การรวมใน PowerPivot

หมายเหตุ:  เราต้องการมอบเนื้อหาวิธีใช้ปัจจุบันในภาษาของคุณให้กับคุณโดยเร็วที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ หน้านี้ได้รับการแปลด้วยระบบอัตโนมัติ และอาจมีข้อผิดพลาดทางไวยากรณ์หรือความไม่ถูกต้อง จุดประสงค์ของเราคือเพื่อให้เนื้อหานี้มีประโยชน์กับคุณ คุณแจ้งให้เราทราบว่าข้อมูลดังกล่าวมีประโยชน์ต่อคุณที่ด้านล่างของหน้านี้ได้หรือไม่ นี่คือ บทความภาษาอังกฤษ เพื่อให้ง่ายต่อการอ้างอิง

การรวมเป็นวิธีที่ การยุบ สรุป จัดกลุ่มข้อมูล เมื่อคุณเริ่มต้น ด้วยข้อมูลดิบจากตารางหรือแหล่งข้อมูลอื่น ข้อมูลมักแบบแฟลต ซึ่งหมายความว่า มีจำนวนมากรายละเอียด แต่ไม่ได้ถูกจัดระเบียบ หรือจัดกลุ่มไว้ในวิธีใดก็ ไม่สรุปหรือโครงสร้างอาจทำลวดลายในข้อมูลการค้นหายาก ส่วนสำคัญของตัวแบบข้อมูลจะกำหนดที่ทำให้ง่ายขึ้น นามธรรม หรือสรุปลวดลายในการตอบคำถามธุรกิจเฉพาะ การรวม

การรวมโดยทั่วไป เช่นดังกล่าวโดยใช้ค่าเฉลี่ยCOUNT, DISTINCTCOUNT, MAX, MINหรือผลรวมสามารถสร้างได้ในการวัดโดยอัตโนมัติ โดยใช้ผลรวมอัตโนมัติ ชนิดอื่น ๆ ของการรวม เช่นAVERAGEX, COUNTX, COUNTROWSหรือSUMXส่งกลับตาราง และจำเป็นต้องมีสูตรที่สร้างขึ้นโดยใช้Data Analysis Expressions (DAX)

ความเข้าใจเกี่ยวกับการรวมใน Power Pivot

การเลือกกลุ่มสำหรับการรวม

ขณะรวมข้อมูล คุณจะจัดกลุ่มข้อมูลตามแอตทริบิวต์ เช่น ผลิตภัณฑ์ ราคา ภูมิภาค หรือวันที่ แล้วกำหนดสูตรที่จะทำงานในข้อมูลทั้งหมดในกลุ่มนั้น ตัวอย่างเช่น เมื่อคุณสร้างยอดรวมสำหรับหนึ่งปี แสดงว่าคุณได้สร้างการรวมขึ้นมา ถ้าหลังจากนั้นคุณสร้างอัตราส่วนของปีนี้เทียบกับปีที่แล้ว และนำเสนอในรูปแบบเปอร์เซ็นต์ ลักษณะนี้จะเป็นการรวมอีกชนิดหนึ่ง

การตัดสินใจเลือกวิธีจัดกลุ่มข้อมูลนั้นจะเกิดขึ้นจากคำถามทางธุรกิจ ตัวอย่างเช่น การรวมจะสามารถตอบคำถามต่อไปนี้:

นับจำนวน   ธุรกรรมกี่ถูกมีเดือนได้อย่างไร

ค่าเฉลี่ย    สิ่งที่มียอดขายในเดือนนี้ โดยพนักงานขายได้อย่างไร

ค่าน้อยที่สุดและค่ามากที่สุด    เขตการขายใดถูกห้าอันดับสูงสุดเมื่อคิดตามหน่วยที่ขายได้อย่างไร

