การค้นหาค่ากับ VLOOKUP, INDEX หรือ MATCH

หมายเหตุ:  เราต้องการมอบเนื้อหาวิธีใช้ปัจจุบันในภาษาของคุณให้กับคุณโดยเร็วที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ หน้านี้ได้รับการแปลด้วยระบบอัตโนมัติ และอาจมีข้อผิดพลาดทางไวยากรณ์หรือความไม่ถูกต้อง จุดประสงค์ของเราคือเพื่อให้เนื้อหานี้มีประโยชน์กับคุณ คุณแจ้งให้เราทราบว่าข้อมูลดังกล่าวมีประโยชน์ต่อคุณที่ด้านล่างของหน้านี้ได้หรือไม่ นี่คือ บทความภาษาอังกฤษ เพื่อให้ง่ายต่อการอ้างอิง

สมมติว่า คุณมีรายการของตัวเลขตำแหน่งที่ตั้งของ office และคุณจำเป็นต้องทราบพนักงานที่อยู่ใน office แต่ละรายการ สเปรดชีเป็นขนาดใหญ่ ดังนั้นคุณอาจคำนึงถึงนั้นเป็นเรื่องที่ท้าทายงาน ไม่จริงค่อนข้างยากที่จะทำอะไรกับฟังก์ชันการค้นหา

ในฟังก์ชันVLOOKUPและHLOOKUPร่วมกับINDEXและMATCHมีบางอย่างของฟังก์ชันมีประโยชน์มากที่สุดใน Excel

หมายเหตุ: ลักษณะการทำงานของตัวช่วยสร้างการค้นหาจะไม่พร้อมใช้งานใน Excel

นี่คือตัวอย่างของวิธีการใช้ VLOOKUP

=VLOOKUP(B2,C2:E7,3,TRUE)

ในตัวอย่างนี้ B2 เป็นอาร์กิวเมนต์แรกนั่นคือองค์ประกอบของข้อมูลที่จำเป็นต้องใช้ฟังก์ชันการทำงาน สำหรับฟังก์ชัน VLOOKUP นี้อาร์กิวเมนต์แรกคือ ค่าที่คุณต้องการค้นหา อาร์กิวเมนต์นี้อาจเป็นการอ้างอิงเซลล์ หรือค่าคงที่เช่น "smith" หรือ 21000 อาร์กิวเมนต์สองคือ ช่วงของเซลล์ C2-:E7 ที่คุณต้องการค้นหาค่าคุณต้องการค้นหา อาร์กิวเมนต์ที่สามคือ คอลัมน์ในช่วงของเซลล์ที่ประกอบด้วยค่าที่คุณค้นหา

อาร์กิวเมนต์สี่ไม่ทำก็ ใส่ TRUE หรือ FALSE ถ้าคุณใส่ค่า TRUE หรือปล่อยให้อาร์กิวเมนต์ว่าง ฟังก์ชันจะส่งกลับการตรงกันโดยประมาณของค่าคุณระบุในอาร์กิวเมนต์แรก ถ้าคุณใส่ FALSE ฟังก์ชันจะจับคู่ค่าใส่ โดยอาร์กิวเมนต์แรก กล่าว ปล่อยอาร์กิวเมนต์สี่ว่าง — หรือใส่ TRUE ซึ่งให้คุณมีความยืดหยุ่นมากขึ้น

ตัวอย่างนี้แสดงวิธีฟังก์ชันการทำงาน เมื่อคุณใส่ค่าในเซลล์ B2 (อาร์กิวเมนต์แรก), ฟังก์ชัน VLOOKUP ค้นหาเซลล์ในช่วง C2:E7 (อาร์กิวเมนต์ 2) และส่งกลับค่าตรงกันโดยประมาณที่ใกล้ที่สุดจากคอลัมน์สามในช่วง คอลัมน์ E (อาร์กิวเมนต์ที่ 3)

