การซ่อมแซมเวิร์กบุ๊กที่เสียหาย

การซ่อมแซมเวิร์กบุ๊กที่เสียหาย

เมื่อคุณเปิดเวิร์กบุ๊กที่เสียหาย Excel จะเริ่มต้นโหมดกู้คืนไฟล์โดยอัตโนมัติ และพยายามเปิดใหม่อีกครั้งพร้อมกับซ่อมแซมเวิร์กบุ๊ก

Excel ไม่สามารถเริ่มต้นโหมดกู้คืนไฟล์โดยอัตโนมัติได้ทุกครั้ง ถ้าคุณไม่สามารถเปิดเวิร์กบุ๊กได้เนื่องจากมีความเสียหาย คุณสามารถลองซ่อมแซมเวิร์กบุ๊กด้วยตนเอง

คุณยังสามารถลองใช้วิธีอื่นเพื่อกู้คืนข้อมูลเวิร์กบุ๊กเมื่อการซ่อมแซมเวิร์กบุ๊กไม่สำเร็จ เพื่อให้มีมาตรการป้องกัน คุณอาจต้องการบันทึกเวิร์กบุ๊กของคุณบ่อยๆ แล้วสร้างสำเนาสำรองไว้ทุกครั้งที่คุณบันทึก หรือคุณสามาถระบุให้ Excel สร้างไฟล์กู้คืนในช่วงเวลาที่กำหนดก็ได้ ด้วยวิธีนี้ คุณจะสามารถเข้าถึงสำเนาที่ดีของเวิร์กบุ๊ก ถ้าต้นฉบับถูกลบโดยไม่ได้ตั้งใจหรือมีความเสียหาย

การซ่อมแซมเวิร์กบุ๊กที่เสียหายด้วยตนเอง

  1. บนแท็บ ไฟล์ ให้คลิก เปิด

  2. ใน Excel 2013 หรือ Excel 2016 ให้คลิกตำแหน่งที่ตั้งที่มีสเปรดชีต แล้วคลิก เรียกดู

  3. ในกล่องโต้ตอบ เปิด ให้เลือกเวิร์กบุ๊กที่เสียหายที่ต้องการเปิด

  4. คลิกลูกศรถัดจากปุ่ม เปิด แล้วคลิก เปิดและซ่อมแซม

  5. เลือกทำอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้:

    • เมื่อต้องการกู้คืนข้อมูลในเวิร์กบุ๊กให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ให้คลิก ซ่อมแซม

    • เมื่อต้องการแยกค่าและสูตรจากเวิร์กบุ๊กเมื่อการพยายามซ่อมแซมเวิร์กบุ๊กไม่สำเร็จ ให้คลิก แยกข้อมูล

กู้คืนข้อมูลจากเวิร์กบุ๊กที่เสียหาย

วิธีต่อไปนี้อาจช่วยให้คุณกู้ข้อมูลที่อาจสูญหาย ถ้าวิธีหนึ่งไม่สำเร็จ คุณสามารถลองใช้วิธีอื่น คุณยังสามารถทดลองใช้โซลูชันซอฟต์แวร์ของบริษัทอื่นเพื่อลองกู้ข้อมูลเวิร์กบุ๊กถ้าคุณไม่สามารถกู้ข้อมูลของคุณโดยใช้วิธีเหล่านี้

สิ่งสำคัญ: ถ้าข้อผิดพลาดของดิสก์หรือของเครือข่ายทำให้ไม่สามารถเปิดเวิร์กบุ๊กได้ ให้ย้ายเวิร์กบุ๊กนั้นไปยังฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์อื่นหรือจากเครือข่ายไปยังดิสก์ภายในเครื่องก่อนจะใช้เวลาลองใช้ตัวเลือกการกู้คืนใดๆ ต่อไปนี้

  • เมื่อต้องการกู้ข้อมูลเมื่อเวิร์กบุ๊กเปิดอยู่ใน Excel ให้ทำอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้:

    • เปลี่ยนเวิร์กบุ๊กให้เป็นเวอร์ชันที่บันทึกล่าสุด     ถ้าคุณกำลังแก้ไขเวิร์กชีตและเวิร์กบุ๊กเสียหายก่อนที่คุณจะบันทึกการเปลี่ยนแปลงของคุณ คุณสามารถกู้คืนเวิร์กชีตต้นฉบับโดยการย้อนกลับเป็นเวอร์ชันที่บันทึกล่าสุด

      เมื่อต้องการย้อนกลับเวิร์กบุ๊กเป็นเวอร์ชันที่บันทึกล่าสุด ให้ทำดังต่อไปนี้:

      1. บนแท็บ ไฟล์ ให้คลิก เปิด

      2. ดับเบิลคลิกที่ชื่อเวิร์กบุ๊กที่คุณได้เปิดใน Excel

      3. คลิก ใช่ เพื่อเปิดเวิร์กบุ๊กนั้นใหม่

        หมายเหตุ: เวิร์กบุ๊กจะเปลี่ยนกลับเป็นเวอร์ชันที่บันทึกล่าสุดของเวิร์กบุ๊ก การเปลี่ยนแปลงใดก็ตามที่อาจทำให้เวิร์กบุ๊กเสียหายจะถูกละทิ้ง สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการกู้คืนเวอร์ชันก่อนหน้าของเวิร์กบุ๊ก ให้ดู บันทึกและกู้คืนไฟล์ Office โดยอัตโนมัติ

    • บันทึกเวิร์กบุ๊กในรูปแบบ SYLK (Symbolic Link)     โดยการบันทึกเวิร์กบุ๊กในในรูปแบบ SYLK คุณอาจสามารถกรององค์ประกอบที่เสียหายออกได้ โดยทั่วไปแล้ว รูปแบบ SYLK นี้ถูกนำมาใช้เพื่อเอาความเสียหายเกี่ยวกับเครื่องพิมพ์ออก

      เมื่อต้องการบันทึกเวิร์กบุ๊กในรูปแบบ SYLK ให้ทำดังต่อไปนี้:

      1. คลิกแท็บ ไฟล์ แล้วคลิก บันทึกเป็น

      2. ในรายการ บันทึกเป็นชนิด ให้คลิก SYLK (Symbolic Link) แล้วคลิก บันทึก

        หมายเหตุ: แผ่นงานที่ใช้งานอยู่ในเวิร์กบุ๊กเท่านั้นที่จะถูกบันทึกเมื่อคุณใช้รูปแบบไฟล์ SYLK

      3. ถ้าข้อความพร้อมท์คุณว่าชนิดไฟล์ที่เลือกไม่สนับสนุนเวิร์กบุ๊กที่มีหลายแผ่นงาน ให้คลิก ตกลง เพื่อบันทึกเฉพาะแผ่นงานที่ใช้งานอยู่

      4. ถ้าข้อความพร้อมท์คุณว่าเวิร์กบุ๊กอาจมีฟีเจอร์ที่ไม่สามารถใช้ได้กับรูปแบบ SYLK ให้คลิก ใช่

      5. บนแท็บ ไฟล์ ให้คลิก เปิด

      6. เลือกไฟล์ .slk ที่คุณบันทึก แล้วคลิก เปิด

        หมายเหตุ: เมื่อต้องการดูไฟล์ .slk คุณอาจต้องคลิก ไฟล์ทั้งหมด หรือ ไฟล์ SYLK ในรายการ ชนิดของไฟล์

      7. บนแท็บ ไฟล์ ให้คลิก บันทึกเป็น

      8. ในกล่อง บันทึกเป็นชนิด ให้คลิก เวิร์กบุ๊ก Excel

      9. ในกล่อง ชื่อไฟล์ ให้พิมพ์ชื่อใหม่สำหรับเวิร์กบุ๊กนั้นเพื่อสร้างสำเนาโดยไม่ต้องแทนที่เวิร์กบุ๊กเดิม แล้วคลิก บันทึก

        หมายเหตุ: เนื่องจากรูปแบบนี้จะบันทึกเฉพาะเวิร์กชีตที่ใช้งานอยู่ในเวิร์กบุ๊ก คุณต้องเปิดเวิร์กบุ๊กที่เสียหายซ้ำๆ แล้วบันทึกแต่ละเวิร์กชีตแยกกัน

  • เมื่อต้องการกู้ข้อมูลเมื่อคุณไม่สามารถเปิดเวิร์กบุ๊กใน Excel ให้ทำอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้:

    • ตั้งค่าตัวเลือกการคำนวณใน Excel เป็นแบบด้วยตนเอง     เมื่อต้องการเปิดเวิร์กบุ๊ก ให้ลองเปลี่ยนการตั้งค่าการคำนวณจากแบบอัตโนมัติเป็นด้วยตนเอง เนื่องจากเวิร์กบุ๊กจะไม่ถูกคำนวณซ้ำ เวิร์กบุ๊กจึงอาจเปิดได้

      เมื่อต้องการตั้งค่าตัวเลือกการคำนวณใน Excel ให้เป็นแบบทำด้วยตนเอง ให้ทำดังต่อไปนี้:

      1. ตรวจสอบให้แน่ใจว่าเวิร์กบุ๊กเปล่าใหม่เปิดอยู่ใน Excel ถ้าเวิร์กบุ๊กเปล่าใหม่ว่างไม่เปิดขึ้น ให้ทำดังต่อไปนี้:

    • บนแท็บ แฟ้ม ให้คลิก สร้าง

    • ภายใต้ เทมเพลตที่พร้อมใช้งาน ให้คลิก เวิร์กบุ๊กเปล่า

      1. บนแท็บ ไฟล์ ให้คลิก ตัวเลือก

      2. ในประเภท สูตร ภายใต้ ตัวเลือกการคำนวณ ให้คลิก ด้วยตนเอง

      3. คลิก ตกลง

      4. บนแท็บ ไฟล์ ให้คลิก เปิด

      5. เลือกเวิร์กบุ๊กที่เสียหาย แล้วคลิก เปิด

    • ใช้การอ้างอิงภายนอกเพื่อลิงก์ไปยังเวิร์กบุ๊กที่เสียหาย     ถ้าคุณต้องการเรียกใช้เฉพาะข้อมูลและไม่ใช่สูตรหรือค่าจากการคำนวณจากเวิร์กบุ๊ก คุณสามารถใช้การอ้างอิงภายนอกเพื่อลิงก์ไปยังเวิร์กบุ๊กที่เสียหาย

      เมื่อต้องการใช้การอ้างอิงภายนอกเพื่อลิงก์ไปยังเวิร์กบุ๊กที่เสียหาย ให้ทำดังต่อไปนี้:

      1. บนแท็บ ไฟล์ ให้คลิก เปิด

      2. เลือกโฟลเดอร์ที่มีเวิร์กบุ๊กที่เสียหาย คัดลอกชื่อไฟล์ของเวิร์กบุ๊กที่เสียหาย แล้วคลิก ยกเลิก

      3. คลิกแท็บ แฟ้ม แล้วคลิก สร้าง

      4. ภายใต้ เทมเพลตที่พร้อมใช้งาน ให้คลิก เวิร์กบุ๊กเปล่า

      5. ในเซลล์ A1 ของเวิร์กบุ๊กใหม่ ให้พิมพ์ =ชื่อไฟล์!A1 โดยที่ ชื่อไฟล์ คือชื่อของเวิร์กบุ๊กที่เสียหายที่คุณได้คัดลอกไว้ในขั้นตอนที่ 2 แล้วกด ENTER

        เคล็ดลับ: คุณต้องใส่เฉพาะชื่อของเวิร์กบุ๊กเท่านั้น ไม่ต้องพิมพ์นามสกุลของชื่อไฟล์

      6. ถ้ากล่องโต้ตอบ อัปเดตค่า ปรากฏขึ้น ให้เลือกเวิร์กบุ๊กที่เสียหาย แล้วคลิก ตกลง

      7. ถ้ากล่องโต้ตอบ เลือกแผ่นงาน ปรากฏขึ้น ให้เลือกแผ่นงานที่เหมาะสม แล้วคลิก ตกลง

      8. เลือกเซลล์ A1

      9. บนแท็บ หน้าแรก ในกลุ่ม คลิปบอร์ด ให้คลิก คัดลอก

      10. เลือกพื้นที่ โดยเริ่มจากเซลล์ A1 ซึ่งมีขนาดประมาณช่วงของเซลล์ที่มีข้อมูลในเวิร์กบุ๊กที่เสียหาย

      11. บนแท็บ หน้าแรก ในกลุ่ม คลิปบอร์ด ให้คลิก วาง

      12. เมื่อเลือกช่วงของเซลล์อยู่ บนแท็บ หน้าแรก ในกลุ่ม คลิปบอร์ด ให้คลิก คัดลอก อีกครั้ง

      13. บนแท็บ หน้าแรก ในกลุ่ม คลิปบอร์ด ให้คลิกลูกศรที่อยู่ด้านล่าง วาง จากนั้น ภายใต้ วางค่า ให้คลิก ค่า

        หมายเหตุ: การวางค่าจะเอาลิงก์ไปยังเวิร์กบุ๊กที่เสียหายออก และทิ้งไว้เฉพาะข้อมูล

    • ใช้แมโครเพื่อแยกข้อมูลจากเวิร์กบุ๊กที่เสียหาย    ถ้าแผนภูมิถูกลิงก์ไปยังเวิร์กบุ๊กที่เสียหาย คุณสามารถใช้แมโครเพื่อแยกแหล่งข้อมูลของแผนภูมินั้น