ในการสร้างการคำนวณที่จะตอบคำถามเหล่านี้ คุณจะต้องมีข้อมูลโดยละเอียดที่ประกอบด้วยตัวเลขซึ่งจะนับหรือหาผลรวม และข้อมูลตัวเลขนั้นจะต้องสัมพันธ์กันแบบใดแบบหนึ่งกับกลุ่มที่คุณจะใช้เพื่อจัดระเบียบผลลัพธ์ต่างๆ

ถ้าข้อมูลไม่ได้ประกอบด้วยค่าที่คุณสามารถใช้สำหรับการจัดกลุ่ม เช่นประเภทผลิตภัณฑ์หรือชื่อของภูมิภาคทางภูมิศาสตร์ที่ที่เก็บอยู่ คุณอาจต้องการแนะนำกลุ่มกับข้อมูลของคุณ โดยการเพิ่มประเภทได้ เมื่อคุณสร้างกลุ่มใน Excel คุณต้องด้วยตนเองพิมพ์ หรือเลือกกลุ่มคุณต้องการใช้จากคอลัมน์ในแผ่นงานของคุณ อย่างไรก็ตาม ในระบบเชิงสัมพันธ์ ลำดับชั้นเช่นประเภทสำหรับผลิตภัณฑ์มักจะเก็บอยู่ในตารางอื่นกว่าข้อเท็จจริงหรือค่าตาราง โดยปกติแล้วยังตาราง category ที่ถูกลิงก์ไปยังข้อมูลข้อเท็จจริง โดยบางชนิดของคีย์ ตัวอย่าง สมมติว่า คุณพบว่า ข้อมูลของคุณประกอบด้วยรหัสผลิตภัณฑ์ แต่ไม่ชื่อของผลิตภัณฑ์หรือประเภทของพวกเขา เมื่อต้องการเพิ่มประเภทลงในเวิร์กชีต Excel แบบแฟลต คุณต้องการคัดลอกในคอลัมน์ที่ประกอบด้วยชื่อประเภท ด้วยPower Pivot คุณสามารถนำเข้าตารางประเภทผลิตภัณฑ์ลงในตัวแบบข้อมูลของคุณ สร้างความสัมพันธ์ระหว่างตารางที่ มีข้อมูลตัวเลขและรายการประเภทผลิตภัณฑ์ และใช้ประเภทเพื่อจัดกลุ่มข้อมูลนั้น สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม ดูที่การสร้างความสัมพันธ์ระหว่างตาราง

การเลือกฟังก์ชันสำหรับการรวม

หลังจากที่คุณกำหนดและเพิ่มการจัดกลุ่มที่จะใช้ คุณต้องตัดสินใจว่าจะใช้ฟังก์ชันใดทางคณิตศาสตร์สำหรับการรวม คำว่า การรวม (Aggregation) มักจะใช้เป็นคำเหมือนสำหรับการดำเนินการเชิงคณิตศาสตร์หรือสถิติที่จะใช้ในการรวม เช่น Sum (ผลรวม), Average (ค่าเฉลี่ย), Minimum (ต่ำสุด) หรือ Counts (นับจำนวน) อย่างไรก็ตาม Power Pivot จะช่วยให้คุณสามารถสร้างสูตรแบบกำหนดเองสำหรับการรวม นอกเหนือจากการรวมมาตรฐานที่พบใน Power Pivot และ Excel

ตัวอย่างเช่น ถ้าให้ชุดค่าและการจัดกลุ่มเดียวกับที่ใช้ในตัวอย่างก่อนหน้านี้ คุณจะสามารถสร้างการรวมแบบกำหนดเองที่ตอบคำถามต่อไปนี้ได้:

กรองการนับจำนวน   ธุรกรรมกี่ถูกมีในเดือน ยกเว้นหน้าต่างการบำรุงรักษาจุดสิ้นสุดของเดือนได้อย่างไร

อัตราส่วนโดยใช้ค่าเฉลี่ยเมื่อเวลาผ่านไป    สิ่งที่ถูกเรขาคณิตเปอร์เซ็นต์หรือปฏิเสธในการขายที่เปรียบเทียบกับงวดสุดท้ายของปีเดียวกันได้อย่างไร

