การสร้างสูตรเงื่อนไข

การทดสอบว่าเงื่อนไขนั้นเป็นจริงหรือเท็จ และการเปรียบเทียบทางตรรกศาสตร์ระหว่างนิพจน์นั้นเป็นการดำเนินการโดยทั่วไปสำหรับงานหลายๆ งาน คุณสามารถใช้ฟังก์ชัน AND, OR, NOT และ IF เพื่อสร้างสูตรเงื่อนไขได้

ตัวอย่างเช่น ฟังก์ชัน IF ใช้อาร์กิวเมนต์ต่อไปนี้

สูตรที่มีฟังก์ชัน IF

สูตรที่ใช้ฟังก์ชัน IF

รูปปุ่ม  logical_test: เงื่อนไขที่คุณต้องการตรวจสอบ

คำบรรยายภาพ 2  value_if_true: ค่าที่ส่งกลับถ้าเงื่อนไขเป็นจริง

รูปปุ่ม  value_if_false: ค่าที่ส่งกลับเมื่อเงื่อนไขเป็นเท็จ

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการสร้างสูตร ดูที่ สร้างหรือลบสูตร

คุณต้องการทำสิ่งใด

สร้างสูตรเงื่อนไขที่ให้ผลลัพธ์เป็นค่าตรรกะ (TRUE หรือ FALSE)

สร้างสูตรเงื่อนไขที่ให้ผลลัพธ์ในการคำนวณอื่นๆ หรือให้ค่าอื่นๆ นอกเหนือจาก TRUE หรือ FALSE

สร้างสูตรเงื่อนไขที่ให้ผลลัพธ์เป็นค่าตรรกะ (TRUE หรือ FALSE)

เมื่อต้องการทำงานนี้ ให้ใช้ฟังก์ชัน AND, OR และ NOT และตัวดำเนินการดังที่ปรากฏในตัวอย่างต่อไปนี้

ตัวอย่าง

ถ้าคัดลอกตัวอย่างไปใส่ไว้แผ่นงานปล่าจะทำให้เข้าใจตัวอย่างยิ่งขึ้น

ฉันจะคัดลอกตัวอย่างได้อย่างไร

  1. เลือกตัวอย่างในบทความนี้

    สิ่งสำคัญ: ไม่ต้องเลือกส่วนหัวแถวหรือคอลัมน์

    การเลือกตัวอย่างจากวิธีใช้ใน Excel 2013 สำหรับ Windows

    การเลือกตัวอย่างจากวิธีใช้

  2. กด CTRL+C

  3. ใน Excel ให้สร้างเวิร์กบุ๊กหรือเวิร์กชีตเปล่า

  4. ในแผ่นงานนั้น ให้เลือกเซลล์ A1 และกด CTRL+V

สิ่งสำคัญ: เพื่อให้ตัวอย่างทำงานอย่างถูกต้อง คุณต้องวางลงในเซลล์ A1 ของแผ่นงาน

  1. เมื่อต้องการสลับระหว่างการดูผลลัพธ์และการดูสูตรที่ส่งกลับผลลัพธ์ ให้กด CTRL+` (อักขระเน้นเสียง) หรือบนแท็บ สูตร ในกลุ่ม ตรวจสอบสูตร ให้คลิกปุ่ม แสดงสูตร

หลังจากที่คุณคัดลอกตัวอย่างไปยังแผ่นงานเปล่าแล้ว คุณสามารถปรับให้เหมาะสมกับความต้องการของคุณได้

1

2

3

4

5

6

7



8



9


10


11



12

A

B

ข้อมูล

15

9

8

Sprockets

Widgets

สูตร

คำอธิบาย (ผลลัพธ์)

=AND(A2>A3, A2<A4)

กำหนดว่าค่าในเซลล์ A2 มีค่ามากกว่าค่าใน A3 และถ้าค่าใน A2 มีค่าน้อยกว่าค่าใน A4 หรือไม่ (FALSE)

=OR(A2>A3, A2<A4)

กำหนดว่าค่าในเซลล์ A2 มีค่ามากกว่าค่าใน A3 หรือค่าใน A2 มีค่าน้อยกว่าค่าใน A4 หรือไม่ (TRUE)

=NOT(A2+A3=24)

กำหนดว่าผลรวมของค่าในเซลล์ A2 และ A3 ไม่เท่ากับ 24 หรือไม่ (FALSE)

=NOT(A5="Sprockets")

กำหนดว่าค่าในเซลล์ A5 ไม่เท่ากับ "Sprockets" (FALSE) หรือไม่

=OR(A5<>"Sprockets",A6 = "Widgets")

กำหนดว่าค่าในเซลล์ A5 ไม่เท่ากับ "Sprockets" หรือค่าในเซลล์ A6 เท่ากับ "Widgets" (TRUE) หรือไม่

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีใช้ฟังก์ชันเหล่านี้ ให้ดู ฟังก์ชัน AND, ฟังก์ชัน OR และฟังก์ชัน NOT

ด้านบนของหน้า

สร้างสูตรเงื่อนไขที่ให้ผลลัพธ์ในการคำนวณอื่นๆ หรือให้ค่าอื่นๆ นอกเหนือจาก TRUE หรือ FALSE

เมื่อต้องการทำงานนี้ ให้ใช้ฟังก์ชัน IF, AND และ OR และตัวดำเนินการดังที่ปรากฏในตัวอย่างต่อไปนี้