      เมื่อต้องการใช้แมโคร ให้ทำดังต่อไปนี้:

      1. ใส่โค้ดแมโครต่อไปนี้ในแผ่นงานมอดูล

        Sub GetChartValues() 
        Dim NumberOfRows As Integer
        Dim X As Object
        Counter = 2
        ' Calculate the number of rows of data.
        NumberOfRows = UBound(ActiveChart.SeriesCollection(1).Values)
        Worksheets("ChartData").Cells(1, 1) = "X Values"
        ' Write x-axis values to worksheet.
        With Worksheets("ChartData")
        .Range(.Cells(2, 1), _
        .Cells(NumberOfRows + 1, 1)) = _
        Application.Transpose(ActiveChart.SeriesCollection(1).XValues) 
        End With
        ' Loop through all series in the chart and write their values to
        ' the worksheet.
        For Each X In ActiveChart.SeriesCollection
        Worksheets("ChartData").Cells(1, Counter) = X.Name
        With Worksheets("ChartData")
        .Range(.Cells(2, Counter), _ 
        .Cells(NumberOfRows + 1, Counter)) = _
        Application.Transpose(X.Values)
        End With
         Counter = Counter + 1
        Next
        End Sub
      2. แทรกเวิร์กชีตใหม่ลงในเวิร์กบุ๊กของคุณแล้วเปลี่ยนชื่อเป็น ChartData

      3. เลือกแผนภูมิที่คุณใช้แยกค่าข้อมูลต้นแบบ

      4. หมายเหตุ: แผนภูมิอาจฝังตัวในเวิร์กชีตหรือในแผ่นงานแผนภูมิที่แยกต่างหาก

      5. เรียกใช้แมโคร GetChartValues

      6. ข้อมูลจากแผนภูมิจะถูกวางบนเวิร์กชีต ChartData

บันทึกสำเนาสำรองของเวิร์กบุ๊กโดยอัตโนมัติ

การบันทึกสำเนาสำรองของเวิร์กบุ๊กของคุณโดยอัตโนมัติจะช่วยรับรองว่าคุณจะสามารถเข้าถึงสำเนาที่ดีของเวิร์กบุ๊ก ถ้าต้นฉบับถูกลบโดยไม่ได้ตั้งใจหรือมีความเสียหาย

  1. บนแท็บ ไฟล์ ให้คลิก บันทึกเป็น

  2. ใน Excel 2013 หรือ Excel 2016 ให้คลิกตำแหน่งที่ตั้งที่มีสเปรดชีต แล้วคลิก เรียกดู

  3. คลิกลูกศรดรอปดาวน์ที่อยู่ถัดจาก เครื่องมือ ที่อยู่ถัดจากปุ่ม บันทึก แล้วคลิก ตัวเลือกทั่วไป

  4. เลือกกล่องกาเครื่องหมาย สร้างข้อมูลสำรองเสมอ

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการบันทึกและการกู้คืนเวอร์ชันก่อนหน้าของเวิร์กบุ๊ก และข้อมูลเกี่ยวกับการกู้คืนเวิร์กบุ๊กใหม่ (ที่คุณยังไม่ได้บันทึก) ให้ดู กู้คืนไฟล์ Office

สร้างไฟล์กู้คืนในช่วงเวลาที่ช่วงเวลาที่กำหนด

การกำหนดให้ Excel สร้างไฟล์กู้คืนของเวิร์กบุ๊กของคุณเป็นระยะจะช่วยรับรองว่าคุณจะสามารถเข้าถึงสำเนาที่ดีของเวิร์กบุ๊ก ถ้าต้นฉบับถูกลบโดยไม่ได้ตั้งใจหรือมีความเสียหาย

  1. บนแท็บ ไฟล์ ให้คลิก ตัวเลือก

  2. ในประเภท บันทึก ภายใต้ บันทึกเวิร์กบุ๊ก ให้เลือกกล่องกาเครื่องหมาย บันทึกข้อมูลการกู้คืนอัตโนมัติทุกๆ แล้วใส่จำนวนนาที

  3. ในกล่อง ตําแหน่งที่ตั้งไฟล์กู้คืนอัตโนมัติ ให้ใส่ตำแหน่งที่ตั้งที่คุณต้องการบันทึกไฟล์กู้คืน

  4. ตรวจดูให้แน่ใจว่ากล่องกาเครื่องหมาย ปิดใช้งานการกู้คืนอัตโนมัติสำหรับเวิร์กบุ๊กนี้เท่านั้น ไม่ได้ถูกเลือกอยู่

