การเพิ่มฐานข้อมูลเป็นแหล่งข้อมูล

ด้วยการใช้ Microsoft Office SharePoint Designer 2007 คุณจะสามารถเชื่อมต่อได้กับหลากหลายฐานข้อมูลรวมทั้ง Microsoft SQL Server, Oracle และฐานข้อมูลอื่นๆ ที่สามารถเข้าถึงได้โดยใช้โพรโทคอล OLE DB หรือ ODBC โดยตามค่าเริ่มต้นแล้ว ไซต์ Microsoft SharePoint ของคุณจะไม่มีการเชื่อมต่อฐานข้อมูลใดๆ เมื่อต้องการเข้าถึงฐานข้อมูล ใครก็ตามที่มีสิทธิ์เพียงพอต้องเป็นผู้สร้างการเชื่อมต่อขึ้น

บทความนี้จะแสดงวิธีเชื่อมต่อฐานข้อมูลโดยใช้ไลบรารีแหล่งข้อมูล นอกจากนี้ ยังแสดงวิธีการสร้างคำสั่ง Structured Query Language (SQL) แบบกำหนดเอง และวิธีปรับเปลี่ยนคุณสมบัติแหล่งข้อมูลของการเชื่อมต่อฐานข้อมูลที่มีอยู่ในไลบรารีแหล่งข้อมูล

ในบทความนี้

ก่อนที่คุณจะเริ่ม

เชื่อมต่อกับฐานข้อมูลด้วยการบันทึกชื่อผู้ใช้และรหัสผ่าน

เชื่อมต่อกับฐานข้อมูลโดยใช้การรับรองความถูกต้องของ Windows

เชื่อมต่อกับฐานข้อมูลโดยใช้การรับรองความถูกต้องในการเข้าสู่ระบบโดยลงชื่อเข้าใช้ครั้งเดียว

เชื่อมต่อกับฐานข้อมูลโดยใช้สตริงการเชื่อมต่อแบบกำหนดเอง

สร้างคำสั่ง SQL แบบกำหนดเอง

ปรับเปลี่ยนคุณสมบัติแหล่งข้อมูลของการเชื่อมต่อฐานข้อมูลที่มีอยู่

ก่อนที่คุณจะเริ่ม

มีสิ่งที่คุณควรทราบอยู่สองสามอย่างก่อนที่คุณจะสามารถเชื่อมต่อกับฐานข้อมูลได้ นั่นคือ คุณจำเป็นต้องทราบว่าไซต์ที่คุณกำลังทำงานอยู่นั้นเป็นไซต์ Windows SharePoint Services 3.0 หรือไซต์ Microsoft Office SharePoint Server 2007 ชื่อของเซิร์ฟเวอร์ที่มีฐานข้อมูลของคุณอยู่ ตัวให้บริการข้อมูลที่คุณใช้ในการเข้าถึงฐานข้อมูลของคุณ และชนิดของการรับรองความถูกต้องที่คุณต้องการใช้ ถ้าคุณใช้สตริงการเชื่อมต่อแบบกำหนดเองเพื่อเชื่อมต่อกับฐานข้อมูลของคุณ คุณจำเป็นต้องทราบเกี่ยวกับสตริงการเชื่อมต่อนั้นด้วย

ฐานข้อมูลที่ฉันมีอยู่คือชนิดใด

ด้วยการใช้ Office SharePoint Designer 2007 คุณจะสามารถเชื่อมต่อกับฐานข้อมูลใดๆ ที่อยู่บน Microsoft SQL Server 2000 หรือ Microsoft SQL Server 2005 หรือกับแหล่งข้อมูลใดๆ ที่ใช้โพรโทคอล OLE DB ได้อย่างรวดเร็ว ถ้าคุณทราบเกี่ยวกับสตริงการเชื่อมต่อ คุณยังสามารถเชื่อมต่อกับฐานข้อมูล Oracle หรือกับฐานข้อมูลใดๆ ที่ใช้โพรโทคอล ODBC ได้อย่างรวดเร็วอีกด้วย

ตัวให้บริการข้อมูลใดที่ฉันต้องใช้

ด้วยการใช้ Office SharePoint Designer 2007 คุณจะสามารถเชื่อมต่อกับฐานข้อมูลได้โดยใช้ตัวให้บริการข้อมูลตัวใดตัวหนึ่งในสี่แบบที่ต่างกัน โดยตัวให้บริการเหล่านี้จะมีเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนกัน ตัวอย่างเช่น Microsoft SQL Server 2000 และ Microsoft SQL Server 2005 ทั้งสองตัวนี้เข้ากันได้กับ OLE DB และสามารถเข้าถึงได้โดยใช้ Microsoft .NET Framework Data Provider for OLE DB อย่างไรก็ตาม Microsoft .NET Framework Data Provider for SQL Server ได้รับการออกแบบขึ้นเพื่อให้ทำงานได้กับ Microsoft SQL Server 2000 และ Microsoft SQL Server 2005 โดยเฉพาะ และอาจจะเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดในกรณีที่ฐานข้อมูลของคุณอยู่บนผลิตภัณฑ์เซิร์ฟเวอร์ตัวใดตัวหนึ่งในสองตัวนี้

ตัวให้บริการข้อมูลเป็นซอฟต์แวร์คอมโพเนนต์ที่อนุญาตให้ไคลเอ็นต์ (ในกรณีนี้คือ Office SharePoint Designer 2007) ติดต่อสื่อสารกับฐานข้อมูลได้ โดยเริ่มแรกนั้น ระบบการจัดการฐานข้อมูลแต่ละระบบจะไม่ซ้ำกัน และแต่ละระบบจะมีภาษาการเขียนโปรแกรมเป็นของตนเองสำหรับการเข้าถึงและปรับปรุงข้อมูล ODBC เคยเป็นหนึ่งในความพยายามครั้งแรกที่จะทำให้การเข้าถึงระบบการจัดการฐานข้อมูลหลากหลายรูปแบบเป็นมาตรฐาน ซึ่ง ODBC จะใช้ Structured Query Language (SQL) ในการเข้าถึงฐานข้อมูล SQL ส่วน OLE DB ได้ถูกนำมาใช้ภายหลัง ODBC เพื่อให้การเข้าถึงฐานข้อมูลต่างๆ มีความยืดหยุ่นมากขึ้น ฐานข้อมูลที่เข้ากันได้กับ ODBC หลายๆ ฐานข้อมูลก็เป็นแบบที่เข้ากันได้กับ OLE DB เช่นกัน

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับตัวให้บริการข้อมูลที่จะใช้ ให้ดูตารางต่อไปนี้

ถ้าคุณกำลังเชื่อมต่อกับฐานข้อมูล...

ให้ใช้...

