การใช้ฟังก์ชัน IF กับ AND, OR และ NOT

ฟังก์ชัน IF ช่วยให้คุณสามารถทำการเปรียบเทียบตรรกะระหว่างค่าและสิ่งที่คุณคาดหวังไว้ โดยการทดสอบเงื่อนไข และส่งกลับผลลัพธ์ว่าเงื่อนไขนั้นเป็น True หรือ False

  • =IF(ถ้ามีบางอย่างเป็น True ให้ดำเนินการอย่างหนึ่ง ถ้าไม่มี ให้ดำเนินการอีกอย่างหนึ่ง)

แต่ถ้าคุณจำเป็นต้องทดสอบเงื่อนไขหลายข้อ โดยกำหนดว่าเงื่อนไขทั้งหมดต้องเป็น True หรือ False (AND) หรือเงื่อนไขเพียงหนึ่งข้อต้องเป็น True หรือ False (OR) หรือถ้าคุณต้องการตรวจสอบว่าเงื่อนไขไม่ (NOT) ตรงกับเกณฑ์ของคุณ ทั้ง 3 ฟังก์ชันสามารถใช้เป็นเอกเทศได้ แต่โดยทั่วไปแล้วมักจะพบฟังก์ชันเหล่านี้ควบคู่กับฟังก์ชัน IF

ใช้ฟังก์ชัน IF พร้อมกับ AND, OR และ NOT เพื่อทำการประเมินหลายว่าเงื่อนไขต่างๆ เป็น True หรือ False

ไวยากรณ์

  • IF(AND()) - IF(AND(logical1, [logical2], ...), value_if_true, [value_if_false]))

  • IF(OR()) - IF(OR(logical1, [logical2], ...), value_if_true, [value_if_false]))

  • IF(NOT()) - IF(NOT(logical1), value_if_true, [value_if_false]))

ชื่ออาร์กิวเมนต์

คำอธิบาย

logical_test (จำเป็น)

เงื่อนไขที่คุณต้องการทดสอบ

value_if_true (จำเป็น)

ค่าที่คุณต้องการให้ส่งกลับถ้าผลลัพธ์ของ logical_test เป็น TRUE

value_if_false (มีหรือไม่ก็ได้)

ค่าที่คุณต้องการให้ส่งกลับถ้าผลลัพธ์ของ logical_test เป็น FALSE

ต่อไปนี้คือภาพรวมของวิธีการจัดโครงสร้างฟังก์ชัน AND, OR และ NOT แยกจากกัน เมื่อคุณรวมแต่ละฟังก์ชันเหล่านั้นกับคำสั่ง IF จะอ่านได้ดังนี้:

  • AND – =IF(AND(ถ้ามีบางอย่างเป็น True อย่างอื่นเป็น True), ค่าถ้าเป็น True, ค่าถ้าเป็น False)

  • OR – =IF(OR(ถ้ามีบางอย่างเป็น True อย่างอื่นเป็น True), ค่าถ้าเป็น True, ค่าถ้าเป็น False)

  • NOT – =IF(NOT(มีบางอย่างเป็น True), ค่าถ้าเป็น True, ค่าถ้าเป็น False)

ตัวอย่าง

ต่อไปนี้คือตัวอย่างของคำสั่ง IF(AND()), IF(OR()) และ IF(NOT()) แบบซ้อนกันที่ใช้ทั่วไปบางส่วน ฟังก์ชัน AND และ OR สามารถรองรับเงื่อนไขได้ถึง 255 ข้อแยกจากกัน แต่ควรใช้เพียงไม่กี่เงื่อนไข เนื่องจากสูตรที่ซับซ้อนและซ้อนกันจะสร้าง ทดสอบ และดูแลรักษาได้ยาก ฟังก์ชัน NOT ใช้เงื่อนไขได้เพียงข้อเดียวเท่านั้น

ตัวอย่างการใช้ IF กับ AND, OR และ NOT เพื่อประเมินค่าตัวเลขและข้อความ

ต่อไปนี้คือสูตรที่สะกดตามตรรกะของสูตรนั้น:

สูตร

คำอธิบาย

=IF(AND(A2>0,B2<100),TRUE, FALSE)

ถ้า A2 (25) มีค่ามากกว่า 0 และ B2 (75) มีค่าน้อยกว่า 100 จะส่งกลับเป็นค่า FALSE ถ้าไม่ใช่ จะส่งกลับเป็นค่า TRUE ในกรณีที่เงื่อนไขทั้งสองข้อเป็นจริง จะส่งกลับเป็นค่า TRUE

=IF(AND(A3="สีแดง",B3="สีเขียว"),TRUE,FALSE)

ถ้า A3 (“สีน้ำเงิน”) = “สีแดง” และ B3 (“สีเขียว”) เท่ากับ “สีเขียว” จะส่งกลับเป็นค่า TRUE ถ้าไม่ใช่ จะส่งกลับเป็นค่า FALSE ในกรณีนี้ เฉพาะเงื่อนไขแรกเป็นจริง จึงส่งกลับเป็นค่า FALSE

