การกำหนดไซต์ศูนย์กลางการค้นหาเอง

สิ่งสำคัญ:  บทความนี้เป็นการแปลด้วยเครื่อง โปรดดู ข้อจำกัดความรับผิดชอบ โปรดดูบทความฉบับภาษาอังกฤษ ที่นี่ เพื่อใช้อ้างอิง

แม่แบบไซต์ศูนย์กลางการค้นหาได้รับการออกแบบมาเพื่อให้คุณสามารถกำหนดไซต์เอง หรือขยายไซต์ได้อย่างง่ายดายโดยไม่จำเป็นต้องใช้โค้ด ซึ่งทำให้คุณสามารถนำเสนอประสบการณ์การค้นหาที่เหมาะสมกับผู้ใช้ของคุณได้ บทความนี้จะแสดงภาพรวมระดับสูงเกี่ยวกับการทำงานของไซต์ศูนย์กลางการค้นหา วิธีเริ่มต้นการกำหนดไซต์เอง และทรัพยากรสำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

คุณต้องการทำสิ่งใด

วิธีการทำงานของไซต์ศูนย์การค้นหา

วิธีในการกำหนดไซต์ศูนย์การค้นหา

แก้ไขหน้าในไซต์ศูนย์การค้นหา

เพิ่ม Web Part ลงในหน้าในไซต์ศูนย์การค้นหา

แก้ไข Web Part โดยใช้บานหน้าต่างเครื่องมือของ

ทรัพยากรสำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

ศึกษาการทำงานของไซต์ศูนย์กลางการค้นหา

หลักการทำงานพื้นฐานก็คือ เมื่อผู้ใช้พิมพ์แบบสอบถามลงใน Web Part กล่องค้นหาบนเพจค้นหา (default.aspx) ในไซต์ศูนย์กลางการค้นหา โปรแกรมทำแบบสอบถามจะส่งการร้องขอนั้นไปยังบริการค้นหา จากนั้น บริการค้นหาจะส่งกลับผลลัพธ์ซึ่งจะแสดงใน Web Part ต่างๆ ในเพจผลลัพธ์การค้นหา (results.aspx) กระบวนการเดียวนี้จะเกิดขึ้นเมื่อผู้ใช้สร้างแบบสอบถามโดยใช้เพจการค้นหาขั้นสูง (advanced.aspx) ผู้ใช้จะได้รับเฉพาะผลลัพธ์ที่ผู้ใช้มีสิทธิ์ดูเท่านั้น

แม่แบบศูนย์กลางการค้นหาระดับองค์กร ซึ่งมีอยู่ใน Microsoft SharePoint Server 2010 จะมีเพจเพิ่มเติมอีกสองเพจที่จะใช้เมื่อองค์กรของคุณได้นำเข้าข้อมูลพนักงานใน SharePoint ผู้ใช้สามารถพิมพ์แบบสอบถามเกี่ยวกับคุณสมบัติต่างๆ เช่น ชื่อ ตำแหน่ง หรือความเชี่ยวชาญ ลงในเพจ people.aspx จากนั้นผลลัพธ์จะปรากฏขึ้นในเพจ peopleresults.aspx

เพจการค้นหาทั้งหมดเป็นเพจ Web Part และได้รับการกำหนดค่าล่วงหน้าโดยใช้ Web Part การค้นหาอย่างน้อยหนึ่ง Web Part ซึ่งคุณสามารถกำหนดค่าได้ตามต้องการ คุณสามารถเพิ่มหรือเอา Web Part ออก และย้ายไปยังตำแหน่งต่างๆ บนเพจได้ Web Part เป็นคอมโพเนนต์แบบเดี่ยวที่แยกออกจากกัน ซึ่งสามารถแสดงผลลัพธ์หรือยอมรับแบบสอบถามได้ แต่จะทำงานร่วมกันเพื่อสร้างประสบการณ์ใช้งานของผู้ใช้

ไซต์ศูนย์กลางการค้นหาจะมีคุณลักษณะในการสืบทอดสิทธิ์เช่นเดียวกับไซต์อื่นๆ ในองค์กรของคุณ คุณยังสามารถตั้งค่าไซต์เพื่อใช้สิทธิ์เฉพาะได้อีกด้วย ผู้ใช้จะต้องได้รับสิทธิ์ในการเข้าถึงไซต์จึงจะสามารถทำแบบสอบถามและดูผลลัพธ์ได้

