การบวกตัวเลข

สิ่งสำคัญ:  บทความนี้เป็นการแปลด้วยเครื่อง โปรดดู ข้อจำกัดความรับผิดชอบ โปรดดูบทความฉบับภาษาอังกฤษ ที่นี่ เพื่อใช้อ้างอิง

สมมติว่าคุณต้องการคำนวณราคารวมของสินค้าคงคลังในร้าน หรือกำไรรวมขั้นต้นของทุกแผนกที่อยู่ในงบประมาณของปี วิธีบวกตัวเลขทำได้หลายวิธีด้วยกัน สำหรับวิธีที่รวดเร็วในการบวกตัวเลขในเซลล์ ให้ใช้ + (เครื่องหมายบวก) ในสูตร

ตัวอย่างเช่น ถ้าคุณพิมพ์ =5+10 เซลล์จะแสดงผลลัพธ์เป็น 15

การบวกตัวเลขทั้งหมดในแถวหรือในคอลัมน์

ถ้าคุณมีตัวเลขที่อยู่ติดกันช่วงหนึ่ง (ไม่มีเซลล์ว่างในช่วงนั้น) คุณสามารถใช้ปุ่ม ผลรวมอัตโนมัติ รูปปุ่ม

  1. คลิกเซลล์ด้านล่างของคอลัมน์ตัวเลขหรือด้านขวาของแถวตัวเลข

  2. คลิก หน้าแรก > ผลรวมอัตโนมัติ แล้วกด Enter

การบวกตัวเลขที่ไม่อยู่ติดกัน

ถ้าคุณมีตัวเลขช่วงหนึ่งซึ่งมีเซลล์ว่างหรือเซลล์ที่มีข้อความอยู่ ให้ใช้ฟังก์ชัน SUM ในสูตร เซลล์ว่างหรือเซลล์ที่มีข้อความจะถูกละเว้นไว้ แม้ว่าเซลล์เหล่านั้นอาจอยู่ในช่วงที่สูตรใช้ก็ตาม

ตัวอย่าง

เวิร์กบุ๊กนี้จะแสดงตัวอย่างของฟังก์ชันนี้ ลองตรวจสอบ เปลี่ยนสูตรที่มีอยู่ หรือใส่สูตรของคุณเองเพื่อเรียนรู้วิธีการทำงานของฟังก์ชัน

หมายเหตุ: ฟังก์ชัน SUM สามารถรวมการอ้างอิงเซลล์หรือช่วงได้รวมกันถึง 30 รายการ ตัวอย่างเช่น สูตร =SUM(B2:B3,B5) มีการอ้างอิงช่วงอยู่หนึ่งช่วง (B2:B3) และเซลล์หนึ่งเซลล์ (B5)

การบวกตัวเลขโดยยึดตามเงื่อนไขหนึ่งเงื่อนไข

คุณสามารถใช้ฟังก์ชัน SUMIF เพื่อสร้างค่าผลรวมสำหรับช่วงหนึ่งโดยยึดตามค่าที่อยู่ในอีกช่วงหนึ่งได้ ในตัวอย่างต่อไปนี้ คุณต้องการสร้างผลรวมเฉพาะสำหรับค่าในคอลัมน์ B (ใบแจ้งหนี้) ซึ่งสัมพันธ์กับค่าในคอลัมน์ A (พนักงานขาย) ของพนักงานชื่อ สุทธา

ตัวอย่าง

เวิร์กบุ๊กต่อไปนี้แสดงตัวอย่างของฟังก์ชัน SUMIF ลองตรวจสอบ เปลี่ยนสูตรที่มีอยู่ หรือใส่สูตรของคุณเองเพื่อเรียนรู้วิธีการทำงานของฟังก์ชัน

การบวกตัวเลขโดยยึดตามเงื่อนไขหลายเงื่อนไข

เมื่อต้องการทำงานนี้ ให้ใช้ฟังก์ชัน SUMIFS

ตัวอย่าง

เวิร์กบุ๊กต่อไปนี้แสดงตัวอย่างของฟังก์ชันนี้ ลองตรวจสอบ เปลี่ยนสูตรที่มีอยู่ หรือใส่สูตรของคุณเองเพื่อเรียนรู้วิธีการทำงานของฟังก์ชัน

วิธีการใช้ฟังก์ชันต่างๆ ในตัวอย่างของฟังก์ชัน SUMIFS

=SUMIFS(D2:D11,A2:A11,"ภาคใต้",C2:C11,"เนื้อสัตว์")