=IF(OR(A4>0,B4<50),TRUE, FALSE)

ถ้า A4 (25) มีค่ามากกว่า 0 หรือ B4 (75) มีค่าน้อยกว่า 50 จะส่งกลับเป็นค่า TRUE ถ้าไม่ใช่ จะส่งกลับเป็นค่า FALSE ในกรณีนี้ เฉพาะเงื่อนไขแรกเป็น TRUE แต่เนื่องจากฟังก์ชัน OR ต้องการให้อาร์กิวเมนต์เป็นจริงเพียงข้อเดียวเท่านั้น สูตรจึงส่งกลับเป็นค่า FALSE

=IF(OR(A5="สี แดง",B5="สีเขียว"),TRUE,FALSE)

ถ้า A5 (“สีน้ำเงิน”) เท่ากับ “สีแดง” หรือ B5 (“สีเขียว”) เท่ากับ “สีเขียว” จะส่งกลับเป็นค่า TRUE ถ้าไม่ใช่ จะส่งกลับเป็นค่า FALSE ในกรณีนี้ อาร์กิวเมนต์ที่สองเป็นจริง สูตรจึงส่งกลับเป็นค่า TRUE

=IF(NOT(A6>50),TRUE,FALSE)

ถ้า A6 (25) มีค่าไม่มากกว่า 50 จะส่งกลับเป็นค่า TRUE ถ้าไม่ใช่ จะส่งกลับเป็นค่า FALSE ในกรณีนี้ 25 ไม่มากกว่า 50 สูตรจึงส่งกลับเป็นค่า TRUE

=IF(NOT(A7="Red"),TRUE,FALSE)

ถ้า A7 (“สีน้ำเงิน”) ไม่เท่ากับ “สีแดง” จะส่งกลับเป็นค่า TRUE ถ้าไม่ใช่ จะส่งกลับเป็นค่า FALSE

โปรดทราบว่าตัวอย่างทั้งหมดมีวงเล็บปิดหลังจากที่ใส่เงื่อนไขของแต่ละตัวอย่างแล้ว อาร์กิวเมนต์ True/False ที่เหลือจะถูกปล่อยให้เป็นส่วนหนึ่งของคำสั่ง IF ภายนอก คุณสามารถแทนค่า TRUE/FALSE ที่จะส่งกลับในตัวอย่างด้วยข้อความหรือตัวเลขได้อีกด้วย

ต่อไปนี้คือตัวอย่าง ของการใช้ AND, OR และ NOT เพื่อประเมินวัน

ตัวอย่างการใช้ IF กับ AND, OR และ NOT เพื่อประเมินวันที่

ต่อไปนี้คือสูตรที่สะกดตามตรรกะของสูตรนั้น:

สูตร

คำอธิบาย

=IF(A2>B2,TRUE,FALSE)

ถ้า A2 มีค่ามากกว่า B2 จะส่งกลับเป็นค่า TRUE ถ้าไม่ใช่ จะส่งกลับเป็นค่า FALSE 03/12/14 มีค่ามากกว่า 01/01/14 ดังนั้นสูตรจะส่งกลับเป็นค่า TRUE

=IF(AND(A3>B2,A3<C2),TRUE,FALSE)

ถ้า A3 มีค่ามากกว่า B2 และ A3 มีค่าน้อยกว่า C2 จะส่งกลับเป็นค่า TRUE ถ้าไม่ใช่ จะส่งกลับเป็นค่า FALSE ในกรณีนี้ ทั้งสองอาร์กิวเมนต์จริง สูตรจึงส่งกลับเป็นค่า TRUE

=IF(OR(A4>B2,A4<B2+60),TRUE,FALSE)

ถ้า A4 มีค่ามากกว่า B2 หรือ A4 มีค่าน้อยกว่า B2 + 60 จะส่งกลับเป็นค่า TRUE ถ้าไม่ใช่ จะส่งกลับเป็นค่า FALSE ในกรณีนี้ อาร์กิวเมนต์แรกเป็นจริง แต่อาร์กิวเมนต์ที่สองเป็นเท็จ เนื่องจากฟังก์ชัน OR จำเป็นต้องให้อาร์กิวเมนต์เป็นจริงเพียงอาร์กิวเมนต์เดียว สูตรจึงส่งกลับเป็นค่า TRUE ถ้าคุณใช้ตัวช่วยสร้างสูตรการประเมินจากแท็บสูตร คุณจะเห็นวิธีการที่ Excel ประเมินสูตร

=IF(NOT(A5>B2),TRUE,FALSE)

ถ้า A5 มีค่าไม่มากกว่า B2 จะส่งกลับเป็นค่า TRUE ถ้าไม่ใช่ จะส่งกลับเป็นค่า FALSE ในกรณีนี้ A5 มีค่ามากกว่า B2 สูตรจึงส่งกลับเป็นค่า FALSE