ด้านบนของหน้า

ศึกษาวิธีการกำหนดไซต์ศูนย์กลางการค้นหาเอง

วิธีการกำหนดเพจต่างๆ ในศูนย์กลางการค้นหาเองสามารถทำได้หลายวิธีด้วยกัน วิธีที่ง่ายที่สุดวิธีหนึ่งก็คือ การปรับเปลี่ยนคุณสมบัติของ Web Part เริ่มต้น ตัวอย่างเช่น คุณอาจเปลี่ยนแปลงจำนวนผลลัพธ์ที่ผู้ใช้จะมองเห็นบนเพจผลลัพธ์การค้นหาโดยการเปลี่ยนคุณสมบัติของ Web Part ผลลัพธ์หลัก

Web Part สำหรับบางมีคุณสมบัติที่มี XSL Web Part ซึ่งช่วยให้การปรับแต่งลักษณะที่ปรากฏและเค้าโครงเพิ่มเติม มีความรู้เล็ก ๆ ของ XSLT คุณสามารถเปลี่ยนวิธีแสดงผลลัพธ์บนหน้า ตัวอย่างเช่น ผลลัพธ์การค้นหาคำสำคัญจะระบุในชนิด boldface ตามค่าเริ่มต้น ด้วยการปรับเปลี่ยน XSL คุณสามารถเปลี่ยนแปลงผลลัพธ์เพื่อเน้นคำสำคัญในสีเหลือง

เมื่อต้องการเปลี่ยนแปลงลักษณะที่แสดงของเพจ คุณสามารถเพิ่ม เปลี่ยนตำแหน่ง หรือเอา Web Part ของเพจออกได้ นอกจากนี้ ยังมี Web Part การค้นหา Out-of-Box หลายตัว ซึ่งได้รับการเขียนโปรแกรมให้แสดงผลลัพธ์ หรือมีคุณลักษณะการออกแบบส่วนติดต่อผู้ใช้ให้ใช้ รายการต่อไปนี้เป็นรายการของ Web Part การค้นหา และคำอธิบายการทำงานของแต่ละ Web Part

ชื่อของ Web Part

คำอธิบาย

กล่องการค้นหาขั้นสูง

จุดป้อนข้อมูลสำหรับการค้นหาขั้นสูง อนุญาตให้ทำแบบสอบถามโดยจำกัดขอบเขตให้แคบลง เช่น ตาม Metadata ของเอกสาร เป็นต้น

การค้นหาภาษาจีนทั้งสองแบบ

ค้นหาเนื้อหาที่เป็นภาษาจีนทั้งสองแบบ

ผลลัพธ์แบบติดต่อกับภายนอก

แสดงผลลัพธ์ของแบบสอบถามที่ป้อนลงใน Web Part กล่องการค้นหา โดยเทียบกับแหล่งข้อมูลภายนอก เช่น Live.com เป็นต้น

แผงการปรับปรุงบุคคล

แสดงสรุปของผลลัพธ์ของบุคคล เช่น เอกสารที่พวกเขาเขียน เป็นต้น

กล่องการค้นหาบุคคล

ตำแหน่งสำหรับป้อนแบบสอบถามเกี่ยวกับบุคคล

ผลลัพธ์หลักของการค้นหาบุคคล

แสดงผลลัพธ์การค้นหาจากแบบสอบถามที่เกี่ยวข้องกับบุคคล

แผงการปรับปรุง

แสดงสรุปของผลลัพธ์ต่างๆ เช่น ตามชนิดเอกสาร หรือตามผู้เขียน เป็นต้น

แบบสอบถามที่เกี่ยวข้อง

แสดงรายการของการเชื่อมโยงไปยังแบบสอบถามที่ใช้คำสำคัญหรือวลีที่คล้ายคลึงกับที่ป้อนลงในกล่องการค้นหา

การเชื่อมโยงการกระทำการค้นหา

อนุญาตให้ผู้ใช้สามารถคลิกบนการเชื่อมโยงหลายมิติในชุดผลลัพธ์ เช่น RSS หรือ แจ้งเตือนฉัน ได้