การใช้ฟังก์ชัน VLOOKUP โดยทั่วไป

อาร์กิวเมนต์สี่ว่างเปล่า ดังนั้นฟังก์ชันจะส่งกลับใกล้เคียง ถ้าจะไม่ได้ คุณจะต้องใส่ค่าใดค่าหนึ่งในคอลัมน์ C หรือ D เพื่อรับผลลัพธ์ทั้งหมด

เมื่อคุณคุ้นเคยกับ VLOOKUP ฟังก์ชัน HLOOKUP มีเท่า ๆ กันง่ายต่อการใช้ คุณใส่อาร์กิวเมนต์เดียวกัน แต่จะค้นหาในแถวแทนคอลัมน์ '

คุณควรลองทำดู

ถ้าคุณต้องการทดลองใช้กับฟังก์ชันการค้นหาก่อนที่จะลองใช้กับข้อมูลของคุณเอง ต่อไปนี้เป็นข้อมูลตัวอย่าง ผู้ใช้ของ Excel บางอย่างเช่นโดยใช้ฟังก์ชัน VLOOKUP และ HLOOKUP บุคคลอื่นต้องใช้ INDEX และ MATCH ร่วมกัน ลองใช้แต่ละวิธี และดูสถานะใดคุณชอบมากที่สุด

ตัวอย่างของ VLOOKUP ในที่ทำงาน

คัดลอกข้อมูลต่อไปนี้ลงในแผ่นงานเปล่า...

เคล็ดลับ:    ก่อนที่คุณวางข้อมูลลงใน Excel การตั้งค่าความกว้างของคอลัมน์สำหรับคอลัมน์ A ถึง C เป็น 250 พิกเซล คลิ กตัดข้อความ (แท็บหน้าแรก กลุ่มการจัดแนว )

ความหนาแน่น

ความหนืด

อุณหภูมิ

0.457

3.55

500

0.525

3.25

400

0.606

2.93

300

0.675

2.75

250

0.746

2.57

200

0.835

2.38

150

0.946

2.17

100

1.09

1.95

50

1.29

1.71

0

สูตร

คำอธิบาย

ผลลัพธ์

=VLOOKUP(1,A2:C10,2)

ใช้การค้นหาค่าที่ตรงกันโดยประมาณ ค้นหาค่า 1 ในคอลัมน์ A พบค่าที่สูงสุดซึ่งน้อยกว่าหรือเท่ากับ 1 ในคอลัมน์ A คือ 0.946 แล้วส่งกลับค่าจากคอลัมน์ B ในแถวเดียวกัน

2.17

=VLOOKUP(1,A2:C10,3,TRUE)

ใช้การค้นหาค่าที่ตรงกันโดยประมาณ ค้นหาค่า 1 ในคอลัมน์ A พบค่าที่สูงสุดซึ่งน้อยกว่าหรือเท่ากับ 1 ในคอลัมน์ A คือ 0.946 แล้วส่งกลับค่าจากคอลัมน์ C ในแถวเดียวกัน

100

=VLOOKUP(0.7,A2:C10,3,FALSE)

ใช้การค้นหาค่าที่ตรงกันพอดี ค้นหาค่า 0.7 ในคอลัมน์ A เนื่องจากไม่มีค่าที่ตรงกันพอดีในคอลัมน์ A ข้อผิดพลาดจะถูกส่งกลับ

#N/A

=VLOOKUP(0.1,A2:C10,2,TRUE)

ใช้การค้นหาค่าที่ตรงกันโดยประมาณ ค้นหาค่า 0.1 ในคอลัมน์ A เนื่องจาก 0.1 น้อยกว่าค่าที่น้อยที่สุดในคอลัมน์ A ข้อผิดพลาดจะถูกส่งกลับ

#N/A

=VLOOKUP(2,A2:C10,2,TRUE)

ใช้การค้นหาค่าที่ตรงกันโดยประมาณ ค้นหาค่า 2 ในคอลัมน์ A พบค่าที่สูงที่สุดที่น้อยกว่าหรือเท่ากับ 2 ในคอลัมน์ A คือ 1.29 แล้วส่งกลับค่าจากคอลัมน์ B ในแถวเดียวกัน