Microsoft SQL Server 2000 หรือ Microsoft SQL Server 2005

Microsoft .NET Framework Data Provider for SQL Server

ที่เข้ากันได้กับ OLE DB

Microsoft .NET Framework Data Provider for OLE DB

Oracle

Microsoft .NET Framework Data Provider for Oracle

ที่เข้ากันได้กับ ODBC

Microsoft .NET Framework Data Provider for ODBC

วิธีการรับรองความถูกต้องใดที่ฉันต้องใช้

วิธีการรับรองความถูกต้องสี่แบบจะพร้อมใช้งานในกล่องโต้ตอบ การกำหนดค่าการเชื่อมต่อฐานข้อมูล รวมทั้งการใช้สตริงการเชื่อมต่อแบบกำหนดเอง

วิธีการรับรองความถูกต้องจะพร้อมใช้งานในกล่องโต้ตอบ การกำหนดค่าการเชื่อมต่อฐานข้อมูล

วิธีการรับรองความถูกต้องที่คุณต้องการจะถูกกำหนดเป็นบางส่วนโดยชนิดของเซิร์ฟเวอร์ที่คุณกำลังใช้อยู่ ตัวให้บริการข้อมูลที่คุณกำลังใช้อยู่ และตำแหน่งที่ตั้งของฐานข้อมูลของคุณ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการรับรองความถูกต้องที่จะใช้ ให้ดูที่ตารางต่อไปนี้

ถ้าไซต์ SharePoint ของคุณอยู่บนเซิร์ฟเวอร์ที่ติดตั้ง...

และตัวให้บริการข้อมูลของคุณคือ...

และฐานข้อมูลของคุณอยู่บน...

ให้ดูในส่วน...

Windows SharePoint Services 3.0

Microsoft .NET Framework Data Provider for SQL Server
 หรือ 
Microsoft .NET Framework Data Provider for OLE DB

เซิร์ฟเวอร์ที่แยกต่างหากจากไซต์ Windows SharePoint Services 3.0 ของคุณ

เชื่อมต่อกับฐานข้อมูลด้วยการบันทึกชื่อผู้ใช้และรหัสผ่าน

Windows SharePoint Services 3.0

Microsoft .NET Framework Data Provider for SQL Server
 หรือ 
Microsoft .NET Framework Data Provider for OLE DB

เซิร์ฟเวอร์เดียวกันกับไซต์ Windows SharePoint Services 3.0 ของคุณ

เชื่อมต่อกับฐานข้อมูลโดยใช้การรับรองความถูกต้องของ Windows

Office SharePoint Server 2007

Microsoft .NET Framework Data Provider for SQL Server
 หรือ 
Microsoft .NET Framework Data Provider for OLE DB

เซิร์ฟเวอร์เดียวกันกับ หรือบนเซิร์ฟเวอร์ที่แยกต่างหากจากไซต์ Office SharePoint Server 2007 ของคุณ

เชื่อมต่อกับฐานข้อมูลโดยใช้การรับรองความถูกต้องในการเข้าสู่ระบบโดยลงชื่อเข้าใช้ครั้งเดียว

Windows SharePoint Services 3.0
 หรือ 
Office SharePoint Server 2007

Microsoft .NET Framework Data Provider for Oracle

เซิร์ฟเวอร์เดียวกันกับ หรือบนเซิร์ฟเวอร์ที่แยกต่างหากจากไซต์ Windows SharePoint Services 3.0 หรือ Office SharePoint Server 2007 ของคุณ

เชื่อมต่อกับฐานข้อมูลโดยใช้สตริงการเชื่อมต่อแบบกำหนดเอง

Windows SharePoint Services 3.0
 หรือ 
Office SharePoint Server 2007

Microsoft .NET Framework Data Provider for ODBC

เซิร์ฟเวอร์เดียวกันกับ หรือบนเซิร์ฟเวอร์ที่แยกต่างหากจากไซต์ Windows SharePoint Services 3.0 หรือ Office SharePoint Server 2007 ของคุณ

เชื่อมต่อกับฐานข้อมูลโดยใช้สตริงการเชื่อมต่อแบบกำหนดเอง

ด้านบนของหน้า

เชื่อมต่อกับฐานข้อมูลด้วยการบันทึกชื่อผู้ใช้และรหัสผ่าน

เมื่อคุณใช้ เชื่อมต่อกับฐานข้อมูลด้วยการบันทึกชื่อผู้ใช้และรหัสผ่าน นั้น Office SharePoint Designer 2007 จะสร้างสตริงการเชื่อมต่อที่ยึดตาม SQL ที่เก็บชื่อผู้ใช้และรหัสผ่านในการเชื่อมต่อแหล่งข้อมูล (ขั้นตอนที่รู้จักกันในชื่อการรับรองความถูกต้องของ SQL) ถ้าไซต์ SharePoint ของคุณอยู่บนเซิร์ฟเวอร์ที่ติดตั้ง Windows SharePoint Services 3.0 และฐานข้อมูลของคุณอยู่บนเซิร์ฟเวอร์ภายนอกแล้ว วิธีนี้จะเป็นตัวเลือกที่แนะนำให้ใช้สำหรับการสร้างสตริงการเชื่อมต่อ อีกทั้งคุณยังสามารถสร้างการเชื่อมต่อฐานข้อมูลได้โดยใช้สตริงการเชื่อมต่อแบบกำหนดเองได้อีกด้วย สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม ให้ดูที่ เชื่อมต่อฐานข้อมูลโดยใช้สตริงการเชื่อมต่อแบบกำหนดเอง

  1. ถ้าบานหน้าต่างงาน ไลบรารีแหล่งข้อมูล ไม่สามารถมองเห็นได้ บนเมนู บานหน้าต่างงาน ให้คลิก ไลบรารีแหล่งข้อมูล

  2. ในบานหน้าต่างงาน ไลบรารีแหล่งข้อมูล ภายใต้ การเชื่อมต่อฐานข้อมูล ให้คลิก เชื่อมต่อกับฐานข้อมูล

    หมายเหตุ: ถ้าหัวเรื่อง การเชื่อมต่อฐานข้อมูล ถูกยุบลงไป ให้คลิกเครื่องหมายบวก (+) เพื่อขยายออกมา

  3. ในกล่องโต้ตอบ คุณสมบัติแหล่งข้อมูล บนแท็บ แหล่งข้อมูล ให้คลิก การกำหนดค่าการเชื่อมต่อฐานข้อมูล

  4. ในกล่องโต้ตอบ การกำหนดค่าการเชื่อมต่อฐานข้อมูล ภายใต้ ข้อมูลเซิร์ฟเวอร์ ในกล่อง ชื่อเซิร์ฟเวอร์ ให้พิมพ์ชื่อของเซิร์ฟเวอร์ซึ่งมีฐานข้อมูลของคุณอยู่

  5. ในกล่อง ชื่อตัวให้บริการ ให้เลือกทำอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้

    • ถ้าคุณกำลังเชื่อมต่อกับฐานข้อมูล Microsoft SQL Server 2000 ภายนอกหรือฐานข้อมูล Microsoft SQL Server 2005 ภายนอก ให้คลิก Microsoft .NET Framework Data Provider for SQL Server

    • ถ้าคุณกำลังเชื่อมต่อกับฐานข้อมูลภายนอกที่เข้ากันได้กับ OLE DB รวมทั้ง SQL รุ่นต่างๆ ที่ไม่ใช่ Microsoft SQL เช่น MySQL ให้คลิก Microsoft .NET Framework Data Provider for OLE DB