จัดกลุ่มต่ำสุด และ ค่าสูงสุด    เขตการขายที่ติดอันดับสูงสุด สำหรับแต่ละประเภทผลิตภัณฑ์ หรือ สำหรับแต่ละรายการส่งเสริมการขายได้อย่างไร

การเพิ่มการรวมลงในสูตรและใน PivotTable

เมื่อคุณมีแนวคิดแบบกว้างๆ ว่าควรจัดกลุ่มข้อมูลของคุณอย่างไรให้เกิดประโยชน์ และมีค่าที่คุณต้องการใช้งาน คุณสามารถตัดสินใจได้ว่าจะสร้าง PivotTable หรือสร้างการคำนวณภายในตาราง Power Pivot จะขยายและปรับปรุงขีดความสามารถเดิมที่มีอยู่ของ Excel เพื่อสร้างการรวมต่างๆ เช่น ผลรวม จำนวนนับ หรือค่าเฉลี่ย คุณสามารถสร้างการรวมแบบกำหนดเองใน Power Pivot ภายในหน้าต่าง Power Pivot หรือภายในพื้นที่ PivotTable ของ Excel

  • ในคอลัมน์จากการคำนวณคุณสามารถสร้างการรวมที่คำนึงถึงบริบทแถวปัจจุบันเพื่อเรียกข้อมูลแถวที่สัมพันธ์กันจากอีกตารางหนึ่ง และหาผลรวมแล้ว นับ หรือหาค่าเฉลี่ยค่าเหล่านั้นในแถวที่เกี่ยวข้อง

  • ในการวัดคุณสามารถสร้างการรวมแบบไดนามิกที่ใช้ได้ทั้งตัวกรองที่กำหนดไว้ภายในสูตร และตัวกรองที่กำหนด โดยการออกแบบของ PivotTable และตัวเลือกของตัวแบ่งส่วนข้อมูล ส่วนหัวของคอลัมน์ และส่วนหัวของแถว การวัดโดยใช้การรวมมาตรฐานสามารถสร้างได้ในPower Pivot โดยใช้ผลรวมอัตโนมัติ หรือ ด้วยการสร้างสูตร คุณยังสามารถสร้างการวัดโดยนัยโดยใช้มาตรฐานการรวมใน PivotTable ใน Excel

การเพิ่มการจัดกลุ่มลงใน PivotTable

ขณะที่ออกแบบ PivotTable คุณจะต้องลากเขตข้อมูลที่แสดงถึงการจัดกลุ่ม ประเภท หรือลำดับชั้นลงในส่วนคอลัมน์และแถวของ PivotTable เพื่อจัดกลุ่มข้อมูล จากนั้น คุณจะลากเขตข้อมูลที่มีค่าตัวเลขไปยังพื้นที่ค่า เพื่อให้มีการนับจำนวน หาค่าเฉลี่ย หรือหาผลรวมของค่าเหล่านั้น

ถ้าคุณเพิ่มประเภทลงใน PivotTable แต่ข้อมูลประเภทไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูลข้อเท็จจริง คุณอาจได้รับข้อผิดพลาดหรือผลลัพธ์ peculiar โดยปกติแล้วPower Pivot จะลองใช้การแก้ไขปัญหา โดยการตรวจหาโดยอัตโนมัติ และการแนะนำความสัมพันธ์ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม ดูที่ทำงานกับความสัมพันธ์ใน Pivottable

นอกจากนี้ คุณสามารถลากเขตข้อมูลไปที่ตัวแบ่งส่วนข้อมูลได้อีกด้วย เพื่อเลือกกลุ่มข้อมูลเฉพาะที่จะดู ตัวแบ่งส่วนข้อมูลช่วยให้สามารถจัดกลุ่ม เรียงลำดับ และกรองผลลัพธ์ใน PivotTable ในเชิงโต้ตอบได้