ตัวอย่างตัวช่วยสร้างสูตรการประเมิน

การใช้ AND, OR และ NOT กับการจัดรูปแบบตามเงื่อนไข

คุณยังสามารถใช้ AND, OR และ NOT เพื่อตั้งเกณฑ์การจัดรูปแบบตามเงื่อนไขที่มีตัวเลือกในสูตรได้ เมื่อคุณทำเช่นนี้คุณสามารถละเว้นฟังก์ชัน IF และใช้ AND, OR และ NOT เป็นเอกเทศได้

จากแท็บ หน้าแรก ให้คลิก การจัดรูปแบบตามเงื่อนไข > กฎใหม่ ถัดไป ให้เลือกตัวเลือก “ใช้สูตรเพื่อกำหนดเซลล์ที่จะจัดรูปแบบ” จากนั้นใส่สูตรของคุณแล้วใช้รูปแบบที่คุณต้องการ

กล่องโต้ตอบ การจัดรูปแบบตามเงื่อนไข > แก้ไขกฎ ที่แสดงวิธีการของสูตร

ต่อไปนี้คือสูตรที่ใช้ตัวอย่าง วันที่ ที่แสดงไว้ก่อนหน้านี้

ตัวอย่างการใช้ AND, OR และ NOT เป็นการทดสอบการจัดรูปแบบตามเงื่อนไข


สูตร

คำอธิบาย

=A2>B2

ถ้า A2 มีค่ามากกว่า B2 จะจัดรูปแบบเซลล์ ถ้าไม่ใช่ จะไม่ดำเนินการใดๆ

=AND(A3>B2,A3<C2)

ถ้า A3 มีค่ามากกว่า B2 และ A3 มีค่าน้อยกว่า C2 จะจัดรูปแบบเซลล์ ถ้าไม่ใช่ จะไม่ดำเนินการใดๆ

=OR(A4>B2,A4<B2+60)

ถ้า A4 มีค่ามากกว่า B2 หรือ A4 มีค่าน้อยกว่า B2 บวก 60 (วัน) จะจัดรูปแบบเซลล์ ถ้าไม่ใช่ จะไม่ดำเนินการใดๆ

=NOT(A5>B2)

ถ้า A5 มีค่าไม่มากกว่า B2 จะจัดรูปแบบเซลล์ ถ้าไม่ใช่ จะไม่ดำเนินการใดๆ ในกรณีนี้ A5 มีค่ามากกว่า B2 ผลลัพธ์จึงจะส่งกลับเป็นค่า FALSE ถ้าคุณเปลี่ยนสูตรเป็น =NOT(B2>A5) จะส่งกลับเป็นค่า TRUE และเซลล์จะถูกจัดรูปแบบ

หมายเหตุ: ข้อผิดพลาดทั่วไปคือการใส่สูตรของคุณลงในการจัดรูปแบบตามเงื่อนไขโดยไม่ใส่เครื่องหมายเท่ากับ (=) ถ้าคุณทำเช่นนี้ คุณจะเห็นว่า กล่องโต้ตอบการจัดรูปแบบตามเงื่อนไขจะเพิ่มเครื่องหมายเท่ากับและเครื่องหมายอัญประกาศลงในสูตร - ="OR(A4>B2,A4<B2+60)" คุณจึงต้องเอาเครื่องหมายอัญประกาศออกก่อน สูตรจึงจะตอบสนองอย่างถูกต้อง

ด้านบนของหน้า

ต้องการความช่วยเหลือเพิ่มเติมไหม

คุณสามารถสอบถามผู้เชี่ยวชาญใน Excel Tech Community ขอความช่วยเหลือใน Answers community หรือแนะนำฟีเจอร์ใหม่หรือการปรับปรุงบน Excel User Voiceได้เสมอ

ดูเพิ่มเติม

ดูวิดีโอเกี่ยวกับวิธีใช้ฟังก์ชัน IF

เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีใช้ฟังก์ชันซ้อนกันในสูตร

ฟังก์ชัน IF

ฟังก์ชัน AND

ฟังก์ชัน OR

ฟังก์ชัน NOT

ภาพรวมของสูตรใน Excel

วิธีหลีกเลี่ยงสูตรที่ใช้ไม่ได้

ใช้การตรวจสอบข้อผิดพลาดเพื่อตรวจสอบข้อผิดพลาดในสูตร

แป้นพิมพ์ลัดใน Excel for Windows

แป้นพิมพ์ลัดใน Excel for Mac

ฟังก์ชันตรรกะ (ข้อมูลอ้างอิง)

ฟังก์ชัน Excel (เรียงตามตัวอักษร)

ฟังก์ชัน Excel (เรียงตามประเภท)

ขยายทักษะของคุณ
สำรวจการฝึกอบรม
รับฟีเจอร์ใหม่ก่อนใคร
เข้าร่วม Office Insider

ข้อมูลนี้เป็นประโยชน์หรือไม่

ขอบคุณสำหรับคำติชมของคุณ!

ขอขอบคุณสำหรับคำติชมของคุณ! เราคิดว่าอาจเป็นประโยชน์ที่จะให้คุณได้ติดต่อกับหนึ่งในตัวแทนฝ่ายสนับสนุน Office ของเรา

×