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการบันทึกและการกู้คืนเวอร์ชันก่อนหน้าของเวิร์กบุ๊ก และข้อมูลเกี่ยวกับการกู้คืนเวิร์กบุ๊กใหม่ (ที่คุณยังไม่ได้บันทึก) ให้ดู กู้คืนไฟล์ Office

การซ่อมแซมเวิร์กบุ๊กที่เสียหายด้วยตนเอง

  1. คลิก ปุ่ม Microsoft Office รูปปุ่ม แล้วคลิก เปิด

  2. ในกล่องโต้ตอบ เปิด ให้เลือกเวิร์กบุ๊กที่เสียหายที่ต้องการเปิด

  3. คลิกลูกศรถัดจากปุ่ม เปิด แล้วคลิก เปิดและซ่อมแซม

  4. เลือกทำอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้:

    • เมื่อต้องการกู้คืนข้อมูลในเวิร์กบุ๊กให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ให้คลิก ซ่อมแซม

    • เมื่อต้องการแยกค่าและสูตรจากเวิร์กบุ๊กเมื่อการพยายามซ่อมแซมเวิร์กบุ๊กไม่สำเร็จ ให้คลิก แยกข้อมูล

กู้คืนข้อมูลจากเวิร์กบุ๊กที่เสียหาย

วิธีต่อไปนี้อาจช่วยให้คุณกู้ข้อมูลที่อาจสูญหาย ถ้าวิธีหนึ่งไม่สำเร็จ คุณสามารถลองใช้วิธีอื่น คุณยังสามารถทดลองใช้โซลูชันซอฟต์แวร์ของบริษัทอื่นเพื่อลองกู้ข้อมูลเวิร์กบุ๊กถ้าคุณไม่สามารถกู้ข้อมูลของคุณโดยใช้วิธีเหล่านี้

สิ่งสำคัญ: ถ้าข้อผิดพลาดของดิสก์หรือของเครือข่ายทำให้ไม่สามารถเปิดเวิร์กบุ๊กได้ ให้ย้ายเวิร์กบุ๊กนั้นไปยังฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์อื่นหรือจากเครือข่ายไปยังดิสก์ภายในเครื่องก่อนจะใช้เวลาลองใช้ตัวเลือกการกู้คืนใดๆ ต่อไปนี้

  • เมื่อต้องการกู้ข้อมูลเมื่อเวิร์กบุ๊กเปิดอยู่ใน Excel ให้ทำอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้:

    • เปลี่ยนเวิร์กบุ๊กให้เป็นเวอร์ชันที่บันทึกล่าสุด     ถ้าคุณกำลังแก้ไขเวิร์กชีตและเวิร์กบุ๊กเสียหายก่อนที่คุณจะบันทึกการเปลี่ยนแปลงของคุณ คุณสามารถกู้คืนเวิร์กชีตต้นฉบับโดยการย้อนกลับเป็นเวอร์ชันที่บันทึกล่าสุด

      เมื่อต้องการย้อนกลับเวิร์กบุ๊กเป็นเวอร์ชันที่บันทึกล่าสุด ให้ทำดังต่อไปนี้:

      1. คลิก ปุ่ม Microsoft Office รูปปุ่ม แล้วคลิก เปิด

      2. ดับเบิลคลิกที่ชื่อเวิร์กบุ๊กที่คุณได้เปิดใน Excel

      3. คลิก ใช่ เพื่อเปิดเวิร์กบุ๊กนั้นใหม่

        หมายเหตุ: เวิร์กบุ๊กจะเปลี่ยนกลับเป็นเวอร์ชันที่บันทึกล่าสุดของเวิร์กบุ๊ก การเปลี่ยนแปลงใดก็ตามที่อาจทำให้เวิร์กบุ๊กเสียหายจะถูกละทิ้ง

    • บันทึกเวิร์กบุ๊กในรูปแบบ SYLK (Symbolic Link)     โดยการบันทึกเวิร์กบุ๊กในในรูปแบบ SYLK คุณอาจสามารถกรององค์ประกอบที่เสียหายออกได้ โดยทั่วไปแล้ว รูปแบบ SYLK นี้ถูกนำมาใช้เพื่อเอาความเสียหายเกี่ยวกับเครื่องพิมพ์ออก

      เมื่อต้องการบันทึกเวิร์กบุ๊กในรูปแบบ SYLK ให้ทำดังต่อไปนี้:

      1. คลิกปุ่ม Microsoft Office รูปปุ่ม แล้วชี้ที่ลูกศรข้างบันทึกเป็น

      2. ในรายการ บันทึกเป็นชนิด ให้คลิก SYLK (Symbolic Link) แล้วคลิก บันทึก

        หมายเหตุ: แผ่นงานที่ใช้งานอยู่ในเวิร์กบุ๊กเท่านั้นที่จะถูกบันทึกเมื่อคุณใช้รูปแบบไฟล์ SYLK

      3. ถ้าข้อความพร้อมท์คุณว่าชนิดไฟล์ที่เลือกไม่สนับสนุนเวิร์กบุ๊กที่มีหลายแผ่นงาน ให้คลิก ตกลง เพื่อบันทึกเฉพาะแผ่นงานที่ใช้งานอยู่

      4. ถ้าข้อความพร้อมท์คุณว่าเวิร์กบุ๊กอาจมีฟีเจอร์ที่ไม่สามารถใช้ได้กับรูปแบบ SYLK ให้คลิก ใช่

      5. คลิก ปุ่ม Microsoft Office รูปปุ่ม แล้วคลิก ปิด

      6. ถ้าข้อความพร้อมท์ให้คุณบันทึกการเปลี่ยนแปลงที่คุณทำ ให้คลิก ใช่

      7. คลิก ปุ่ม Microsoft Office รูปปุ่ม แล้วคลิก เปิด

      8. เลือกไฟล์ .slk ที่คุณบันทึก แล้วคลิก เปิด

        หมายเหตุ: เมื่อต้องการดูไฟล์ .slk คุณอาจต้องคลิก ไฟล์ทั้งหมด หรือ ไฟล์ SYLK ในรายการ ชนิดของไฟล์

      9. คลิกปุ่ม Microsoft Office รูปปุ่ม แล้วชี้ที่ลูกศรข้างบันทึกเป็น

      10. ในกล่อง บันทึกเป็นชนิด ให้คลิก เวิร์กบุ๊ก Excel

      11. ในกล่อง ชื่อไฟล์ ให้พิมพ์ชื่อใหม่สำหรับเวิร์กบุ๊กนั้นเพื่อสร้างสำเนาโดยไม่ต้องแทนที่เวิร์กบุ๊กเดิม แล้วคลิก บันทึก

        หมายเหตุ: เนื่องจากรูปแบบนี้จะบันทึกเฉพาะเวิร์กชีตที่ใช้งานอยู่ในเวิร์กบุ๊ก คุณต้องเปิดเวิร์กบุ๊กที่เสียหายซ้ำๆ แล้วบันทึกแต่ละเวิร์กชีตแยกกัน

  • เมื่อต้องการกู้ข้อมูลเมื่อคุณไม่สามารถเปิดเวิร์กบุ๊กใน Excel ให้ทำอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้:

    • ตั้งค่าตัวเลือกการคำนวณใน Excel เป็นแบบด้วยตนเอง     เมื่อต้องการเปิดเวิร์กบุ๊ก ให้ลองเปลี่ยนการตั้งค่าการคำนวณจากแบบอัตโนมัติเป็นด้วยตนเอง เนื่องจากเวิร์กบุ๊กจะไม่ถูกคำนวณซ้ำ เวิร์กบุ๊กจึงอาจเปิดได้

      เมื่อต้องการตั้งค่าตัวเลือกการคำนวณใน Excel ให้เป็นแบบทำด้วยตนเอง ให้ทำดังต่อไปนี้:

      1. ตรวจสอบให้แน่ใจว่าเวิร์กบุ๊กเปล่าใหม่เปิดอยู่ใน Excel ถ้าเวิร์กบุ๊กเปล่าใหม่ว่างไม่เปิดขึ้น ให้ทำดังต่อไปนี้:

        1. คลิก ปุ่ม Microsoft Office รูปปุ่ม แล้วคลิก สร้าง

        2. ภายใต้ ว่างเปล่าใหม่ ให้คลิก เอกสารเปล่า

      2. คลิก ปุ่ม Microsoft Office รูปปุ่ม แล้วคลิก ตัวเลือกของ Excel

      3. ในประเภท สูตร ภายใต้ ตัวเลือกการคำนวณ ให้คลิก ด้วยตนเอง

      4. คลิก ตกลง

      5. คลิก ปุ่ม Microsoft Office รูปปุ่ม แล้วคลิก เปิด

      6. เลือกเวิร์กบุ๊กที่เสียหาย แล้วคลิก เปิด

    • ใช้การอ้างอิงภายนอกเพื่อลิงก์ไปยังเวิร์กบุ๊กที่เสียหาย     ถ้าคุณต้องการเรียกใช้เฉพาะข้อมูลและไม่ใช่สูตรหรือค่าจากเวิร์กบุ๊ก คุณสามารถใช้การอ้างอิงภายนอกเพื่อลิงก์ไปยังเวิร์กบุ๊กที่เสียหาย