การทำงานกับการจัดกลุ่มในสูตร

คุณยังสามารถใช้การจัดกลุ่มและประเภทเพื่อรวมข้อมูลที่จัดเก็บในตารางต่างๆ ได้อีกด้วย โดยการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างตาราง แล้วสร้างสูตรที่ใช้ความสัมพันธ์เหล่านั้นเพื่อค้นหาค่าที่เกี่ยวข้อง

กล่าวคือ ถ้าคุณต้องการสร้างสูตรที่จัดกลุ่มค่าตามประเภท คุณจะต้องใช้ความสัมพันธ์หนึ่งเพื่อเชื่อมโยงตารางที่มีข้อมูลรายละเอียดกับตารางที่มีประเภทต่างๆ แล้วจึงสร้างสูตรขึ้นมา

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการสร้างสูตรที่ใช้การค้นหา ดูการค้นหาในสูตรของ Power Pivot

การใช้ตัวกรองในการรวม

ฟีเจอร์ใหม่ในPower Pivot คือความสามารถในการนำตัวกรองไปใช้กับคอลัมน์และตารางของข้อมูล ได้ทั้ง ในส่วนติดต่อผู้ใช้ และภาย ใน PivotTable หรือแผนภูมิ แต่ ในสูตรมากที่คุณใช้เพื่อคำนวณการรวม สามารถใช้ตัวกรองในสูตรทั้ง ในคอลัมน์จากการคำนวณ และ s

ตัวอย่างเช่น ในฟังก์ชันการรวมแบบใหม่ของ DAX คุณสามารถระบุตารางทั้งตารางเป็นอาร์กิวเมนต์แทนการระบุค่าที่จะหาผลรวมหรือนับจำนวน ถ้าคุณไม่ได้นำตัวกรองใดๆ ไปใช้กับตารางนั้น ฟังก์ชันการรวมจะทำงานโดยใช้ค่าทั้งหมดในคอลัมน์ที่ระบุของตาราง อย่างไรก็ตาม ใน DAX คุณสามารถสร้างตัวกรองแบบคงที่หรือแบบไดนามิกในตาราง เพื่อให้การรวมทำงานโดยใช้ชุดย่อยที่แตกต่างกันของข้อมูล โดยขึ้นอยู่กับเงื่อนไขตัวกรองและบริบทปัจจุบัน

การผสานเงื่อนไขและตัวกรองในสูตรต่างๆ จะทำให้คุณสามารถสร้างการรวมที่เปลี่ยนแปลงไปตามค่าที่ระบุในสูตร หรือที่เปลี่ยนแปลงไปตามการเลือกส่วนหัวของแถวและส่วนหัวของคอลัมน์ใน PivotTable

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม ดูที่การกรองข้อมูลในสูตร

การเปรียบเทียบฟังก์ชันการรวมของ Excel กับฟังก์ชันการรวมของ DAX

ตารางต่อไปนี้แสดงรายการฟังก์ชันการรวมแบบมาตรฐานที่จัดเตรียมโดย Excel และมีการเชื่อมโยงไปที่การใช้งานฟังก์ชันเหล่านี้ใน Power Pivot ฟังก์ชันเหล่านี้ในรูปแบบ DAX มีลักษณะการทำงานคล้ายคลึงกันมากกับรูปแบบ Excel แต่มีความแตกต่างเล็กน้อยในเรื่องไวยากรณ์และการจัดการชนิดข้อมูลบางอย่าง

ฟังก์ชันการรวมแบบมาตรฐาน

ฟังก์ชัน

ให้ใช้

ค่าเฉลี่ย

ส่งกลับค่าเฉลี่ย (ค่าเฉลี่ยเลขคณิต) ของจำนวนทั้งหมดในคอลัมน์

AVERAGEA

ส่งกลับค่าเฉลี่ย (ค่าเฉลี่ยเลขคณิต) ของค่าทั้งหมดในคอลัมน์ โดยสามารถจัดการค่าที่เป็นข้อความและค่าที่ไม่ใช่ตัวเลขได้

