การค้นหาในสูตรของ Power Pivot

สิ่งสำคัญ:  บทความนี้เป็นการแปลด้วยเครื่อง โปรดดู ข้อจำกัดความรับผิดชอบ โปรดดูบทความฉบับภาษาอังกฤษ ที่นี่ เพื่อใช้อ้างอิง

หนึ่งในฟีเจอร์ที่มีประสิทธิภาพสูงสุดใน Power Pivot คือความสามารถในการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างตาราง แล้วใช้ตารางที่เกี่ยวข้องในการค้นหาหรือกรองข้อมูลที่เกี่ยวข้อง คุณจะดึงค่าที่เกี่ยวข้องจากตารางโดยใช้ภาษาสูตรจาก Power Pivot, Data Analysis Expressions (DAX) DAX จะใช้ตัวแบบที่เกี่ยวข้อง ดังนั้นจึงสามารถดึงค่าที่เกี่ยวข้องหรือสอดคล้องกันในตารางหรือคอลัมน์อื่นได้อย่างง่ายดายและแม่นยำ ถ้าคุณคุ้นเคยกับ VLOOKUP ใน Excel ฟังก์ชันการทำงานนี้ใน Power Pivot ก็มีลักษณะคล้ายกัน แต่ใช้งานง่ายกว่ามาก

คุณสามารถสร้างสูตรที่ทำการค้นหา เป็นส่วนหนึ่งของคอลัมน์จากการคำนวณ หรือใช้ เป็นส่วนหนึ่งของการวัดสำหรับใช้ในรายงาน PivotTable หรือ PivotChart สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม ดูหัวข้อต่อไปนี้:

เขตข้อมูลจากการคำนวณใน Power Pivot

คอลัมน์จากการคำนวณใน Power Pivot

ส่วนนี้จะอธิบายฟังก์ชัน DAX ที่มีไว้เพื่อทำการค้นหา พร้อมกับบางตัวอย่างเกี่ยวกับการใช้ฟังก์ชัน

หมายเหตุ: คุณอาจต้องสร้างความสัมพันธ์ระหว่างตารางก่อน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับชนิดของการค้นหาหรือสูตรการค้นหาที่คุณต้องการใช้

ความเข้าใจเกี่ยวกับฟังก์ชันการค้นหา

ความสามารถในการค้นหาข้อมูลที่ตรงกันหรือที่เกี่ยวข้องจากตารางอื่นถือเป็นประโยชน์อย่างยิ่งโดยเฉพาะในสถานการณ์ที่ตารางปัจจุบันมีตัวระบุบางชนิด แต่ข้อมูลที่คุณต้องการ (เช่น ราคาผลิตภัณฑ์ ชื่อ หรือค่าอย่างละเอียดอื่นๆ) ถูกจัดเก็บในตารางที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ยังมีประโยชน์เมื่อมีหลายแถวในตารางอื่นที่เกี่ยวข้องกับแถวปัจจุบันหรือค่าปัจจุบัน ตัวอย่างเช่น คุณสามารถดึงข้อมูลการขายทั้งหมดที่ผูกกับบางภูมิภาค บางร้านค้า หรือพนักงานขายบางคน

ตรงกันข้ามกับฟังก์ชันการค้นหาของ Excel เช่น VLOOKUP ซึ่งจะยึดตามอาร์เรย์ หรือ LOOKUP ซึ่งจะรับค่าที่ตรงกันหลายค่า DAX จะติดตามความสัมพันธ์ที่มีอยู่ระหว่างตารางที่เชื่อมกันด้วยคีย์เพื่อรับค่าที่เกี่ยวข้องเดียวซึ่งตรงกันทุกประการ DAX ยังสามารถดึงข้อมูลตารางของระเบียนที่เกี่ยวข้องกับระเบียนปัจจุบันได้

