การเข้าถึง SQL: คำสั่ง where

สิ่งสำคัญ:  บทความนี้เป็นการแปลด้วยเครื่อง โปรดดู ข้อจำกัดความรับผิดชอบ โปรดดูบทความฉบับภาษาอังกฤษ ที่นี่ เพื่อใช้อ้างอิง

นี่คือข้อมูลหนึ่งชุดของบทความเกี่ยวกับ SQL ของ Access บทความนี้อธิบายถึงวิธีเขียนคำสั่ง where และใช้ตัวอย่างเพื่อแสดงตัวอย่างเทคนิคต่าง ๆ ที่คุณสามารถใช้คำสั่ง where ใน

ในคำสั่ง SQL คำสั่ง where ระบุเกณฑ์ที่ต้องการตรงกับค่าของเขตข้อมูลสำหรับระเบียนที่ประกอบด้วยค่าที่จะถูกรวมอยู่ในผลลัพธ์ของคิวรี

สำหรับภาพรวมของ SQL ของ Access ให้ดูบทความSQL ของ Access: แนวคิดพื้นฐาน คำศัพท์ และไวยากรณ์

ในบทความนี้

จำกัดผลลัพธ์ โดยใช้เกณฑ์

ไวยากรณ์ของคำสั่ง WHERE

ใช้คำสั่ง where เมื่อต้องการรวมแหล่งข้อมูล

จำกัดผลลัพธ์ โดยใช้เกณฑ์

เมื่อคุณต้องการใช้ข้อมูลเพื่อจำกัดจำนวนระเบียนที่ส่งกลับในแบบสอบถาม คุณสามารถใช้เกณฑ์ เกณฑ์คิวรีจะคล้ายคลึงกับสูตรซึ่งเป็นสตริงที่อาจประกอบด้วยเขตข้อมูลอ้างอิง ตัวดำเนินการ และค่าคง เกณฑ์ของคิวรีมีชนิดของนิพจน์

ตารางต่อไปนี้แสดงบางตัวอย่างเกณฑ์ และอธิบายวิธีการทำงาน

เกณฑ์

คำอธิบาย

> 25 และ < 50

เงื่อนไขนี้นำไปใช้กับเขตข้อมูลตัวเลข เช่นราคาหรือ UnitsInStock รวมเฉพาะระเบียนที่เขตข้อมูลราคาหรือ UnitsInStock ประกอบด้วยค่าที่มากกว่า 25 และน้อยกว่า 50

DateDiff ("yyyy", [BirthDate], Date()) > 30

เงื่อนไขนี้นำไปใช้กับเขตข้อมูล Date/Time เช่น BirthDate อยู่ระเบียนที่จำนวนปีระหว่างวันของวันนี้และวันเกิดของคนมีค่ามากกว่า 30 ในผลลัพธ์แบบสอบถาม

Is Null

เงื่อนไขนี้จะสามารถใช้กับชนิดใด ๆ ของเขตข้อมูลเพื่อแสดงระเบียนที่มีค่าเขตข้อมูลเป็น null

ตามที่แสดงให้เห็นตารางก่อนหน้า เกณฑ์สามารถดูมากแตกต่างกันโดยขึ้นอยู่กับชนิดข้อมูลของเขตข้อมูลที่ใช้เงื่อนไขและข้อกำหนดของคุณเฉพาะได้ เงื่อนไขบางอย่างง่าย และใช้ตัวดำเนินการพื้นฐานและค่าคง ผู้อื่นซับซ้อน และใช้ฟังก์ชันและตัวดำเนินการพิเศษ และรวมเขตข้อมูลอ้างอิง

สิ่งสำคัญ: ถ้าเขตข้อมูลจากการใช้กับฟังก์ชันการรวม คุณไม่สามารถระบุเกณฑ์สำหรับเขตข้อมูลนั้นในคำสั่ง where แทน คุณใช้คำสั่ง having เมื่อต้องการระบุเกณฑ์สำหรับเขตข้อมูลการรวม สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม ให้ดูบทความSQL ของ Access: แนวคิดพื้นฐาน คำศัพท์ และไวยากรณ์และคำสั่ง HAVING

ไวยากรณ์ของคำสั่ง WHERE

คุณสามารถใช้เกณฑ์คิวรีในส่วนคำสั่ง WHERE ของคำสั่ง select

คำสั่ง where มีพื้นฐานไวยากรณ์ต่อไปนี้:

WHERE field = criterion

ตัวอย่างเช่น สมมติว่า คุณต้องการให้หมายเลขโทรศัพท์ของลูกค้า แต่คุณเท่านั้นโปรดจำไว้ว่า นามสกุลของลูกค้าเป็นชัยนาม แทนที่จะค้นหาที่หมายเลขโทรศัพท์ทั้งหมดในฐานข้อมูลของคุณ คุณสามารถใช้คำสั่ง where เมื่อต้องการจำกัดผลลัพธ์ และทำให้ง่ายต่อการค้นหาหมายเลขโทรศัพท์ที่คุณต้องการ สมมติว่านามสกุลจะถูกเก็บไว้ในเขตข้อมูลที่มีชื่อว่านามสกุล ของคำสั่ง where ปรากฏขึ้นดังนี้:

WHERE [LastName]='Bagel'

หมายเหตุ: คุณไม่ได้ยึดตามเกณฑ์ในคำสั่ง where ของคุณบนเทียบเท่าของค่า คุณสามารถใช้ตัวดำเนินการเปรียบเทียบอื่น ๆ เช่นมากกว่า (>) หรือน้อยกว่า (<) ตัวอย่างเช่นซึ่ง [ราคา] > 100

ใช้คำสั่ง where เมื่อต้องการรวมแหล่งข้อมูล

ในบางครั้งคุณอาจต้องการรวมแหล่งข้อมูลโดยยึดตามเขตข้อมูลที่มีข้อมูลที่ตรงกัน แต่มีชนิดข้อมูลแตกต่างกัน ตัวอย่างเช่น เขตข้อมูลในหนึ่งตารางอาจมีชนิดข้อมูลตัวเลข และคุณต้องการเปรียบเทียบเขตข้อมูลนั้นไปยังเขตข้อมูลในตารางอื่นที่มีชนิดข้อมูล Text

คุณไม่สามารถสร้างการรวมระหว่างเขตข้อมูลที่มีชนิดข้อมูลแตกต่างกัน เมื่อต้องการรวมข้อมูลจากแหล่งข้อมูลที่สองโดยยึดตามค่าในเขตข้อมูลที่มีชนิดข้อมูลแตกต่างกัน คุณสร้างคำสั่ง where ที่ใช้เขตข้อมูลหนึ่งเป็นเกณฑ์สำหรับเขต โดยใช้คำสำคัญ LIKE

ตัวอย่างเช่น สมมติว่า คุณต้องการใช้ข้อมูลจาก table1 และ table2 แต่เฉพาะเมื่อข้อมูลใน field1 (เขตข้อมูลข้อความใน table1) ตรงกับข้อมูลใน field2 (เขตข้อมูล number ใน table2) คำสั่ง where ของคุณจะมีลักษณะดังนี้:

WHERE field1 LIKE field2

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการสร้างเกณฑ์ไปใช้ในคำสั่ง where ดูบทความตัวอย่างของเกณฑ์คิวรี

ด้านบนของหน้า

หมายเหตุ: ข้อจำกัดความรับผิดชอบของการแปลด้วยเครื่อง: บทความนี้มีการแปลด้วยระบบคอมพิวเตอร์โดยไม่มีการดำเนินการโดยบุคคล Microsoft จัดให้มีการแปลด้วยเครื่องนี้เพื่อช่วยให้ผู้ใช้ที่ไม่ได้พูดภาษาอังกฤษสามารถใช้ประโยชน์จากเนื้อหาเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ บริการและเทคโนโลยีของ Microsoft เนื่องจากบทความมีการแปลด้วยเครื่อง อาจมีข้อผิดพลาดด้านคำศัพท์ ไวยากรณ์หรือรูปประโยค

ขยายทักษะของคุณ
สำรวจการฝึกอบรม
รับฟีเจอร์ใหม่ก่อนใคร
เข้าร่วม Office Insider

ข้อมูลนี้เป็นประโยชน์หรือไม่

ขอบคุณสำหรับคำติชมของคุณ!

ขอขอบคุณสำหรับคำติชมของคุณ! เราคิดว่าอาจเป็นประโยชน์ที่จะให้คุณได้ติดต่อกับหนึ่งในตัวแทนฝ่ายสนับสนุน Office ของเรา

×