  6. ภายใต้ การรับรองความถูกต้อง ให้คลิก บันทึกชื่อผู้ใช้และรหัสผ่านนี้ในการเชื่อมต่อข้อมูล

  7. ในกล่อง ชื่อผู้ใช้ ให้พิมพ์ชื่อผู้ใช้ของคุณ

  8. ในกล่อง รหัสผ่าน ให้พิมพ์รหัสผ่านของคุณ

  9. คลิก ถัดไป

    เนื่องจากการรับรองความถูกต้องของ SQL จะบันทึกชื่อผู้ใช้และรหัสผ่านเป็นข้อความในการเชื่อมต่อข้อมูล คำเตือนเกี่ยวกับความปลอดภัยจะปรากฏขึ้นเพื่อแจ้งให้คุณทราบว่าชื่อผู้ใช้และรหัสผ่านจะถูกบันทึกเป็นข้อความในการเชื่อมต่อข้อมูล และสมาชิกไซต์ทีมอื่นๆ จะสามารถเข้าถึงแหล่งข้อมูลนี้ได้ ถ้าคุณต้องการให้สมาชิกไซต์ทีมต์อื่นๆ เข้าถึงฐานข้อมูลนี้โดยใช้ชื่อผู้ใช้และรหัสผ่านเดียวกัน ให้คลิก ตกลง ถ้าคุณไม่ต้องการให้สมาชิกไซต์ทีมอื่นๆ เข้าถึงฐานข้อมูลโดยใช้ชื่อผู้ใช้และรหัสผ่านเดียวกัน ให้คลิก ยกเลิก แล้วติดต่อกับผู้ดูแลเซิร์ฟเวอร์ของคุณเกี่ยวกับการเชื่อมต่อกับฐานข้อมูลโดยใช้การรับรองความถูกต้องของ Windows ในกรณีที่ไซต์ SharePoint ของคุณอยู่บนเซิร์ฟเวอร์ที่ติดตั้ง Windows SharePoint Services 3.0 หรือเกี่ยวกับการเชื่อมต่อกับฐานข้อมูลโดยใช้การรับรองความถูกต้องในการเข้าสู่ระบบโดยลงชื่อเข้าใช้ครั้งเดียว ในกรณีที่ไซต์ SharePoint ของคุณอยู่บนเซิร์ฟเวอร์ที่ติดตั้ง Office SharePoint Server 2007

  10. ในรายการ ฐานข้อมูล ให้คลิกฐานข้อมูลที่คุณต้องการใช้เป็นแหล่งข้อมูล แล้วให้เลือกทำอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้

    • คลิก เลือกตารางหรือมุมมอง คลิกตารางหรือมุมมองที่ถูกบันทึกไว้ที่คุณต้องการจากรายการ แล้วคลิก เสร็จสิ้น

      ด้วยการใช้ตัวเลือกนี้ คุณสามารถสร้างแบบสอบถามเริ่มต้นที่เลือกระเบียนทั้งหมดในตารางหรือมุมมอง อย่างไรก็ตาม หลังจากที่คุณคลิก เสร็จสิ้น คุณจะสามารถปรับเปลี่ยนแบบสอบถามเริ่มต้นนั้นได้ด้วยการคลิก เขตข้อมูล ตัวกรอง และ เรียงลำดับ ในกล่องโต้ตอบ คุณสมบัติแหล่งข้อมูล ได้ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม ให้ดูที่ การสร้างแบบสอบถามแหล่งข้อมูล

    • คลิก ระบุคำสั่งการเลือก การปรับปรุง การแทรก และการลบแบบกำหนดเองที่ใช้ SQL หรือ Stored Procedure แล้วคลิก เสร็จสิ้น

      หมายเหตุ: ตัวเลือกนี้จะพร้อมใช้งานก็ต่อเมื่อผู้ดูแลระบบของคุณได้เปิดตัวเลือก เปิดใช้งานการสนับสนุนแบบสอบถามแบบใช้ปรับปรุงข้อมูล ไว้

      โดยใช้ตัวเลือกนี้ คุณสามารถสร้างคำสั่ง SQL แบบกำหนดเองได้ เมื่อคุณคลิก เสร็จสิ้น กล่องโต้ตอบ แก้ไขคำสั่ง SQL ที่กำหนดเอง จะเปิดขึ้น ในกล่องโต้ตอบนี้ คุณสามารถสร้างคำสั่งและเพิ่มพารามิเตอร์ได้ หลังจากที่คุณสร้างคำสั่ง SQL แบบกำหนดเอง คุณสามารถแก้ไขแบบสอบถามได้ด้วยการคลิก แก้ไขแบบสอบถามแบบกำหนดเอง ในกล่องโต้ตอบ คุณสมบัติแหล่งข้อมูล สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม ให้ดู สร้างคำสั่ง SQL แบบกำหนดเอง ในตอนท้ายของบทความนี้

  11. ในกล่องโต้ตอบ คุณสมบัติแหล่งข้อมูล ให้คลิกแท็บ ทั่วไป พิมพ์ชื่อสำหรับแหล่งข้อมูล แล้วคลิก ตกลง

    ขณะนี้การเชื่อมต่อฐานข้อมูลใหม่จะปรากฏขึ้นในบานหน้าต่างงาน ไลบรารีแหล่งข้อมูล

หมายเหตุ: ถ้าคุณกำลังพยายามเชื่อมต่อกับเซิร์ฟเวอร์ภายนอกที่ติดตั้ง SQL Server ให้ตรวจสอบให้แน่ใจว่าการรับรองความถูกต้องของ SQL Server ถูกเปิดใช้งานบนเซิร์ฟเวอร์นั้น

ด้านบนของหน้า

เชื่อมต่อกับฐานข้อมูลโดยใช้การรับรองความถูกต้องของ Windows

การรับรองความถูกต้องของ Windows จะทำงานกับฐานข้อมูลทั้งหมดที่สนับสนุนการรับรองความถูกต้องของ Windows เช่น Microsoft Windows 2000 และ Microsoft Windows Server 2003 ถ้าไซต์ SharePoint ของคุณอยู่บนเซิร์ฟเวอร์ที่ติดตั้ง Windows SharePoint Services 3.0 และฐานข้อมูลของคุณอยู่บนเซิร์ฟเวอร์เดียวกันกับไซต์ของคุณแล้ว วิธีนี้จะเป็นตัวเลือกที่แนะนำให้ใช้สำหรับการสร้างสตริงการเชื่อมต่อ โดยตัวเลือก ใช้การรับรองความถูกต้องของ Windows จะใช้การรักษาความปลอดภัยแบบรวม ซึ่งหมายถึงว่าข้อมูลประจำตัว Windows ของคุณจะถูกใช้สำหรับการรับรองความถูกต้องที่แหล่งข้อมูล สมาชิกของทีมจะใช้ชื่อผู้ใช้และรหัสผ่าน Windows ปัจจุบันของตนเองในการเข้าถึงฐานข้อมูล