สิ่งที่ใกล้เคียงที่สุดของการค้นหา

แสดงผลลัพธ์ของ URL ที่ตรงกับคำในคำสำคัญ

กล่องค้นหา

ตำแหน่งที่ผู้ใช้ป้อนแบบสอบถามคำสำคัญ

ผลลัพธ์หลักของการค้นหา

แสดงชุดของผลลัพธ์, ข้อมูลแบบตาราง, Metadata และ URL รวมถึงคำอธิบายผลลัพธ์ หรือที่เรียกว่า ส่วนย่อย

การแบ่งหน้าการค้นหา

หมายเลขเพจ และลูกศรไปข้างหน้า/ย้อนกลับสำหรับชุดผลลัพธ์

สถิติของการค้นหา

แสดงจำนวนผลลัพธ์ทั้งหมดของแบบสอบถามที่ป้อน และเวลาที่ใช้ในการประมวลผลแบบสอบถามนั้น

สรุปการค้นหา

แสดงการสะกดแบบอื่นของแบบสอบถาม หรือที่รู้จักกันในชื่อ Web Part “คุณหมายถึงคำนี้ใช่หรือไม่”

ค้นหาสิ่งที่ใกล้เคียงที่สุดแบบเป็นภาพ

การเพิ่มประสิทธิภาพของสิ่งที่ใกล้เคียงที่สุดในFAST Search Server 2010 for SharePoint ที่อนุญาตให้ใช้รูปภาพและเนื้อหา HTML

ผลลัพธ์แบบติดต่อกับภายนอกที่ดีที่สุด

แสดงรายการผลลัพธ์ “x” รายการแรกจากตำแหน่งที่กำหนดค่าไว้

Web Part ที่คุณเห็นอาจแตกต่างออกไปขึ้นอยู่กับผลิตภัณฑ์ที่คุณติดตั้งไว้ นอกจากนี้ เจ้าของเว็บไซต์ระดับบนสุดอาจเอา Web Part ออกหรือเปลี่ยนชื่อของ Web Part

ด้านบนของหน้า

แก้ไขเพจในไซต์ศูนย์กลางการค้นหา

คุณสามารถแก้ไขเพจต่างๆ ได้โดยการใช้เบราว์เซอร์ หรือโดยการใช้เครื่องมืออื่น เช่น SharePoint Designer เมื่อต้องการแก้ไขไซต์ศูนย์กลางการค้นหา (default.aspx) หรือเพจผลลัพธ์ (results.aspx) คุณจะต้องมีสิทธ์ในระดับเจ้าของไซต์หรือสูงกว่า

  • จากโฮมเพจของไซต์ศูนย์กลางการค้นหาหรือเพจผลลัพธ์ บนเมนู การกระทำในไซต์ ให้คลิก แก้ไขเพจ

ในขณะนี้ เพจจะอยู่ในโหมดแก้ไข ซึ่งคุณจะสามารถเพิ่มและเอา Web Part ออก หรือเปลี่ยนตำแหน่งของ Web Part บนเพจได้

ถ้าไซต์ของคุณได้เปิดใช้งานการประกาศไว้ คุณจำเป็นต้องเช็คอินการเปลี่ยนแปลงของคุณก่อน จากนั้นผู้ใช้จึงจะเห็นการเปลี่ยนแปลงที่คุณทำ

ด้านบนของหน้า

เพิ่ม Web Part ลงในเพจในไซต์ศูนย์กลางการค้นหา

Web Part จะมอดูล ที่ประกอบด้วยส่วนของโค้ดที่คุณสามารถเพิ่มลงในหน้าของ Web Part และปรับเปลี่ยนสำหรับความต้องการของคุณ ค้นหามากกว่า 15 Web Part สำหรับจะมีSharePoint Server 2010 ตั้งแต่กล่อง Web Part การค้นหา ที่ผู้ใช้ใส่แบบสอบถามไปยังชนิดของผลลัพธ์การค้นหา Web Part สำหรับหลาย Web Part สำหรับผลลัพธ์ที่ช่วยให้คุณสามารถเลือก และกำหนดค่าการค้นหาผลลัพธ์ประสบการณ์การใช้งานสำหรับผู้ใช้ ใช้ขั้นตอนต่อไปนี้เพื่อวาง Web Part บนหน้า