ฟังก์ชัน SUMIFS ใช้ในสูตรแรกเพื่อค้นหาแถวที่มี "ภาคใต้" อยู่ในคอลัมน์ A และมี "เนื้อสัตว์" อยู่ในคอลัมน์ C ในกรณีนี้ มีอยู่สามแถวด้วยกัน คือ แถว 7, 8 และ 11 ฟังก์ชันจะพิจารณาที่คอลัมน์ A ซึ่งเป็นชื่อภูมิภาคก่อน เพื่อค้นหาแถวที่มีค่า “ภาคใต้” จากนั้นจึงพิจารณาที่คอลัมน์ C ซึ่งเป็นชนิดอาหาร เพื่อค้นหาแถวที่มีค่า “เนื้อสัตว์” สุดท้าย ฟังก์ชันจะพิจารณาค่าในช่วงเพื่อหาผลรวม ซึ่งคือช่วง D2:D11 โดยจะรวมเฉพาะค่าในคอลัมน์ที่ตรงกับเงื่อนไขทั้งสองเงื่อนไขนั้นเท่านั้น

=SUM(IF((A2:A11="ภาคใต้")+(A2:A11="ภาคตะวันออก"),D2:D11))

สูตรที่สอง ซึ่งใช้ฟังก์ชัน SUM และฟังก์ชัน IF ถูกใส่ไว้เป็นสูตรอาร์เรย์ (เมื่อต้องการเปลี่ยนอาร์เรย์ ให้คลิก เปิดใน Excel) เพื่อค้นหาแถวที่มีค่า "ภาคใต้" หรือ "ภาคตะวันออก" ค่าใดค่าหนึ่งหรือทั้งสองค่าอยู่ในคอลัมน์ A ในกรณีนี้ มีอยู่เจ็ดแถวด้วยกัน คือ แถว 2, 4, 6, 7, 8, 9 และ 11 เนื่องจากสูตรนี้เป็นสูตรอาร์เรย์ ตัวดำเนินการ + จึงไม่ได้ใช้เพื่อบวกค่าต่างๆ แต่จะใช้ในการตรวจสอบเงื่อนไขอย่างน้อยสองเงื่อนไขขึ้นไป ซึ่งจะต้องมีรายการที่ตรงกับเงื่อนไขเหล่านั้นอย่างน้อยหนึ่งเงื่อนไข ส่วนฟังก์ชัน SUM จะใช้เพื่อบวกค่าที่ตรงกับเงื่อนไขเหล่านั้น

การบวกเฉพาะค่าที่ไม่ซ้ำกัน

เมื่อต้องการทำงานนี้ ให้ใช้ฟังก์ชัน SUM, IF และ FREQUENCY ร่วมกัน

ตัวอย่างต่อไปนี้ใช้

  • ฟังก์ชัน FREQUENCY เพื่อระบุค่าที่ไม่ซ้ำกันในช่วง เมื่อค่าค่าหนึ่งปรากฏเป็นครั้งแรก ฟังก์ชันนี้จะส่งกลับค่าตัวเลขเท่ากับจำนวนครั้งที่ค่านั้นปรากฏ เมื่อค่าเดียวกันปรากฏขึ้นเป็นครั้งต่อๆ ไป ฟังก์ชันนี้จะส่งกลับ 0 (ศูนย์)

  • ฟังก์ชัน IF เพื่อกำหนดค่า 1 ให้กับเงื่อนไขจริงแต่ละเงื่อนไข

  • ฟังก์ชัน SUM เพื่อบวกค่าที่ไม่ซ้ำกัน

ตัวอย่าง

เวิร์กบุ๊กต่อไปนี้แสดงตัวอย่างของฟังก์ชันเหล่านี้ ลองตรวจสอบ เปลี่ยนสูตรที่มีอยู่ หรือใส่สูตรของคุณเองเพื่อเรียนรู้วิธีการทำงานของฟังก์ชัน

หมายเหตุ: ข้อจำกัดความรับผิดชอบของการแปลด้วยเครื่อง: บทความนี้มีการแปลด้วยระบบคอมพิวเตอร์โดยไม่มีการดำเนินการโดยบุคคล Microsoft จัดให้มีการแปลด้วยเครื่องนี้เพื่อช่วยให้ผู้ใช้ที่ไม่ได้พูดภาษาอังกฤษสามารถใช้ประโยชน์จากเนื้อหาเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ บริการและเทคโนโลยีของ Microsoft เนื่องจากบทความมีการแปลด้วยเครื่อง อาจมีข้อผิดพลาดด้านคำศัพท์ ไวยากรณ์หรือรูปประโยค

ขยายทักษะของคุณ
สำรวจการฝึกอบรม
รับฟีเจอร์ใหม่ก่อนใคร
เข้าร่วม Office Insider

ข้อมูลนี้เป็นประโยชน์หรือไม่

ขอบคุณสำหรับคำติชมของคุณ!

ขอขอบคุณสำหรับคำติชมของคุณ! เราคิดว่าอาจเป็นประโยชน์ที่จะให้คุณได้ติดต่อกับหนึ่งในตัวแทนฝ่ายสนับสนุน Office ของเรา

×