หมายเหตุ: การรับรองความถูกต้องของ Windows จะทำงานเฉพาะเมื่อฐานข้อมูลอยู่บนเซิร์ฟเวอร์เดียวกับไซต์ Windows SharePoint Services ของคุณ ถ้าฐานข้อมูลของคุณอยู่บนเซิร์ฟเวอร์ที่แยกต่างหาก คุณจะต้องใช้การรับรองความถูกต้องของ SQL หรือการรับรองความถูกต้องในการเข้าสู่ระบบโดยลงชื่อเข้าใช้ครั้งเดียว

คุณยังสามารถสร้างการเชื่อมต่อฐานข้อมูลโดยใช้สตริงการเชื่อมต่อแบบกำหนดเองได้อีกด้วย สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม ให้ดู เชื่อมต่อกับฐานข้อมูลโดยใช้สตริงการเชื่อมต่อแบบกำหนดเอง ในตอนท้ายของบทความนี้

  1. ถ้าบานหน้าต่างงาน ไลบรารีแหล่งข้อมูล ไม่สามารถมองเห็นได้ บนเมนู บานหน้าต่างงาน ให้คลิก ไลบรารีแหล่งข้อมูล

  2. ในบานหน้าต่างงาน ไลบรารีแหล่งข้อมูล ภายใต้ การเชื่อมต่อฐานข้อมูล ให้คลิก เชื่อมต่อกับฐานข้อมูล

    หมายเหตุ: ถ้าหัวเรื่อง การเชื่อมต่อฐานข้อมูล ถูกยุบลงไป ให้คลิกเครื่องหมายบวก (+) เพื่อขยายออกมา

  3. ในกล่องโต้ตอบ คุณสมบัติแหล่งข้อมูล บนแท็บ แหล่งข้อมูล ให้คลิก การกำหนดค่าการเชื่อมต่อฐานข้อมูล

  4. ในกล่องโต้ตอบ การกำหนดค่าการเชื่อมต่อฐานข้อมูล ภายใต้ ข้อมูลเซิร์ฟเวอร์ ในกล่อง ชื่อเซิร์ฟเวอร์ ให้พิมพ์ชื่อของเซิร์ฟเวอร์ที่มีฐานข้อมูลของคุณอยู่

  5. ในกล่อง ชื่อตัวให้บริการ ให้เลือกทำอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้

    • ถ้าคุณกำลังเชื่อมต่อกับฐานข้อมูล Microsoft SQL Server 2000 ภายในเครื่องหรือฐานข้อมูล Microsoft SQL Server 2005 ภายในเครื่อง ให้คลิก Microsoft .NET Framework Data Provider for SQL Server

    • ถ้าคุณกำลังเชื่อมต่อกับฐานข้อมูลภายในเครื่องที่เข้ากันได้กับ OLE DB รวมทั้ง SQL รุ่นต่างๆ ที่ไม่ใช่ Microsoft SQL เช่น MySQL ให้คลิก Microsoft .NET Framework Data Provider for OLE DB

  6. ภายใต้ การรับรองความถูกต้อง ให้คลิก ใช้การรับรองความถูกต้องของ Windows แล้วคลิก ถัดไป

  7. ในรายการ ฐานข้อมูล ให้คลิกฐานข้อมูลที่คุณต้องการใช้เป็นแหล่งข้อมูล แล้วให้เลือกทำอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้

    • คลิก เลือกตารางหรือมุมมอง คลิกตารางหรือมุมมองที่ถูกบันทึกไว้ที่คุณต้องการจากรายการ แล้วคลิก เสร็จสิ้น

      ด้วยการใช้ตัวเลือกนี้ คุณสามารถสร้างแบบสอบถามเริ่มต้นที่เลือกระเบียนทั้งหมดในตารางหรือมุมมอง อย่างไรก็ตาม หลังจากที่คุณคลิก เสร็จสิ้น คุณจะสามารถปรับเปลี่ยนแบบสอบถามเริ่มต้นนั้นได้ด้วยการคลิก เขตข้อมูล ตัวกรอง และ เรียงลำดับ ในกล่องโต้ตอบ คุณสมบัติแหล่งข้อมูล ได้ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม ให้ดูที่ การสร้างแบบสอบถามแหล่งข้อมูล

    • คลิก ระบุคำสั่งการเลือก การปรับปรุง การแทรก และการลบแบบกำหนดเองที่ใช้ SQL หรือ Stored Procedure แล้วคลิก เสร็จสิ้น

      หมายเหตุ: ตัวเลือกนี้จะพร้อมใช้งานก็ต่อเมื่อผู้ดูแลระบบของคุณได้เปิดตัวเลือก เปิดใช้งานการสนับสนุนแบบสอบถามแบบใช้ปรับปรุงข้อมูล ไว้

      โดยใช้ตัวเลือกนี้ คุณสามารถสร้างคำสั่ง SQL แบบกำหนดเองได้ เมื่อคุณคลิก เสร็จสิ้น กล่องโต้ตอบ แก้ไขคำสั่ง SQL ที่กำหนดเอง จะเปิดขึ้น ในกล่องโต้ตอบนี้ คุณสามารถสร้างคำสั่งและเพิ่มพารามิเตอร์ได้ หลังจากที่คุณสร้างคำสั่ง SQL แบบกำหนดเอง คุณสามารถแก้ไขแบบสอบถามได้ด้วยการคลิก แก้ไขแบบสอบถามแบบกำหนดเอง ในกล่องโต้ตอบ คุณสมบัติแหล่งข้อมูล สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม ให้ดู สร้างคำสั่ง SQL แบบกำหนดเอง ในตอนท้ายของบทความนี้

  8. ในกล่องโต้ตอบ คุณสมบัติแหล่งข้อมูล ให้คลิกแท็บ ทั่วไป พิมพ์ชื่อสำหรับแหล่งข้อมูล แล้วคลิก ตกลง

    ขณะนี้การเชื่อมต่อฐานข้อมูลใหม่จะปรากฏขึ้นในไลบรารีแหล่งข้อมูล

ด้านบนของหน้า

เชื่อมต่อกับฐานข้อมูลโดยใช้การรับรองความถูกต้องในการเข้าสู่ระบบโดยลงชื่อเข้าใช้ครั้งเดียว

ถ้าไซต์ SharePoint ของคุณอยู่บนเซิร์ฟเวอร์ที่ติดตั้ง Microsoft Office SharePoint Server แล้ว วิธีนี้จะเป็นตัวเลือกที่แนะนำให้ใช้สำหรับการสร้างสตริงการเชื่อมต่อ ตัวเลือก ใช้การรับรองความถูกต้องในการเข้าสู่ระบบโดยลงชื่อเข้าใช้ครั้งเดียว จะสั่งให้เซิร์ฟเวอร์จัดเตรียมชื่อผู้ใช้และรหัสผ่านสำหรับการเข้าถึงฐานข้อมูล โดยตัวเลือกนี้จะสามารถใช้ได้เมื่อไซต์ของคุณเป็นส่วนหนึ่งของพอร์ทัลไซต์ที่สร้างขึ้นโดยใช้ Office SharePoint Server และผู้ดูแลระบบได้เปิดใช้งานและกำหนดค่าการเข้าสู่ระบบโดยลงชื่อเข้าใช้ครั้งเดียว ซึ่งการใช้การเข้าสู่ระบบโดยลงชื่อเข้าใช้ครั้งเดียวนั้น คุณจะสามารถเชื่อมต่อกับฐานข้อมูลภายนอกได้ แม้ว่าจะไม่ได้อยู่บนเซิร์ฟเวอร์เดียวกับไซต์ SharePoint ของคุณก็ตาม