หมายเหตุ: ถ้าคุณคุ้นเคยกับฐานข้อมูลเชิงสัมพันธ์ คุณสามารถนึกถึงการค้นหาใน Power Pivot ว่าคล้ายกับคำสั่งการเลือกย่อยที่ซ้อนกันใน Transact-SQL

การดึงข้อมูลค่าที่เกี่ยวข้องเดียว

ฟังก์ชัน RELATED จะส่งกลับค่าเดียวจากตารางอื่นที่เกี่ยวข้องกับค่าปัจจุบันในตารางปัจจุบัน คุณสามารถระบุคอลัมน์ที่มีข้อมูลที่คุณต้องการ และฟังก์ชันจะติดตามความสัมพันธ์ที่มีอยู่ระหว่างตารางเพื่อดึงค่าจากคอลัมน์ที่ระบุในตารางที่เกี่ยวข้อง ในบางกรณี ฟังก์ชันจะติดตามสายความสัมพันธ์เพื่อดึงข้อมูล

ตัวอย่างเช่น ถ้าคุณมีรายการจัดส่งของวันนี้ใน Excel อย่างไรก็ตาม รายการจะมีเฉพาะหมายเลข ID พนักงาน หมายเลข ID การสั่งซื้อ และหมายเลข ID ผู้จัดส่ง ซึ่งทำให้รายงานอ่านยาก เพื่อให้ได้รับข้อมูลพิเศษที่คุณต้องการ คุณสามารถแปลงรายการนั้นเป็นตารางที่ลิงก์กับ Power Pivot แล้วสร้างความสัมพันธ์กับตารางพนักงานและตัวแทนจำหน่าย โดยจับคู่เขตข้อมูล EmployeeID กับ EmployeeKey และเขตข้อมูล ResellerID กับ ResellerKey

เมื่อต้องการแสดงข้อมูลการค้นหาในตารางที่เชื่อมโยงของคุณ คุณจะต้องเพิ่มคอลัมน์จากการคำนวณใหม่สองคอลัมน์ด้วยสูตรต่อไปนี้:

= RELATED('Employees'[EmployeeName])
= RELATED('Resellers'[CompanyName])

ส่งวันนี้ก่อน lookup

OrderID

EmployeeID

ResellerID

100314

230

445

100315

15

445

100316

76

108

ตารางพนักงาน

EmployeeID

Employee

Reseller

230

Kuppa Vamsi

Modular Cycle Systems

15

Pilar Ackeman

Modular Cycle Systems

76

Kim Ralls

Associated Bikes

ส่งวันนี้กับหา

OrderID

EmployeeID

ResellerID

Employee

Reseller

100314

230

445

Kuppa Vamsi

Modular Cycle Systems

100315

15

445

Pilar Ackeman

Modular Cycle Systems

100316

76

108

Kim Ralls

Associated Bikes

ฟังก์ชันจะใช้ความสัมพันธ์ระหว่างตารางที่เชื่อมโยงและตารางพนักงานและตัวแทนจำหน่ายเพื่อรับชื่อที่ถูกต้องสำหรับแต่ละแถวในรายงาน คุณยังสามารถใช้ค่าที่เกี่ยวข้องเพื่อทำการคำนวณได้ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมและตัวอย่าง โปรดดูที่ ฟังก์ชัน RELATED

การดึงข้อมูลรายการของค่าที่เกี่ยวข้อง

ฟังก์ชัน RELATEDTABLE จะติดตามความสัมพันธ์ที่มีอยู่และส่งกลับตารางที่มีแถวที่ตรงกันทั้งหมดจากตารางที่ระบุ ตัวอย่างเช่น ถ้าคุณต้องการค้นหาจำนวนคำสั่งซื้อจากตัวแทนจำหน่ายแต่ละรายในปีนี้ คุณสามารถสร้างคอลัมน์จากการคำนวณใหม่ในตาราง Resellers ที่มีสูตรต่อไปนี้ ซึ่งจะค้นหาระเบียนสำหรับตัวแทนจำหน่ายแต่ละรายในตาราง ResellerSales_USD และนับจำนวนคำสั่งซื้อจากตัวแทนจำหน่ายแต่ละราย ตารางเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของสมุดงานตัวอย่าง DAX สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อมูลตัวอย่าง โปรดดูที่ การรับข้อมูลตัวอย่างสำหรับ DAX และบทช่วยสอนเกี่ยวกับแบบจำลองข้อมูล