      เมื่อต้องการใช้การอ้างอิงภายนอกเพื่อลิงก์ไปยังเวิร์กบุ๊กที่เสียหาย ให้ทำดังต่อไปนี้:

      1. คลิก ปุ่ม Microsoft Office รูปปุ่ม แล้วคลิก เปิด

      2. ในกล่อง ค้นหาใน ให้เลือกโฟลเดอร์ที่มีเวิร์กบุ๊กที่เสียหาย แล้วคลิก ยกเลิก

      3. คลิก ปุ่ม Microsoft Office รูปปุ่ม แล้วคลิก สร้าง

      4. ภายใต้ ว่างเปล่าใหม่ ให้คลิก เอกสารเปล่า

      5. ในเซลล์ A1 ของเวิร์กบุ๊กใหม่ ให้พิมพ์ =ชื่อไฟล์!A1 โดยที่ ชื่อไฟล์ คือชื่อของเวิร์กบุ๊กที่เสียหาย แล้วกด ENTER

        เคล็ดลับ: คุณต้องใส่เฉพาะชื่อของเวิร์กบุ๊กเท่านั้น ไม่ต้องพิมพ์นามสกุล

      6. คลิกเวิร์กบุ๊ก แล้วคลิก ตกลง

      7. ถ้ากล่องโต้ตอบ เลือกแผ่นงาน ปรากฏขึ้น ให้เลือกแผ่นงานที่เหมาะสม แล้วคลิก ตกลง

      8. เลือกเซลล์ A1

      9. บนแท็บ หน้าแรก ในกลุ่ม คลิปบอร์ด ให้คลิก คัดลอก

        แป้นพิมพ์ลัด  คุณยังสามารถกด CTRL+C ได้ด้วย

      10. เลือกพื้นที่ที่มีขนาดประมาณช่วงของเซลล์ที่มีข้อมูลในเวิร์กบุ๊กที่เสียหาย

      11. บนแท็บ หน้าแรก ในกลุ่ม คลิปบอร์ด ให้คลิก วาง

      12. เมื่อเลือกช่วงของเซลล์อยู่ บนแท็บ หน้าแรก ในกลุ่ม คลิปบอร์ด ให้คลิก คัดลอก อีกครั้ง

      13. บนแท็บ หน้าแรก ในกลุ่ม คลิปบอร์ด ให้คลิกลูกศรภายใต้ วาง แล้วคลิก วางแบบพิเศษ

      14. ภายใต้ วาง ให้เลือก ค่า แล้วคลิก ตกลง

        หมายเหตุ: การวางค่าจะเอาลิงก์ไปยังเวิร์กบุ๊กที่เสียหายออก และทิ้งไว้เฉพาะข้อมูล

    • เปิดเวิร์กบุ๊กที่เสียหายใน Microsoft Office Word หรือ Microsoft WordPad     ถ้าคุณติดตั้งตัวแปลง Microsoft Office Excel ไว้แล้ว คุณอาจสามารถเปิดเวิร์กบุ๊กใน Word ได้ ถ้าเวิร์กบุ๊กเปิดอยู่ใน Word คุณสามารถกู้คืนข้อมูลได้ คุณไม่สามารถใช้วิธีนี้ในการกู้คืนแผ่นงานมอดูล แผ่นงานโต้ตอบ แผ่นงานแผนภูมิ แผ่นงานแมโคร หรือแผนภูมิที่ฝังใดก็ตาม คุณจะไม่สามารถกู้สูตรเซลล์ได้ คุณสามารถกู้คืนได้เฉพาะผลลัพธ์ของสูตรที่กำลังแสดงอยู่ในเซลล์ของเวิร์กบุ๊กที่เสียหายเท่านั้น

      คุณยังสามารถเปิดเวิร์กบุ๊ก Excel ของคุณใน WordPad ถ้าเวิร์กบุ๊กเปิดขึ้น คุณอาจสามารถกู้คืนโค้ด Microsoft Visual Basic ในมอดูลของคุณและมอดูลของชั้นเรียน คุณสามารถค้นหาคำว่า “ย่อย” หรือ “ฟังก์ชัน” เพื่อค้นหาโค้ดของคุณ