  1. ถ้าบานหน้าต่างงาน ไลบรารีแหล่งข้อมูล ไม่สามารถมองเห็นได้ บนเมนู บานหน้าต่างงาน ให้คลิก ไลบรารีแหล่งข้อมูล

  2. ในบานหน้าต่างงาน ไลบรารีแหล่งข้อมูล ภายใต้ การเชื่อมต่อฐานข้อมูล ให้คลิก เชื่อมต่อกับฐานข้อมูล

    หมายเหตุ: ถ้าหัวเรื่อง การเชื่อมต่อฐานข้อมูล ถูกยุบลงไป ให้คลิกเครื่องหมายบวก (+) เพื่อขยายออกมา

  3. ในกล่องโต้ตอบ คุณสมบัติแหล่งข้อมูล บนแท็บ แหล่งข้อมูล ให้คลิก การกำหนดค่าการเชื่อมต่อฐานข้อมูล

  4. ในกล่องโต้ตอบ การกำหนดค่าการเชื่อมต่อฐานข้อมูล ภายใต้ ข้อมูลเซิร์ฟเวอร์ ในกล่อง ชื่อเซิร์ฟเวอร์ ให้พิมพ์ชื่อของเซิร์ฟเวอร์ที่มีฐานข้อมูลของคุณอยู่

  5. ในกล่อง ชื่อตัวให้บริการ ให้เลือกทำอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้

    • ถ้าคุณกำลังเชื่อมต่อกับฐานข้อมูลที่เก็บไว้บนคอมพิวเตอร์ที่ติดตั้ง Microsoft SQL Server เช่น Microsoft SQL Server 2000 และ Microsoft SQL Server 2005 ให้คลิก Microsoft .NET Framework Data Provider for SQL Server

    • ถ้าคุณกำลังเชื่อมต่อกับฐานข้อมูลที่ใช้ OLE DB รวมทั้ง SQL รุ่นต่างๆ ที่ไม่ใช่ Microsoft SQL เช่น MySQL ให้คลิก Microsoft .NET Framework Data Provider for OLE DB

  6. ภายใต้ การรับรองความถูกต้อง ให้คลิก ใช้การรับรองความถูกต้องในการเข้าสู่ระบบโดยลงชื่อเข้าใช้ครั้งเดียว แล้วคลิก การตั้งค่า

  7. ในกล่องโต้ตอบ การตั้งค่าการเข้าสู่ระบบโดยลงชื่อเข้าใช้ครั้งเดียว ให้ทำดังต่อไปนี้

    • ในกล่อง ชื่อโปรแกรมประยุกต์ ให้พิมพ์ชื่อโปรแกรมประยุกต์สำหรับฐานข้อมูลของคุณ

    • ในกล่อง เขตข้อมูลโปรแกรมประยุกต์ที่จะใช้เป็นชื่อผู้ใช้ ให้พิมพ์เขตข้อมูลที่จะใช้เก็บชื่อผู้ใช้ของคุณ

    • ในกล่อง เขตข้อมูลโปรแกรมประยุกต์ที่จะใช้เป็นรหัสผ่าน ให้พิมพ์เขตข้อมูลที่จะใช้เก็บรหัสผ่านของคุณ

      หมายเหตุ: ถ้าคุณไม่มีข้อมูลนี้ ให้ถามจากผู้ดูแลเซิร์ฟเวอร์ของคุณ

  8. คลิก ถัดไป

  9. ในรายการ ฐานข้อมูล ให้คลิกฐานข้อมูลที่คุณต้องการใช้เป็นแหล่งข้อมูล แล้วให้เลือกทำอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้

    • คลิก เลือกตารางหรือมุมมอง คลิกตารางหรือมุมมองที่ถูกบันทึกไว้ที่คุณต้องการจากรายการ แล้วคลิก เสร็จสิ้น

      ด้วยการใช้ตัวเลือกนี้ คุณสามารถสร้างแบบสอบถามเริ่มต้นที่เลือกระเบียนทั้งหมดในตารางหรือมุมมอง อย่างไรก็ตาม หลังจากที่คุณคลิก เสร็จสิ้น คุณจะสามารถปรับเปลี่ยนแบบสอบถามเริ่มต้นนั้นได้ด้วยการคลิก เขตข้อมูล ตัวกรอง และ เรียงลำดับ ในกล่องโต้ตอบ คุณสมบัติแหล่งข้อมูล ได้ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม ให้ดูที่ การสร้างแบบสอบถามแหล่งข้อมูล

    • คลิก ระบุคำสั่งการเลือก การปรับปรุง การแทรก และการลบแบบกำหนดเองที่ใช้ SQL หรือ Stored Procedure แล้วคลิก เสร็จสิ้น

      หมายเหตุ: ตัวเลือกนี้จะพร้อมใช้งานก็ต่อเมื่อผู้ดูแลระบบของคุณได้เปิดตัวเลือก เปิดใช้งานการสนับสนุนแบบสอบถามแบบใช้ปรับปรุงข้อมูล ไว้

      โดยใช้ตัวเลือกนี้ คุณสามารถสร้างคำสั่ง SQL แบบกำหนดเองได้ เมื่อคุณคลิก เสร็จสิ้น กล่องโต้ตอบ แก้ไขคำสั่ง SQL ที่กำหนดเอง จะเปิดขึ้น ในกล่องโต้ตอบนี้ คุณสามารถสร้างคำสั่งและเพิ่มพารามิเตอร์ได้ หลังจากที่คุณสร้างคำสั่ง SQL แบบกำหนดเอง คุณสามารถแก้ไขแบบสอบถามได้ด้วยการคลิก แก้ไขแบบสอบถามแบบกำหนดเอง ในกล่องโต้ตอบ คุณสมบัติแหล่งข้อมูล สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม ให้ดู สร้างคำสั่ง SQL แบบกำหนดเอง ในตอนท้ายของบทความนี้

  10. ในกล่องโต้ตอบ คุณสมบัติแหล่งข้อมูล ให้คลิกแท็บ ทั่วไป พิมพ์ชื่อสำหรับแหล่งข้อมูล แล้วคลิก ตกลง

    ขณะนี้การเชื่อมต่อฐานข้อมูลใหม่จะปรากฏขึ้นในไลบรารีแหล่งข้อมูล

หมายเหตุ: ถ้าคุณไม่สามารถใช้การรับรองความถูกต้องของ SQL Server บนเซิร์ฟเวอร์ที่ติดตั้ง SQL Server ให้ตรวจสอบให้แน่ใจว่าการรับรองความถูกต้องในการเข้าสู่ระบบโดยลงชื่อเข้าใช้ครั้งเดียวถูกเปิดใช้งานสำหรับเซิร์ฟเวอร์ที่มีไซต์ SharePoint ของคุณอยู่