1.71

ตัวอย่างของ HLOOKUP

คัดลอกเซลล์ทั้งหมดในตารางนี้ แล้ววางข้อมูลลงในเซลล์ A1 บนเวิร์กชีตเปล่าใน Excel

เคล็ดลับ:    ก่อนที่คุณวางข้อมูลลงใน Excel การตั้งค่าความกว้างของคอลัมน์สำหรับคอลัมน์ A ถึง C เป็น 250 พิกเซล คลิ กตัดข้อความ (แท็บหน้าแรก กลุ่มการจัดแนว )

เพลา

ตลับลูกปืน

สลักเกลียว

4

4

9

5

7

10

6

8

11

สูตร

คำอธิบาย

ผลลัพธ์

=HLOOKUP("เพลา", A1:C4, 2, TRUE)

ค้นหา "เพลา" ในแถวที่ 1 และส่งกลับค่าจากแถวที่ 2 ซึ่งอยู่ในคอลัมน์เดียวกัน (คอลัมน์ A)

4

=HLOOKUP("ตลับลูกปืน", A1:C4, 3, FALSE)

ค้นหา "ตลับลูกปืน" ในแถวที่ 1 และส่งกลับค่าจากแถวที่ 3 ซึ่งอยู่ในคอลัมน์เดียวกัน (คอลัมน์ B)

7

=HLOOKUP("B", A1:C4, 3, TRUE)

ค้นหา "B" ในแถวที่ 1 และส่งกลับค่าจากแถวที่ 3 ซึ่งอยู่ในคอลัมน์เดียวกัน เนื่องจากไม่พบค่าที่ตรงกันกับ "B" ดังนั้นจะใช้ค่ามากที่สุดในแถวที่ 1 ที่น้อยกว่า "B" ซึ่งก็คือ "เพลา" ใน คอลัมน์ A

5

=HLOOKUP("สลักเกลียว", A1:C4, 4)

ค้นหา "สลักเกลียว" ในแถวที่ 1 และส่งกลับค่าจากแถวที่ 4 ซึ่งอยู่ในคอลัมน์เดียวกัน (คอลัมน์ C)

11

=HLOOKUP(3, {1,2,3;"a","b","c";"d","e","f"}, 2, TRUE)

ค้นหาเลข 3 ในค่าคงที่อาร์เรย์ที่มีสามแถว และส่งกลับค่าจากแถวที่ 2 ในคอลัมน์เดียวกัน (ในกรณีนี้ คือคอลัมน์ที่สาม) มีแถวของค่าอยู่สามแถวในค่าคงที่อาร์เรย์ โดยแต่ละแถวคั่นด้วยเครื่องหมายอัฒภาค (;) เนื่องจากพบ "c" ในแถวที่ 2 และอยู่ในคอลัมน์เดียวกันกับ 3 ดังนั้นจะส่งกลับ "c"

c

INDEX และ MATCH ตัวอย่าง

ตัวอย่างสุดท้ายนี้ใช้ฟังก์ชัน INDEX และ MATCH ร่วมกันเพื่อส่งกลับหมายเลขใบแจ้งหนี้ที่เร็วที่สุดและวันสอดคล้องกันสำหรับแต่ละครบห้าเมือง เนื่องจากวันจะส่งกลับเป็นตัวเลข เราใช้ฟังก์ชัน TEXT เพื่อจัดรูปแบบเป็นวัน ฟังก์ชัน INDEX ใช้เป็นอาร์กิวเมนต์ผลลัพธ์ของฟังก์ชัน MATCH จริง ๆ ฟังก์ชัน INDEX และ MATCH ร่วมกันที่ใช้ในแต่ละสูตร – สองครั้งแรก เพื่อส่งกลับตัวเลขใบแจ้งหนี้ แล้วส่งกลับวัน

คัดลอกเซลล์ทั้งหมดในตารางนี้ แล้ววางข้อมูลลงในเซลล์ A1 บนเวิร์กชีตเปล่าใน Excel

เคล็ดลับ:    ก่อนที่คุณวางข้อมูลลงใน Excel การตั้งค่าความกว้างของคอลัมน์สำหรับคอลัมน์ A ถึง D เป็น 250 พิกเซล คลิ กตัดข้อความ (แท็บหน้าแรก กลุ่มการจัดแนว )