นับจำนวน

นับจำนวนของค่าตัวเลขในคอลัมน์

ฟังก์ชัน COUNTA

นับจำนวนค่าในคอลัมน์ใดคอลัมน์หนึ่งที่ไม่ว่างเปล่า

MAX

ส่งกลับค่าตัวเลขที่มากที่สุดในคอลัมน์

MAXX

ส่งกลับค่าที่มากที่สุดจากชุดนิพจน์ที่ประเมินตามตาราง

ฟังก์ชัน MIN

ส่งกลับค่าตัวเลขที่น้อยที่สุดในคอลัมน์ใดคอลัมน์หนึ่ง

MINX

ส่งกลับค่าที่น้อยที่สุดจากชุดนิพจน์ที่ประเมินตามตาราง

ผลรวม

บวกตัวเลขทั้งหมดในคอลัมน์

ฟังก์ชันการรวมของ DAX

DAX ประกอบด้วยฟังก์ชันการรวมที่ทำให้คุณสามารถระบุตารางที่ต้องการใช้ทำการรวมได้ ดังนั้น แทนที่จะบวกหรือหาค่าเฉลี่ยของค่าในคอลัมน์หนึ่งเพียงอย่างเดียว ฟังก์ชันเหล่านี้จะช่วยให้คุณสามารถสร้างนิพจน์ซึ่งกำหนดข้อมูลที่จะรวมได้ในแบบไดนามิก

ตารางเหล่านี้แสดงรายการฟังก์ชันการรวมที่พร้อมใช้งานใน DAX

ฟังก์ชัน

ให้ใช้

AVERAGEX

หาค่าเฉลี่ยของชุดนิพจน์ที่ประเมินตามตาราง

COUNTAX

นับจำนวนชุดนิพจน์ที่ประเมินตามตาราง

COUNTBLANK

นับจำนวนของค่าว่างในคอลัมน์

COUNTX

นับจำนวนแถวทั้งหมดในตาราง

COUNTROWS

นับจำนวนของแถวที่ส่งกลับจากฟังก์ชันตารางที่ซ้อนกัน เช่น ฟังก์ชันตัวกรอง

SUMX

ส่งกลับผลรวมชุดนิพจน์ที่ประเมินตามตาราง

ความแตกต่างระหว่างฟังก์ชันการรวมของ DAX และของ Excel

แม้ว่าฟังก์ชันเหล่านี้มีชื่อเดียวกันเป็นการใช้งานใน Excel ระดับ พวกเขาใช้กลไกการวิเคราะห์ในหน่วยความจำPower Pivot ของ และมีการเลิกทำงานกับตารางและคอลัมน์ คุณไม่สามารถใช้สูตร DAX ในเวิร์กบุ๊ก Excel และในทางกลับกันได้ พวกเขาสามารถเท่านั้นใช้ ในหน้าต่างPower Pivot และ ใน Pivottable ที่ยึดตามข้อมูลPower Pivot นอกจากนี้ยัง แม้ว่าฟังก์ชันมีชื่อเหมือนกัน ลักษณะการทำงานอาจแตกต่างกันเล็กน้อย สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม ดูหัวข้อการอ้างอิงฟังก์ชันแต่ละรายการ

ลักษณะการประเมินคอลัมน์ในการรวมนั้นยังแตกต่างจากลักษณะที่ Excel จัดการการรวมอีกด้วย ตัวอย่างจะช่วยให้คุณเห็นภาพ

สมมติว่าคุณต้องการหาผลรวมของค่าในคอลัมน์จำนวนในตารางยอดขาย คุณจึงสร้างสูตรต่อไปนี้ขึ้นมา:

=SUM('Sales'[Amount])

