การซ้อนฟังก์ชันหนึ่งในอีกฟังก์ชันหนึ่ง

สิ่งสำคัญ:  บทความนี้เป็นการแปลด้วยเครื่อง โปรดดู ข้อจำกัดความรับผิดชอบ โปรดดูบทความฉบับภาษาอังกฤษ ที่นี่ เพื่อใช้อ้างอิง

เมื่อคุณสร้างสูตร โดยใช้ฟังก์ชัน คุณสามารถซ้อนฟังก์ชันภายในฟังก์ชันอื่น เมื่อคุณทำ คุณกำลังใช้ผลลัพธ์ของฟังก์ชันที่ซ้อนกันเป็นอาร์กิวเมนต์s— ชิ้นฟังก์ชันแรกที่จำเป็นต้องทำงานอย่างถูกต้องของข้อมูล เสมอคุณสามารถบอกได้เมื่อซ้อนฟังก์ชันได้เนื่องจากภายในวงเล็บ

ตัวอย่างเช่น ฟังก์ชัน IF จะใช้ฟังก์ชัน AVERAGE และ SUM ที่ซ้อนกันเป็นอาร์กิวเมนต์

=IF(AVERAGE(F2:F5)>50,SUM(G2:G5),0)

คุณสามารถอ่านสูตรนี้จากซ้ายไปขวา ถ้าค่าเฉลี่ยของเซลล์ F2 ถึง F5 มีมากกว่า 50 ให้หาผลรวมของเซลล์ G2 ถึง G5 หากไม่เป็นเช่นนั้น ก็ให้ส่งกลับค่าเป็น 0

คุณสามารถซ้อนฟังก์ชันได้มากถึง 64 ระดับ และสามารถใส่เข้าไปได้เช่นเดียวกับฟังก์ชันอื่นๆ ดังนี้

  1. คลิกเซลล์ที่ต้องการจะใส่สูตร

  2. ป้อนสูตรลงในแถบสูตร แล้วกด Enter

อีกตัวอย่างหนึ่ง คือ สูตรนี้จะซ้อนฟังก์ชัน IF ไว้ภายในฟังก์ชัน IF อีกฟังก์ชันหนึ่งเพื่อคำนวณการหักภาษีตามระดับของรายได้

=IF(A5<31500,A5*15%,IF(A5<72500,A5*25%,A5*28%))

คุณยังสามารถอ่านตัวอย่างนี้จากซ้ายไปขวาได้อีกด้วย ถ้า (IF) ค่าในเซลล์ A5 น้อยกว่า 31,500 ให้คูณค่าด้วย 15% แต่ถ้า (IF) ไม่ใช่ ให้ตรวจดูว่าค่าน้อยกว่า 72,500 หรือไม่ ถ้า (IF) ใช่ ให้คูณด้วย 25% มิฉะนั้นให้คูณด้วย 28%

โปรดสังเกตว่า ระดับรายได้จะไม่ใส่เครื่องหมายจุลภาค ถ้ามีการใส่เครื่องหมายจุลภาค อาจทำให้ฟังก์ชัน IF พยายามใช้เป็นอาร์กิวเมนต์ และทำให้สูตรหยุดทำงานได้

ด้านบนของหน้า

หมายเหตุ: ข้อจำกัดความรับผิดชอบของการแปลด้วยเครื่อง: บทความนี้มีการแปลด้วยระบบคอมพิวเตอร์โดยไม่มีการดำเนินการโดยบุคคล Microsoft จัดให้มีการแปลด้วยเครื่องนี้เพื่อช่วยให้ผู้ใช้ที่ไม่ได้พูดภาษาอังกฤษสามารถใช้ประโยชน์จากเนื้อหาเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ บริการและเทคโนโลยีของ Microsoft เนื่องจากบทความมีการแปลด้วยเครื่อง อาจมีข้อผิดพลาดด้านคำศัพท์ ไวยากรณ์หรือรูปประโยค

ขยายทักษะของคุณ
สำรวจการฝึกอบรม
รับฟีเจอร์ใหม่ก่อนใคร
เข้าร่วม Office Insider

ข้อมูลนี้เป็นประโยชน์หรือไม่

ขอบคุณสำหรับคำติชมของคุณ!

ขอขอบคุณสำหรับคำติชมของคุณ! เราคิดว่าอาจเป็นประโยชน์ที่จะให้คุณได้ติดต่อกับหนึ่งในตัวแทนฝ่ายสนับสนุน Office ของเรา

×