=COUNTROWS(RELATEDTABLE(ResellerSales_USD))

ในสูตรนี้ ฟังก์ชัน RELATEDTABLE จะรับค่าของ ResellerKey สำหรับตัวแทนจำหน่ายแต่ละรายในตารางปัจจุบันก่อน (คุณไม่จำเป็นต้องระบุคอลัมน์ ID ไม่ว่าบริเวณใดก็ตามในสูตร เนื่องจาก Power Pivot จะใช้ความสัมพันธ์ที่มีอยู่ระหว่างตาราง) จากนั้นฟังก์ชัน RELATEDTABLE จะได้รับ แถวทั้งหมดจากตาราง ResellerSales_USD ที่เกี่ยวข้องกับตัวแทนจำหน่ายแต่ละรายและนับจำนวนแถว ถ้าไม่มีความสัมพันธ์ (ทางตรงหรือทางอ้อม) ระหว่างตารางทั้งสอง คุณจะได้รับแถวทั้งหมดจากตาราง ResellerSales_USD

สำหรับ Modular Cycle Systems ของตัวแทนจำหน่ายในฐานข้อมูลตัวอย่างของเรา มีคำสั่งซื้อสี่รายการในตารางการขาย ดังนั้นฟังก์ชันจะส่งกลับค่า 4 สำหรับ Associated Bikes ตัวแทนจำหน่ายไม่มีการขาย ดังนั้นฟังก์ชันจะส่งกลับเป็นค่าว่าง

Reseller

ระเบียนในตารางการขายสำหรับตัวแทนจำหน่ายรายนี้

Modular Cycle Systems

Reseller ID

SalesOrderNumber

445

SO53494

445

SO71872

445

SO65233

445

SO59000

Reseller ID

SalesOrderNumber

Associated Bikes

หมายเหตุ: เนื่องจากฟังก์ชัน RELATEDTABLE ส่งกลับตาราง ไม่ใช่ค่าเดียว ตารางดังกล่าวจึงต้องใช้เป็นอาร์กิวเมนต์กับฟังก์ชันที่ดำเนินการบนตาราง สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดดูที่ ฟังก์ชัน RELATEDTABLE

ด้านบนของหน้า

หมายเหตุ: ข้อจำกัดความรับผิดชอบของการแปลด้วยเครื่อง: บทความนี้มีการแปลด้วยระบบคอมพิวเตอร์โดยไม่มีการดำเนินการโดยบุคคล Microsoft จัดให้มีการแปลด้วยเครื่องนี้เพื่อช่วยให้ผู้ใช้ที่ไม่ได้พูดภาษาอังกฤษสามารถใช้ประโยชน์จากเนื้อหาเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ บริการและเทคโนโลยีของ Microsoft เนื่องจากบทความมีการแปลด้วยเครื่อง อาจมีข้อผิดพลาดด้านคำศัพท์ ไวยากรณ์หรือรูปประโยค

ขยายทักษะของคุณ
สำรวจการฝึกอบรม
รับฟีเจอร์ใหม่ก่อนใคร
เข้าร่วม Office Insider

ข้อมูลนี้เป็นประโยชน์หรือไม่

ขอบคุณสำหรับคำติชมของคุณ!

ขอขอบคุณสำหรับคำติชมของคุณ! เราคิดว่าอาจเป็นประโยชน์ที่จะให้คุณได้ติดต่อกับหนึ่งในตัวแทนฝ่ายสนับสนุน Office ของเรา

×