ด้านบนของหน้า

เชื่อมต่อกับฐานข้อมูลโดยใช้สตริงการเชื่อมต่อแบบกำหนดเอง

สตริงการเชื่อมต่อจะจัดเตรียมข้อมูลที่โปรแกรมประยุกต์หรือตัวให้บริการต้องการใช้ในการติดต่อสื่อสารกับแหล่งข้อมูล ตามปกติแล้วสตริงการเชื่อมต่อจะบอกตำแหน่งที่ตั้งของเซิร์ฟเวอร์ฐานข้อมูล ฐานข้อมูลที่เฉพาะเจาะจงที่จะใช้ และข้อมูลการรับรองความถูกต้อง ด้วยการใช้สตริงการเชื่อมต่อแบบกำหนดเอง คุณจะสามารถระบุสตริงการเชื่อมต่อที่ใช้ในการเชื่อมต่อกับฐานข้อมูลได้

  1. ถ้าบานหน้าต่างงาน ไลบรารีแหล่งข้อมูล ไม่สามารถมองเห็นได้ บนเมนู บานหน้าต่างงาน ให้คลิก ไลบรารีแหล่งข้อมูล

  2. ในบานหน้าต่างงาน ไลบรารีแหล่งข้อมูล ให้คลิก เชื่อมต่อกับฐานข้อมูล

    หมายเหตุ: ถ้าหัวเรื่อง การเชื่อมต่อฐานข้อมูล ถูกยุบลงไป ให้คลิกเครื่องหมายบวก (+) เพื่อขยายออกมา

  3. ในกล่องโต้ตอบ คุณสมบัติแหล่งข้อมูล บนแท็บ แหล่งข้อมูล ให้คลิก การกำหนดค่าการเชื่อมต่อฐานข้อมูล

  4. ในกล่องโต้ตอบ การกำหนดค่าการเชื่อมต่อฐานข้อมูล ให้เลือกกล่องกาเครื่องหมาย ใช้สตริงการเชื่อมต่อแบบกำหนดเอง แล้วคลิก แก้ไข

  5. ในกล่องโต้ตอบ การแก้ไขสตริงการเชื่อมต่อ ในรายการ ชื่อตัวให้บริการ ให้คลิกที่ตัวให้บริการข้อมูลที่คุณต้องการใช้

  6. ในกล่องข้อความ สตริงการเชื่อมต่อ ให้พิมพ์สตริงการเชื่อมต่อของคุณ

    ตัวอย่างของสตริงการเชื่อมต่อ OLE DB

    Provider=myProvider;Data Source=myPath;Initial Catalog=catalogName;

    User Id=username;Password=password;

    ตัวอย่างของสตริงการเชื่อมต่อ ODBC

    Driver={myProvider};Server=myPath;Database=myDatabase;

    Uid=username;Pwd=password;

    ตัวอย่างของสตริงการเชื่อมต่อ Oracle

    Data Source=myDatabase;User Id=username;

    Password=password;Integrated Security=no;

  7. คลิก ถัดไป

  8. ในรายการ ฐานข้อมูล ให้คลิกฐานข้อมูลที่คุณต้องการใช้เป็นแหล่งข้อมูล แล้วให้เลือกทำอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้

    • คลิก เลือกตารางหรือมุมมอง คลิกตารางหรือมุมมองที่ถูกบันทึกไว้ที่คุณต้องการจากรายการ แล้วคลิก เสร็จสิ้น

      ด้วยการใช้ตัวเลือกนี้ คุณสามารถสร้างการเชื่อมต่อเริ่มต้นไปยังตารางหรือมุมมอง อย่างไรก็ตาม หลังจากที่คุณคลิก เสร็จสิ้น คุณจะสามารถระบุแบบสอบถามได้ด้วยการคลิก เขตข้อมูล ตัวกรอง และ เรียงลำดับ ในกล่องโต้ตอบ คุณสมบัติแหล่งข้อมูล ได้ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม ให้ดูที่บทความ การสร้างแบบสอบถามแหล่งข้อมูล

    • คลิก ระบุคำสั่งการเลือก การปรับปรุง การแทรก และการลบแบบกำหนดเองที่ใช้ SQL หรือ Stored Procedure แล้วคลิก เสร็จสิ้น

      หมายเหตุ: ตัวเลือกนี้จะพร้อมใช้งานก็ต่อเมื่อผู้ดูแลระบบของคุณได้เปิดตัวเลือก เปิดใช้งานการสนับสนุนแบบสอบถามแบบใช้ปรับปรุงข้อมูล ไว้

      ด้วยการใช้ตัวเลือกนี้ คุณจะสามารถสร้างหรือแก้ไขคำสั่ง SQL แบบกำหนดเองได้ เมื่อคุณคลิก เสร็จสิ้น กล่องโต้ตอบ แก้ไขคำสั่ง SQL ที่กำหนดเอง จะเปิดขึ้น ในกล่องโต้ตอบนี้ คุณสามารถสร้างคำสั่งและเพิ่มพารามิเตอร์ได้ หลังจากที่คุณสร้างคำสั่ง SQL แบบกำหนดเอง คุณจะสามารถแก้ไขแบบสอบถามได้ด้วยการคลิก แก้ไขแบบสอบถามแบบกำหนดเอง ในกล่องโต้ตอบ คุณสมบัติแหล่งข้อมูล สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม ให้ดู สร้างคำสั่ง SQL แบบกำหนดเอง ในตอนท้ายของบทความนี้

  9. ในกล่องโต้ตอบ คุณสมบัติแหล่งข้อมูล ให้คลิกแท็บ ทั่วไป พิมพ์ชื่อสำหรับแหล่งข้อมูล แล้วคลิก ตกลง

    ขณะนี้การเชื่อมต่อฐานข้อมูลใหม่จะปรากฏขึ้นในไลบรารีแหล่งข้อมูล

หมายเหตุ: 

  • ถ้าคุณกำลังพยายามเชื่อมต่อกับเซิร์ฟเวอร์ภายนอกที่ติดตั้ง SQL Server ให้ตรวจสอบให้แน่ใจว่าการรับรองความถูกต้องของ SQL Server ถูกเปิดใช้งานบนเซิร์ฟเวอร์นั้น

  • ถ้าคุณไม่สามารถใช้การรับรองความถูกต้องของ SQL Server บนเซิร์ฟเวอร์ที่ติดตั้ง SQL Server ให้ตรวจสอบให้แน่ใจว่าการรับรองความถูกต้องในการเข้าสู่ระบบโดยลงชื่อเข้าใช้ครั้งเดียวถูกเปิดใช้งานสำหรับเซิร์ฟเวอร์ที่มีไซต์ SharePoint ของคุณอยู่