    • ใช้แมโครเพื่อแยกข้อมูลจากเวิร์กบุ๊กที่เสียหาย    ถ้าแผนภูมิถูกลิงก์ไปยังเวิร์กบุ๊กที่เสียหาย คุณสามารถใช้แมโครเพื่อแยกแหล่งข้อมูลของแผนภูมินั้น

      เมื่อต้องการใช้แมโคร ให้ทำดังต่อไปนี้:

      1. ใส่โค้ดแมโครต่อไปนี้ในแผ่นงานมอดูล

        ใส่โค้ดแมโครต่อไปนี้ในแผ่นงานมอดูล

        Sub GetChartValues() 
        Dim NumberOfRows As Integer
        Dim X As Object
        Counter = 2
        ' Calculate the number of rows of data.
        NumberOfRows = UBound(ActiveChart.SeriesCollection(1).Values)
        Worksheets("ChartData").Cells(1, 1) = "X Values"
        ' Write x-axis values to worksheet.
        With Worksheets("ChartData")
        .Range(.Cells(2, 1), _
        .Cells(NumberOfRows + 1, 1)) = _
        Application.Transpose(ActiveChart.SeriesCollection(1).XValues) 
        End With
        ' Loop through all series in the chart and write their values to
        ' the worksheet.
        For Each X In ActiveChart.SeriesCollection
        Worksheets("ChartData").Cells(1, Counter) = X.Name
        With Worksheets("ChartData")
        .Range(.Cells(2, Counter), _ 
        .Cells(NumberOfRows + 1, Counter)) = _
        Application.Transpose(X.Values)
        End With
         Counter = Counter + 1
        Next
        End Sub
      2. แทรกเวิร์กชีตใหม่ลงในเวิร์กบุ๊กของคุณแล้วเปลี่ยนชื่อเป็น ChartData

      3. เลือกแผนภูมิที่คุณใช้แยกค่าข้อมูลต้นแบบ

        หมายเหตุ: แผนภูมิอาจฝังตัวในเวิร์กชีตหรือในแผ่นงานแผนภูมิที่แยกต่างหาก

      4. เรียกใช้แมโคร GetChartValues97

        ข้อมูลจากแผนภูมิจะถูกวางบนเวิร์กชีต ChartData

บันทึกสำเนาสำรองของเวิร์กบุ๊กโดยอัตโนมัติ

  1. คลิกปุ่ม Microsoft Office รูปปุ่ม แล้วชี้ที่ลูกศรข้างบันทึกเป็น

  2. คลิกลูกศรที่อยู่ถัดจาก เครื่องมือ แล้วคลิก ตัวเลือกทั่วไป

  3. เลือกกล่องกาเครื่องหมาย สร้างข้อมูลสำรองเสมอ

สร้างไฟล์กู้คืนในช่วงเวลาที่ช่วงเวลาที่กำหนด

  1. คลิก ปุ่ม Microsoft Office รูปปุ่ม แล้วคลิก ตัวเลือกของ Excel

  2. ในประเภท บันทึก ภายใต้ รักษาข้อมูลสำรองสำหรับเวิร์กบุ๊กของคุณ ให้เลือกกล่องกาเครื่องหมาย บันทึกข้อมูลการกู้คืนอัตโนมัติทุกๆ แล้วใส่จำนวนนาที

  3. ในกล่อง ตําแหน่งที่ตั้งไฟล์กู้คืนอัตโนมัติ ให้ใส่ตำแหน่งที่ตั้งที่คุณต้องการบันทึกไฟล์กู้คืน

  4. ตรวจดูให้แน่ใจว่ากล่องกาเครื่องหมาย ปิดใช้งานการกู้คืนอัตโนมัติสำหรับเวิร์กบุ๊กนี้เท่านั้น ไม่ได้ถูกเลือกอยู่

ต้องการความช่วยเหลือเพิ่มเติมไหม

คุณสามารถสอบถามผู้เชี่ยวชาญใน Excel Tech Community ขอความช่วยเหลือใน Answers community หรือแนะนำฟีเจอร์ใหม่หรือการปรับปรุงบน Excel User Voiceได้เสมอ

ขยายทักษะของคุณ
สำรวจการฝึกอบรม
รับฟีเจอร์ใหม่ก่อนใคร
เข้าร่วม Office Insider

ข้อมูลนี้เป็นประโยชน์หรือไม่

ขอบคุณสำหรับคำติชมของคุณ!

ขอขอบคุณสำหรับคำติชมของคุณ! เราคิดว่าอาจเป็นประโยชน์ที่จะให้คุณได้ติดต่อกับหนึ่งในตัวแทนฝ่ายสนับสนุน Office ของเรา

×