ใบแจ้งหนี้

เมือง

วันใบแจ้งหนี้

ใบแจ้งหนี้ที่เร็วที่สุดตามเมือง กับวัน

3115

แอตแลนตา

4/7/12

="แอตแลนตา = "&INDEX($A$2:$C$33,MATCH("แอตแลนตา",$B$2:$B$33,0),1)& ", วันที่ใบแจ้งหนี้: " & TEXT(INDEX($A$2:$C$33,MATCH("แอตแลนตา",$B$2:$B$33,0),3),"m/d/yy")

3137

แอตแลนตา

4/9/12

="ออสติน = "&INDEX($A$2:$C$33,MATCH("ออสติน",$B$2:$B$33,0),1)& ", วันที่ใบแจ้งหนี้: " & TEXT(INDEX($A$2:$C$33,MATCH("ออสติน",$B$2:$B$33,0),3),"m/d/yy")

3154

แอตแลนตา

4/11/12

="ดัลลัส = "&INDEX($A$2:$C$33,MATCH("ดัลลัส",$B$2:$B$33,0),1)& ", วันที่ใบแจ้งหนี้: " & TEXT(INDEX($A$2:$C$33,MATCH("ดัลลัส",$B$2:$B$33,0),3),"m/d/yy")

3191

แอตแลนตา

4/21/12

="นิวออร์ลีนส์ = "&INDEX($A$2:$C$33,MATCH("นิวออร์ลีนส์",$B$2:$B$33,0),1)& ", วันที่ใบแจ้งหนี้: " & TEXT(INDEX($A$2:$C$33,MATCH("นิวออร์ลีนส์",$B$2:$B$33,0),3),"m/d/yy")

3293

แอตแลนตา

4/25/12

="แทมปา = "&INDEX($A$2:$C$33,MATCH("แทมปา",$B$2:$B$33,0),1)& ", วันที่ใบแจ้งหนี้: " & TEXT(INDEX($A$2:$C$33,MATCH("แทมปา",$B$2:$B$33,0),3),"m/d/yy")

3331

แอตแลนตา

4/27/12

3350

แอตแลนตา

4/28/12

3390

แอตแลนตา

5/1/12

3441

แอตแลนตา

5/2/12

3517

แอตแลนตา

5/8/12

3124

ออสติน

4/9/12

3155

ออสติน

4/11/12

3177

ออสติน

4/19/12

3357

ออสติน

4/28/12

3492

ออสติน

5/6/12

3316

ดัลลัส

4/25/12

3346

ดัลลัส

4/28/12

3372

ดัลลัส

5/1/12

3414

ดัลลัส

5/1/12

3451

ดัลลัส

5/2/12

3467

ดัลลัส

5/2/12

3474

ดัลลัส

5/4/12

3490

ดัลลัส

5/5/12

3503

ดัลลัส

5/8/12

3151

นิวออร์ลีนส์

4/9/12

3438

นิวออร์ลีนส์

5/2/12

3471

นิวออร์ลีนส์

5/4/12

3160

แทมปา

4/18/12

3328

แทมปา

4/26/12

3368

แทมปา

4/29/12

3420

แทมปา

5/1/12

3501

แทมปา

5/6/12

เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับฟังก์ชันการค้นหา

ขยายทักษะ Office ของคุณ
สำรวจการฝึกอบรม
รับฟีเจอร์ใหม่ก่อนใคร
เข้าร่วม Office Insider

ข้อมูลนี้เป็นประโยชน์หรือไม่

ขอบคุณสำหรับคำติชมของคุณ!

ขอขอบคุณสำหรับคำติชมของคุณ! เราคิดว่าอาจเป็นประโยชน์ที่จะให้คุณได้ติดต่อกับหนึ่งในตัวแทนฝ่ายสนับสนุน Office ของเรา

×