ตัวอย่าง

ถ้าคัดลอกตัวอย่างไปใส่ไว้แผ่นงานปล่าจะทำให้เข้าใจตัวอย่างยิ่งขึ้น

ฉันจะคัดลอกตัวอย่างได้อย่างไร

  1. เลือกตัวอย่างในบทความนี้

สิ่งสำคัญ: ไม่ต้องเลือกส่วนหัวแถวหรือคอลัมน์

การเลือกตัวอย่างจากวิธีใช้ใน Excel 2013 สำหรับ Windows

การเลือกตัวอย่างจากวิธีใช้

  1. กด CTRL+C

  2. ใน Excel ให้สร้างเวิร์กบุ๊กหรือเวิร์กชีตเปล่า

  3. ในแผ่นงานนั้น ให้เลือกเซลล์ A1 และกด CTRL+V

สิ่งสำคัญ: เพื่อให้ตัวอย่างทำงานอย่างถูกต้อง คุณต้องวางลงในเซลล์ A1 ของแผ่นงาน

  1. เมื่อต้องการสลับระหว่างการดูผลลัพธ์และการดูสูตรที่ส่งกลับผลลัพธ์ ให้กด CTRL+` (อักขระเน้นเสียง) หรือบนแท็บ สูตร ในกลุ่ม ตรวจสอบสูตร ให้คลิกปุ่ม แสดงสูตร

หลังจากที่คุณคัดลอกตัวอย่างไปยังแผ่นงานเปล่าแล้ว คุณสามารถปรับให้เหมาะสมกับความต้องการของคุณได้

1

2

3

4

5

6

7


8



9



10



11




12



13



14




15



16

A

B

ข้อมูล

15

9

8

Sprockets

Widgets

สูตร

คำอธิบาย (ผลลัพธ์)

=IF(A2=15, "OK", "Not OK")

ถ้าค่าในเซลล์ A2 เท่ากับ 15 ส่งกลับค่า "ตกลง" มิฉะนั้น ส่งกลับค่า "ไม่ตกลง" (OK)

=IF(A2<>15, "OK", "Not OK")

ถ้าค่าในเซลล์ A2 ไม่เท่ากับ 15 ส่งกลับค่า "ตกลง" มิฉะนั้น ส่งกลับค่า "ไม่ตกลง" (Not OK)

=IF(NOT(A2<=15), "OK", "Not OK")

ถ้าค่าในเซลล์ A2 ไม่น้อยกว่าหรือเท่ากับ 15 ส่งกลับค่า "OK" มิฉะนั้น ส่งกลับค่า "ไม่ตกลง" (Not OK)

=IF(A5<>"SPROCKETS", "OK", "Not OK")

ถ้าค่าในเซลล์ A5 ไม่เท่ากับ "SPROCKETS" ส่งกลับค่า "ตกลง" มิฉะนั้น ส่งกลับค่า "ไม่ตกลง" (Not OK)

=IF(AND(A2>A3, A2<A4), "OK", "Not OK")

กำหนดว่าถ้าค่าในเซลล์ A2 มีค่ามากกว่าค่าใน A3 และถ้าค่าใน A2 มีค่าน้อยกว่าค่าใน A4 ส่งกลับค่า "ตกลง" มิฉะนั้น ส่งกลับค่า "ไม่ตกลง" (Not OK)

=IF(AND(A2<>A3, A2<>A4), "OK", "Not OK")

ถ้ากำหนดว่าถ้าค่าในเซลล์ A2 มีค่ามากกว่าค่าใน A3 และถ้าค่าใน A2 มีค่าไม่เท่ากับค่าใน A4 ส่งกลับค่า "ตกลง" มิฉะนั้น ส่งกลับค่า "ไม่ตกลง" (OK)

=IF(OR(A2>A3, A2<A4), "OK", "Not OK")

ถ้าค่าในเซลล์ A2 มีค่ามากกว่าค่าใน A3 และถ้าค่าใน A2 มีค่าน้อยกว่าค่าใน A4 ส่งกลับค่า "ตกลง" มิฉะนั้น ส่งกลับค่า "ไม่ตกลง" (OK)

=IF(OR(A5<>"Sprockets", A6<>"Widgets"), "OK", "Not OK")

ถ้าค่าในเซลล์ A5 ไม่เท่ากับ "Sprockets" หรือค่าในเซลล์ A6 ไม่เท่ากับ "Widgets" ส่งกลับค่า "ตกลง" มิฉะนั้น ส่งกลับค่า "ไม่ตกลง" (Not OK)

=IF(OR(A2<>A3, A2<>A4), "OK", "Not OK")

ถ้ากำหนดว่าถ้าค่าในเซลล์ A2 มีค่าไม่เท่ากับค่าใน A3 และถ้าค่าใน A2 มีค่าไม่เท่ากับค่าใน A4 ส่งกลับค่า "ตกลง" มิฉะนั้น ส่งกลับค่า "ไม่ตกลง" (OK)

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีใช้ฟังก์ชันเหล่านี้ ให้ดูฟังก์ชัน IF, ฟังก์ชัน AND และ ฟังก์ชัน OR

ด้านบนของหน้า

ขยายทักษะของคุณ
สำรวจการฝึกอบรม
รับฟีเจอร์ใหม่ก่อนใคร
เข้าร่วม Office Insider

ข้อมูลนี้เป็นประโยชน์หรือไม่

ขอบคุณสำหรับคำติชมของคุณ!

ขอขอบคุณสำหรับคำติชมของคุณ! เราคิดว่าอาจเป็นประโยชน์ที่จะให้คุณได้ติดต่อกับหนึ่งในตัวแทนฝ่ายสนับสนุน Office ของเรา

×