  1. จากโฮมเพจไซต์ศูนย์กลางการค้นหาหรือเพจผลลัพธ์ ให้คลิกเมนู การกระทำในไซต์ แล้วคลิก แก้ไขเพจ

  2. ในโซน Web Part ซึ่งคุณต้องการเพิ่ม Web Part เข้าไป ให้คลิก เพิ่ม Web Part

  3. ภายใต้ ประเภท ให้เลือก ค้นหา เพื่อแสดง Web Part การค้นหา

  4. คลิกชื่อของ Web Part ที่คุณต้องการเพิ่มลงในเพจ

  5. คลิก เพิ่ม เพื่อเพิ่ม Web Part ลงในเพจ

ด้านบนของหน้า

แก้ไข Web Part โดยใช้บานหน้าต่างเครื่องมือของ Web Part

Web Part จะสามารถกำหนดค่าได้หลากหลาย ซึ่งหมายความว่า Web Part มีความยืดหยุ่นและสามารถตอบสนองความต้องการในรูปแบบต่างๆ ได้ คุณสามารถกำหนดค่า Web Part หลังจากที่เพิ่มลงในเพจได้โดยการคลิกเมนู แก้ไข และเลือก ปรับเปลี่ยน Web Part ที่ใช้ร่วมกัน หรือ แก้ไข Web Part เมื่อต้องการกำหนดค่า Web Part หลังจากที่ใช้งานเพจแล้ว คุณจะต้องแน่ใจว่าเพจอยู่ในโหมดแก้ไขแล้ว

Web Part ทั้งหมดจะมีกลุ่มคุณสมบัติเฉพาะอย่างน้อยหนึ่งกลุ่ม และกลุ่มคุณสมบัติที่มีอยู่ทั่วไปใน Web Part ทั้งหมดอีกหลายกลุ่ม คุณสมบัติทั่วไปจะรวมถึงการตั้งค่าต่างๆ เช่น ลักษณะที่ปรากฏ และเค้าโครง เป็นต้น

ด้านบนของหน้า

แหล่งข้อมูลสำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

สำหรับข้อมูลเกี่ยวกับการทำงานกับ Web Part และการกำหนดค่าคุณสมบัติทั่วไปของ Web Part ดูSharePoint Foundation 2010 วิธีใช้ เมื่อต้องการเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการทำงานกับ Web Part สำหรับการค้นหา หรือการสร้างไซต์ศูนย์การค้นหาแบบกำหนดเอง รวมถึงข้อมูลเกี่ยวกับการทำงานกับ XSLT ดูหัวข้อภายใต้ทรัพยากร ที่ www.microsoft.com \enterprisesearch หรือ บน MSDN บน www.microsoft.com

ด้านบนของหน้า

หมายเหตุ: ข้อจำกัดความรับผิดชอบของการแปลด้วยเครื่อง: บทความนี้มีการแปลด้วยระบบคอมพิวเตอร์โดยไม่มีการดำเนินการโดยบุคคล Microsoft จัดให้มีการแปลด้วยเครื่องนี้เพื่อช่วยให้ผู้ใช้ที่ไม่ได้พูดภาษาอังกฤษสามารถใช้ประโยชน์จากเนื้อหาเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ บริการและเทคโนโลยีของ Microsoft เนื่องจากบทความมีการแปลด้วยเครื่อง อาจมีข้อผิดพลาดด้านคำศัพท์ ไวยากรณ์หรือรูปประโยค

ขยายทักษะของคุณ
สำรวจการฝึกอบรม
รับฟีเจอร์ใหม่ก่อนใคร
เข้าร่วม Office Insider

ข้อมูลนี้เป็นประโยชน์หรือไม่

ขอบคุณสำหรับคำติชมของคุณ!

ขอขอบคุณสำหรับคำติชมของคุณ! เราคิดว่าอาจเป็นประโยชน์ที่จะให้คุณได้ติดต่อกับหนึ่งในตัวแทนฝ่ายสนับสนุน Office ของเรา

×