ Helvetica ตัวเอียง 12 พอยต์ คำสั่ง If… Then เป็นเครื่องมือที่จะทำให้คุณสามารถตรวจสอบได้ว่าข้อความเป็นสไตล์หัวเรื่อง 1 หรือหัวเรื่อง 2 แล้วปรับใช้รูปแบบที่เหมาะสม

เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับ If นี้ แล้วที่แนวคิด

 For Each Loop: คำสั่งนี้จะเป็นประโยชน์เมื่อคุณต้องการดำเนินการผ่านคอลเลกชัน หรือชุดของ "สิ่ง" และดำเนินการกระทำ และยังสามารถนำแนวคิด If This, Then That ไปใช้กับการกระทำ เพื่อคุณสามารถควบคุมได้อย่างละเอียดยิ่งขึ้นอีกด้วย ตัวอย่างเช่น สมมติว่าคุณมีตารางและต้องการมองหาคำหนึ่งในแต่ละแถว และเมื่อใดที่คุณพบคำนั้นเป็นสีเหลือง คุณต้องการทำให้เซลล์นั้นเป็นสีเหลือง และเมื่อใดที่พบคำนั้นเป็นสีแดง คุณจะทำให้เซลล์ตารางนั้นเป็นสีแดง คุณจะใช้คำสั่ง For Each loop และ If… Then ร่วมกันเพื่อสร้างกระบวนงานนี้

ข้อมูลเชิงลึกเพิ่มเติมเกี่ยวกับ VBA 

เมื่อคุณได้เรียนรู้พื้นฐานแล้ว ต่อไปนี้จะเป็นลิงก์บางส่วนสำหรับข้อมูลเชิงลึกเพิ่มเติมเกี่ยวกับ VBA สำหรับแอป Office แต่ละแอป

VBA ใน Office for Mac ไม่สนับสนุนอะไรบ้าง

ต่อไปนี้คือบางสิ่งที่ VBA ใน Office for Mac ไม่สนับสนุน:

  • Active-X ไม่ได้รับการสนุนสนุนบน Mac

  • Outlook for Mac ไม่สนับสนุน VBA

 ขั้นตอนที่ 1 - เริ่มต้นด้วยตัวบันทึกแมโคร

ขั้นตอนที่ 2 - อ่านและทำความเข้าใจเกี่ยวกับรหัส

ขั้นตอนที่ 3 - เรียนรู้การเขียนโปรแกรมขั้นพื้นฐาน

ขั้นตอนที่ 4 - แชร์แมโครของคุณกับผู้อื่น

ขั้นตอนที่ 5 - ตัวอย่างชีวิตจริง

หมายเหตุ: ข้อจำกัดความรับผิดชอบของการแปลด้วยเครื่อง: บทความนี้มีการแปลด้วยระบบคอมพิวเตอร์โดยไม่มีการดำเนินการโดยบุคคล Microsoft จัดให้มีการแปลด้วยเครื่องนี้เพื่อช่วยให้ผู้ใช้ที่ไม่ได้พูดภาษาอังกฤษสามารถใช้ประโยชน์จากเนื้อหาเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ บริการและเทคโนโลยีของ Microsoft เนื่องจากบทความมีการแปลด้วยเครื่อง อาจมีข้อผิดพลาดด้านคำศัพท์ ไวยากรณ์หรือรูปประโยค

ขยายทักษะของคุณ
สำรวจการฝึกอบรม
รับฟีเจอร์ใหม่ก่อนใคร
เข้าร่วม Office Insider

ข้อมูลนี้เป็นประโยชน์หรือไม่

ขอบคุณสำหรับคำติชมของคุณ!

ขอขอบคุณสำหรับคำติชมของคุณ! เราคิดว่าอาจเป็นประโยชน์ที่จะให้คุณได้ติดต่อกับหนึ่งในตัวแทนฝ่ายสนับสนุน Office ของเรา

×