ในกรณีที่ง่ายที่สุด ฟังก์ชันได้รับค่าจากคอลัมน์เดียวที่ไม่มีการกรอง และผลลัพธ์เป็นเหมือนกับใน Excel ซึ่งเสมอเพียงบวกค่าในคอลัมน์ ปริมาณ อย่างไรก็ตาม ในPower Pivot สูตรจะถูกแปลเป็น "รับค่าในจำนวนสำหรับแต่ละแถวของตาราง Sales นั้นแล้ว บวกค่าแต่ละรายการเหล่านั้น Power Pivot ประเมินแต่ละแถวเหนือซึ่งการรวมจะดำเนินคำนวณค่าสเกลาเดียวสำหรับแต่ละแถว แล้ว ดำเนินการการรวมกับค่าเหล่านั้น ดังนั้น ผลลัพธ์ของสูตรอาจแตกต่างกัน ถ้ามีการใช้ตัวกรองลงในตาราง หรือ ถ้าค่ามาจากคำนวณโดยยึดตามการรวมอื่น ๆ ที่อาจถูกกรองก็ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม ดูที่บริบทในสูตรของ DAX

ฟังก์ชันตัวแสดงเวลาของ DAX

นอกจากตารางรวมฟังก์ชันอธิบายไว้ในส่วนก่อนหน้านี้ DAX มีฟังก์ชันการรวมที่ทำงานกับวัน และเวลาคุณ ระบุ เพื่อให้ตัวแสดงเวลาที่มีอยู่แล้ว ฟังก์ชันเหล่านี้ใช้ช่วงของวันที่เพื่อรับค่าที่เกี่ยวข้องกัน และรวมค่า คุณยังสามารถเปรียบเทียบค่าระหว่างช่วงวัน

ตารางต่อไปนี้แสดงรายการฟังก์ชันตัวแสดงเวลาที่สามารถใช้สำหรับการรวม

ฟังก์ชัน

ให้ใช้

CLOSINGBALANCEMONTH

CLOSINGBALANCEQUARTER

CLOSINGBALANCEYEAR

คำนวณค่าเมื่อสิ้นสุดปฏิทินของช่วงเวลาที่กำหนด

OPENINGBALANCEMONTH

OPENINGBALANCEQUARTER

OPENINGBALANCEYEAR

คำนวณค่าเมื่อสิ้นสุดปฏิทินของช่วงเวลาซึ่งอยู่ก่อนช่วงเวลาที่กำหนด

TOTALMTD

TOTALYTD

TOTALQTD

คำนวณค่าตามช่วงเวลาซึ่งเริ่มต้นที่วันแรกของช่วงเวลานั้น และสิ้นสุดที่วันที่สุดท้ายในคอลัมน์วันที่ที่ระบุ

ฟังก์ชันในส่วนฟังก์ชันตัวแสดงเวลา (ฟังก์ชันตัวแสดงเวลา) มีฟังก์ชันที่สามารถใช้เพื่อเรียกข้อมูลวันหรือช่วงของวันที่จะใช้ในการรวมแบบกำหนดเอง ตัวอย่างเช่น คุณสามารถใช้ฟังก์ชัน DATESINPERIOD เพื่อส่งกลับช่วงของวัน และใช้ที่ชุดของวันที่เป็นอาร์กิวเมนต์ของฟังก์ชันอื่นเพื่อคำนวณการรวมแบบกำหนดเองสำหรับวันที่เฉพาะ

ขยายทักษะ Office ของคุณ
สำรวจการฝึกอบรม
รับฟีเจอร์ใหม่ก่อนใคร
เข้าร่วม Office Insider

ข้อมูลนี้เป็นประโยชน์หรือไม่

ขอบคุณสำหรับคำติชมของคุณ!

ขอขอบคุณสำหรับคำติชมของคุณ! เราคิดว่าอาจเป็นประโยชน์ที่จะให้คุณได้ติดต่อกับหนึ่งในตัวแทนฝ่ายสนับสนุน Office ของเรา

×