ด้านบนของหน้า

สร้างคำสั่ง SQL แบบกำหนดเอง

เมื่อคุณคลิกตัวเลือก ระบุคำสั่งการเลือก การปรับปรุง การแทรก และการลบแบบกำหนดเองที่ใช้ SQL หรือ Stored Procedure แล้วคลิก เสร็จสิ้น ในกล่องโต้ตอบ การกำหนดค่าการเชื่อมต่อฐานข้อมูล กล่องโต้ตอบ แก้ไขคำสั่ง SQL ที่กำหนดเอง จะเปิดขึ้น ในกล่องโต้ตอบนี้ คุณสามารถสร้างคำสั่ง SQL แบบกำหนดเองได้เพื่อเรียกใช้หรือปรับเปลี่ยนข้อมูลในฐานข้อมูล

ในกล่องโต้ตอบ แก้ไขคำสั่ง SQL ที่กำหนดเอง มีแท็บอยู่สี่แท็บ ซึ่งแต่ละแท็บจะสอดคล้องกับคำสั่ง SQL ทั่วไป ได้แก่

  • เลือก     คำสั่ง SELECT ใช้สำหรับเรียกใช้ข้อมูลจากตาราง

  • ปรับปรุง     คำสั่ง UPDATE ใช้สำหรับปรับเปลี่ยนข้อมูลในตาราง

  • แทรก     คำสั่ง INSERT INTO ใช้สำหรับแทรกแถวใหม่ลงในตาราง

  • ลบ     คำสั่ง DELETE ใช้สำหรับลบแถวออกจากตาราง

รายการ Stored Procedure จะแสดง Stored Procedures ทั้งหมดที่พร้อมให้ใช้งานในฐานข้อมูลที่คุณกำลังเชื่อมต่ออยู่

เมื่อกล่องโต้ตอบ แก้ไขคำสั่ง SQL ที่กำหนดเอง เปิดขึ้น คำสั่งใดๆ ที่นำไปใช้กับข้อมูลแล้วนั้นจะปรากฏขึ้นในกล่อง คำสั่ง SQL ตัวอย่างเช่น ถ้าคุณสร้างการเชื่อมต่อฐานข้อมูลด้วยการคลิก เลือกตารางหรือมุมมอง เพื่อเลือกตาราง แล้วต่อมาคุณตัดสินใจที่จะแก้ไขคำสั่ง SELECT คุณจะเห็นคำสั่งต่อไปนี้ในกล่อง คำสั่ง SQL บนแท็บ เลือก

SELECT * FROM dbo.[your_table_name]

เครื่องหมายดอกจันในคำสั่งนี้เป็นอักขระตัวแทนที่หมายถึงทั้งหมด ดังนั้นคำสั่ง SQL นึ้จึงหมายถึงเลือกเขตข้อมูลทั้งหมดสำหรับระเบียนทั้งหมดจากตารางที่เฉพาะเจาะจงนี้ เมื่อต้องการแก้ไขคำสั่ง ให้คลิก แก้ไขคำสั่ง เพื่อเปิด ตัวแก้ไขพารามิเตอร์และคำสั่ง

กล่องโต้ตอบ 'ตัวแก้ไขพารามิเตอร์คำสั่ง'

แก้ไขแบบสอบถาม SQL ด้วยการพิมพ์โดยตรงลงในกล่อง คำสั่ง SELECT

เพิ่มพารามิเตอร์ SQL

คุณยังสามารถสร้างพารามิเตอร์สำหรับแบบสอบถาม SQL ของคุณได้ด้วยการคลิก การเพิ่มพารามิเตอร์

พารามิเตอร์ SQL ควรถูกนำมาใช้ในที่ที่คุณอาจจะใช้สตริงแบบสอบถาม หมายถึงข้อความที่ถูกล้อมรอบด้วยเครื่องหมายอัญประกาศเดี่ยว และเนื่องจากการใช้สตริงแบบสอบถามในคำสั่ง SQL จะก่อให้เกิดความไม่มั่นคงด้านความปลอดภัยขึ้นได้ ดังนั้น พารามิเตอร์ SQL จึงเป็นสิ่งจำเป็นใน Office SharePoint Designer 2007 ในทุกครั้งที่คุณสร้างคำสั่ง SQL ที่เรียกใช้ข้อมูลที่ถูกกรองจากแหล่งข้อมูล

ตัวอย่างเช่น Northwind Traders เป็นบริษัทจำหน่ายอาหารรสเลิศ โดยบริษัทนี้จะเก็บข้อมูลทางธุรกิจทั้งหมดไว้ในฐานข้อมูลที่ยึดตาม SQL เมื่อมีการเรียกใช้รายการผลิตภัณฑ์ทั้งหมดจากตารางผลิตภัณฑ์ แบบสอบถาม SQL จะมีผลลัพธ์ลักษณะดังนี้

SELECT * FROM dbo.[Products]

คำสั่ง SQL ข้างต้นจะเรียกใช้ระเบียนทั้งหมดในตารางผลิตภัณฑ์ แต่ในกรณีที่ Northwind ต้องการเรียกใช้รายการที่ถูกกรองที่มีเฉพาะรายการที่สินค้าขาดตลาดเท่านั้น ตารางจึงต้องมีเขตข้อมูล UnitsInStock รวมอยู่ด้วย ดังนั้นในการใช้ SQL แบบดั้งเดิม คำสั่งที่จะใช้เรียกใช้รายการนี้จะมีลักษณะดังนี้

SELECT * FROM dbo.[Products] WHERE UnitsInStock = '0'

'0'

ในคำสั่งนี้คือสตริงแบบสอบถาม สตริงแบบสอบถามนี้ควรถูกแทนที่ด้วยตัวแปร สำหรับตัวอย่างนี้ คุณต้องการสร้างตัวแปรที่ชื่อ OutOfStock คำสั่ง SQL ใหม่จะมีลักษณะดังนี้

SELECT * FROM dbo.[Products] WHERE UnitsInStock = @OutOfStock

เมื่อต้องการสร้างคำสั่ง SQL โดยใช้ตัวแปร OutOfStock ในตัวอย่างนี้ ให้ดำเนินการตามกระบวนงานต่อไปนี้

  1. ในกล่องโต้ตอบ ตัวแก้ไขพารามิเตอร์และคำสั่ง ในกล่อง คำสั่ง SELECT ให้พิมพ์สตริงต่อไปนี้

SELECT * FROM dbo.[Products] WHERE UnitsInStock = @OutOfStock

  1. ภายใต้ พารามิเตอร์ ให้คลิก การเพิ่มพารามิเตอร์

  2. ตัวแปรที่คุณต้องการกำหนดคือ OutOfStock ดังนั้นในคอลัมน์ ชื่อ ให้พิมพ์ OutOfStock

  3. ในรายการ แหล่งพารามิเตอร์ ให้คลิก ไม่มี

  4. เนื่องจากค่าที่คุณต้องการให้ได้ตรงกันคือ 0 ในกล่อง ค่าเริ่มต้น ให้พิมพ์ 0

    ตัวแก้ไขพารามิเตอร์และคำสั่งที่มีคำสั่งพารามิเตอร์ SQL

  5. คลิก ตกลง

    ขณะนี้คุณสามารถมองเห็นคำสั่ง SQL ใหม่ในกล่องโต้ตอบ แก้ไขคำสั่ง SQL ที่กำหนดเอง

    กล่องโต้ตอบ 'แก้ไขคำสั่ง SQL ที่กำหนดเอง' ที่มีคำสั่ง SQL

  6. คลิก ตกลง อีกครั้ง

    ในกล่องโต้ตอบ คุณสมบัติแหล่งข้อมูล ปุ่ม แก้ไขแบบสอบถามแบบกำหนดเอง จะปรากฏขึ้นบนแท็บ แหล่งข้อมูล

    กล่องโต้ตอบ 'คุณสมบัติแหล่งข้อมูล' ที่มีปุ่ม 'แก้ไขแบบสอบถามแบบกำหนดเอง'

ด้านบนของหน้า

ปรับเปลี่ยนคุณสมบัติแหล่งข้อมูลของการเชื่อมต่อฐานข้อมูลที่มีอยู่

หลังจากที่คุณกำหนดค่าการเชื่อมต่อฐานข้อมูลแล้ว ต่อไปคุณจะสามารถปรับเปลี่ยนการเชื่อมต่อเมื่อใดก็ได้ ตัวอย่างเช่น คุณอาจต้องการสร้างแบบสอบถามใหม่ ปรับเปลี่ยนแบบสอบถามที่มีอยู่ หรือสร้างคำสั่ง SQL แบบกำหนดเอง เป็นต้น

  1. บนเมนู บานหน้าต่างงาน ให้คลิก ไลบรารีแหล่งข้อมูล

  2. ใน ไลบรารีแหล่งข้อมูล ให้คลิกการเชื่อมต่อฐานข้อมูลที่คุณต้องการปรับเปลี่ยน แล้วคลิก คุณสมบัติ

    ถ้าการเชื่อมต่อฐานข้อมูลใช้แบบสอบถาม SQL แบบกำหนดเอง กล่องโต้ตอบ คุณสมบัติแหล่งข้อมูล จะมีลักษณะดังในภาพประกอบต่อไปนี้

    กล่องโต้ตอบ 'คุณสมบัติแหล่งข้อมูล' ที่มีปุ่ม 'แก้ไขแบบสอบถามแบบกำหนดเอง'

    ถ้าการเชื่อมต่อฐานข้อมูลไม่ได้ใช้แบบสอบถาม SQL แบบกำหนดเอง กล่องโต้ตอบ คุณสมบัติแหล่งข้อมูล จะมีลักษณะดังในภาพประกอบต่อไปนี้

    กล่องโต้ตอบ 'คุณสมบัติแหล่งข้อมูล' ที่มีส่วนแบบสอบถาม

  3. ในกล่องโต้ตอบ คุณสมบัติแหล่งข้อมูล ให้เลือกทำดังต่อไปนี้

    • ถ้ามีพื้นที่ แบบสอบถาม ที่มีปุ่ม ให้คลิกปุ่มเหล่านั้นเพื่อเพิ่มหรือเอาเขตข้อมูลออก หรือเพื่อสร้างหรือปรับเปลี่ยนตัวกรองหรือลำดับการจัดเรียง

    • ถ้ามีพื้นที่ แบบสอบถาม ที่มีปุ่ม ให้คลิก การกำหนดค่าการเชื่อมต่อฐานข้อมูล เพื่อนำแบบสอบถาม SQL แบบกำหนดเองไปใช้กับการเชื่อมต่อ หลังจากที่คุณคลิก การกำหนดค่าการเชื่อมต่อฐานข้อมูล ให้คลิก ถัดไป

      หมายเหตุ: ถ้าคุณกำลังบันทึกชื่อผู้ใช้และรหัสผ่าน คำเตือนเกี่ยวกับความปลอดภัยจะปรากฏขึ้นเพื่อแจ้งให้คุณทราบว่าชื่อผู้ใช้และรหัสผ่านจะถูกบันทึกเป็นข้อความในการเชื่อมต่อข้อมูลและสมาชิกของไซต์ทีมอื่นๆ สามารถเข้าถึงแหล่งข้อมูลนี้ได้ ถ้าคุณต้องการให้สมาชิกของไซต์ทีมอื่นๆ เข้าถึงฐานข้อมูลได้โดยใช้ชื่อผู้ใช้และรหัสผ่านเดียวกัน ให้คลิก ตกลง ถ้าไม่ต้องการให้สมาชิกของไซต์ทีมอื่นๆ เข้าถึงฐานข้อมูลได้โดยใช้ชื่อผู้ใช้และรหัสผ่านเดียวกัน ให้คลิก ยกเลิก แล้วติดต่อผู้ดูแลเซิร์ฟเวอร์ของคุณเกี่ยวกับการเชื่อมต่อกับฐานข้อมูลโดยใช้การรับรองความถูกต้องของ Windows ในกรณีที่ไซต์ SharePoint ของคุณอยู่บนเซิร์ฟเวอร์ที่ติดตั้ง Windows SharePoint Services 3.0 หรือเกี่ยวกับการเชื่อมต่อกับฐานข้อมูลโดยใช้การรับรองความถูกต้องในการเข้าสู่ระบบโดยลงชื่อเข้าใช้ครั้งเดียว ในกรณีที่ไซต์ SharePoint ของคุณอยู่บนเซิร์ฟเวอร์ที่ติดตั้ง Office SharePoint Server 2007

      ในกล่องโต้ตอบ การกำหนดค่าการเชื่อมต่อฐานข้อมูล ให้คลิก ระบุคำสั่งการเลือก การปรับปรุง การแทรก และการลบแบบกำหนดเองที่ใช้ SQL หรือ Stored Procedure แล้วคลิก เสร็จสิ้น

      กล่องโต้ตอบ แก้ไขคำสั่ง SQL ที่กำหนดเอง จะเปิดขึ้น ในกล่องโต้ตอบนี้ คุณจะสามารถสร้างคำสั่ง SQL แบบกำหนดเองของคุณได้ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม ให้ดูที่ สร้างคำสั่ง SQL แบบกำหนดเอง ที่ด้านบนของบทความนี้

    • ถ้ามีปุ่ม แก้ไขแบบสอบถามแบบกำหนดเอง ให้คลิกที่ปุ่มนั้นเพื่อเปิดกล่องโต้ตอบ แก้ไขคำสั่ง SQL ที่กำหนดเอง ที่ซึ่งคุณสามารถเพิ่ม ปรับเปลี่ยน หรือลบคำสั่ง SQL แบบกำหนดเองออกได้

ด้านบนของหน้า

ขยายทักษะของคุณ
สำรวจการฝึกอบรม
รับฟีเจอร์ใหม่ก่อนใคร
เข้าร่วม Office Insider

ข้อมูลนี้เป็นประโยชน์หรือไม่

ขอบคุณสำหรับคำติชมของคุณ!

ขอขอบคุณสำหรับคำติชมของคุณ! เราคิดว่าอาจเป็นประโยชน์ที่จะให้คุณได้ติดต่อกับหนึ่งในตัวแทนฝ่ายสนับสนุน Office ของเรา

×